Friday, 5 June 2026
SmartFactory

‘ไมเดีย’ ชูไทยฐานผลิตใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน ทุ่มลงทุนต่อเนื่องในไทยกว่า 25,000 ล้านบาท จ้างงานกว่า 15,000 คน ใช้ชิ้นส่วนไทย 60-70%

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมชมโรงงาน 2 แห่งของกลุ่มไมเดีย (Midea) ได้แก่ บริษัท ไมเดีย รีฟริเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี และบริษัท ไมเดีย อินเทลลิเจนท์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตตู้เย็นในนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี จังหวัดระยอง ว่า กลุ่มไมเดีย ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2559 โดยในระยะแรก เป็นการควบรวมกิจการของกลุ่มบริษัท โตชิบา และตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ได้เดินหน้าลงทุนในไทยอย่างเต็มที่ภายใต้ชื่อกลุ่มไมเดีย ปัจจุบันมีโรงงาน 8 แห่ง ครอบคลุมการผลิตเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลางและเอเชีย เม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 25,000 ล้านบาท จ้างงานบุคลากรไทยกว่า 15,000 คน และมีทีมวิจัยและพัฒนากว่า 200 คน   โดยกิจการในไทย ถือเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน และเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกของกลุ่มไมเดีย สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต่อความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทย โดยบริษัทมีแผนขยายการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในไทยอีกในอนาคตอันใกล้นี้

กลุ่มไมเดีย เป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีและการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็น No.1 Smart Home Appliances Brand in the World จากสถาบัน Euromonitor International และได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม 2025 สำหรับเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่จาก Time Magazine โดยที่ผ่านมา ไมเดียได้ขยายการลงทุนและยกระดับฐานการผลิตในประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็น Smart Factory โดยโรงงานที่จังหวัดชลบุรี เป็นโรงงานแห่งแรกนอกจีนที่ได้รับรางวัล Global Lighthouse Network โดย World Economic Forum (WEF) เป็น 1 ใน 12 โรงงานอัจฉริยะล้ำสมัยที่สุดในโลกประจำปี 2025 สะท้อนศักยภาพการประยุกต์ใช้ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อควบคุมเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ รวมถึงด้านความปลอดภัยและการพัฒนาบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต  เชื่อมโยงซัพพลายเชนอย่างไร้รอยต่อ ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน 

AppliCAD ดันไทยสู่ AI Automation ร่วม JAKA Robotics จัดงานใหญ่ ตั้งไทยเป็น Strategic Hub เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดตัวหุ่นยนต์และแพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่ ส่งเสริมโรงงานไทยสู่ยุค Smart Manufacturing

AppliCAD ผนึก JAKA Robotics วางไทยเป็น Strategic Hub ดันโรงงานสู่ยุค AI Automation

บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) (AppliCAD) ผนึกกำลังกับ JAKA Robotics จัดงาน “JAKA Thailand User Conference 2026” เวทีสำคัญที่รวบรวมเทคโนโลยี Cobot (Collaborative Robot) ผสาน AI Vision และระบบ Automation เพื่อผลักดันโรงงานไทยสู่ยุค AI Automation อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้บริหารและวิศวกรจากภาคอุตสาหกรรมกว่า 150 รายเข้าร่วมงาน
.
รูปจากซ้ายไปขวาผู้บริหารJaka-Gordon Pei (Oversea Business Director), Liz Chang (VP), Vic Ng (Oversea Business Manager), Pakin Nithitechamet (Robotics Engineering from JAKA Robotics) และ ผู้บริหาร AppliCAD-Patipat Klampracha (Deputy Director), Suppanat Musigawon (Senior Sales Engineer)
.
ภายในงานได้ตอกย้ำว่า AI Automation ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็น “เครื่องมือเชิงกลยุทธ์” ของโรงงานยุคใหม่ โดย Cobot และ AI ช่วยลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต เพิ่มความแม่นยำ ลด Human Error และสนับสนุน Flexible Automation ที่รองรับการผลิตแบบ High-Mix Low-Volume ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหัวใจของ Lean Manufacturing และ Smart Factory ในยุคอุตสาหกรรม 4.0
.
ผู้บริหาร AppliCAD กล่าวเปิดงานและนำเสนอวิสัยทัศน์ด้าน AI Automation
คุณปฏิพัทธ์ กล่ำประชา รองผู้อำนวยการฝ่าย Hardware Manufacturing Solution บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) กล่าวเปิดงานว่า ท่ามกลางการแข่งขันด้านต้นทุนและคุณภาพที่เข้มข้น เทคโนโลยี Automation และ Cobot ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทดแทนแรงงานมนุษย์ แต่เป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ที่ทำงานร่วมกับคน เพื่อเสริมศักยภาพ เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับ Productivity ของโรงงานอย่างยั่งยืน
.
JAKA Robotics นำเสนอแนวคิด Practical Automation สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิต
ด้าน JAKA Robotics ประกาศวางประเทศไทยเป็น Strategic Hub ด้าน Automation ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย โดยนำเสนอแนวคิด “Practical Automation” ที่มุ่งเน้นการติดตั้งใช้งานได้จริง ไม่ซับซ้อนเกินความจำเป็น และให้ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ที่ชัดเจน
.
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของ JAKA ได้แก่ JAKA K1 Humanoid Dual-Arm Robot หุ่นยนต์สองแขนระดับอุตสาหกรรม, JAKA Lumi – Embodied AI Training Platform สำหรับฝึกและพัฒนาโมเดล AI จากสภาพแวดล้อมจริง และ JAKA S³ AMR – Autonomous Mobile Robot ที่ผสานแขนกลกับระบบนำทางอัจฉริยะ รองรับงาน Intralogistics ภายในโรงงาน
.
เทคโนโลยีเหล่านี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก Fixed Automation สู่ Flexible Automation อย่างเต็มรูปแบบ รองรับการผลิตยุคใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง พร้อมการสาธิตการทำงานจริง (Live Demonstration) ให้ผู้บริหารและวิศวกรได้สัมผัสศักยภาพของระบบอัจฉริยะอย่างใกล้ชิด
.
อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือเวทีเสวนา Success Case Study จากผู้ใช้งานจริง ซึ่งสะท้อนแนวทาง “Focus on Payback” ที่ให้ความสำคัญกับระยะเวลาคืนทุนควบคู่กับการเพิ่มความแม่นยำ ลดของเสีย และสร้างเสถียรภาพด้านคุณภาพในระยะยาว ไม่เพียงยกระดับประสิทธิภาพการผลิต แต่ยังเสริมความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
.
นอกจากนี้ ยังมีการผนึกกำลังพันธมิตรใน Ecosystem ด้าน Automation อาทิ Zimmer Group, Mech-Mind Robotics, FIPA รวมถึง System Integrator อย่าง Masspro Automation และ MPM Automation เพื่อร่วมพัฒนาโซลูชันแบบครบวงจร ยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพของโรงงานไทยอย่างยั่งยืน
.
ความร่วมมือระหว่าง AppliCAD และ JAKA Robotics ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการจัดงานแสดงเทคโนโลยี แต่เป็นก้าวสำคัญของการสร้าง Automation Ecosystem ที่แข็งแกร่ง เพื่อผลักดันภาคการผลิตไทยสู่ Smart Manufacturing และเสริมศักยภาพการแข่งขันในระดับโลก
.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน)
โทร: 02-744-9045
อีเมล: [email protected]
เว็บไซต์: www.applicadthai.com

'AAT' ทุ่มหุ่นยนต์!! พลิกเกมเดิมสู่อุตสาหกรรมอัจฉริยะ ลงทุนกว่า 85 ยูนิต Cobots ผลักดัน Smart Factory ท่ามกลางแรงกดดัน ส่งเสริมศักยภาพทีมงานภายใน

Big Move! AAT ทุ่ม Cobots กว่า 85 ยูนิต
พลิกเกมการผลิตสู่ Smart Factory ด้วยพลังคน + เทคโนโลยี

ระยอง, ประเทศไทย – บริษัท Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd. (AAT) เดินหน้ากลยุทธ์ยกระดับการผลิตครั้งสำคัญ ด้วยการลงทุนใน Collaborative Robots (Cobots) มากกว่า 85 ยูนิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุน แรงงาน และความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์

การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเครื่องจักร แต่เป็น “จุดเริ่มต้นของการผลิตยุคใหม่” เพื่อยกระดับโรงงานสู่ Smart Factory ที่สามารถตอบโจทย์การผลิตในปัจจุบัน  โดยมุ่งเน้นทั้ง Productivity ที่สูงขึ้น การลดต้นทุนในระยะยาว และความยืดหยุ่นในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในเฟสล่าสุด AAT ได้ติดตั้ง Cobots จำนวน 22 ยูนิต โดยดำเนินการติดตั้งและพัฒนาระบบโดยทีมงานภายในทั้งหมด สะท้อนถึงศักยภาพขององค์กรในการต่อยอดเทคโนโลยีและสร้างขีดความสามารถจากภายใน (In-house Capability) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน Digital Transformation อย่างยั่งยืน

บริษัท Applicad Public Company Limited (AppliCAD) มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd. (AAT) ผ่านการนำ Collaborative Robots (Cobots) มากกว่า 85 ยูนิต เข้ามาใช้งานในกระบวนการผลิต
“The only way to go through all this situation is to continue investing in efficiency, in technology to be prepared for these difficult times.”— Silvio Illy, President & CEO, Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd.

"This is not just about the new equipment, but also about the strengthening AAT capabilities for the future, driven by our own talented people."— Silvio Illy, President & CEO, Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd.
"That's why we have a competitive advantage that even our parent companies in other parts of the world don't have."— Silvio Illy, President & CEO, Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd.

"ถ้าเราไม่มั่นใจในทีมงานที่จะติดตั้ง เราก็คงไม่กล้าซื้อหุ่นยนต์ขนาดนี้ เพราะการซื้อคงไม่ยากเท่าการติดตั้ง" — Supot Langsanam, Executive Vice President, Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd.
“ถ้าเราไม่เริ่มจากหนึ่ง เราจะไม่มีวันรู้ว่าตัวเองทำได้มากแค่ไหน” — เพราะการแข่งขันที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องค่าแรง แต่คือความสามารถในการปรับตัวอย่างไม่หยุดยั้ง” — Supot Langsanam, Executive Vice President, Auto Alliance (Thailand) Co., Ltd.

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ AppliCAD ทำหน้าที่เป็น Strategic Technology Partner ในการร่วมพัฒนา และผลักดันการนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงในระดับโรงงาน (Industrial Deployment) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

"AAT เป็นบริษัทที่มี Innovation มากๆ และมีวิสัยทัศน์ในการมองภาพการพัฒนาสถานที่ทำงาน รวมถึงมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนากระบวนการทำงานอยู่เสมอ"  — Patipat Klampracha, Deputy Director, Applicad Public Company Limited

การลงทุนครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มสำคัญของภาคอุตสาหกรรมการผลิต ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค Smart Manufacturing อย่างเต็มรูปแบบ โดยองค์กรที่สามารถผสาน “เทคโนโลยี + ศักยภาพของบุคลากร” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นผู้สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
ทั้งนี้ การขยายการใช้งาน Cobots ในระดับมากกว่า 85 ยูนิต ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของ AAT ในการวางรากฐานสู่โรงงานแห่งอนาคต (Factory of the Future) และเป็นกรณีศึกษาสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ในการปรับตัวสู่ยุคของ Automation และ AI-driven Manufacturing

ติดตามนวัตกรรมจาก AppliCAD และ JAKA Robotics ได้ที่ https://www.applicadthai.com/jaka/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top