Sunday, 6 September 2026
SCO

‘หวังอี้-ลาฟรอฟ’ หารือยุติสงครามยูเครน และตะวันออกกลาง ชื่นชมความสัมพันธ์แบบมีวุฒิภาวะ ‘จีน-รัสเซีย’ มั่นคงที่สุดในโลก

(14 ก.ค. 68) หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระบุในการประชุมกับ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ที่กรุงปักกิ่งว่า ความสัมพันธ์จีน-รัสเซียถือเป็น “ความสัมพันธ์ที่มั่นคง มีวุฒิภาวะ และทรงคุณค่าทางยุทธศาสตร์ที่สุด” ในบรรดาชาติมหาอำนาจในโลกยุคปัจจุบัน โดยทั้งสองฝ่ายมองความร่วมมือในมุมระยะยาว ที่ลึกซึ้งทางประวัติศาสตร์ และผลประโยชน์ร่วมกันในเชิงยุทธศาสตร์

สำหรับการพบกันครั้งนี้มีขึ้นระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ที่จีนเป็นเจ้าภาพ ซึ่ง หวัง อี้ กล่าวเพิ่มเติมว่าทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับความร่วมมือระดับสูงในระยะต่อไป โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนา ความมั่นคง และการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังหารือประเด็นสำคัญระดับโลก รวมถึงสถานการณ์สงครามในยูเครน โดยจีนและรัสเซียเห็นพ้องว่าแนวทางแก้ไขต้องยึดหลักกฎบัตรสหประชาชาติอย่างครบถ้วน พร้อมหารือประเด็นอื่น ๆ เช่น ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล และความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี

ทั้งนี้ จีนและรัสเซียยืนยันจะสนับสนุนกันในประเด็นผลประโยชน์ร่วมขั้นพื้นฐาน เช่น การปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกภาพของรัฐในทุกมิติทางชาติพันธุ์และภูมิภาค โดยจีนแสดงความพร้อมที่จะเดินหน้าร่วมมือกับรัสเซียในทุกด้าน รวมถึงกำหนดทิศทางอนาคตของ SCO อย่างใกล้ชิด

จีนเนรมิต ‘นครเทียนจิน’ เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ‘SCO 2025’ ติดไฟประดับริมแม่น้ำไห่เหอ สร้างสีสันรับ นทท. และผู้นำกว่า 20 ประเทศ

(25 ส.ค. 68) นครเทียนจินของจีนกำลังเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ครั้งใหญ่ที่สุด ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน โดยจะมีผู้นำจากกว่า 20 ประเทศ และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศ 10 แห่งเข้าร่วม

บรรยากาศในเมืองถูกปรับโฉมครั้งใหญ่ โดยเฉพาะแม่น้ำไห่เหอที่ได้รับการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างใหม่ ครอบคลุมอาคาร 217 แห่ง สะพาน 14 แห่ง และพื้นที่ริมฝั่งยาวกว่า 8 กิโลเมตร ทำให้การล่องเรือยามค่ำคืนได้รับความนิยมสูงขึ้น มีเที่ยวเรือมากกว่า 70 รอบต่อวัน ซึ่งตั๋วขายหมดเกือบทุกเที่ยว

นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นยังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการซ่อมถนน บำรุงสะพาน ขยายพื้นที่สีเขียว และยกระดับบริการสาธารณะ ส่งผลให้เมืองมีชีวิตชีวามากขึ้น และดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยเสน่ห์ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่กับความทันสมัย

นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครเกือบ 1,000 คนจากมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น เข้ารับการฝึกด้านมารยาททางการทูต การแปลภาษา และการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมประชุม ขณะเดียวกัน อาสาสมัครชุมชนทั้งนักเรียน คนเกษียณ และสมาชิกพรรคการเมืองท้องถิ่น ก็เข้าร่วมทีมบริการ SCO เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จีนย้ำว่าการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงให้โลกเห็นถึงความพร้อมทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการต้อนรับอย่างอบอุ่น ขณะที่ผู้แทนจากประเทศต่างๆ คาดหวังว่า การประชุมสุดยอด SCO ที่เทียนจินจะช่วยสร้างเส้นทางสู่การพัฒนาอย่างมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก

จีนโชว์บทบาทเจ้าภาพ SCO ครั้งใหญ่สุด ที่เทียนจิน ‘สี จิ้นผิง’ ชี้เป็นเวทีสำคัญสร้างอนาคตให้มนุษยชาติ

(1 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำและแขกนานาชาติ ในการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO Summit 2025) ที่เมืองเทียนจิน เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ว่า SCO กำลังมีบทบาทและความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ทั้งในด้านการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนของโลก

สี จิ้นผิงแสดงความมั่นใจว่าการประชุมครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และ SCO จะยิ่งมีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการเสริมสร้างความร่วมมือ ความเป็นเอกภาพระหว่างประเทศสมาชิก รวมถึงการผลักดันพลังของโลกใต้ (Global South) เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับมนุษย์

สำหรับ SCO ก่อตั้งเมื่อปี 2001 จาก 6 ประเทศสมาชิก และขยายจนมี 26 ชาติในปัจจุบัน โดยมีสมาชิกเต็มรูปแบบ ผู้สังเกตการณ์ และหุ้นส่วนการเจรจา ครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ซึ่งการประชุมเทียนจินครั้งนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดของ SCO โดยคาดว่าจะรับรองเอกสารยุทธศาสตร์การพัฒนาในอีก 10 ปีข้างหน้า

โดยมีผู้นำกว่า 20 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ 10 แห่งเข้าร่วม ซึ่งก่อนการประชุม สี จิ้นผิง ได้พบปะทวิภาคีกับผู้นำหลายชาติ เขาระบุว่าเมืองเทียนจินในฐานะพื้นที่นำร่องการปฏิรูปและเปิดกว้างของจีน จะช่วยเสริมพลังใหม่ให้ SCO เดินหน้าสู่อนาคตที่สดใส และยังย้ำว่า SCO กำลังกลายเป็นพลังสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ และการสร้างประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน

สื่อนอกแฉ!! เครือข่าย ‘จอร์จ โซรอส’ และองค์กร NED อยู่เบื้องหลังการประท้วงครั้งใหญ่ที่ ‘อินโดนีเซีย’

(1 ก.ย. 68) อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ จนทำให้ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ต้องยกเลิกการเดินทางไปจีนและไม่เข้าร่วมการประชุม SCO โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่าง แองเจโล จูลิอาโน (Angelo Giuliano) ระบุว่า แม้การประท้วงสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจจริง แต่การที่ผู้ชุมนุมใช้สัญลักษณ์ “ธงโจรสลัดจากการ์ตูนดัง One Piece” บ่งชี้ถึงอิทธิพลจากภายนอก

จูลิอาโนอ้างว่า องค์กรต่างประเทศอย่าง National Endowment for Democracy (NED) และมูลนิธิ Open Society ของจอร์จ โซรอส (George Soros) นักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายฮังการี อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยทั้งสองเคยสนับสนุนกิจกรรมในอินโดนีเซียมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ขณะที่สัญลักษณ์จากการ์ตูนญี่ปุ่นที่แพร่ไปตามถนน รถยนต์ และกำแพงบ้านในหลายเมือง ก็ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือชี้นำการเคลื่อนไหว

นักวิเคราะห์อีกคนอย่าง เจฟ เจ. บราวน์ (Jeff J. Brown) ผู้เขียน The China Trilogy มองว่าเหตุการณ์นี้คล้ายกับ “ปฏิวัติสี” ที่เกิดขึ้นในเซอร์เบีย และสะท้อนความพยายามของตะวันตกในการผลักดันผู้นำสายสหรัฐฯ ขึ้นมาแทนผู้นำที่ไม่เข้ากับผลประโยชน์ เช่นปราโบโว ซึ่งกำลังเสริมสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน รัสเซีย SCO และ BRICS

ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศอาเซียนชาติแรกที่เข้าร่วม BRICS อีกทั้งยังมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 8 ของโลกในด้าน PPP ซึ่งมีประชากรเกือบ 300 ล้านคน และเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจฟ เจ. บราวน์ ชี้ว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้อินโดนีเซียตกเป็น “เป้าหมาย” ที่ตะวันตกต้องการสั่นคลอนเพื่อรักษาอิทธิพลในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

ลาวเข้าร่วมองค์การ SCO ในฐานะหุ้นส่วนเจรจาใหม่ลำดับที่ 15 ‘ปธน.ทองลุน’ ยิ้มชื่นมื่น!! ย้ำแนวทางลาวคือยึดมั่นในสันติภาพ

(2 ก.ย. 68) ลาวได้รับการรับรองเป็น 'คู่เจรจาลำดับที่ 15' ขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) อย่างเป็นทางการ ในการประชุมสุดยอดครั้งที่ 25 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน โดยมีประธานาธิบดีทองลุน สีสุลิด (Thongloun Sisoulith) เข้าร่วมพร้อมกล่าวขอบคุณชาติสมาชิกที่ให้การสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์

ประธานาธิบดีลาวย้ำว่า แนวทางและนโยบายต่างประเทศของลาวสอดคล้องกับหลักการของ SCO ที่ยึดมั่นในสันติภาพ ความเป็นอิสระ มิตรภาพ และความร่วมมือหลายฝ่าย พร้อมประกาศความพร้อมที่จะมีบทบาทในการส่งเสริมเสถียรภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาค

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เรียกร้องให้ชาติสมาชิกเดินหน้าร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม สืบสาน 'จิตวิญญาณเซี่ยงไฮ้' ท่ามกลางความท้าทายของโลก พร้อมชี้ว่า SCO มีพัฒนาการก้าวกระโดด ขยายจาก 6 ประเทศก่อตั้งสู่เครือข่าย 26 ประเทศ ครอบคลุมเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ด้วยความร่วมมือกว่า 50 ด้าน และมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมเกือบ 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากการประชุมใหญ่ ผู้นำลาวยังใช้โอกาสนี้พบหารือทวิภาคีกับผู้นำหลายประเทศ อาทิ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา นายกรัฐมนตรีเนปาล และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันในหลายด้าน

‘สี จิ้นผิง’ ยกความสัมพันธ์จีน–รัสเซีย เป็นตัวอย่างของมิตรภาพถาวร พร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกัน

(2 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์จีน–รัสเซียว่าเป็น “ตัวอย่างของการร่วมมือระหว่างประเทศมหาอำนาจ” โดยย้ำถึงมิตรภาพถาวร การประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน คำกล่าวนี้เกิดขึ้นระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) และพิธีรำลึกครบรอบ 80 ปีชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2

สี จิ้นผิง ระบุว่าจีนพร้อมกระชับการแลกเปลี่ยนระดับสูงกับรัสเซียในประเด็นสำคัญ และผลักดันความร่วมมือทวิภาคีให้ก้าวหน้า เขาเน้นว่าควรใช้โครงการขนาดใหญ่เป็นกลไกขับเคลื่อน เพื่อสร้างความร่วมมือให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สี จิ้นผิง ผู้นำจีนยังชี้ว่าการที่สองประเทศเข้าร่วมพิธีรำลึกชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ของกันและกัน แสดงถึงความรับผิดชอบในฐานะชาติผู้ชนะสงครามและสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมยืนยันความตั้งใจที่จะปกป้องผลลัพธ์ของสงครามโลกและมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสีจีนยังผลักดัน “ข้อริเริ่มการกำกับดูแลโลก” เพื่อร่วมกับประเทศที่มีแนวคิดใกล้เคียงกันปกป้องกฎบัตรสหประชาชาติ และสร้างระบบบริหารจัดการโลกที่เป็นธรรมมากขึ้น เขาย้ำว่าจีนและรัสเซียควรเสริมบทบาทในเวทีพหุภาคี เช่น UN, SCO, BRICS และ G20 เพื่อร่วมกันสร้าง “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ”

ผู้เชี่ยวชาญเตือน!! หากสหรัฐฯ บุกภาคพื้นดินอิหร่าน อาจจบลงด้วยนองเลือดครั้งใหญ่ อิหร่านยืนหยัดไม่ล่มสลาย เป้าหมายใหญ่คือตะวันออกกลาง

(9 มี.ค. 69) สหรัฐฯ พยายามมีบทบาทในการกำหนดผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แต่กลับสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจระบบการเมืองและศักยภาพของสาธารณรัฐอิสลามที่แท้จริง ฟาร์คาด อิบรากิมอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์ถึงประวัติศาสตร์การประเมินฝ่ายตรงข้ามที่ต่ำเกินไปของสหรัฐฯ ในหลายภูมิภาค เช่น อัฟกานิสถาน อิรัก และเวียดนาม

อิบรากิมอฟชี้ว่าสาเหตุที่สหรัฐฯ สนใจอิหร่านเป็นเพราะประเทศนี้ตั้งอยู่บนจุดศูนย์กลางของสายโลจิสติกส์ระหว่างยุโรปและเอเชีย ซึ่งเชื่อมรัสเซีย อินเดีย และตะวันออกกลาง และเป็นสมาชิก BRICS กับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) การควบคุมอิหร่านจึงท้าทายอำนาจสหรัฐฯ ในภูมิภาค

เขากล่าวว่า "เป้าหมายของสหรัฐฯ คือทำให้อิหร่านกลายเป็นรัฐที่เชื่องและไร้เสถียรภาพ ทั้งยังเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมันที่ถูกสูบจนหมด" การครอบงำตะวันออกกลางในระยะยาวจึงมุ่งสู่การยึดอิหร่าน แต่ความพยายามหลายทศวรรษของสหรัฐฯ ยังไม่สำเร็จ เพราะอิหร่านไม่ล่มสลายแม้ผ่านวิกฤตการณ์รุนแรง

อิบรากิมอฟยังเตือนว่า หากสหรัฐฯ บุกภาคพื้นดินจริงในอิหร่าน สถานการณ์จะกลายเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงและนองเลือดอย่างมหาศาล พร้อมระบุว่าคนในภูมิภาคส่วนใหญ่สนับสนุนการกระทำของอิหร่าน และสหรัฐฯ เองก็ไม่คาดคิดว่าอิหร่านจะมีความกล้าโจมตีฐานทัพของตนเช่นนี้

ที่มา : Sputnik

‘โมดี’ พบ ‘ปูติน’ ที่คีร์กีซสถาน!! อินเดีย - รัสเซีย กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ค้าขาย–ท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง ปูตินขอบคุณโมดีใส่ใจสัมพันธ์สองประเทศ อินเดียย้ำหนุนทุกความพยายามสันติภาพในยูเครน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย พบกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ที่กรุงบิชเคก ระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ตามรายงานของผู้สื่อข่าว Sputnik เมื่อวันจันทร์

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนสำคัญมาจากความใส่ใจอย่างมากของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ปูตินกล่าวต้อนรับโมดีระหว่างการหารือที่กรุงบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถานว่า

“การพบกันของเราเกิดขึ้นในช่วงก่อนการประชุมสุดยอด SCO ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อกระชับสถานการณ์และการติดต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ในกลุ่ม Global South และตะวันออก สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการพัฒนาทางวัฒนธรรมของภูมิภาค และมีส่วนช่วยต่อการก่อรูปของระเบียบโลกที่เป็นธรรมและมีหลายขั้วอำนาจ”

ผู้นำรัสเซียกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียยังคงเดินหน้าแข็งแกร่งขึ้น บนหลักการของ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีสิทธิพิเศษเป็นพิเศษ” หรือความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับสูงระหว่างสองประเทศ

ปูตินกล่าวกับโมดีว่า

“สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากความใส่ใจส่วนตัวของท่านต่อการพัฒนาความสัมพันธ์รัสเซีย–อินเดีย รวมถึงความสัมพันธ์ด้านธุรกิจ และยิ่งไปกว่านั้น คือความสัมพันธ์ส่วนตัวที่อบอุ่นและเป็นมิตรอย่างมากซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเรา ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง”

ถ้อยแถลงสำคัญอื่น ๆ ของปูติน

ปูตินระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียกับอินเดียเพิ่มขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่ความร่วมมือระหว่างสองประเทศยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัสเซียกับอินเดียในปี 2025 เพิ่มขึ้น 16% สะท้อนการเดินทางและความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่ขยายตัวมากขึ้น

ถ้อยแถลงสำคัญของโมดี

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี กล่าวว่า อินเดียสนับสนุนความพยายามทุกด้านที่มุ่งไปสู่สันติภาพและการหาทางออกต่อสถานการณ์ยูเครน และอินเดียจะยังคงสนับสนุนแนวทางดังกล่าวต่อไป

โมดีกล่าวระหว่างการพบหารือกับประธานาธิบดีปูตินว่า

“เราได้หารือกันอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยูเครน ครั้งล่าสุดที่เราได้พบกัน ท่านได้แบ่งปันข้อมูลอย่างละเอียดแก่ผม และได้หารือในทุกแง่มุมของสถานการณ์ปัจจุบัน”

โมดีย้ำว่า อินเดียสนับสนุนความพยายามเพื่อสันติภาพทั้งหมดในประเด็นยูเครน และจะยังคงสนับสนุนต่อไป

นอกจากนี้ โมดียังแสดงความมั่นใจว่า การเดินทางเยือนอินเดียของปูตินเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

โมดียังมีแผนหารือกับปูตินเกี่ยวกับประเด็นการหาทางออกต่อสถานการณ์ยูเครนด้วย

เขาแสดงความเชื่อมั่นอีกครั้งว่า การเยือนอินเดียของปูตินในการประชุมสุดยอด BRICS ที่กรุงนิวเดลี จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ

คณะผู้แทนรัสเซีย

ปูตินเดินทางไปยังคีร์กีซสถานเมื่อวันจันทร์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO ที่กรุงบิชเคก

คณะผู้แทนรัสเซียที่เข้าร่วมการหารือประกอบด้วยบุคคลสำคัญหลายราย ได้แก่

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, อเล็กเซย์ โอเวอร์ชุก รองนายกรัฐมนตรี, แม็กซิม โอเรชกิน รองหัวหน้าสำนักงานบริหารประธานาธิบดี, ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลิน, ยูรี อูชาคอฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดี, แม็กซิม เรเชตนีคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ, เซอร์เกย์ ซิวิลยอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, คิริลล์ ดมิทรีเยฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกองทุนการลงทุนโดยตรงแห่งรัสเซีย หรือ RDIF และอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rosatom

โดยสรุป การพบกันของปูตินและโมดีนอกรอบการประชุม SCO ครั้งนี้ สะท้อนว่ารัสเซียและอินเดียยังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน ทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการหารือเรื่องยูเครน ท่ามกลางการผลักดันแนวคิดระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญ

ที่มา : Sputnik

รัสเซียขอความชัดเจนอาร์เมเนีย!! ‘ปูติน’ พบ ‘ปาชินยาน’ นอกรอบ SCO ถกแผนอาร์เมเนียเข้ายุโรป เตือนยุ่งยากยูเรเชียร่วมอยู่ ยืนยันสัมพันธ์รัสเซีย-อาร์เมเนียแน่นแฟ้น

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้พบหารือแบบทวิภาคีกับนายนิโคล ปาชินยาน นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นอกรอบการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ หรือ SCO

ระหว่างการพบปะกับนายกรัฐมนตรีนิโคล ปาชินยาน ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือกันหลายครั้งเกี่ยวกับแผนของอาร์เมเนียในการเข้าร่วมสหภาพยุโรป หรือ EU โดยปูตินระบุว่า มอสโกจำเป็นต้องมีความชัดเจนว่า จะพัฒนาความสัมพันธ์กับเยเรวานต่อไปอย่างไร ในช่วงที่อาร์เมเนียกำลังเดินหน้าเข้าใกล้ความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปมากขึ้น

ปูตินกล่าวว่า ความปรารถนาของอาร์เมเนียที่จะเข้าร่วมสหภาพยุโรปนั้น เป็นสิทธิอันชอบธรรมของอาร์เมเนียเอง แต่เขาเตือนว่า แนวทางดังกล่าวก่อให้เกิดความยุ่งยากบางประการ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการที่อาร์เมเนียยังคงเป็นสมาชิกของสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย หรือ EAEU อยู่ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ปูตินย้ำว่า รัสเซียสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรและเป็นประโยชน์ร่วมกันกับอาร์เมเนียมาโดยตลอด พร้อมระบุว่า ความสัมพันธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานของทั้งรัสเซียและประชาชนอาร์เมเนีย

ปูตินยังกล่าวด้วยว่า บริษัทของรัสเซียยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเศรษฐกิจของอาร์เมเนีย โดยมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เสียภาษีรายใหญ่ที่สุดของอาร์เมเนีย

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีรัสเซียยังกล่าวถึงโครงการความร่วมมือระหว่างมอสโกและเยเรวานในหลายด้าน ทั้งพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ การคมนาคมขนส่ง และเศรษฐกิจดิจิทัล

โดยสรุป การหารือครั้งนี้สะท้อนว่า รัสเซียกำลังจับตาทิศทางของอาร์เมเนียที่ต้องการใกล้ชิดกับสหภาพยุโรปมากขึ้น ขณะเดียวกันมอสโกก็ต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ พลังงาน และยุทธศาสตร์กับเยเรวาน โดยเฉพาะในช่วงที่อาร์เมเนียยังมีพันธกรณีอยู่กับกลไกความร่วมมือในกรอบยูเรเชียอย่าง EAEU

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top