Sunday, 7 June 2026
PoliticsQUIZ

‘พิชัย’ ซัด ‘ประยุทธ์’ ไร้กึ๋นบริหารพลังงาน แนะเก็บเงินก๊าซ LPG ที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมเปโตรเคมีมาอุด

‘พิชัย’ สอน ‘ประยุทธ์’ เก็บเงินจากก๊าซ LPG ที่ส่งเข้าอุตสาหกรรมเปโตรเคมี กก. ละ 5-8 บาทได้เงินเป็นหมื่นล้าน ทำได้ทันที ชี้ ออก 8 มาตรการแทบไม่ช่วยเหลือประชาชน หวั่นผู้นำไร้วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน จะล้มละลายเหมือนศรีลังกา

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยยังน่ากังวลอย่างมากใน 4 ปัญหาที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตือนไว้แล้วตั้งแต่ต้นปีคือ ปัญหาราคาพลังงาน ทั้งราคาน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า ปัญหาข้าวของแพงและอัตราเงินเฟ้อสูง ปัญหาหนี้ ทั้งหนี้ประเทศและหนี้ประชาชน และปัญหาดอกเบี้ยขาขึ้น โดยทั้ง 4 ปัญหานี้จะเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้ออก 8 มาตรการ โดยอ้างว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน แต่ในความเป็นจริงเป็นการช่วยเหลือที่น้อยมาก หรือแทบไม่ช่วยเลย ที่ช่วยก็ช่วยเฉพาะคนกลุ่มที่เล็กมาก แถมหลายมาตรการยังเป็นการซ้ำเติมมากกว่าจะเป็นการช่วยเหลือโดยขอวิเคราะห์ดังนี้

1. มาตรการช่วยแม่ค้าหาบเร่แผงลอย ที่ถือบัตรสวัสดิการของรัฐ และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นค่าก๊าซหุงต้มเดือนละ 100 บาท ซึ่งเท่ากับช่วยวันละ 3.33 บาท ซึ่งน้อยมาก 

2. มาตรการตรึงราคา NGV สำหรับแท็กซี่ ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน ซึ่งก็ดีแต่มีคนจำนวนไม่มากนักที่ได้ประโยชน์

3. วางกรอบขายปลีก  LPG ที่ 408 บาท / ถัง 15 กก. นี่ไม่ใช่ช่วยแต่เป็นการเพิ่มราคาก๊าซหุงต้ม เพราะปัจจุบันยังขายอยู่ที่ 363 บาท สำหรับถัง 15 กก.  โดยรัฐจะขึ้นราคาไปอีก 3 ครั้งจนถึง 408 บาทซึ่งไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือเลย 

4. มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยให้เอกชนสามารถนำมาหักภาษีได้ 1.5 เท่า เมืองรอง 2 เท่า แต่รัฐบาลกลับมีแนวคิดจะเก็บค่าเหยียบแผ่นดินคนละ 300 บาท ซึ่งเป็นการย้อนแย้งกับมาตรการนี้ ทั้งที่การดึงดูดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศน่าจะสำคัญและจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของไทยมากกว่า 

5. อุดหนุนราคาดีเซล 50% ในส่วนที่สูงเกิน  ลิตรละ 35 บาท นี่เท่ากับเป็นการประกาศว่าจะขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเกินกว่าลิตรละ 35 บาท และอาจจะสูงเกินลิตรละ 38 บาทอีกด้วย ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือแต่อย่างใด 

6. ขอความร่วมมือจากโรงกลั่น ในการส่งกำไรจากส่วนต่างของน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะได้ผลไหม โรงกลั่นต้องไปถามผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก่อนหรือไม่ ถ้าทำได้ก็ดี 

7. ช่วยเหลือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เดือนละ 250 บาท หรือวันละ 8 บาทกว่าเท่านั้น แถมมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนมีเพียง 157,000 คนเท่านั้น 

8. ขอความร่วมมือประหยัดพลังงาน ยังงงว่านี่เป็นการช่วยเหลือได้อย่างไร 

ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่าทั้ง 8 มาตรการ แทบไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนเลย แถมยังซ้ำเติมความยากลำบากอีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม และขึ้นราคาน้ำมันดีเซล เป็นการเพิ่มภาระอย่างชัดเจน

'อรุณี' ชี้ 'ประยุทธ์' ไม่เคยเข็ด สั่ง 'เลขา สมช.' แก้วิกฤตเศรษฐกิจค่าครองชีพแพง 'วางคนไม่ตรงกับงาน' ทำประชาชนเดือดร้อน 

ดร.อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ มอบหมายและสั่งการให้พลเอกสุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รับมือวิกฤตความมั่นคงทางพลังงาน และอาหาร ว่า เป็นอีกครั้งที่พลเอกประยุทธ์ 'โยนเผือกร้อนงานใหญ่' ให้กับทหารที่ตนเองเชื่อมั่นเข้ามาทำหน้าที่แก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น แต่เป็นการวางงานให้แบบ 'ผิดฝาผิดตัว' อีกครั้ง เพราะความเป็นจริง การบริหารราชการแผ่นดินนั้นมีกระทรวงและรัฐมนตรีที่ผู้รับผิดชอบงานแต่ละด้านโดยตรงอยู่แล้ว มีกรม กองงาน ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องตั้งเลขา สมช. ขึ้นมาซ้ำซ้อน เพราะจะทำให้เกิดการผลักภาระงานและโยนความรับผิดชอบกันไปกันมา เหมือนที่เคยเกิดขึ้นสมัยตั้ง เลขาสมช. มาเป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศปก.ศบค.) สุดท้ายการแก้ไขปัญหาก็ล่าช้าและสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งหมดจึงเป็นบทพิสูจน์ว่าพลเอกประยุทธ์ไม่มีความสามารถในการ 'วางคนให้ตรงกับงาน' ทั้งที่มีอำนาจมากล้นมาตลอด 8 ปี เป็นทั้งนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมเศษฐกิจ เป็นประธาน ศบค. เป็นทุกอย่างแล้วแต่ไม่สามารถนำพาประเทศชาติออกจากวิกฤตได้เลย ปัญหาต่างๆ ที่คลี่คลายลงล้วนแล้วเกิดจากสถานการณ์ที่คลี่คลายลงด้วยตัวเองทั้งสิ้น 

‘อัษฎางค์’ ไขคำตอบแห่งกาลเวลา ชี้ไทยเป็นไปไทยได้ เพราะมีบรรพบุรุษ ประเพณี สถาบันพระมหากษัตริย์

ไม่นานมานี้ นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ ระบุว่า…

ส่งเสริมความเสมอภาค สิทธิ ความเท่าเทียม ด้วยการยกเลิก รากเหง้าของความเป็นไทย ยกเลิกจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่งดงาม ! 

ผมเคยเล่าเรื่องที่เด็กไทยในเมืองไทย ต่อต้านขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยให้ลูกฟัง

น้องอิง ลูกชายของผมซึ่งเรียนหนังสือในต่างประเทศมาตั้งแต่เล็ก ๆ จนถึงมหาวิทยาลัย พูดกับผมถึงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

ให้สังเกตดูดี ๆ ว่า
“คนที่ไม่มีอดีต มักเป็นคนที่ไม่มีปัจจุบัน และจะไม่มีอนาคต”

น้องอิง ขยายความเพื่ออธิบายข้อความดังกล่าวว่า...
ความหมายคือ คนที่ปฏิเสธอดีต มักเป็นคนที่ในปัจจุบัน “เป็นคนที่ไม่มีอะไร” ไม่มีแม้กระทั่งอนาคต เขาจึงต้องกลบเกลื่อนความเป็นตนเอง ด้วยการปฏิเสธอดีต เพราะเขาไม่มีอะไรมาตั้งแต่อดีต

ส่วนคนที่ “มีอะไร” มาตั้งแต่อดีต มักจะภูมิใจในตนเอง ว่าเขามี “อะไรมาตั้งแต่อดีต” ซึ่งมันทำให้ “มีปัจจุบันและจะมีอนาคต”

ครม.ตั้งกองทุนช่วยเหลือภาคการผลิตและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ (28 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้เห็นชอบการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือ และเพื่อปรับตัวของภาคการผลิตและบริการ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ทั้งนี้เพื่อช่วยประชาชนผู้ประกอบการ ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ให้เกิดศักยภาพทางการแข่งขันและปรับตัว เพื่อใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้าต่อไป

>> ครม.ยกเว้นภาษีผู้ประกอบการเซิร์ฟเวอร์ เพื่อหนุนไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคในอนาคต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.ได้อนุมัติหลักการ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับผู้ประกอบการที่ให้บริการพื้นที่ของเซิร์ฟเวอร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการจัดเก็บและประเมินผลที่เชื่อมต่อข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และการให้บริการสำรองข้อมูล เพื่อป้องกันเหตุขัดข้องและทำให้ข้อมูลเกิดความเสียหาย การให้บริการเชื่อมต่อเครือข่าย กับผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ต และผู้ให้การคลาวด์ เราจะให้บริการ บริหารจัดการระบบ และรักษาความปลอดภัยทางสารสนเทศ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองการสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัล ของภูมิภาคในอนาคต

>> ครม.ได้เห็นชอบแผนดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค 3.3 แสนล้าน เชื่อ EEC จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของไทย-อาเซียน ในอนาคต

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อีกเรื่องที่เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลก็คือการพัฒนาพื้นที่ EEC ซึ่งรัฐบาลได้วางรากฐานไว้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561 ทั้งการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค ระบบโครงข่ายคมนาคมไร้รอยต่อ ทั้งทางถนน ทางน้ำ ทางอากาศ หลายอย่างอยู่ในระหว่างดำเนินการ แม้ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรคอยู่บ้าง ก็ต้องดำเนินการหาวิธีการที่เหมาะสม และให้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ เพื่อยกระดับระบบการขนส่ง โลจิสติกส์ เพื่อรองรับเมืองใหม่อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมอัจฉริยะ และพลังงานสะอาด

‘ครูธัญ’ ปลื้ม!! สถาบันการเงินเริ่มปล่อยกู้ LGBTQ+ หวังอนาคตมีกฎหมายรองรับสิทธิเท่าเทียม

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ธนาคาร ธอส.ออกมาตรการปลดล็อก ให้ลูกค้ากลุ่ม LGBTQ+ กู้ร่วมได้ โดยเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่หน่วยงานต่าง ๆ เริ่มเข้าใจและเห็นความสำคัญของสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้มีความหลากหลาย แต่นี่เป็นเพียงความเข้าใจของบางหน่วยงานเท่านั้น ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ ซึ่งในความเป็นจริงสิทธิการกู้ร่วมของ LGBT ควรมีทุกสถาบันการเงิน 

“ขอขอบคุณสถาบันการเงิน และ ภาคเอกชนที่วันนี้เข้าใจความหลากหลาย และหวังว่าเสียงเหล่านี้จะสะท้อนถึงผู้มีอำนาจ ว่าความเท่าเทียมคือสิทธิขั้นพื้นฐานสำคัญของประเทศที่พัฒนาแล้ว” ธัญวัจน์ กล่าว
 

'ดร.บลู' ปลื้มใจ!! คนใต้เปิดรับ 'พรรคกล้า' ชี้ 'รับฟัง-ประสาน' ทุกปัญหาให้ได้จริง

'พรรคกล้า' เดินสาย 3 จังหวัดชายแดนใต้ คนพื้นที่สนับสนุน คาดหวังมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ชาวบ้านขอบคุณ 'กรณ์' ที่เป็นปากเสียงพูดเรื่องน้ำมันแพง

'ดร.บลู' ผศ.ดร.เอราวัณ ทับพลี ผู้อำนวยการพรรคกล้า เปิดเผยหลังเดินสายพื้นที่ภาคใต้ว่า ตนเองและทีมงานพรรคกล้า ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เปิดศูนย์ประสานงานและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 24-28 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีประชาชนให้การต้อนรับทุกพื้นที่ที่ไป และคาดหวังให้พรรคกล้าเข้ามาช่วยแก้ปัญหาปากท้อง เพราะมองว่าพรรคกล้ามีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และเป็นปากเสียงให้ประชาชน ที่ออกมาสะท้อนเกี่ยวกับปัญหาน้ำมันแพง

ผศ.ดร.เอราวัณ กล่าวว่า การเดินสายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปิดศูนย์ประสานงานและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดเท่านั้น แต่ยังรับฟังปัญหาในพื้นที่จากคนหลายกลุ่ม อาทิ ชาวประมงเดือดร้อนเรื่องน้ำมันที่จะต้องออกเดินเรือ ปัญหาเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุไม่เพียงพอ ส่วนวัยรุ่นเรียนจบออกมาแล้ว อยากมีงานทำในพื้นที่

แพทย์เผย ‘ลุงชวน’ อาการดีขึ้น แต่ให้นอน รพ.ต่ออีกระยะ

หลังจากเมื่อวาน (28 มิ.ย.65) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยอาการมีไข้ หนาวสั่น 

ล่าสุดมีอาการดีขึ้นแล้ว แต่แพทย์ยังให้นอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีอีกสักระยะ จนกว่าไข้จะลด และแข็งแรงขึ้น หลังจากวานนี้ (28มิ.ย.65) นายชวน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยอาการมีไข้ หนาวสั่น โดยได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ผลการตรวจเป็นลบ ไม่พบเชื้อ
 

'อัษฎางค์' ถาม!! หากการกราบไหว้ คือ ความไม่เท่าเทียม แล้ว 'ธนาธร' ก้มกราบไหว้-บูชาขอพร เรียกว่าอะไร?

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค’ ระบุว่า…

“การกราบไหว้ เป็นวัฒนธรรมการแสดงท่าทางที่อ่อนน้อมถ่อมตน มิใช่เรื่องความเท่าเทียมกันหรือเป็นระบบไพร่ทาส”

ถ้ากล่าวหาว่า การกราบไหว้คือ “ความไม่เท่าเทียมกันหรือเป็นระบบไพร่ทาส”

ภาพในหลวงก้มกราบพระสงฆ์ คืออะไร?
พระสันตะปาปาก้มลงจูบเท้าชาวบ้าน คืออะไร?

แม้นายธนาธร จะเคยกล่าวว่า “ผมไม่เชื่อว่าการกราบไหว้บูชา จะนำมาซึ่งความสำเร็จ” 

‘เจี๊ยบ’ จี้รัฐทบทวนแนวทางเยี่ยมผู้ต้องขังใหม่ หลังคนนอกรู้ช้า กรณีพยายามฆ่าตัวตายในคุก

กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ ยื่นหนังสือผ่าน ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ และ ส.ส.ก้าวไกล ร่วมตรวจสอบความโปร่งใสของกรมราชทัณฑ์ หลังเกิดกรณีนักกิจกรรมพยายามฆ่าตัวตายเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมจี้คืนสิทธิการประกันตัวให้ผู้ต้องขัง

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รับหนังสือจาก กลุ่มเยี่ยมเพื่อนในเรือนจำ ที่มาเรียกร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกรมราชทัณฑ์และกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในเรือนจำในกรณีต่าง ๆ 

อมรัตน์ กล่าวว่า ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ กมธ.ภายในวันนี้ (29 มิ.ย.) เหตุการณ์ทำร้ายตัวเองของนักกิจกรรมทางการเมืองมีลักษณะปิดข่าวจากกรมราชทัณฑ์ โดยเหตุการณ์เกิดตั้งแต่วันศุกร์ (24 มิ.ย.) แต่โลกภายนอกกว่าจะรู้เรื่องคือวันจันทร์ หากเกิดรุนแรงมากกว่านี้ ใครจะสามารถช่วยได้ทัน จึงขอให้กรมราชทัณฑ์และกระบวนการยุติธรรมทบทวนแนวทาง เรื่องการกำหนดคนเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในดุลพินิจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์สามารถทำได้ แต่ที่ผ่านมามีการใช้ข้ออ้างเรื่องโควิดในการจำกัดการเข้าเยี่ยม ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายและกำลังกลายเป็นโรคประจำถิ่น กฎเกณฑ์ จึงควรผ่อนคลายได้ อย่าให้โลกประณามไปมากกว่านี้ว่า ประเทศไทยมีการนำกฎหมายอาญา ม.112 และระเบียบเรือนจำมาใช้ เพื่อเป็นเครื่องมือจัดการนักกิจกรรมทางการเมืองและผู้เห็นต่าง

“สภาแห่งนี้ ใช้งบสร้างกว่า 2 หมื่นล้านบาท เป็นสภาของประชาชน ทุกคนต้องเข้ามาใช้ได้ และควรใช้พื้นที่แห่งนี้พูดคุยกัน ไม่ใช่พอมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในสังคมแล้วต้องเรียกเข้าไปคุยในกระทรวงกลาโหม ประเด็นที่จะนำเข้าไปใน กมธ. คือ เรื่องสิทธิในการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่ถูกจำกัด เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง กรมราชทัณฑ์อ้างโควิด และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในการจำกัดจำนวนเยี่ยม เป็นการทำให้ผู้ต้องขังที่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่เกิดความเครียดและทำร้ายตัวเองหรือไม่ จะต้องมีการตรวจสอบในเรื่องนี้”

จิรายุ โวยรัฐบาล ไม่สุภาพบุรุษโยนเผือกร้อนให้ ชัชชาติ ทีตอนประชุม ครม.แก้ปัญหาสีเขียว 

ถามจริงพณฯ ท่านวอคเอ้าท์ทำไม หากจริงใจแก้ไขป่านนี้คนกรุงสบายไปแล้ว ชี้ราคาควรแบ่งเป็น 2 ช่วง ถ้านั่งยาว 50 สถานีเฉลี่ยสถานีละ 1.15 บาท ถูกกว่ารถเมล์ รถแท็กซี่ รถแกร็ปหลายเท่า 

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณี ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวของกทม.ว่า
     
ถ้าเป็นรัฐบาลสุภาพบุรุษ เรื่องนี้รัฐบาลก็ไม่ควรโยนเผือกร้อนให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปแก้ไขปัญหาเพียงคนเดียว แถมยังไปใช้องคาพยพของพรรคการเมืองไปบูลี่ ผู้ว่ากทม.ดูยังไงก็การเมือง เรื่องผลประโยชน์แสนล้าน ซึ่งตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่แฟร์นึกอยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาก็ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาทอดเวลา ให้เผือกร้อน มาอยู่ในมือ ผู้ว่า และที่ผ่านมามีประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหา ก็บอยคอร์ดไม่เข้าประชุม ครม.แทนที่จะเข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาให้สมกับที่ประชาชนเลือกมา กลับปล่อยเรื่องนี้ให้คนอื่นไปแก้ไข เพราะไม่ว่าจะแก้ไขออกมาอย่างไรก็โดนตำหนิ ซึ่งตนเห็นว่ารัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมน่าจะมีปัญหา อย่างกรณีล้มประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีนบุรี บางขุนนนท์ ตนให้เขียนแปะข้างฝาไว้เลยว่าไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทัน และคาดว่าจะล่าช้าไม่น้อยกว่า 2 ปีทำให้ประเทศไทยเสียหาย ตามที่สภาพัฒนฯแจ้งไว้ 40,000 กว่าล้านบาทก็ยังไม่เห็นมีใครรับผิดชอบใดๆ ตนจะรอดูคำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบที่จะพิจารณาคดีรถไฟฟ้าสีส้มในวันจันทร์นี้ว่าจะมีคนซวยกี่คน ตนจึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอย่าลอยตัว โปรดลงมาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top