Sunday, 7 June 2026
PoliticsQUIZ

'ชญาภา' ชี้ 'ประยุทธ์' สุดอนาถสภาพเหมือน 'ยาหมดอายุ' สอบตกทุกด้าน ข้องใจเหตุใดกองเชียร์ยังกล้าหาญเทียบชั้นอดีตนายกฯทักษิณ ทั้งที่ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

นางสาวชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่กองเชียร์ฝ่ายรัฐบาลขาประจำออกโรงอวดอ้างสรรพคุณรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเปรียบเทียบว่าผลงานดีกว่ายุครัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีร้อยเท่า โดยใช้วาทกรรมซ้ำซากกล่าวหาโจมตี ดร.ทักษิณ แล้วยกยอว่าพลเอกประยุทธ์คือผู้เสียสละทำเพื่อประเทศชาติ เชียร์แบบไม่ลืมหูลืมตาทั้งที่อยู่มาจนจะครบวาระ แต่พลเอกประยุทธ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยแม้แต่จะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของตัวเองที่ยื่นกับ ป.ป.ช. โดยไร้การท้วงติง เท่านี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสและไม่จริงใจต่อประชาชนแล้ว

นางสาวชญาภา กล่าวอีกว่า หากกล่าวถึงผลงานโดยรวมของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เกือบ 8 ปีที่บริหารประเทศนั้น 'สอบตกในทุกด้าน' ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม นโยบายที่เคยหาเสียงไว้ก็ทำได้ไม่ครบถ้วน ความยากลำบากจึงตกอยู่กับพี่น้องประชาชน  แต่พลเอกประยุทธ์ยังดันทุรังอยู่ต่อ ทั้งที่โลกความเป็นจริงประชาชนคิดอย่างไร พลเอกประยุทธ์คงรู้อยู่แก่ใจดี แต่หากจะกล่าวถึงผลงานยุครัฐบาล ดร.ทักษิณ เรียกว่า 'ยุคประชาธิปไตยกินได้' ประชาชนอยู่ดีกินดี นโยบายยุคไทยรักไทยยังสร้างคุณูปการและประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจวบจนถึงทุกวันนี้ เช่น โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรคที่ทั่วโลกยอมรับ พลเอกประยุทธ์ ยังเคยนำไปพูดอวดอ้างบนเวทียูเอ็น ทั้งที่เคยตำหนิว่าเป็นภาระงบประมาณและไม่เคยให้ความสำคัญกับโครงการนี้ แต่ก็ไม่กล้ายกเลิก เข้าข่ายเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง หรือไม่ หรือเเม้เเต่การจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคในสมัยรัฐบาล ดร.ทักษิณ ประสบความสำเร็จอย่างสง่างามสมศักดิ์ศรีประเทศไทยจนถูกกล่าวขวัญว่าอาจเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชียที่น่าจับตามอง แต่น่าเสียดายที่ขณะนี้ประเทศไทยต้องมาเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปคภายใต้รัฐบาลสืบทอดอำนาจ มีผู้นำไร้ความสามารถ เป็นรัฐบาลที่มีปมด้อย ไม่เป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศ ถ้าเปรียบผลงานให้เห็นชัดเจนคือ เปรียบเสมือน 'มวยวัด กับ มวยสากล' คือ คนละชั้นกัน

ทั้งนี้ โพลล่าสุดจากศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล ปรากฏว่า อันดับ 1 ร้อยละ 25.28 คนสนับหนุนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ลูกสาว ดร.ทักษิณ นั่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศ ส่วนพลเอกประยุทธ์คะแนนหล่นวูบรั้งท้าย ขณะที่พรรคเพื่อไทย คะแนนนิยมยังนำโด่งขาดลอย จนทำเอากองเชียร์ฝ่ายรัฐบาลพลเอกประยุทธ์พากันหวั่นไหวใจสั่น จนต้องหากลวิธีสกัดกั้นกระเเสเพื่อไทยแลนสไลด์ในทุกวิถีทาง แม้แต่โพลยังสู้ลูกไม่ได้ เหตุใดจึงมีความกล้าหาญไปเทียบรุ่นพ่อ สะท้อนว่าประชาชนเอือมระอาและต้องการความเปลี่ยนแปลงทีดีกว่าเป็นอยู่ทุกวันนี้

'นิพิฏฐ์' ฟาดรัฐบาลประยุทธ์กลับมติหนุนสูตรหาร 500 'เผด็จการเสียงข้างมาก' เหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์

'นิพิฏฐ์'ฟาดรัฐบาลประยุทธ์กลับมติของตนเองหนุนสูตรหารด้วย 500 ต้องเรียกว่า 'เผด็จการเสียงข้างมาก' เหมือนที่เคยเรียกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขอแก้เรื่องวาระส.ว. เตือนอำนาจถ้าไม่ประกอบด้วยธรรมสุดอันตราย

(8 ก.ค.65) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า

ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 500 หรือ 100 อะไรดีกว่ากัน? เมื่อโจทย์ผิด คำตอบก็ผิด

- ส่วนใหญ่แล้ว จะตั้งคำถามแบบนี้ ว่า อะไรดีกว่า หรือเหมาะสมกว่า บางคนเลยไปถึงขนาดว่า ชอบแบบไหน มากกว่าการตั้งคำถามแบบนี้ จะได้คำตอบที่ผิด เหมือนโจทย์ผิด คำตอบก็ผิด

- แล้วควรถามว่าอย่างไร? ที่ถูกแล้วควรถามว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าอย่างไร เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างไร รัฐสภาก็ต้องออกกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาเสียงข้างมาก(ซึ่งคือฝ่ายรัฐบาลนั่นแหละ) มีความเห็นมาตลอดว่า ต้องหารด้วย 100 ไม่อย่างนั้นจะขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ในวันสุดท้าย เสียงข้างมาก(ก็เสียงรัฐบาลอีกนั่นแหละ) กลับมติของตัวเอง ให้หารด้วย 500

'ทิพานัน' แตะเบรก 'เพื่อไทย' จ่อแตกแบงก์พัน ระวังเข้าข่ายขัดกมพรรคการเมืองม.28

'ทิพานัน' กระตุก 'หมอชลน่าน' ระวังเข้าข่ายขัดกม.พรรคการเมืองม.28 เบรกไอเดียแตกแบงก์พันตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทย ส่อเจตนาครอบงำพรรคอื่นฮั้วเลือกตั้ง ย้อนแสบไหนว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เหตุใดไม่ยอมรับเสียงในสภาฯ 

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า หลังรัฐสภาใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 พรรคเพื่อไทยอาจจะตัดสินใจตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทยขึ้นใหม่ เพื่อให้พรรคครอบครัวเพื่อไทยส่งบัญชีรายชื่ออย่างเดียว แล้วพรรคเพื่อไทยส่งเขตอย่างเดียวว่า เป็นความคิดที่แสดงถึงเจตนาที่เข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติว่าด้วย พรป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 28 เพราะการแตกแบงก์พันเป็นการดำเนินกิจการพรรคการเมืองที่ไม่เป็นไปตามครรลองการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
 
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า  ในการเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทย เคยสุ่มเสี่ยงส่งผู้สมัคร ส.ส. สลับเขตกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติ แต่ในครั้งนั้นการกระทำของทั้ง 2 พรรคพยายามปฏิเสธถึงความเกี่ยวโยง ครอบงำ ชี้นำซึ่งกันและกัน พยายามทำให้วิธีการแตกแบงก์พันคลุมเครือเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องว่างทางกฎหมาย ที่ ณ วันนั้นทั้งสองต่างออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกัน 

น.ส. ทิพานัน กล่าวต่อว่า ในครั้งนี้ การที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่รู้สึกหวาดกลัว หลังรัฐสภาใช้สูตรคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ หาร 500 เพราะมีหลายวิธีการ ซึ่งเพื่อไทยอาจจะตัดสินใจตั้งพรรคครอบครัวเพื่อไทยขึ้นใหม่ หรือที่หลายฝ่ายเรียกว่าแตกแบงก์พัน ให้พรรคครอบครัวเพื่อไทยส่งบัญชีรายชื่ออย่างเดียว แล้วพรรคเพื่อไทยส่งเขตอย่างเดียวนั้น การแสดงความคิดเห็นเช่นนี้ชัดว่าแนวทางพรรคเพื่อไทยกำลังจะขัด พรป. พรรคการเมือง 2560 มาตรา 28 ซึ่งหลังจากนี้หากมีการกระทำตามคำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นจริงไม่ว่าจะในนามพรรคชื่ออะไร ก็อาจเป็นการกระทำที่เตรียมตัวสู่การเลือกตั้งที่เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง นพ. ชลน่าน พรรคเพื่อไทย รวมถึงถึงพรรคใหม่ที่จะตั้ง ก็ต้องตระหนักถึงโทษที่มีถึงขั้นถูกยุบพรรค และกรรมการบริหารพรรคจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วย ตามมาตรา 92 พรป. พรรคการเมือง 2560

'เต้' ฉายแสง!! แถลงห่วง 'บิ๊กตู' หวั่นโดนยิงเหมือน 'อาเบะ' แนะ!! ใช้ 4 หมื่นคนคุ้มกัน หรือถ้ากลัวก็อยู่เฉยๆ ที่ รอ.1

(8 ก.ค.65) ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ แถลงถึงกรณี ชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ถูกลอบยิง 3 นัด ขณะที่กำลังปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครสภาสูงประเทศญี่ปุ่น ว่า...นายชินโซ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลาถึง 7 ปี 8 เดือน 27 วัน ตนอดนึกไม่ได้ว่าต้องเป็นห่วงนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 ตราบจนปัจจุบัน ระยะเวลาใกล้เคียงกับนายชินโซ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ 7 ปี 10 เดือน 11 วัน

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า ตนทราบมาว่านายกฯ ทั้งสองท่านมีความสนิทสนมกัน ในฐานะ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกมา ตนมีความเป็นห่วงต่อนายกฯ ไทย เพราะช่วงนี้พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่หาเสียงบ่อย ไปในแต่ละจุดก็มีทั้งประชาชนที่ให้ความรักเป็นจำนวนพอนับได้ แต่ก็มีประชาชนที่ไม่รักเป็นจำนวนมากเช่นกัน จึงอยากให้ท่านระวังตัวนิดหนึ่ง เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขนาดนายกฯ ญี่ปุ่น ประชาชนธรรมดาซื้อลูกซองหัวตัดธรรมดายังยิงได้เลย

‘พงศกร - ประภัสร์’ หวนคอก ‘เพื่อไทย’ ร่วมดันแลนด์สไลด์อย่างถล่มทลาย

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค, นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค, นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พร้อมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ นายพงศกร อรรณนพพร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและอดีตประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่พรรคไทยสร้างไทย และนายพัชรกร อรรณนพพร บุตรชายนายพงศกร พร้อมนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและอดีตผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. พรรคไทยสร้างไทย เข้าร่วมงานงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเชื่อว่าทั้งสองท่านจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยให้เป็นความหวังและสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนายพงศกร ที่จะเป็นกำลังสำคัญในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อไปสู่การแลนด์สไลด์ขอนแก่นในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง รวมไปถึงนายประภัสร์ ที่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านคมนาคมคนสำคัญ มาช่วยกันสร้างสรรค์นโยบายเพื่อพี่น้องประชาชน และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นการส่งสัญญาณถึงผู้มีอำนาจว่าพรรคเพื่อไทยมีความพร้อม และมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะนำพาอนาคตพี่น้องประชาชนและประเทศชาติไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

เปิด 3 แกนกลยุทธ์สร้างอนาคตให้เมืองไทย ในวันที่ ‘รบ.ประยุทธ์’ ทำสำเร็จแล้วหลายส่วน

'บิ๊กตู่' ปรับลุคใหม่ ปล่อยคลิปแถลงการณ์ 'กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต' โชว์แผนนำไทยพ้นวิกฤติ 

นายกฯ ออกแถลงการณ์ ‘กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต’ ปลุกคนไทยร่วมสู้วิกฤติอีกครั้ง ให้หลุดพ้นความจน สร้างความมั่งคั่งรุ่งเรือง ลั่นเป็นภารกิจนายกฯ ต้องทำให้เกิดขึ้นจริง เหน็บรบ.อดีตวางโครงการสวยหรูเก็บขึ้นหิ้งฝุ่นเกาะ ยอมรับนำเสนอไม่เก่งแต่รู้วิธีทำเรื่องใหญ่ให้เกิดขึ้นได้ อ้อนบริสุทธิ์ใจ มีหัวใจอยู่กับปชช.และประเทศ

(8 ก.ค.65) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวแถลงการณ์ ‘กลยุทธ์ 3 แกน สร้างอนาคต’ เป็นคลิปวิดีโอความยาว 17.48 นาที ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha’ ว่า... 

วันนี้ตนอยากพูดกับทุกท่าน เกี่ยวกับอนาคตของบ้านเรา และการเดินหน้าต่อไปของประเทศไทย ตอนนี้ประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ภาวะการใช้ชีวิตที่ใกล้เคียงปกติแล้ว ข้างหน้าของเรายังมีอีกหนึ่งภัยร้ายที่ใหญ่ ยิ่งกว่ารอเราอยู่ นั่นคือ เราจะอยู่รอดอย่างไร จากการโหมกระหน่ำของพายุการขึ้นราคาทุกอย่าง ซึ่งสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่กระตุ้นให้ข้าวของแพง ไม่ว่าจะเป็น ราคาน้ำมัน อาหาร ค่าขนส่ง จนถึงขั้น ทำให้บางประเทศในภูมิภาค เข้าใกล้การล่มสลายทางเศรษฐกิจ วันนี้ตนขอใช้เวลาซักนิด เล่าเรื่องสำคัญ คือ กลยุทธ์ภาพใหญ่ของตนที่จะมาแก้ปัญหาปากท้องและความยากจนให้หมดไปเสียที

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในช่วงระยะสั้นๆ ได้ดำเนินนโยบายระยะสั้น แก้ปัญหาความยากจนเฉพาะหน้า หรือมีโครงการลดแลกแจกแถมต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า บางโครงการเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกฤต เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่โครงการแบบนั้น ไม่ใช่วิธีที่จะแก้ปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน และแน่นอนว่าวิธีการเหล่านั้น ไม่ทำให้ใครรวยขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้น ตนจึงตั้งใจเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่น ที่จะทำเรื่องใหญ่ๆ ให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อช่วยทุกคนให้สามารถสร้างรายได้ ได้มากขึ้นอย่างยั่งยืน ตนขอให้ทุกท่านเดินหน้าไปกับตน ในช่วงเวลาที่ภารกิจระยะยาวเพื่อทุกคน ที่ตนได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตนกำลังขับเคลื่อนกลยุทธ์ภาพใหญ่ที่มี 3 แกนหลัก ที่จะมายกระดับความรุ่งเรืองของประเทศ เป็น 3 แกนหลักที่กำลังจะเสร็จ และกำลังจะพร้อมที่จะช่วยเราทุกคนได้ในอนาคตอันใกล้

>> แกนที่ 1
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แกนที่ 1 คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ที่ใหญ่ที่สุด และบูรณาการมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย โครงการสร้างทางรถไฟ ถนน สนามบิน หรือท่าเรือ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความรุ่งเรืองมั่งคั่งของทุกคน โครงการที่ต้องใช้เวลาก่อสร้างยาวนานหลายปี และตอนนี้ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

เป็นสิบๆ ปีที่ผ่านมา รัฐมักจะวางแผนโครงการที่สวยหรูมากมาย ทั้งการสร้างทางรถไฟ ถนน สนามบิน และท่าเรือ แต่สุดท้าย แผนโครงการที่สวยหรูเหล่านั้นก็ถูกเก็บขึ้นหิ้ง จนฝุ่นเกาะ และไม่เคยถูกทำให้เกิดขึ้นจริง – กลายเป็นว่า ประชาชนหลายสิบล้านคน ยังคงต้องใช้ชีวิตกันต่อไป โดยไม่ได้รับประโยชน์จากการมีโครงสร้างพื้นฐาน และการคมนาคมขนส่งที่ดีกว่า และถูกกว่า ที่ในที่สุดแล้ว จะช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชน สร้างรายได้ ได้มากขึ้นด้วย 

ความมุ่งมั่นหลักของตนคือ ทำอย่างไรให้โครงการนับร้อยๆ เหล่านั้น เกิดขึ้นจริงให้ได้ และเป็นไปอย่างบูรณาการ เพราะตนรู้ว่า เมื่อโครงการทางรถไฟ โครงการรถไฟความเร็วสูง ถนน ท่าเรือ และสนามบินต่างๆ เกิดขึ้นจริง โครงการเหล่านั้นจะเชื่อมต่อกัน เหมือนต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ได้สำเร็จ และนั่นคือเวลาที่เราจะคาดหวังถึงความเจริญรุ่งเรืองอย่างก้าวกระโดดของประเทศเราได้ – และเมื่อโครงการต่างๆ เหล่านั้นเชื่อมต่อกัน จะเป็นเหมือนสะพานเชื่อม เป็นเครื่องมือให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง และประเทศได้โครงการสำคัญต่างๆ ของเรา ในทุกมุมของประเทศ มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร และเริ่มใกล้ที่จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

>> แกนที่ 2
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แกนที่ 2 ของกลยุทธ์ภาพใหญ่ของตน เพื่อที่จะสร้างความมั่งคั่งรุ่งเรืองให้กับคนไทย คือแกนที่เกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด โดยภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงต่างๆ เป็นภาคอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงเชื่อมต่อไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจขนาดเล็กอีกมากมาย ตลอดจนดึงเงินมหาศาลให้ไหลเข้าประเทศไทย ผ่านการส่งออกต่างๆ เป็นตัวขับเคลื่อนความมั่งคั่งรุ่งเรืองของไทย ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา 

แต่วันนี้ อุตสาหกรรมนี้ กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ เพราะการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลก เป็นเวลาที่ผู้ผลิตยานยนต์ อาจจะต้องเลือกที่จะสร้างโรงงานผลิตรูปแบบใหม่ ในประเทศต่างๆ 

ดังนั้น เราต้องเดินหน้าให้เร็ว และเร็วกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ที่กำลังพยายามจะใช้โอกาสนี้ ดึงเอาอุตสาหกรรมยานยนต์ออกไปจากประเทศไทย ให้ไปอยู่ในประเทศของเขา เพราะฉะนั้นผมได้ขับเคลื่อน และพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สำคัญของโลก เราต้องล็อกผู้ผลิตยานยนต์ทั่วโลก ให้อยู่ในประเทศไทย และเราต้องช่วยให้เรื่องต่างๆ ง่ายขึ้นสำหรับเขา ในการที่เค้าจะลงทุนเพิ่ม และขยายธุรกิจของเค้าในประเทศไทย 

ถ้าเราทำสำเร็จ เส้นทางนี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่เกื้อหนุนหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมต่างๆ และประเทศไทยให้มั่งคั่งต่อไปได้ อีกเป็น 20-30 ปีข้างหน้า วันนี้ เราเดินมาได้ไกลแล้ว ด้วยการทำงานอย่างรวดเร็ว และบูรณาการหลายหน่วยงาน จนผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกหลายราย แสดงเจตนารมณ์ว่าจะเดินหน้าตั้งโรงงานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราจะต้องทำ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพื่อให้ได้ข้อสรุปกับผู้ผลิตยานยนต์ต่างๆ เหล่านั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า และอีกส่วนหนึ่งของภารกิจในแกนหลักที่ 2 ของตนคือ เราจะต้องทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า มีราคาที่ถูกลง สำหรับคนไทยทุกคน ตนจะให้รายละเอียดเพิ่มเติม และความคืบหน้า เกี่ยวกับกลยุทธ์แกนที่ 2 นี้ ประมาณช่วงเดือนหน้า

‘ชนินทร์’ จี้ ‘ประยุทธ์’ เลิกกดทับท้องถิ่น เร่งกระจายเงินชดเชยภาษีที่ดินฯ ค้างจ่ายปี 63-64 ห่วงท้องถิ่นถังแตก ขาดการพัฒนา

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการงบประมาณท้องถิ่นปี 2566 กล่าวว่า จากการบริหารงานของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นำพาประเทศชาติมาถึงจุดที่ถังแตกอยู่บนกองหนี้ทุกด้าน ปัญหานี้กระจายตัวไปยังในระดับท้องถิ่นอย่างชัดเจนแล้วจากผลกระทบของการลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2563 และ 2564 ซึ่งเป็นรายได้สำคัญของท้องถิ่นทำให้กลุ่มเทศบาลเมือง เทศบาลนคร เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร จัดเก็บจริงลดลงเป็นอย่างมาก จากเดิมที่เคยมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน กับภาษีบำรุงท้องที่ในปี 2562 ถึงปีละกว่า 22,000 บาท รวมสองปีกว่า 44,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันท้องถิ่นเหล่านี้ยังไม่ได้รับการชดเชยรายได้จากรัฐแม้แต่บาทเดียว 

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันนายกเทศมนตรีในหลายเทศบาลสะท้อนว่ามีความลำบากมาก เพราะการขาดรายได้จากภาษีที่ดินฯ ทำให้ต้องหยุดการลงทุนเพื่อพัฒนาในพื้นที่ทุกอย่าง รวมถึงต้องนำเงินสะสมที่มีออกมาใช้จ่ายเป็นค่าบริหารจัดการแทนรายได้ที่หายไป แม้ในปีนี้จะสามารถเก็บภาษีที่ดินฯ ได้ในอัตราปกติแล้ว แต่ประชาชนและเอกชนยังอยู่ในภาวะขัดสน ชักหน้าไม่ถึงหลัง ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ต้องรีบแก้ปัญหานี้ให้จบ เร่งจัดสรรเงินชดเชยรายได้ให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่างๆ ตามที่เคยสัญญาไว้อย่างเร่งด่วน โดยอาจนำเงินงบประมาณคงเหลือในปี 2565 ถ่ายโอนมาจัดสรรก่อน หรือเสนอแปรญัตติงบประมาณ 2566 ที่ไม่จำเป็นมาเติมให้ในส่วนนี้ เพื่อเร่งนำส่งท้องถิ่นให้กลับมาสร้างงาน สร้างรายได้ เกิดการลงทุนและจ้างงานอีกครั้ง

“การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ ยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับการ ‘กระจายอำนาจ’ โดยสิ้นเชิง ที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ละทิ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เคว้ง ซ้ำยังกดทับท้องถิ่นให้ขาดการพัฒนา เหมือนคนถูกตัดแขนตัดขาแล้วไม่เร่งรักษาให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพ เร่งคืนรายได้ให้พวกเขา ให้ท้องถิ่นแข็งแรงขึ้นโดยเร็ว” นายชนินทร์กล่าว

'โบว์-ณัฏฐา' ยก 'เสรีรวมไทย' พิชิตเจ้าถิ่น ยิ่งใหญ่มาก หลัง 'เสรี-พรรค' เคารพทุกคะแนนเสียงประชาชน

ควันหลง จากกรณีผลการเลือกตั้งซ่อม ลำปาง เขต 4 อย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังปิดหีบลงคะแนน ปรากฎว่า นายเดชทวี ศรีวิชัย ผู้สมัครเบอร์ 1 จากพรรคเสรีรวมไทย ได้คะแนน 55,638 คะแนน ขณะที่นายวัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัครเบอร์ 3 จากพรรคเศรษฐกิจไทย ได้ 30,451 คะแนน พร้อมต้องรอกกต. ประกาศรับรองต่อไปนั้น

ด้าน โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมอิสระ และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทย ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า...

ดีใจกับเสรีรวมไทยจริง ๆ ท่านเสรีและทีมงานไม่เคยหยุดที่จะไปเดินหาเสียงเต็มที่อย่างเคารพทุกคะแนนเสียงทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะผิดหวังมาแล้วกี่สนาม ครั้งนี้ชัยชนะที่ลำปางเหนือเศรษฐกิจไทยที่ส่งเจ้าของพื้นที่เดิมลง มันยิ่งใหญ่มาก 

จะเล่นการเมืองกันยังไงก็อย่าดูถูกประชาชน อะไรเป็นความชอบธรรม ยึดไว้ถือไว้ มันไม่หนักค่ะ

เปิดตัว ‘21 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.’ เพื่อไทยพร้อมเดินหน้า ‘แลนด์สไลด์ กทม.’

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รองประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายพิชัย นริพทะพันธ์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทยจำนวน 21 คน ที่จะมาเป็นตัวแทนของพรรคในการทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ เพื่อต้องการบอกกับพี่น้องประชาชนเจ้าของอำนาจที่แท้จริงว่าพรรคพร้อมทำงานกับพี่น้องประชาชนเพื่อนำพาทุกท่านให้พ้นวิกฤต ด้วยการนำเสนอบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในการที่จะเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนมาทำงานในระดับประเทศ และหลังจากนี้ก็จะมีการเปิดตัวในส่วนของภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยตั้งใจจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วง 2-3 เดือนนี้ หลังจากนั้นก็ตัวแทนของพรรคจะลงไปทำงานในพื้นที่เพื่อบอกกับพี่น้องประชาชนว่านโยบายของพรรคพื่อไทยเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ และเป็นความหวังและอนาคตของพี่น้องประชาชน

นายแพทย์ ชลน่าน กล่าวว่า การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ในวันนี้จำนวน 21 คน จากทั้งหมดที่พื้นที่ กทม. จะมี 33 เขตเลือกตั้ง ซึ่งในส่วนที่เหลือยังรอความชัดเจนในการแบ่งพื้นที่เขตเลือกตั้งของ กกต. อีกทั้งยังมีผู้ที่สนใจเสนอตัวเป็นตัวแทนพรรคจำนวนมาก พรรคจึงจะพิจารณาผู้ที่เหมาะสมโดยละเอียดอีกครั้ง

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กล่าวว่า พื้นที่ กทม. มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยจึงให้ความสำคัญคัดสรรผู้ที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการลงไปดูแลพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามจากการความมุ่งมั่นในการลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนตั้งแต่ประเทศเจอกับวิกฤตโควิด-19 จนถึงวันนี้ ทำให้ผลการเลือกตั้ง ส.ก. ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้รับความไววางใจจากประชาชน และได้ที่นั่งในสภา กทม. มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ทั้งนี้หลังจากการเลือกตั้ง ส.ก. 1 เดือน พรรคเพื่อไทยเราไม่ได้หยุดทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน โดยเรา ส.ก.ของพรรคเพื่อไทยได้เข้าไปทำหน้าที่ในการพิจารณางบประมาณของ กทม. พร้อมนำเสนอนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้เคยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง ส.ก. แล้ว

ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พท. เชื่อ!! 'ประยุทธ์' หวังอยู่ยาว ซัด!! 'ส.ว. - พรรคร่วม' โอบอุ้มค้ำอำนาจ ไม่เห็นหัวปชช.

'วิสาระดี' เชื่อ 'ประยุทธ์' หวังกุมอำนาจยึดประเทศยาวเกิน 10 ปี อัด ส.ว. และพรรคร่วมรัฐบาลลดตัวเป็นนั่งร้าน ค้ำอำนาจ ไม่เห็นหัวประชาชน 

นางสาว วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยึดอำนาจจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และก้าวขึ้นบริหารประเทศในตำแหน่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จนถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนถึงปัจจุบัน ยังคงใช้อำนาจตามอำเภอใจ และบริหารประเทศแบบไร้ทิศทางและไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง

การบริหารที่ผ่านมา รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนใกล้ชิด มองที่ผลประโยชน์กลุ่มนายทุนใกล้ชิดมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน ไม่เคยเห็นหัวประชาชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกร โดนนายทุนอัดเอาเปรียบกดราคารับซื้อสินค้าทุกชนิด อาทิ ข้าวเปลือกราคาตก แต่ข้าวสารแพง ราคาหมู ไก่ ปรับราคาขึ้นทุกวัน แต่หน้าฟาร์มราคากลับไม่ขยับ พลเอกประยุทธ์ในฐานะ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ควรที่จะศึกษาเพื่อหาต้นทุนที่แท้จริง ทั้งนี้ราคาซื้อกับราคาขายที่ห่างกันมาก ประโยชน์ตกกับนายทุนใกล้ชิดรัฐบาล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top