Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

'นายกฯ' สั่ง เดินหน้า สร้างความเชื่อมั่นดึงต่างชาติลงทุนไทย มอบทีมเศรษฐกิจเดินสายโร้ดโชว์ ประเดิมญี่ปุ่น 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้มีนโยบายให้ตั้งแต่หลังเทศกาลสงกรานต์เป็นจุดเริ่มต้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19(ศบค.) ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมาก็ได้มีมติยกเลิกข้อกำหนดการเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ Test&Go เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยมีผลเริ่มวันที่ 1 พ.ค. 2565 ไปแล้วนั้น

ทางด้านการลงทุนเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทีมเศรษฐกิจซึ่งมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงานดูแลรับผิดชอบ จัดทำแผนเพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุน สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศหลายมาตรการ  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ในส่วนของนักลงทุนในต่างประเทศระหว่างวันที่ 19-23 เม.ย. ที่ผ่านมานายสุพัฒนพงษ์  ได้นำคณะไปจัดกิจกรรมส่งเสริมและชักจูงการลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นต่างชาติที่มีการลงทุนในประเทศไทยมากที่สุด และเป็นประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายสำคัญของโลก ซึ่งในโอกาสนี้รองนายกรัฐมนตรีและคณะได้ให้ข้อมูลนักลงทุนเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรม S-Curve  รวมถึงมาตรการจูงใจนักธุรกิจและนักลงทุนเดินทางเข้ามาพำนักในประเทศไทยโดยถือวีซ่าสำหรับผู้พำนักระยะยาว (Long – Term Resident Visa: LTR)  

 “ต่อเนื่องจาการผ่อนคลายมาตรการเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีให้มีการมีการเจรจาทั้งทางการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อเร่งให้การค้าและการลงทุนเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย ซึ่งตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีเนื่องจากหลายประเทศได้เปิดประเทศ สามารถเดินทางได้มากขึ้นกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนของการโร้ดโชว์ในต่างประเทศนั้นเริ่มจากญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก ซึ่งตามแผนงานของสำนักงานบีโอไอจะทยอยเดินทางไปประเทศที่มีการลงทุนในไทยมากและเปิดประเทศแล้ว เช่น ยุโรป สหรัฐฯ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ซึ่งจะมีทั้งรูปแบบที่รองนายกรัฐมนตรีนำคณะไปในนามของรัฐบาลและระดับการให้ข้อมูลโดยสำนักงานบีโอไอเอง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว 

“เทพไท” ฟันธง “อุ๊งอิ๊ง” คือ นายกฯของเพื่อไทย ชี้หนี้ไม่พ้นการสืบทอดอำนาจคนตระกูลชินวัตร เย้ยคนใน พท.ก็แค่ “เบ๊” รับใช้เท่านั้น

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟสบุ๊ก ว่า เมื่อวานนี้ (24 เม.ย.) ตนได้นั่งดูการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อไทยด้วยความสนใจ และได้ลุ้นบทบาทการขึ้นเวทีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง พอๆกับการนั่งลุ้นของ นายทักษิณ ชินวัตร และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากดูไบ ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า น.ส.แพทองธาร มีพัฒนาการทางการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าเปรียบเทียบกับตอนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าการเมืองใหม่ๆ น.ส.แพทองธาร ฉายแวว มีบทบาทเด่นกว่า และมีหน่วยก้านทางการเมือง ที่ดีกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มาก 

“การขึ้นเวทีปราศรัยของคุณแพทองธาร เห็นได้ว่า มีการพูดจาได้ฉะฉาน แสดงบทบาทบนเวทีพร้อมที่จะเป็นผู้นำทางการเมืองได้อย่างสบายๆ และเชื่อว่าคุณแพทองธาร จะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน ห้วงเวลาต่อจากนี้ ไปจนถึงการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า ก็จะทำให้คุณแพทองธาร จะมีพัฒนาการและความแข็งแกร่งทางการเมืองมากยิ่งขึ้น สมกับที่คุณทักษิณได้คาดหวัง และวางแผนไว้”นายเทพไท ระบุ

นายเทพไท ระบุต่อว่า ส่วนตัวเชื่อว่าน.ส.แพทองธาร จะเป็นผู้นำตัวจริงของพรรคเพื่อไทย ตามที่นายทักษิณได้วางแผนไว้ ถ้าย้อนไปดูการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายทักษิณ ในอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เป็นการส่งเสริมบทบาท ของคนในครอบครัว วงศ์วานหว่านเครือของตัวเองทั้งสิ้น เช่น 1.ส่งเสริมให้มีบทบาทในตำแหน่ง ส.ส. มี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง น้องสาว นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ฯลฯ 2.สนับสนุนให้ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขย และน.ส.ยิ่งลักษณ์น้องสาว เคยสนับสนุนคนอื่นอย่างนายสมัคร สุนทรเวช แต่ก็ผิดหวัง เพราะควบคุม สั่งการไม่ได้ดั่งใจ

'ราเมศ' เผย ความพร้อม ก่อนเปิดสภา 

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดประชุมสมัยสามัญทั่วไปในวันที่ 22 พ.ค.ว่า 

การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดสมัยประชุมสภาในส่วนของพรรค ตลอดช่วงระยะเวลาที่ปิดสมัยประชุมสภาฯ ทางส.ส.ของพรรคจะใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ พบปะ เยี่ยมเยียน ช่วยเหลือเคียงข้างประชาชน ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังมีอยู่และ ส.ส.ทุกคนก็ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำหน้ากากผ้า จัดทำถุงยังชีพ  สนับสนุนอุปกรณ์ในการคัดกรองให้กับชุมชนและหน่วยงานทางการแพทย์ จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อเข้าไปช่วยเหลือกรณีประชาชนเดือดร้อนเร่งด่วน และอื่นๆอย่างเต็มที่ การร่วมมือร่วมใจกันคนละไม้ละมือเพื่อให้ผ่านสถานการณ์ช่วงนี้ไปให้ได้ 

“บิ๊กตู่” สั่งทีมเศรษฐกิจ เดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศ

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ทีมเศรษฐกิจ ซึ่งมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงานดูแลรับผิดชอบ โดยจัดทำแผนเพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุน สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ประกาศหลายมาตรการ  

ล่าสุดระหว่างวันที่ 19-23 เม.ย. ที่ผ่านมารองนายกฯ  ได้นำคณะไปจัดกิจกรรมส่งเสริมและชักจูงการลงทุนที่ประเทศญี่ปุ่น โดยได้ให้ข้อมูลนักลงทุนเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรม S-Curve รวมถึงมาตรการจูงใจนักธุรกิจและนักลงทุนเดินทางเข้ามาพำนักในประเทศไทยโดยถือวีซ่าสำหรับผู้พำนักระยะยาว (LTR)  

‘รวมไทยฯ’ ฉะ!! สายสีเขียว 20 บาท แค่ขายฝัน! ยัน!! ต้องกล้า ‘ทวงอำนาจ-รื้อระบบ’ ที่เละเทะก่อน

25 เม.ย. 65 นายวรนัยน์ วาณิชกะ หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “รถไฟฟ้าสายสีเขียว: ขายฝันในราคา 20 บาท กันอยู่หรือเปล่า?” โดยระบุว่า แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ก็หาเสียงกันไป: BTS สายสีเขียวต้องอย่างนี้ ราคาต้องอย่างนั้น ประชาชนต้องได้ประโยชน์ แต่ความเป็นจริง คือ ประชาชนเดือดร้อน

ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด ได้ลงพื้นที่หาเสียงกับแคนดิเดต ส.ก.ของพรรค ซึ่งหลายพื้นที่อยู่ในเขตของรถไฟฟ้าสายสีเขียว นอกจากเรื่องปากท้องที่เรารู้กันอยู่ อีกเรื่องที่ประชาชนเรียกร้องคือ : จะเอายังไงกับรถไฟฟ้า ทำไมปัญหาแก้ไม่จบ ขายฝันในราคา 20 บาท กันอยู่หรือเปล่า?

ความเป็นจริงคือ ปัญหาอยู่ที่นายกฯ ไม่กล้าตัดสินใจ กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงคมนาคมขัดแย้งกัน BTS ซึ่งเป็นเอกชน ถูกตราหน้าให้เป็นผู้ร้าย และประชาชน ถูกจับเป็นตัวประกันบนข้อขัดแย้ง

11 เมษายน 2562 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจ มาตรา 44 ต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว แต่ปัจจุบันทุกอย่างชะงัก เพราะกระทรวงคมนาคมค้าน

ทุกวันนี้ รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 เป็นบริการฟรี BTS ซึ่งรับจ้างเดินรถ รับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

ถ้าไม่ต่อสัมปทาน กทม. ก็ต้องจ่ายหนี้ BTS มูลค่าประมาณ 30,370 ล้านบาท บวกกับ 69,000 ล้านบาท ที่ต้องจ่ายให้กับ รฟม. ซึ่งเป็นค่าก่อสร้างงานโยธาส่วนต่อขยายช่วงที่ 2

‘กนก วงษ์ตระหง่าน’ ไขก๊อก รองหัวหน้าปชป. ผิดหวังต่อมาตรฐานจริยธรรมผู้บริหารพรรค

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. เวลา 10.00 น. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จำเป็นต้องลาออกจาก “รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” ด้วยสำนึกทางศีลธรรม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับการกระทำของผู้บริหารระดับสูงของพรรคท่านหนึ่ง ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด และได้เข้าสู่การพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมแล้วนั้น สาธารณชนจำนวนมากแสดงการไม่ยอมรับ และรังเกียจต่อการกระทำตามที่ถูกกล่าวหานั้น ด้วยเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อศีลธรรมอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อมาตรฐานความรับผิดชอบทางศีลธรรมของผู้บริหารพรรคโดยรวม และจากการดำเนินการของพรรคต่อเรื่องนี้โดยหัวหน้าพรรค กลับสวนทางกับความคาดหวังของสาธารณชนในเรื่องสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวมของพรรค

“ดร.รัชดา” นำ กก.บห. หญิง แสดงเจตจำนง มุ่งมั่น ทำงานเพื่อประชาธิปัตย์ หวังเป็นส่วนสร้างศรัทธาจากพี่น้องประชาชนให้กลับคืน 

ดร.รัชดา ธนาดิเรก กก.บห. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขออภัยที่ทำให้รอ ไม่ได้มาแถลงตรงเวลาตามที่นัดไว้ ตามที่ได้เป็นประเด็นอยู่ในสื่อออนไลน์นั้น ต้องเรียนว่า มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของพวกเรา กก.บห. พรรคหญิงทั้ง 7 คน ซึ่งประกอบด้วยตัวดิฉัน คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ อ.ผ่องศรี ธาราภูมิ คุณศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ที่อยู่ด้วยกัน และอีก 3 ท่านที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ ก็คือ ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล คุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ซึ่งก็หาเสียงอยู่ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ก็ปฏิบัติราชการอยู่ 

ตลอดห้วงเวลา 10 วันที่ผ่านมา มันมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มจากคนในพรรค แล้วก็มีเหตุการณ์ซ้ำซ้อน จนเกิดกระแสกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันการเมืองที่พวกเรารักยิ่ง พวกเรามีความทุกข์ใจ เสียใจ และอยากมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน พวกเราไม่เคยคิดที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ ยิ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค เป็นผู้หญิง เรามีความเดือดเนื้อร้อนใจค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของคนในพรรค ของกรรมการบริหารพรรค เราไม่อยากแสดงสิ่งใดออกไปที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าพรรคมีความแตกแยก เรายังรักกัน พวกเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อพรรคในทุกๆ ด้านที่ได้รับมอบหมาย เรายังมีความมั่นใจในอุดมการณ์ของพรรค และหวังว่าในอนาคต พวกเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างศรัทธาของพี่น้องประชาชนให้กลับมาสู่พรรคประชาธิปัตย์อีก เราน้อมรับทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เราพร้อมที่จะแสดงออกถึงความห่วงใย และเราจะไปปรับปรุงแก้ไขในทุกๆ สิ่งที่เราทำได้ 

ด้วยความที่เรารักพรรค สิ่งที่เราแสดงออก เราไม่อยากให้สังคมไปเข้าใจว่าพรรคมีความแตกแยก เพราะฉะนั้นวันนี้พวกเราทั้ง 4 คน ก็จะมุ่งมั่นทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรค และทั้ง 4 คนที่อยู่วันนี้ และอีก 3 คน ที่ได้ร่วมอุดมการณ์ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราก็จะมุ่งมั่นทำหน้าที่สมาชิกพรรคอย่างเต็มที่ ส่วนในเรื่องของตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคนั้น ... 

เราก็จะรับผิดชอบในส่วนที่เราทำได้ หากมีการตัดสินใจอย่างใดก็จะมาแจ้งให้ทราบ แต่วันนี้เราไม่อยากให้สังคมคิดว่า ใครๆ ก็เดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนั่นไม่ใช่ความจริง 

รมว.คลัง ดับฝัน คนละครึ่ง เฟส 5 ยังไม่ออกตอนนี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ว่า กระทรวงการคลัง ขอประเมินภาวะเศรษฐกิจ และฐานะทางการคลังอีกระยะหนึ่ง โดยเมื่อโครงการคนละครึ่ง เฟส 4  ครบกำหนดสิ้นเดือนเม.ย.นี้ไปแล้ว จะยังไม่มีมาตรการต่อเนื่องในทันที 

ทั้งนี้เห็นว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ประชาชนออกเดินทางไปใช้จ่าย ออกไปท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร เริ่มจำหน่ายดีขึ้นบ้าง โรงงานเริ่มรับคนกลับเข้ามาทำงาน เพิ่มกำลังการผลิต และเอกชนบางรายอาจเริ่มจ่ายโบนัสในปีนี้  เมื่อเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ความจำเป็นในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงมีความจำเป็นน้อยลง 

‘รัชดา’ นำทีม กก.บห. หญิง ปชป. เปิดใจ ยืนยัน ขอทำงานกู้วิกฤตศรัทธา ยังไม่ลาออก

ดร.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่ได้เป็นประเด็นอยู่ในสื่อออนไลน์นั้น ต้องเรียนว่า มันเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของพวกเรา กก.บห. พรรคหญิงทั้ง 7 คน ซึ่งประกอบด้วยตัวดิฉัน คุณเจิมมาศ จึงเลิศศิริ อ.ผ่องศรี ธาราภูมิ คุณศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ที่อยู่ด้วยกัน และอีก 3 ท่านที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่ ก็คือ ส.ส. พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล คุณอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ ซึ่งก็หาเสียงอยู่ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ก็ปฏิบัติราชการอยู่ 

ตลอดห้วงเวลา 10 วันที่ผ่านมา มันมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มจากคนในพรรค แล้วก็มีเหตุการณ์ซ้ำซ้อน จนเกิดกระแสกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นสถาบันการเมืองที่พวกเรารักยิ่ง พวกเรามีความทุกข์ใจ เสียใจ และอยากมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน พวกเราไม่เคยคิดที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบ ยิ่งเป็นกรรมการบริหารพรรค เป็นผู้หญิง เรามีความเดือดเนื้อร้อนใจค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของคนในพรรค ของกรรมการบริหารพรรค เราไม่อยากแสดงสิ่งใดออกไปที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าพรรคมีความแตกแยก เรายังรักกัน พวกเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อพรรคในทุกๆ ด้านที่ได้รับมอบหมาย เรายังมีความมั่นใจในอุดมการณ์ของพรรค และหวังว่าในอนาคต พวกเราจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างศรัทธาของพี่น้องประชาชนให้กลับมาสู่พรรคประชาธิปัตย์อีก เราน้อมรับทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เราพร้อมที่จะแสดงออกถึงความห่วงใย และเราจะไปปรับปรุงแก้ไขในทุกๆ สิ่งที่เราทำได้ 

‘บิ๊กตู่’ ถามคนหาดใหญ่ ‘รักจังฮู้ไหม’ ป้อนคำหวานบอกวันนี้ ‘เอาตัว หัวใจมาฝาก’

นายกฯ อ้อนคนหาดใหญ่ ถาม ‘รักจังฮู้ไหม’ บอก วันนี้ เอาตัว หัวใจมาฝาก ชี้เป็นเรื่องอนาคตได้นายกฯ แบบไหน อยู่ที่ประชาชนเลือกส.ส. ลั่นยังมีคนชอบสร้างความขัดแย้ง 

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 65 เวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางถึงท่าอากาศยานกองบิน 56 จังหวัดสงขลา โดยมี ส.ส.ภาคใต้มารอให้การต้อนรับ และเข้าพบประมาณ 30 นาที ที่ห้องรับรองสนามบิน พร้อมถ่ายภาพหมู่ร่วมกับนายกฯ โดยส่วนใหญ่เป็นส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อาทิ นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 2 นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา เขต 1 นายศาตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เขต 2 นายพยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา เขต 3 นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา เขต 1 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ อดีตผู้สมัครส.ส.สงขลา และยังมี นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายหิมาลัย ผิวพรรณ อดีตเตรียมทหารรุ่นที่ 25 เป็นต้น

ก่อนที่นายกฯ จะเดินทางต่อด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ดสีขาว หมายเลขทะเบียน ขน 777 สงขลา ไปยังจุดแรกในการตรวจติดตามโครงการพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 การแก้ไขปัญหาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ในการจัดทำโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ปรับปรุงคลองภูมินาถดำริ (คลองร.1) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยนายกฯ สั่งให้นำข้อเสนอของ ส.ส.มาพิจารณาแก้ไขปัญหาบริหารจัดการน้ำในพื้นที่

ต่อจากนั้นนายกฯ เดินทางไปตลาดกิมหยงเพื่อทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน โดยมีชาวบ้านตะโกนให้กำลังใจสู้ๆ นายกฯ อยู่ต่อ และขอให้นายกฯ รักษาสุขภาพด้วย ทั้งนี้นายกฯ ยังได้อุดหนุนขนมลอดช่อง และยังได้กล่าวให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้าว่า ขอให้เข้มแข็ง ขอให้ต่อสู้ กำลังใจที่ดีจะช่วยให้ก้าวผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไปได้

ทั้งนี้พ่อค้าแม่ค้าและประชาชน ยังได้เข้ามารุมล้อมขอนายกฯ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกพร้อมขอจับมือ ซึ่งนายกฯระบุว่า ไม่ได้สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปลอดภัยโควิด และเปลี่ยนจากการให้จับมือเป็นการใช้ข้อศอกสัมผัสแทน นายกฯ ยังได้สักการะองค์เทพเจ้าที่มูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง พร้อมเสี่ยงเซียมซีโดยหยิบขึ้นมาได้ 3 หมายเลข คือ 38 ,52 และ 45

จากนั้นนายกฯ กล่าวกับประชาชนว่า วันนี้นายกฯ เอาตัวและหัวใจมาฝาก ที่ผ่านมาเรารู้อยู่แล้วว่าเจอปัญหาหลายๆ อย่างด้วยกัน ทั้งโควิดและสงครามความขัดแย้งที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางให้พวกเราอยู่ได้ ให้เราอยู่รอด คำว่าอยู่รอดคือให้มีพอกินพอใช้ไปก่อน เพราะต้องใช้ค่าใช้จ่ายหลายอย่างโดยเฉพาะค่าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น ทั้งเรื่องพลังงาน น้ำมัน ปัญหามันมาพร้อมกันหมด นั่นคือสิ่งที่ทำให้นายกฯ อยู่ตรงนี้เพื่อแก้ปัญหา ทุกโครงการภาคใต้ตนติดตามมาโดยตลอด รวมถึงเรื่องงบประมาณ

นายกฯ กล่าวว่า ตนเป็นคนกำหนดนโยบาย และสิ่งที่กำหนดโดยประชาชนต้องการ โดยการรับฟังความคิดเห็นขึ้นมาผ่านส.ส. และนายกฯ นำมาประมวลดูว่าโครงการไหนทำได้ก่อน ฉะนั้นรัฐบาลจะทำได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกฯ ที่กำหนดนโยบายและตรวจสอบ ซึ่งยืนยันว่าตนตรวจสอบทุกอย่าง ข้อมูลที่ขึ้นมาจาก ส.ส.ต้องนำมาพิจารณากลั่นกรอง ไม่เลือกปฏิบัติเพราะประชาชนเป็นผู้เรียกร้องและเป็นผู้เดือดร้อน

นายกฯ กล่าวอีกว่า เวลาใครมาหาเสียงจะให้โน่นให้นี่ แค่เงินที่ดูแลแรงงาน เช่น คนละพันกี่หมื่นล้านแล้ว เราจึงต้องเร่งสร้างรายได้ให้ประเทศเศรษฐกิจฐานรากเหมือนที่ตลาดกิมหยง เราต้องช่วยกันถ้าจะให้เปล่าไปตามหลักการมันไม่ได้ ทั้งนี้อะไรที่ตนทำให้ได้จะทำให้จบให้ได้ ให้สิ้นสุดให้ได้ ตนก็รับฟังจากส.ส.ของเรา ตัวแทนของพวกเรา โดยจังหวะนี้ประชาชนได้ปรบมือชอบใจ พร้อมตะโกนว่านายกฯ สู้ๆ

ขณะที่นายศาตรา ที่ยืนอยู่ข้างๆ นายกฯ ได้ยกมือแสดงสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ประชาชน ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าและโค้งตัวไหว้ประชาชน นายกฯ จึงพูดแซวว่า “เฮ้ย นี่มาหาเสียงหรือเปล่าวะเนี่ย” ก่อนกล่าวอีกว่า แหย่เล่น วันนี้มีความสุข นายกฯ ไม่มีความสุขหลายวันแล้ว เพราะมีหลายปัญหา มีแต่ปัญหาๆ เข้ามา จึงอยากจะแก้ให้เสร็จทุกอย่าง

โดยจังหวะนี้มีชาวบ้านตะโกนว่า “ลุงหล่อมากคะวันนี้” นายกฯ ตอบกลับว่า “เหรอ วันนี้กลับไปไม่ทานข้าวแล้ว” พร้อมบอกอีกว่า แก่จะแย่แล้ว ขณะชาวบ้านตะโกนอีกว่ารักลุงตู่ สู้ๆ นายกฯ จึงตอบกลับไปว่า “รักจังฮู้ไหม”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top