Tuesday, 9 June 2026
PoliticsQUIZ

เผย “บิ๊กตู่” ฉีดไฟเซอร์กระตุ้นเข็ม 4 พร้อม PCR ก่อนเยือนซาอุฯ พรุ่งนี้  มั่นใจไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงหลัง'ชัยวุฒิ'ติดโควิด ขากลับพร้อมปฏิบัติตามระเบียบ ศบค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นเข็มกระตุ้นเข็มที่ 4  เมื่อวันศุกร์ ที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา จากบริษัทไฟเซอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือว่านายกรัฐมนตรีได้รับวัคซีน 4 เข็มตามมาตรฐานสาธารณสุข ก่อนที่จะเดินทางเยือนประเทศซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (25 ม.ค.) โดยคณะจะขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองกองบิน 6 ดอนเมือง ในเวลา 07.00 น. และเดินทางกลับถึงประเทศไทยในเวลา 08.45 น. ของวันรุ่งขึ้น(26 ม.ค.)

ทั้งนี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ระบุว่าหลังเดินทางกลับจากประเทศซาอุฯ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ ซึ่งรวมถึง น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ  และเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกฯสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะปฏิบัติตามระเบียบของ ศบค.อย่างเคร่งครัดรวมถึงคณะที่เดินทางไปพร้อมกับนายกรัฐมนตรี  ทั้งนายดอน ปรมัตถ์สินัย รองนายกฯแบะ รมว.ต่างประเทศ  โฆษกและรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

"โฆษกรัฐบาล" แจงมาตรการหลัง “บิ๊กตู่” กลับจากซาอุฯ ย้ำยึดตามที่ สธ.-ศบค. กำหนด “ซีลรูท” ชี้การเยือนครั้งนี้เป็นสัมพันธ์ที่ดีมากกันระหว่างสองประเทศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มอบหมายถึงแนวทางการกักตัวของนายกรัฐมนตรีและคณะ หลังเดินทางกลับจากซาอุดีอาระเบีย ว่า นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ก่อนเดินทางไปประเทศซาอุดิอาระเบียได้มีการตรวจ RT-PCR จำนวน  2 ครั้ง และเมื่อกลับมาเนื่องจากนายกรัฐมนตรีและคณะ มีภารกิจอีกมากมาย

รวมทั้งที่ประเทศซาอุดิอาระเบียมีภารกิจในสถานที่ปิด หรือ Sealed Route(การเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดเป็นการเฉพาะ) ทั้งคณะ และไม่มีการพักค้างคืนที่ประเทศซาอุดิอาระเบียจึงใช้วิธีการคล้าย Test & Go โดยเมื่อมาถึงเมืองไทยจะมีการตรวจ RT-PCR จากนั้นสังเกตอาการของตนเอง Sealed Route รักษาระยะห่างและประชุมออนไลน์ และทำการตรวจแบบ RT-PCR อีกครั้ง ในวันที่ 5 หลังเดินทางกลับ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขและทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19 หรือ ศบค. กำหนด

“บิ๊กตู่” กำชับทำคดีตร.ขับบิ๊กไบค์ชน "หมอต่าย" ตรงไปตรงมา  พร้อมย้อนถาม "ทำไมคิดว่าไม่ทำต่อ" หลังจับแก๊งยี่ปี๊วรวมสลากขายโก่งราคา

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตำรวจขับมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ ชน พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอต่าย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสียชีวิต ในทางคดีกำชับตำรวจอย่างไร ว่า เรื่องดังกบ่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า กฎหมายมีอยู่แล้ว และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องกฎหมายและการกวดขันวินัยจราจร ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่คนไม่ใช่อยู่ที่กฎหมาย

ครม. เห็นชอบ สมช. ตั้ง รัชดา เป็น "กก.ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้"

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายถาวร สกุลพาณิชย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านควบคุมป้องกันโรค [นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ (ด้านวิจัย)] สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม.อนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงแรงงาน ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ได้แก่ นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง , นางบุปผา พันธุ์เพ็ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก เป็นกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ด้านประสานการมีส่วนร่วม) เพิ่มเติม 

ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.  2561 ประกอบด้วย 1. นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ  2. นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน 3. รองศาสตราจารย์ชโยดม สรรพศรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา 4. นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินผล 5. นายนิกร เภรีกุล กรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2565 เป็นต้นไป 

“บิ๊กตู่” วอน รัฐสภาผ่านกฎหมายลูก 2 ฉบับ สั่ง ทุกกระทรวง สู้ศึกซักฟอก ย้ำรมต.ต้องมาแจง ชี้ ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นหนึ่งเดียว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานรัฐสภาที่คาดว่า จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเดือนก.พ.นี้

“ครม.” ไฟเขียว “กฎหมายปิดปาก”  คุ้มครองปชช.-นักสิทธิมนุษยชน ให้ข้อมูลจนท.ทุจริต 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบหลักการ ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอ โดยสาระสำคัญ เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนหรือนักสิทธิมนุษยชน ที่มีความตั้งใจปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการกระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ขู่จะฟ้องปิดปาก ใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือตอบโต้ เพื่อระงับการดำเนินการของประชาชนที่อยากมีส่วนร่วมในการปกป้องผลประโยชน์บ้านเมือง

ครม.อนุมัติลงนามร่างเอ็มโอยู “อาเซียน-องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา” ชี้ ส่งเสริมความร่วมมือเศรษฐกิจและสังคม 36 สาขา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่าครม.อนุมัติให้มีการลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอ โดยจะลงนามในช่วงการประชุม OECD Ministerial Meeting on Southeast Asia ที่กรุงโซล ระหว่างวันที่ 9-10 ก.พ.นี้ โดยการประชุมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคอาเซียนและ OECD เพื่อส่งเสริมนโยบายนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืนในประเด็นต่างๆ เช่น การจ้างงาน มาตรฐานการครองชีพ เสถียรภาพทางการคลัง เป็นต้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ เป็นกรอบเสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์พื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียน และ OECD ในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน รวมทั้งกำหนดกรอบยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานและพัฒนาความร่วมมือในสาขาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคม รวม 36 สาขา เช่น 1.การตอบสนองต่อโควิด-19 2.ภาษีอากร 3.การจัดการการเงินภาครัฐ 4.แนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบ 5.การอำนวยความสะดวกทางการค้า 6.การลงทุน เป็นต้น

ครม.เคาะ 2 ล้านสิทธิ ‘เราเทียวด้วยกัน’ เฟส 4 เริ่ม ก.พ.นี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 4 กรอบวงเงิน 9,000 ล้านบาท โดยใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการเป็นตั้งแต่เดือน ก.พ. – ก.ค. 2565 ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก คนละไม่เกิน 10 ห้อง ในอัตรา 40% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน จำนวน 2 ล้านสิทธิ และปรับลดสิทธิสำหรับตั๋วเครื่องบินลงเหลือ 6 แสนสิทธิ เนื่องจากการดำเนินโครงการในระยะที่ผ่านมาในส่วนของตั๋วเครื่องบิน ปรากฏว่าผู้ร่วมโครงการไม่ได้มีการใช้สิทธิเต็มสิทธิที่ให้อยู่แล้ว 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า มาตรการที่ได้รับอนุมัติครั้งนี้จะเป็นการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้ประชาชนมีเกิดการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของรัฐบาล โดย ครม. ยังมอบหมายให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พิจารณากำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการกำกับและติดตาม การดำเนินโครงการ เพื่อป้องกันการแสวงหา ประโยชน์จากการดำเนินโครงการโดยมิชอบ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว อย่างเคร่งครัด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินโครงการ เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสามารถ ตรวจสอบได้ต่อไป

“แรมโบ้” อัด “ณัฐวุฒิ” ควรหุบปาก ประชาชนไม่เชื่อถือแกนนำม็อบสั่ง"เผาบ้านเผาเมือง"ทำประชาชนเดือดร้อน ยันนายกฯประยุทธ์ ไม่มีท้อถอย ยังทุ่มเทตั้งใจทำงานเต็มร้อย ทำมากกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ และไม่คิดทุจริตคดโกงเหมือนรัฐบาลยุคนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊กนายกฯอยู่ในภาวะหมดสภาพ เปิดเพลงอย่ายอมแพ้ หมายถึงแพ้แล้ว 3ป. แตกหัก อยู่มา 8 ปี แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ โดยยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้หมดสภาพ และยังมีใจเต็มร้อยในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเฉพาะขณะนี้ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 

ส่วนเรื่องทางการเมืองนายกฯย้ำหลายครั้งแล้วว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมืองนายกไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เช่นเดียวกันกับความสัมพันธ์กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรณ นายกฯย้ำเสมอว่ายังเคารพรักพูดคุยกันดีอยู่ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน

นายเสกสกล ย้ำว่าตลอดระยะเวลาการบริหารงานนายกฯได้แก้ปัญหาและพัฒนาประเทศมากกว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี ที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อประชาชนเลย เท่าที่เห็นก็มีแต่ทำเพื่อตัวเอง ครอบครัว และพวกพ้องเท่านั้น

“ขอย้ำอีกครั้งนายกฯ ไม่ได้ทำผิดอะไรและจะต้องทำงานช่วยเหลือประชาชนจนครบเทอม จะไม่ทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน

และขอแนะนำว่านายณัฐวุฒิไม่ควรออกมาพูดอะไรทั้งนั้น เพราะไม่มีประชาชนคนใดเชื่อถือคนที่ชอบออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับม็อบ ทำความเดือดร้อนให้กับประชาชน อีกทั้งไม่เคยทำอะไรเพื่อประชาชน และประเทศชาติบ้านเมืองเลย ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีจนมาถึงวันนี้ ทางที่ดีควรหุบปากเพื่อเอาใจนายใหญ่ได้แล้ว

"นายใหญ่ทางไกลตอบแทนให้รางวัลเป็นรัฐมนตรีช่วยสองกระทรวงฯทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำนปช.สั่งเผาบ้านเผาเมือง  แต่พอเป็นรัฐมนตรีฯ ช่วยบอกหน่อยว่าได้มีผลงานอะไรทำเพื่อประชาชนบ้าง เป็นรมช.พาณิชย์นั่งตอบนักข่าวเรื่องทุจริตโกงข้าวชาวนา ตอบไม่ได้สักเรื่อง เหมือนคนเป็นใบ้ ไปไม่เป็น คนเขาเห็นกันทั้งแผ่นดิน ยังจะมีหน้ามากล่าวหาคนอื่น ช่วยตักน้ำใส่กระโหลก ชะโงกดูเงาตัวเองบ้างว่า เคยทำความดีอะไรให้บ้านเมือง นอกเหนือจากที่ถูกประชาชนกล่าวประนามว่าเป็นแกนนำ
"เผาบ้านเผาเมือง"

ครม.เคาะ “ไก่-เนื้อไก่” เพิ่มเป็นสินค้าควบคุม เหตุ เป็นทางเลือกอาหารแพง ยัน รัฐบาลช่วยเหลือทั้งเกษตรกร-ปชช. เชื่ออนาคตราคาสินค้าเกษตรลดลง

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบกำหนดสินค้าควบคุมประจำปี 2565 จำนวน 5 รายการ ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) แบ่งเป็น 4 สินค้า ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมอยู่แล้วในปี 2564 คือ 1.หน้ากากอนามัย 2.ใยสังเคราะห์ ผ้าสปันบอนด์ เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย 3. ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ 4.เศษกระดาษและกระดาษที่นำกลับมาใช้ได้อีก ส่วนที่เพิ่มเติมคือ ไก่ และเนื้อไก่ เพราะปัจจุบันเป็นเนื้ออาหารสัตว์ทางเลือก ช่วงที่เนื้อหมู มีราคาแพง เพราะฉะนั้น ทาง กกร.จึงเสนอให้ครม.พิจารณาไก่และเนื้อไก่เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มอีกหนึ่งชนิด เท่ากับว่าปี 2565 มีสินค้าควบคุม 5 รายการ เพิ่มเติมจากที่อยู่ในรายการก่อนหน้านี้ 51 รายการ อาทิ แชมพู ผงซักฟอก ไข่ไก่ สุกร เนื้อสุกร อาหารกึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การที่ไก่และเนื้อไก่ เป็นสินค้าควบคุมเท่ากับว่าผู้ทำฟาร์มไก่และผู้ประกอบการ ต้องมีหน้าที่รายงานปริมาณการเลี้ยงและต้นทุนราคา โดยกกร.กำหนดให้ผู้เลี้ยงไก่ที่มีปริมาณการเลี้ยงตั้งแต่ 1 แสนตัวขึ้นไปและโรงชำแหละไก่ ที่มีกำลังการผลิตมากกว่า 4 พันตัวต่อวัน ต้องแจ้งปริมาณการสต็อกและต้นทุนราคาการเลี้ยงสัตว์ให้คณะกรรมการทราบทุกเดือน เพื่อป้องกันการโก่งราคาและการกักตุนสินค้า 

"ส่วนกระแสที่ระบุว่ารัฐบาลนี้ปล่อยให้ราคาสินค้าแพงโดยไม่มีการดำเนินการใด คิดว่าหากสื่อและประชาชน ติดตามข่าวสารจะรับทราบข้อมูลและให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล และเห็นได้ว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการรักษาระดับราคา แต่ขอทำความเข้าใจว่าสินค้าที่มีระดับราคาสูงขึ้นในด้านหนึ่งเป็นสินค้าเกษตร เพราะฉะนั้น พี่น้องชาวเกษตรก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่ระดับสินค้าเพิ่มสูงขึ้น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง รวมถึงพืชผลการเกษตรอีกหลายชนิด  บางชนิดขยับขึ้นแต่ ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะฉะนั้น การดำเนินการของรัฐบาลจึงต้องเป็นการสร้างสมดุลระหว่างให้เกษตรกรมีรายได้ ขณะเดียวกันรายได้ที่เพิ่ม ต้องไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน และรัฐบาลได้บูรณาการการทำงานและออกมาตรการช่วยเหลือหลายอย่าง" 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top