Monday, 8 June 2026
PoliticsQUIZ

สื่ออินโดนีเซีย วิจารณ์ข้ามประเทศ ชี้ นายกฯ ไทยลาออก มีผลดีต่ออาเซียน

บทความจาก Kornelius Purba บรรณาธิการอาวุโสของ The Jakarta Post สื่อหลักของอินโดนีเซียระบุว่าการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง จะมีผลดีต่ออาเซียน ในความพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทหารของเมียนมา

รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศยิ่งใหญ่ซึ่งไม่เคยตกเป็นอาณานิคมมาก่อน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้รับการยกย่องจากนานาชาติมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ แต่เส้นทางประชาธิปไตยของไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง จากการก่อรัฐประหารถึง 13 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนพ.ค. 2557

เช่นเดียวกับที่เมียนมาต้องเผชิญเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้นำรัฐประหาร แม้ประชาชนจะพยายามรวมตัวกันเพื่อสร้าง "พลังประชาชน" ต่อต้านการรัฐประหารรวมถึงการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2564 แต่ก็ไม่เป็นผล

Purba มองว่าพล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีสนับสนุนพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย อย่างเปิดเผยเมื่อมีการโค่นล้มรัฐบาลของออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 และแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการ "แทรกแซงกิจการภายในของเมียนมา" จากบรรดาชาติอาเซียน

"วิโรจน์" อาสา ทวงสนามหลวงคืนปชช. ลั่น ถ้าได้เป็นพ่อเมืองกทม. ประกาศรื้อรั้วกั้นเปิดพื้นที่ทำกิจกรรม ชวนติดแฮชแท็กร่วมออกแบบ #สนามหลวงใช้ทำอะไรดี

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่สนามหลวง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล เดินทางไปสำรวจปัญหาการใช้งานสนามหลวง ซึ่งถูกปิดกั้นด้วยรั้ว ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก โดยระบุว่า คำว่าหลวง หมายถึงเป็นของประชาชน ใช้เงินภาษีประชาชน สนามหลวงจึงเป็นสนามของประชาชน ต้องให้ประชาชนได้ใช้อย่างสะดวกไม่ปิดกั้น หากผมเป็นผู้ว่าฯ กทม. สนามหลวงจะเปิดใช้งานอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนที่เคยเป็น เอารั้วกั้นออกให้หมด เปิดให้ประชาชนทำได้ทุกอย่างที่ถูกกฎหมาย ตั้งแต่เล่นว่าว ดูดวง ออกกำลัง ไปจนถึงกิจกรรมทางการเมือง

“บิ๊กตู่”ห่วงสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลนช่วงใกล้เริ่มฤดูกาลเพาะปลูก สั่งกระทรวงเกษตรฯ-พาณิชย์ สำรวจสต๊อก พร้อมจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมให้เพียงพอ 

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีความห่วงใยกับสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน เนื่องจากใกล้เริ่มฤดูกาลเพาะปลูกแล้ว จึงได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ สำรวจปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในสต๊อก และการจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมให้เพียงพอ ทั้งนี้ในปัจจุบัน โดยทราบดีว่าพี่น้องประชาชนประสบกับหลายปัญหาในเวลาเดียวกัน เป็นผลมาจากโควิดและซ้ำเติมด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ส่งผลกระทบหลายเรื่อง ทั้งพลังงาน ราคาสินค้า การขาดแคลนวัสดุ ต้นทุน เงินเฟ้อ การกักตุนสินค้า ฯลฯ โดยขณะนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการด้านพลังงาน และมาตรการช่วยเหลือแรงงาน ที่ได้รับความเดือดร้อนไปบ้างแล้ว ตามกำลังที่มีอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการ หรือสร้างความเดือดร้อนจนเกินไปนัก 

สำหรับเรื่องปุ๋ย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจนำเข้า เพื่อหาหนทางนำเข้าเพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด โดยราคาอาจจะต้องแพงขึ้นบ้าง รัฐบาลก็มีแนวคิดว่าเราจะช่วยกันอย่างไรได้บ้าง เช่น ใช้มาตรการทางการเงิน ช่วยปล่อยเงินกู้พิเศษ เงินกู้ระยะยาว ดูแลเรื่องดอกเบี้ย เป็นต้น ซึ่งผมได้มอบแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการปุ๋ยว่า... (1) ปุ๋ยจะต้องไม่ขาด รัฐบาลต้องหาปุ๋ยเพิ่มเติมจากต่างประเทศเข้ามาให้เพียงพอ (2) ราคาปุ๋ยต้องเป็นราคาที่เกษตรกรสามารถรับภาระได้ อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลจะอุดหนุนทั้งหมด ก็จะเป็นการแบกภาระทางการคลังของประเทศมากจนเกินไป ในขณะที่รัฐบาลยังคงต้องบริหารงบประมาณและแก้ปัญหาด้านอื่นๆ ไปพร้อมๆ กันด้วย ดังนั้น แนวทางที่เป็นไปได้ คือ รัฐบาลจะหาแหล่งสินเชื่อให้กับเกษตรกรรายย่อย โดยให้เกษตรกรรับผิดชอบตามราคาจริงที่ยอมรับได้ รัฐบาลกำหนดให้มีระยะเวลาผ่อนผัน (Grace period) ที่เกษตรกรไม่ต้องจ่ายต้นอย่างน้อย 2 ปี ประกอบกับรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระด้านดอกเบี้ยแทนเกษตรกร ซึ่งผมได้กำชับว่าการดำเนินการตามมาตรการนี้ จะต้องไม่เปิดโอกาสให้มีบุคคล หรือกลุ่มใดเข้ามาหาผลประโยชน์ หรือนำเข้าปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ ทั้งเรื่องปุ๋ย เรื่องพลังงาน ที่ราคาแพงขึ้น ผมได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกระทรวงการต่างประเทศ ให้ประสานงานกับต่างประเทศว่า จะสามารถให้การสนับสนุนในเรื่องเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง รวมทั้งเรื่องดูแลการส่งออกผลิตผลทางการเกษตรและผลไม้ ที่มีปัญหาการส่งออกไม่สะดวก สินค้าตกค้าง คอนเทนเนอร์ไม่พอเพียง การตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานที่ปลายทางเข้มงวดมากจากสถานการณ์โควิด ไปจนถึงการขนส่ง ทั้งทางอากาศ - รถไฟ - น้ำที่ล่าช้า จนอาจทำให้สินค้าการเกษตร - ผลไม้เสียหาย ก็ให้คณะทำงานเร่งแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้  ร่วมกันทุกกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเร่งพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดภาระด้านงบประมาณ จนเกิดผลกระทบกับกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว

รัฐบาลเปิดมาตรการลดค่าครองชีพ 3 เดือน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน แถลงมาตรการลดค่าครองชีพ ช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์ขัดแย้งยูเครน – รัสเซีย วันนี้ ว่า มาตรการที่รัฐบาลออกมาครั้งนี้ จะช่วยดูแลผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น 3 เดือนจากนี้ ครอบคลุมประชาชนหลายกลุ่มที่จะได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงนี้ไปได้

สำหรับมาตรการลดค่าครองชีพ อัพเดทล่าสุดวันที่ 24 มี.ค.2565 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มีวงเงินและแหล่งเงินที่ใช้ในการดำเนินมาตรการทั้งหมด 80,247 ล้านบาท แยกเป็นดังนี้ เงินกู้จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 39,520 ล้านบาท สัดส่วน 49% เงินสมทบกองทุนประกันสังคม 35,224 ล้านบาท สัดส่วน 44% งบกลาง สำนักงบประมาณ 3,740 ล้านบาท 5% และเงินจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 1,763 ล้านบาท สัดส่วน 2%

ส่วนมาตรการต่าง ๆ ประกอบด้วย 1.ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วย จำนวน 20 ล้านหลังคาเรือน ได้รับส่วนลดค่า FT ลง 22 สตางค์ เป็นเวลา 4 เดือน (พ.ค.-ส.ค.2565) 2.นายจ้างและผู้ประกันตนในมาตรา 33 ได้รับการลดเงินนำส่งจาก 5% เหลือ 1% งวดค่าจ้าง พ.ค. – ก.ค. ครอบคลุมนายจ้าง 4.9 ล้านคน และผู้ประกันตน 11.2 ล้านคน 3.ผู้ประกันตนในมาตรา 39 จำนวน 1.9 ล้านคน ลดเงินนำส่งจาก 9% เหลือ 1.9% งวดค่าจ้าง เดือนพ.ค. – ก.ค. 2565หรือจ่ายเงินสมทบลดลงจาก 432 บาทต่อเดือน เหลือ 91 บาทต่อเดือน 

'อัษฎางค์' แนะ 'วิโรจน์' อ่านหนังสือให้เกิน 8 บรรทัด ชี้!! สนามหลวงไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นโบราณสถาน 

'อัษฎางค์ ' ฟาด 'วิโรจน์ ก้าวไกล' อ่านหนังสือให้เกิน 8 บรรทัด ชี้!! สนามหลวงไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นโบราณสถาน หลังกรมศิลป์ขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 13 ธ.ค. 20 ย้ำ!! สนามหลวงเป็นสมบัติของชาติแล้วจะทวงคืนจากใคร? ไปให้ใคร? 

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ทวงคืนท้องสนามหลวง ระบุว่า...

ไม่มีวัวปน
"สนามหลวง ไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นโบราณสถาน"

………………………………………………………………….

โดย อัษฎางค์ ยมนาค

24 มีนาคม 2565 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เรียกร้องว่า 

"การมีรั้วมากั้นบริเวณท้องสนามหลวงนั้นตนไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการทำลายทัศนียภาพ ทำลายเสน่ห์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่จะได้ใช้พื้นที่"

นายวิโรจน์ ยังกล่าวต่อว่า...

"ทำไมไม่มีโต๊ะม้าหิน แท่นน้ำดื่ม มีแค่รถสุขา จะจัดสุขาให้เป็นสัดส่วนได้หรือไม่ เสน่ห์คนที่มาเล่นหมากรุก เปิดสภากาแฟ หรือแม้แต่เปิดเวทีไฮด์ปาร์ค จัดกิจกรรมทางการเมือง พูดประเด็นการเมืองและสังคม มันหายไปหมด ทั้งนี้อย่าอ้างพ.ร.บ.โบราณสถานมั่วๆ"

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร จากพรรคก้าวไกล ที่อาสามาบริหารจัดการเมืองกรุง แต่ดันไม่เข้าใจและแยกแยะเรื่องเล็กๆ แค่นี้ไม่ออกว่า สวนสาธารณะและโบราณสถาน มีการใช้ประโยชน์ต่างกันอย่างไร แล้วปัญหาใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ ที่มีมากมายจะเข้าใจและมีปัญญาอะไรไปดูแล, แก้ไขและบริหารจัดการ

ผมถือโอกาสสอนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี้ให้กับ"ว่า"ที่ผู้สมัครผู้"ว่า"ฯ ที่สมควรโดน"ว่า" เนื่องจาก"ว่า"ไม่เข้าใจเรื่องเล็กๆ แบบนี้

………………………………………………………………….

อ่านช้าๆ ดีๆ น่ะวิโรจน์น่ะ อ่านให้เกิน 8 บรรทัด แล้วกลับไปหาปี๊บคลุมหัวไว้ตอนหาเสียงในวันต่อๆ ไป

สวนสาธารณะ หมายถึงบริเวณสาธารณะที่ภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จัดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนตามชุมชนและเมืองต่างๆ โดยรัฐเป็นเจ้าของและเป็นผู้ดูแลรักษา

สิ่งที่นายวิโรจน์ แหกปากเรียกร้องว่า "ให้คนมาเล่นหมากรุก เปิดสภากาแฟ เปิดเวทีไฮด์ปาร์ค จัดกิจกรรมทางการเมือง พูดประเด็นการเมืองและสังคม" นั้นมันต้องเป็นสวนสาธารณะ ไม่ใช่โบราณสถาน ฮ่วย!!

'นายกฯ' เร่งผลักดันตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม หลังที่ครม.มีมติเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้แทนไทย เป็นผู้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอุตสาหกรรมอาเซียน-เกาหลีใต้ (ASEAN-Korea Industrial Innovation Center: AKIIC)

โดยคาดว่าการลงนามฯ จะจัดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 นี้ และสามารถจัดตั้งศูนย์ AKIIC ณ ประเทศเกาหลีใต้ ภายในปี 2566 ซึ่งจะเน้นความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การทำวิจัยร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

‘เทพไท’ คาใจ ตั้งคำถาม ‘ชัชชาติ-เพื่อไทย’ ฮั้วทางการเมืองในสนามเลือกตั้ง กทม.หรือไม่

วันที่ 25 มี.ค. 65 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัว ข้อความว่า เมื่อตอนเย็นวันที่ 24 มีนาคม เวลา 17.30 น. ผมนั่งดูการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย จำนวน 50 คนใน 50 เขต ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ มีการเชิญว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ขึ้นปรากฏตัวบนเวที และแนะนำตัวทีละโซน เมื่อแนะนำตัวเสร็จแล้ว จะมีตัวแทนผู้สมัครส.ก.โซนละคน กล่าวคำปราศรัย โชว์วิสัยทัศน์ พูดถึงนโยบายว่าจะทำอะไรให้คนกรุงเทพบ้าง มีการประกาศนโยบายหลายอย่าง ที่คนกรุงเทพฯ ประสบอยู่ แต่พรรคเพื่อไทยส่งแคผู้สมัคร ส.ก.ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ได้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารโดยตรง การประกาศนโยบายว่า จะทำโน้นทำนี้ออกไป จะให้ใครทำครับ

'เพื่อไทย' ติง 10 มาตรการของ 'ประยุทธ์' น้อยไป ไม่ฉลาด ชง 10 มาตรการพท. ให้เปรียบเทียบ

'เพื่อไทย' ติง 10 มาตรการช่วยประชาชนของรัฐบาล น้อยไปและไม่ฉลาด แถมมีเงื่อนไขเต็มไปหมด พร้อมแนะ 10 มาตรการของพท. ที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที ช่วยประชาชนได้อย่างมากและทั่วถึงให้ปชช. ได้เปรียบเทียบ

25 มี.ค. 65 - นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้แนะนำและเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนกันอย่างหนักจากปัญหาทางเศรษฐกิจมาตลอด ในที่สุดพลเอกประยุทธ์ ได้ออก 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนออกมา แต่เป็นมาตรการที่ต้องเรียกว่า น้อยไป และ ไม่ฉลาด โดยจะช่วยเหลือประชาชนได้น้อยมาก หรือแทบจะไม่ได้ช่วยเหลือเลย10 มาตรการทำเหมือนกับว่าจะสักแต่ว่าทำ หรือ ถือว่าได้ช่วยแล้วเท่านั้น แต่จะช่วยคนได้น้อยมาก โดยวิเคราะห์ได้ดังนี้

นายกฤษฎา ระบุว่า เรื่องการช่วยเหลือเรื่องก๊าซหุงต้มมียอดเงินช่วยเหลือที่น้อยมาก และยังต้องผ่านบัตรคนจนอีก ทั้งสำหรับประชาชนและสำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และคนที่ไม่ได้มีบัตรคนจนจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเลย การช่วยเหลือน้ำมันเบนซินสำหรับมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนมีเพียง 157,000 รายเท่านั้น และ ช่วยเพียงเดือนละ 250 บาท เฉลี่ยแล้วเพียงวันละ 8 บาท ซึ่งน้อยมาก การคงราคาก๊าซ NGV มีผลน้อยมาก เพราะผู้ใช้ก๊าซ NGV มีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็น รถบรรทุกบางส่วน และ รถแท็กซี่ที่ใช้ก๊าซ NGV เท่านั้น รวมถึงแท็กซี่มิเตอร์ในโครงการลมหายใจเดียวกันที่ได้ลดราคาก็มีจำนวนคนน้อย

การคงราคาดีเซลต่ำกว่า 30 บาทจนถึงสิ้นเดือนเมษายน ไม่น่าจะเป็นมาตรการที่ออกมาช่วยเหลือ แต่เป็นการเตือนมากกว่าว่าพลเอกประยุทธ์จะไม่ช่วยเหลือสนับสนุนราคาต่อแล้วหลังเดือนเมษายน การบอกว่าจะดูแลราคาก๊าซหุงต้มไม่ให้ขึ้นราคาสูงเกิน ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นมาตรการ แต่ต้องเป็นหน้าที่ ส่วนเรื่องเงินสมทบก็เป็นเรื่องที่เล็กน้อยมาก

ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามาตรการที่ออกมาแทบจะไม่ได้ช่วยประชาชนเลย แถมมีเงื่อนไขเต็มไปหมด ตอกย้ำผลโพลที่ประชาชนมากกว่า 3 ใน 4 ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลพลเอกประยุทธ์แล้ว และ ยิ่งตอกย้ำสิ่งที่พลเอกประยุทธ์พูดเองว่าทำอะไรคนก็หาว่าโง่ โดยมาตรการที่ออกมานี้ดูอย่างไรก็ไม่ฉลาด ในภาวะที่ประชาชนต้องมาเจอกับ ภาวะน้ำมันแพง ก๊าซแพง ไฟฟ้าแพง ข้าวของแพงและเงินเฟ้อสูง ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงขอเสนอ 10 มาตรการ โดยที่บางเรื่องได้เคยเสนอไว้แล้ว และนำมารวบรวมให้พิจารณากันดังนี้

1.) การลดราคาน้ำมัน ทำได้โดยเร่งพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลงอีก 2.99 บาท จะทำให้ดีเซลลดลงได้ 3.20 บาท ให้ลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นไทยเท่าราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ในราคาไม่บวกค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่น อีกทั้งควบคุมค่าการตลาด

2.) การลดราคาก๊าซหุงต้ม ทำได้โดยก๊าซหุงต้มที่ไทยผลิตได้เองจากโรงแยกก๊าซและโรงกลั่นน้ำมัน บมจ. ปตท. ควรรักษาระดับราคาเดิมไว้ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน โดยให้ บมจ. ปตท. สนับสนุนราคาในส่วนนี้ และพิจารณาปรับราคาเฉพาะก๊าซที่ใช้เติมรถยนต์และก๊าซที่ใช้ในอุตสาหกรรม เก็บเงินอุดหนุนจากก๊าซที่ใช้ในธุรกิจปิโตรเคมี เพื่อนำเงินนี้มาพยุงราคาก๊าซช่วยเหลือประชาชนที่ต้องใช้ก๊าซหุงต้ม เหมือนที่ทำในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

3.) การลดราคาไฟฟ้า ทำได้โดยรัฐต้องเจรจาขอลดค่าความพร้อม สำหรับโรงไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแต่ยังไม่ผลิตไฟฟ้า จะทำให้ค่าไฟลดลง รวมถึงลดค่าส่วนต่างของไฟฟ้าที่ซื้อจากโรงไฟฟ้าของเอกชนในราคาถูก แต่ถูกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตนำมาขายให้ประชาชนในราคาแพง จนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีกำไรสะสม 3 แสนล้านบาท การไฟฟ้านครหลวงมีกำไรสะสม 1 แสนล้านบาท ซึ่งควรนำมาช่วยลดรายจ่ายให้ประชาชน

'อุ๊งอิ๊ง' เปิดใจ 'วู้ดดี้' ซัด!! รัฐบาลนี้ทำประเทศถอยหลัง แย้ม!! 'ทักษิณ' กลับเมื่อไร ถึงเวลาจะรู้เอง

'อุ๊งอิ๊ง-หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย' เปิดใจ 'วู้ดดี้' อยากเห็นการเปลี่ยนรัฐบาล ซัด ทำประเทศถอยหลัง ประชาชนลำบาก เศรษฐกิจไม่ดีเหมือนยุค 'คุณพ่อ' เผย ณ วันนี้ยังไม่พร้อมเป็นนายกฯ แย้ม 'ทักษิณ' กลับมารูปแบบไหน บอก ถึงเวลาจะรู้เอง 

25 มี.ค. 65 - น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัว พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Woody Exclusive ซึ่งสัมภาษณ์โดย วู้ดดี้-นายวุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง ผ่านทางยูทูบ ซึ่งมีความยาวประมาณ 20 นาที มีหลายช่วงหลายตอนที่น่าสนใจ เช่น เรื่องข้อสอบ การสอบเอ็นทรานซ์เข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บทบาททางการเมือง ความพร้อมที่จะเป็นนายกฯ หรือไม่ อยากให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่ การกลับประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและบิดา จะกลับมาในช่วงเวลาใด รวมไปถึงเหตุการณ์ตอนรัฐประหาร 19 กันยา 2549 โดยตลอดการให้สัมภาษณ์มีนางพินทองทา คุณากรวงศ์ พี่สาว คอยให้กำลังใจตลอดเวลาระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่โรงแรม Rosewood Bangkok ซึ่งเป็นโรงแรมหรู ที่มีนางพินทองทา เป็นเจ้าของ

ช่วงแรกน.ส.แพทองธาร ได้พูดถึงการเติบโตมาในครอบครัวชินวัตร สิ่งที่ได้เรียนรู้จากคุณพ่อนั้น ภูมิใจที่คุณพ่อเก่ง มีอะไรถามได้ เป็นที่พึ่ง ตอน 8 ขวบ คุณพ่อเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ เคยเข้าไปนั่งถ่ายรูปในกระทรวง ตอนอายุ 14 ปี คุณพ่อเป็นนายกฯ ในครอบครัวอบอุ่นมาก ไม่ได้รู้สึกว่าจะเป็น somebody มากๆ ไม่รู้สึกขนาดนั้น สิ่งที่เรียนรู้จากพ่อคือ การมีสติ ทำให้เราต้องรู้ตัวตลอดเวลา อะไรคือของจริง อะไรคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นก็โดนเยอะ อย่างข่าว มหาวิทยาลัย ข่าวอะไรก็คงออกไปเยอะ เป็นข่าวเชิงลบกับเรา แรกๆ รู้สึกจิตใจพังเยอะ แต่ครอบครัวเป็นกำแพงให้ รู้สึกว่า เหมือนเราไม่ได้อยู่คนเดียว คุณพ่อกับคุณแม่เขาจะมีวิธี การสื่อสารระหว่างครอบครัวเยอะ ไปค้นหาในอดีตยังมีเรื่องเอนทรานซ์โผล่ขึ้นมา ล่าสุดในอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า เรื่องนี้มันก็เก่ามากแล้ว เราผ่านกระบวนการของการสอบสัมภาษณ์ทุกอย่าง เขาสืบสวน สอบสวนหมดแล้ว เราก็เข้าเรียนได้ปกติ แล้วก็จบมา 4 ปี ตามปกติ

เมื่อให้เล่าย้อนอดีตไปถึงความรู้สึกกับการเมืองช่วงแรกๆ เธอได้อธิบายด้วยท่าทางอารมณ์ดีพร้อมกับระบุว่า อยากเป็นลูกรักพ่อเนาะ เป็นลูกสาวคนเล็ก อะไรที่พ่อทำเราก็ต้องชอบหมด (หัวเราะตาหยี) เหมือนเป็นการเอาใจนิดนึง พ่อไปตีกอล์ฟร้อนมากแต่ก็ไปด้วย การเมืองคือสิ่งที่พ่อทำ มันก็เลยทำให้เราอยากรู้ อยากเข้าใจแล้วก็อยากที่จะเหมือนอยู่เคียงข้างพ่อไปตลอด นึกขึ้นมาเหมือนเราจะไม่ชอบการเมือง มันไม่ได้รู้สึกแบบนั้น สิ่งที่พ่อสอนตลอดคือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต พูดเสมอว่า เราอย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว แม้เราจะรู้สึกคุณพ่อเก่ง บางทีไม่เคยรู้สึกว่า ฉันเก่งที่สุดในห้อง ไม่เคยเป็น ก็จะเล่าเรื่องไปเจอคนนั้นคนนี้มา คนนั้นเก่งมาก คนนี้เก่งมาก เป็นสิ่งที่รู้สึกว่าโอเคมากๆ เราอยากจะเรียนรู้ไปตลอดชีวิต จะถ่ายทอดให้ลูกต่อ ให้หลานต่อ เราไม่ต้องกลัวที่จะเรียนรู้ เรียนรู้ไปเลย ในสิ่งที่เราไม่รู้

พิธีกรถามถึงเรื่อง Passion ในวันนี้ นส.แพทองธาร กล่าวว่า ตั้งแต่มีลูก อยากทำให้ประเทศน่าอยู่สำหรับลูกเรา อีกหน่อยลูกเราจะมีเวทีหรือไม่ หากอยากจะแสดงศักยภาพเขาขึ้นมา

ถามว่า อยากให้อะไรเกิดขึ้นเร็วที่สุด สำหรับประเทศชาติบ้านเรา หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ตอบทันทีว่า อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลค่ะ คิดว่ารู้สึกว่า มันนานล่ะที่มันเป็นอยู่แบบนี้ คิดว่าประเทศมันต้องไปต่อ มันต้องไปต่อ ตอนนี้มันถอยหลังอย่างเดียว จากการที่คุณพ่อออกไป ประเทศหรือเศรษฐกิจทุกอย่าง ก็ยังไม่เคยดีเท่าวันนั้น

‘สกลธี’ เปิดนโยบายหาเสียง 6 ด้าน ชูสโลแกน ‘กรุงเทพดีกว่านี้ได้’

นายสกลธี ภัททิยกุล ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามอิสระ แถลงข่าวเปิดตัวนโยบายในการหาเสียงภายใต้สโลแกน “กรุงเทพดีกว่านี้ได้” โดยหลังจากวันนี้จะทยอยเปิดนโยบายในแต่ละเรื่อง โดยลงลึกไปในรายละเอียดสัปดาห์ละเรื่อง

“ไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่ซึ่งผู้ว่าฯ แต่ละคนได้ทำมาแล้วจะไม่ดี แต่มองว่าในอนาคตจะมีการบริหารจัดการให้ดีกว่าเดิม…ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจเต็มที่ ถ้าคนกรุงเทพฯ อยากเห็นคนทำงานที่มีพลังในการทำงาน และมีสไตล์การทำงานที่ไม่ได้นั่งอยู่ในห้อง แต่ลงไปลุยกับปัญหาก็ฝากผมไว้คนหนึ่ง” นายสกลธี กล่าว

สำหรับนโยบายในการทำงานประกอบด้วย 6 ด้าน คือ

1.) การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้คนหันมาใช้บริการมากขึ้น ได้แก่ จัดรถโดยสารไฟฟ้ามาวิ่งบริการเพื่อขนคนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า, นำระบบ AI เข้ามาช่วยในการจัดการจราจรให้สัมพันธ์กับปริมาณรถเพื่อแก้ปัญหารถติด, นำเรือโดยสารไฟฟ้ามาให้บริการขนคนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าในเส้นทางใหม่เพิ่มเติม, สร้างรถไฟฟ้าเพิ่มเติม เช่น บางนา-สุวรรณภูมิ วัชรพล-ทองหล่อ, การบังคับใช้กฎหมาย เช่น จัดระเบียบซากรถที่จอดทิ้งกีดขวางทางจราจร

2.) การพัฒนางานด้านสาธารณสุขให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เช่น การยกระดับศูนย์สาธารณสุข 69 แห่งให้เป็นสมาร์ตคลินิก โดยนำระบบเทเลเมดิซีนมาใช้งาน สามารถขอรับคำปรึกษาทางโทรศัพท์ และจัดส่งยาให้ถึงบ้านได้ พร้อมทั้งเพิ่มจำนวนศูนย์สาธารณสุขให้เพียงพอกับจำนวนประชาชน, ยกระดับโรงพยาบาล 11 แห่ง ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง จากปัจจุบันที่มีโรงพยาบาลบางขุนเทียนที่เป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุเพียงแห่งเดียว, นำระบบโฮมมอนิเตอริ่งมาช่วยในการดูแลผู้สูงวัย เพื่อลดภาระให้กับลูกหลาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top