Sunday, 6 September 2026
PCB

IWRM ลงนามขายน้ำให้นิคม TFD รองรับกลุ่มอุตสาหกรรม PCB มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท

PCB พร้อม...น้ำพร้อม!!  บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JCK) ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม TFD ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม กับ บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) ผู้ให้บริการน้ำแก่นิคมอุตสาหกรรม TFD 2 และส่วนขยาย เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพทางด้านน้ำ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้น้ำของนิคมฯ ในระยะยาว

นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการ IWRM เปิดเผยว่า การลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำเพื่ออุตสาหกรรมครั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำของกลุ่มอุตสาหกรรม PCB ในพื้นที่นิคมTFD 2 และส่วนขยาย ปริมาณสูงสุด 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือประมาณ 7.3 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อปี  โดยมีระยเวลาของสัญญา 25 ปี มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเริ่มส่งน้ำให้แก่นิคมฯ ภายในไตรมาสแรกของปี 2568

นิคมอุตสาหกรรม TFD 2 มีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ปัจจุบันพื้นที่ได้รับการจัดสรรหมดเป็นที่เรียบร้อย และมีแผนจะขยายพื้นที่เพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 800 ไร่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่ของนิคมฯ เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคต (New S-curve) ซึ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  

BOI เปิดยอดลงทุน รง.แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ นับแสนล้าน หนุน! สร้างงานให้คนไทย ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

(16 ต.ค. 67) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังจากการเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) ของบริษัท เวล เทค อิเล็คทรอนิกส์ จำกัด ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า

ตามที่ได้มีคลื่นการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต PCB ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ได้เข้ามาลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2566 โดยบริษัท เวล เทค อิเล็คทรอนิกส์ หนึ่งในบริษัทรายใหม่ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Welgao Electronics ผู้ผลิต PCB ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากประเทศจีน เป็นรายแรกที่เริ่มเดินเครื่องผลิตในประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากได้ก่อสร้างโรงงานที่มีพื้นที่กว่า 64,000 ตารางเมตร รวมทั้งติดตั้งเครื่องจักรในเวลาไม่ถึง 1 ปี

โรงงานของบริษัท เวล เทค อิเล็คทรอนิกส์ มีเงินลงทุนในเฟสแรกกว่า 2,500 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์หลักจะเป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ High-Density Interconnect (HDI) ชนิดหลายชั้น (Multilayer PCB) ซึ่งในเฟสแรกสามารถสร้างวงจรซ้อนกันได้สูงสุดถึง 30 ชั้น และบริษัทกำลังเตรียมแผนขยายโรงงานในเฟส 2 ในพื้นที่ติดกัน ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าเฟสแรกหลายเท่า และจะเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต PCB ไปถึงระดับ 50 ชั้น โดย Multilayer PCB จะใช้สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนสูงหรือมีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เช่น Data Server และ Power Supply ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า (EV), Data Center และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยี AI โดยบริษัทจะจำหน่ายในประเทศร้อยละ 40 ให้กับลูกค้าในกลุ่ม EV และอิเล็กทรอนิกส์ และส่งออกร้อยละ 60 ไปยังประเทศต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าจะใช้วัตถุดิบในประเทศกว่าร้อยละ 50

สาเหตุสำคัญที่กลุ่มเวล เทค ได้ตัดสินใจขยายการลงทุนในไทย เพื่อเป็นฐานผลิตสำคัญแห่งแรก
นอกประเทศจีน เนื่องจากมองเห็นศักยภาพและความพร้อมของไทย ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และบุคลากรที่มีคุณภาพในการรองรับกระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 

โดยโรงงานผลิต PCB แห่งนี้ จะเป็น Smart Factory ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัยที่สุด ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยี AI และระบบอัจฉริยะในการผลิตทุกขั้นตอน รวมทั้งการใช้หุ่นยนต์ AGV ในการเคลื่อนย้ายสินค้า โดยจะมีการจ้างงานบุคลากรไทยในเฟสแรกกว่า 500 คน ส่วนใหญ่เป็นวิศวกรและช่างเทคนิค ขณะที่มีผู้บริหารชาวจีนไม่เกิน 10 คนเท่านั้น 

นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะใช้นักวิจัยไทยกว่า 40 คน มาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีใน 5 สาขา ได้แก่ การพัฒนาวัสดุขั้นสูง ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ระบบการผลิต การจัดการสิ่งแวดล้อม การพัฒนาซอฟต์แวร์และ AI อีกทั้งจะมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยไทย 4 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และพระนครศรีอยุธยา ในการจัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน PCB ด้วย

ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา (ปี 2566 - กันยายน 2567) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม PCB จำนวน 95 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 162,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งการขยายการลงทุนของผู้ผลิตรายเดิม เช่น Mektec, KCE และการลงทุนใหม่โดยบริษัทผู้ผลิต PCB ระดับโลก โดยเฉพาะจากจีนและไต้หวันที่เข้ามาลงทุนจำนวนมาก เช่น Unimicron, Compeq, WUS, Gold Circuit, Chin Poon, Dynamic Electronics, Apex Circuit, Unitech เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงาน จะแล้วเสร็จพร้อมทยอยเปิดสายการผลิตตั้งแต่ปลายปี 2567 เป็นต้นไป

บีโอไอ จับมือสมาคม PCB ไต้หวัน ดึงลงทุนครั้งใหญ่ เผย 3 ปี คลื่นลงทุน PCB เข้าไทยกว่า 2 แสนล้านบาท

(6 มี.ค. 68) สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไต้หวัน (TPCA) นำสมาชิกกว่า 60 ราย เดินทางเยือนไทย พร้อมจับมือบีโอไอ และสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) ร่วมจัดสัมมนาใหญ่ 'TPCA Thailand PCB Forum 2025' เตรียมพร้อมรองรับคลื่นลงทุนอุตสาหกรรม PCB ครั้งใหญ่ รับกระแส AI บูม เผย 3 ปี เงินลงทุนเข้าไทยกว่า 2 แสนล้านบาท เร่งสร้างเครือข่ายภาครัฐ - เอกชน เตรียมบุคลากรรองรับอุตสาหกรรม ยกระดับไทยฐานผลิต PCB ชั้นนำของโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ท่ามกลางกระแสการลงทุนในประเทศไทยของกลุ่มอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไต้หวัน (Taiwan Printed Circuit Association: TPCA) ได้จัดทัพนำสมาชิกซึ่งเป็นผู้ผลิต PCB ชั้นนำ 

พร้อมทั้งกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดซัพพลายเชนกว่า 60 ราย เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อศึกษาลู่ทางการลงทุน โดยได้ร่วมกับบีโอไอ และสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (Thailand Printed Circuit Association: THPCA) จัดงาน 'TPCA Thailand PCB Forum 2025' ที่โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลการลงทุน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรม PCB ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งความร่วมมือในการเตรียมพร้อมด้านสาธารณูปโภคและบุคลากรทักษะสูง โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้นกว่า 200 ราย

แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด และเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานในการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า โทรคมนาคม อุปกรณ์การแพทย์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ คอมพิวเตอร์ ระบบดิจิทัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2565 - 2567) มีผู้ผลิต PCB และ PCBA

รวมทั้งผู้ผลิตวัตถุดิบสำคัญ เช่น Copper Clad Laminate และ Prepreg ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอจำนวนกว่า 130 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 202,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศไทยขึ้นมาเป็นผู้ผลิต PCB อันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน และติดอันดับ Top 5 ของโลก โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่จากไต้หวันที่ได้รับการส่งเสริม เช่น ZDT, Unimicron, Compeq, WUS, Gold Circuit, Unitech, Dynamic เป็นต้น ซึ่งกลุ่มนี้จะผลิต PCB ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้ง High-Density Interconnect PCB, Flexible PCB และ Multilayer PCB ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ AI และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงต่าง ๆ โดยผู้ผลิต PCB ส่วนใหญ่ตั้งโรงงานอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา และสมุทรปราการ และโรงงานส่วนใหญ่จะเริ่มเดินสายการผลิตในปีนี้

“ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของโลก ผู้ผลิตจำนวนมากตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิต PCB ทั้งจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น 

เพราะมองเห็นจุดแข็งของไทยที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน นิคมอุตสาหกรรม ระบบไฟฟ้าที่เสถียร ศักยภาพด้านพลังงานสะอาด ซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง บุคลากรที่มีคุณภาพ รวมถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ส่งผลให้ไทยเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนผลิตและส่งออก PCB ไปยังตลาดโลก” นายนฤตม์ กล่าว

60 บริษัทผลิตแผงวงจรพิมพ์ต่างชาติ…แห่ปักหมุด ‘อยุธยา’ ดันไทยขึ้นแท่น ‘ฮับ PCB’ ใหม่!! คาดมูลค่าแตะ 5.6 พันล้าน

(5 ก.ย. 68) กระแสการลงทุนในอุตสาหกรรมแผงวงจรพิมพ์ (PCB) กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน เมื่อบริษัทจากจีนและไต้หวันเกือบ 60 แห่งตบเท้าเข้ามาตั้งโรงงาน หวังใช้ไทยเป็นฐานผลิตแห่งใหม่ ท่ามกลางแรงบีบจากสหรัฐที่ทำให้ทุนต่างชาติทยอยย้ายออกจากจีน โดย 'จ.อยุธยา' กำลังกลายเป็นพื้นที่เนื้อหอมที่ผู้ผลิตรายใหญ่เลือกปักหมุด

PCB ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยี โดยทำหน้าที่เป็นโครงสร้างรองรับการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน รถยนต์ ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ AI การที่ไทยดึงยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Victory Giant, Zhen Ding Tech, Unimicron และ GCE เข้ามาลงทุน จึงสะท้อนถึงความสำคัญของประเทศในฐานะ 'ตัวเชื่อม' ห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การแห่เข้ามาของโรงงาน PCB นำมาซึ่งความท้าทาย ทั้งปัญหาขาดแคลนวิศวกร ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมการทำงาน รวมถึงต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าในจีน ทำให้หลายบริษัทต้องปรับตัวและลงทุนเพิ่มเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันยังต้องพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์และวัสดุหลัก เนื่องจากระบบนิเวศในไทยยังไม่สมบูรณ์

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากไทยสามารถแก้ปัญหาด้านบุคลากรและสร้างคลัสเตอร์การผลิตที่ครบวงจรได้ มูลค่าการผลิต PCB จะขยายตัวจาก 3,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ไปถึงกว่า 5,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 และอาจทำให้ไทยก้าวขึ้นมาเป็น 'ฮับ PCB อันดับสองของโลก' รองจากจีนในอนาคต

‘บีโอไอ” ไฟเขียว PCB ลุยเฟส 2 3 ผู้ผลิต PCB ใหญ่จีน-ไต้หวัน ลงทุนเพิ่มกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท จ้างงานเพิ่ม 5 พันคนรับ AI-Data Center ยกระดับไทยฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

บีโอไออนุมัติ 3 โครงการใหญ่ PCB ขยายลงทุนเฟสสอง 2 หมื่นล้าน เชื่อมห่วงโซ่ AI–Data Center

บีโอไอไฟเขียว 3 โครงการใหญ่ “คอมเปค – มัลติฟายน์ไลน์ – โกลด์ เซอร์คิท” ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) อันดับต้นๆ ของโลกจากจีนและไต้หวัน ขยายลงทุนต่อเนื่องเฟสสองอีกกว่า 22,000 ล้านบาท จ้างงานเพิ่มกว่า 5 พันคน รองรับการเติบโตของ AI–Data Center พร้อมยกระดับไทยสู่ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) ชั้นนำระดับโลก 3 ราย ได้แก่ บริษัท คอมเปค เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท มัลติ-ฟายน์ไลน์ อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งทั้งสามบริษัทได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยมีเงินลงทุนในเฟสแรกรวมกันกว่า 35,000 ล้านบาท จ้างงานบุคลากรไทยกว่า 7,000 คน และในครั้งนี้ ได้รับอนุมัติให้ลงทุนเพิ่มเติมในเฟสสองอีกกว่า 22,000 ล้านบาท โดยจะมีการจ้างงานบุคลากรไทยเพิ่มเติมกว่า 5,000 คน เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น AI Server ที่ใช้ใน Data Center ระบบสื่อสารความเร็วสูง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการยกระดับสู่ฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค

บริษัท คอมเปค เทคโนโลยี (Compeq Technology) ผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากจีน โครงการนี้เป็นการผลิต Flexible PCB ซึ่งเป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถโค้งงอได้ มีจุดเด่นด้านการประหยัดพื้นที่ น้ำหนักเบา และทนทานต่อการดัดงอ เหมาะสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น แล็ปท็อป สมาร์ตโฟน สมาร์ตวอตช์ หูฟังไร้สาย และอุปกรณ์ IoT บริษัทมีเงินลงทุนในเฟสแรก 13,000 ล้านบาท และจะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้อีก 9,170 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย (สุวรรณภูมิ) จังหวัดสมุทรปราการ

บริษัท มัลติ-ฟายน์ไลน์ อิเล็กทรอนิกส์ (Multi-Fineline Electronics) เป็นบริษัทในเครือของ Dongshan Precision (DSBJ) จากประเทศจีน เป็นผู้นำในการผลิต PCB ทั้งชนิด Multilayer PCB และ Flexible PCB เพื่อป้อนให้กับลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยี AI และ Data Center อาทิ Apple, META, Microsoft และ Tesla บริษัทมีเงินลงทุนในเฟสแรก 14,000 ล้านบาท และจะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้อีก 5,800 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี 

บริษัท โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ (Gold Circuit Electronics) เป็นผู้ผลิต PCB ระดับโลกจากไต้หวัน ประกอบกิจการออกแบบ วิจัยและพัฒนา และผลิต PCB แบบครบวงจร ทั้งชนิด Multilayer และ High Density Interconnect (HDI) โดย HDI PCB มีความสำคัญอย่างมากกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เป็นแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ส่งสัญญาณรวดเร็วขึ้น และการใช้พลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น บริษัทมีเงินลงทุนในเฟสแรก 8,000 ล้านบาท และจะลงทุนเพิ่มเติมในครั้งนี้อีก 7,230 ล้านบาท ตั้งโรงงานอยู่ที่เขตอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี

“ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ระดับโลกทั้ง 3 รายนี้ ได้ตัดสินใจเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตขนาดใหญ่ในไทยช่วงปี 2567-2568 หลังจากนั้นไม่ถึง 2 ปี ก็ขยายการลงทุนต่อเนื่องครั้งใหญ่ในเฟสสอง แสดงถึงการเติบโตของตลาด และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทย ทั้งในด้านระบบนิเวศอุตสาหกรรมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนความสะดวกในการลงทุนผ่านกลไก Thailand FastPass ซึ่งจะช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติ อนุญาตต่าง ๆ โดยการขยายการลงทุนครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและดิจิทัลของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566 – 2568) มีผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และวัตถุดิบสำหรับ PCB ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 222 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 320,078 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ส่งผลให้ปัจจุบันไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิต PCB อันดับหนึ่งในอาเซียน และอันดับ 5 ของโลก

“บีโอไอ” ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์!! ชู 4 ยุทธศาสตร์หลักขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะลุ 1 ล้านล้าน THECA 2026 รวมกว่า 300 องค์กรทั่วโลก เน้นพัฒนาบุคลากรและเชื่อมโยงซัพพลายเชน

บีโอไอชู 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับอิเล็กทรอนิกส์ไทย เผยลงทุน PCB-เซมิคอนดักเตอร์ทะยาน 1 ล้านล้านบาท

บีโอไอ เปิดงาน THECA 2026 ชู 4 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย มุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมศักยภาพสูง สร้างความพร้อมรองรับการลงทุน สร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย และเดินหน้าสร้างระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยง PCB เซมิคอนดักเตอร์ Advanced Packaging และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ พร้อมเร่งพัฒนาบุคลากรและเชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Global Supply Chain ชูยอดลงทุนอิเล็กทรอนิกส์ไทย 4 ปี ทะลุ 1 ล้านล้านบาท เน้นสานต่อประโยชน์กับผู้ประกอบการไทย

งาน Thailand Electronics Circuit Asia 2026 (THECA 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 สิงหาคม 2569 ณ EH 98-99 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “Innovating PCB and Advanced Electronics with Next-Gen Packaging” รวบรวมผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 300 องค์กร ครอบคลุมอุตสาหกรรม PCB, Semiconductor, Advanced Packaging, EMS, Automation และเทคโนโลยีแห่งอนาคต คาดว่าจะสร้างมูลค่าการซื้อขายกว่า 20,000 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงานกว่า 7,000 รายจากทั่วโลก พร้อมไฮไลต์สำคัญ อาทิ งานสัมมนา BOI Forum ด้าน Edge AI และ Future Mobility, งานจับคู่ธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย (BOI Local Supply Chain Pavilion) และงานพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Workforce Pavilion) โดยภายในงานยังมีเวทีสัมมนาและการประชุมวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกกว่า 60 หัวข้อ ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต อาทิ AI Infrastructure, Semiconductor Ecosystem, Photonics, Advanced Packaging, PCB และ EMS เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดการลงทุนในภูมิภาค

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะเจ้าภาพการจัดงาน THECA เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมุ่งไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต เทคโนโลยีขั้นสูง และการลงทุนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อช่วยให้ประเทศไทยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ 20 อันดับแรกของโลก และเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจให้มากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้นโยบายของรัฐบาล บทบาทของบีโอไอในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการลงทุน แต่รวมถึงการสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่เข้มแข็ง และสนับสนุนมาตรการสำคัญของภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยโจทย์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงการดึงดูดการลงทุน แต่ต้องทำให้การลงทุนช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างเต็มที่ บีโอไอจึงให้ความสำคัญกับ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1) การมุ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 2) การสร้างความพร้อมและเพิ่มความน่าดึงดูดของประเทศไทย เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายของบริษัทชั้นนำ 3) การสร้างประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนผ่านการสร้างงานและพัฒนาทักษะบุคลากร ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และ 4) การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อดึงศักยภาพและโอกาสของผู้ประกอบการไทยในระดับโลก

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2566 จนถึงเดือนมิถุนายน 2569 อุตสาหกรรม PCB และชิ้นส่วนได้ทำให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยแล้วกว่า 331,000 ล้านบาท จาก 224 โครงการ หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 1 ล้านล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกที่มีต่อศักยภาพและความพร้อมของระบบนิเวศอุตสาหกรรมไทย

“อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะแหล่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและแหล่งจ้างงานคุณภาพให้กับคนไทยจำนวนมาก และวันนี้ PCB กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตต่อไป เพราะเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในระดับโลก การที่ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน PCB จากทั่วโลกเลือกมารวมตัวกันที่ประเทศไทยในงาน THECA 2026 ครั้งนี้ สะท้อนความเชื่อมั่นที่อุตสาหกรรมโลกมีต่อศักยภาพของไทย และตอกย้ำบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนี้ของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว

นายพิธาน องค์โฆษิต นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย ในฐานะผู้จัดงาน THECA 2026 กล่าวเสริมว่า THECA จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยรวบรวมผู้ผลิต นักลงทุน ผู้ซื้อ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญจากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แห่งอนาคตของเอเชีย ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องจักร PCB เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติ ไปจนถึงเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ Power2Motion พื้นที่จัดแสดงพิเศษภายใต้แนวคิด “Connecting Electronics with Power, Mobility and Future Energy Systems” ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับเทคโนโลยีพลังงาน การขับเคลื่อนสมัยใหม่ และ AI รวมทั้งจัดแสดงเทคโนโลยีระดับภูมิภาคใน Technology Associations Pavilion (ASEAN+) ที่รวบรวมเครือข่ายสมาคมและองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำกว่า 15 องค์กร อาทิ สมาคมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สมาคมอุตสาหกรรมดิจิทัล สมาคม IoT สมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย ตลอดจนองค์กรจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม เพื่อร่วมกันนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวโน้มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจและการลงทุนข้ามพรมแดน

นายแคนิส ชุง (Mr. Canice Chung) ประธานสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง ผู้ร่วมจัดงาน THECA 2026 กล่าวสนับสนุนว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างบุคลากรคุณภาพสูง และความร่วมมือระหว่างประเทศ THECA จึงมีบทบาทสำคัญในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักวิจัย วิศวกร และผู้นำอุตสาหกรรมจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และร่วมกันขับเคลื่อนนวัตกรรมที่จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลกในทศวรรษข้างหน้า

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ออโรเม็กซ์ จำกัด และ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด

“งาน THECA 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงสินค้าและเทคโนโลยี แต่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างระบบนิเวศอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทย โดยเชื่อมโยงการลงทุน ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการไทย สถาบันการศึกษา และบุคลากรรุ่นใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของภูมิภาค และสร้างงานคุณภาพและโอกาสใหม่ให้กับคนไทย” นายนฤตม์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top