Paddle Board พลิกเกมท่องเที่ยว!! เปิดเส้นทางน้ำสร้างประสบการณ์ใหม่ เปลี่ยนสถานที่เดิมให้มีคุณค่า เชื่อมชุมชน ธรรมชาติ และวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยกิจกรรมเพื่อสุขภาพ
“Paddle Board” เปิดมุมใหม่ให้การท่องเที่ยวไทย
เปลี่ยนแม่น้ำ คลอง และอ่างเก็บน้ำ สู่เส้นทางประสบการณ์ที่ถนนพาไปไม่ถึง
นักท่องเที่ยวหลายคนอาจเคยเดินทางไปยังอยุธยา กาญจนบุรี สมุทรสงคราม หรือชุมชนริมน้ำใกล้กรุงเทพฯ มาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่คำถามสำคัญของการท่องเที่ยวในวันนี้ คือ เราจะสร้างเหตุผลอะไรให้ผู้คนกลับมายังสถานที่เดิมและทำให้การเดินทางครั้งต่อไปไม่ใช่เพียงการทำกิจกรรมในรูปแบบเดิม
หนึ่งในคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่อยู่ที่การเพิ่ม “มิติใหม่” ให้กับทรัพยากรและสถานที่ที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วPaddle Board หรือ Stand Up Paddle Board (SUP) คือกิจกรรมที่เปลี่ยนพื้นที่น้ำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เคลื่อนไหวร่างกาย ใช้เวลากับธรรมชาติ และสัมผัสสถานที่ผ่านประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวรูปแบบเดิมกิจกรรมทางน้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบเพิ่มเติมของทริป แต่สามารถกลายเป็นเหตุผลใหม่ของการเดินทาง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มคุณค่าให้แก่การท่องเที่ยวไทย
จาก Surf Therapy สู่โอกาสของ Blue Exercise
โครงการ Surf Therapy - From Wave to Wellness ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการนำพื้นที่น้ำมาต่อยอดให้เป็นมากกว่าสถานที่พักผ่อน แต่เป็นพื้นที่ของการเรียนรู้ การทดลองประสบการณ์ใหม่ และการสร้างความทรงจำจากการมีส่วนร่วมกับธรรมชาติแนวคิดนี้เชื่อมโยงกับ Blue Exercise หรือกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ไม่ว่าจะเป็น Surfing, Paddle Board หรือ Wake Board ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการเดินทาง การออกกำลังกาย และประสบการณ์เข้าด้วยกัน
สำหรับ Paddle Board ความน่าสนใจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทะเล เพราะแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำจืดทั่วประเทศไทย สามารถพัฒนาเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน ธรรมชาติ อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ตลอดทั้งปี
ประเทศไทยมีทั้งทรัพยากรและโอกาสในการพัฒนา Paddle Board Tourism
ศักยภาพของประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีแหล่งน้ำที่หลากหลายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบการเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร ธุรกิจบริการ และบุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมรองรับนักเดินทาง
โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ว่าแต่ละพื้นที่มีธรรมชาติที่สวยงาม แต่คือการนำทรัพยากรเหล่านั้นมาออกแบบเป็นกิจกรรมที่มีเส้นทางชัดเจน มีมาตรฐานความปลอดภัย และเชื่อมโยงกับประสบการณ์อื่น ๆ ในพื้นที่ นี่คือการเปลี่ยน “ทรัพยากรที่มีอยู่” ให้กลายเป็น “ประสบการณ์ที่สร้างมูลค่า” โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ SUP Thailand Trips กับการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวบนผิวน้ำ หนึ่งในกลุ่มที่มีบทบาทในการนำ Paddle Board มาเชื่อมโยงเปิดประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวผ่านสายน้ำรูปแบบใหม่ภายในประเทศไทย คือ SUP Thailand Trips ที่เริ่มต้นจากความชอบในการพายของเพื่อนสองคน
คุณเมย์ - รัชกิจ อัศวชินเทพกุล และคุณกอล์ฟ - วัชรพงศ์ กลึงโพธิ์
จากการออกไปพายเพื่อพักผ่อน สำรวจเส้นทางใหม่ และชวนเพื่อน ๆ มาร่วมเดินทาง ค่อย ๆ เติบโตเป็น Community ของคนรัก Paddle Board และพัฒนาเป็นการจัดทริปที่พาผู้คนออกไปสัมผัสเส้นทางน้ำในหลากหลายพื้นที่SUP Thailand Trips เริ่มเผยแพร่เรื่องราวและกิจกรรมการพายมาตั้งแต่ช่วงปี 2563 ผ่านเส้นทางต่าง ๆ เช่น ตลาดโบราณบางพลี บางกะเจ้า และต่อยอดสู่เส้นทางอื่นทั่วประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แนวทางของ SUP Thailand Trips ไม่ได้จำกัดการพายอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่ใช้ Paddle Board เป็นเครื่องมือในการเดินทาง ตั้งแต่ลำคลอง ชุมชนริมน้ำ แม่น้ำสายประวัติศาสตร์ เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ไปจนถึงทะเล ไม่ว่าจะเป็นการพายรอบเกาะเมืองอยุธยาผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี การพายในแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี หรือเส้นทางธรรมชาติอย่างเขื่อนทับเสลา จังหวัดอุทัยธานี ทุกเส้นทางสะท้อนให้เห็นว่า “ผิวน้ำ” ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับกิจกรรม
แต่สามารถเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับเรื่องราวของแต่ละพื้นที่ได้
“ตอนแรกเราเริ่มจากความชื่นชอบกิจกรรมเดียวกัน คือ ชอบพาย Paddle Board เหมือนกัน เลยชักชวนกันออกไปลองพายเส้นทางใหม่ ๆ ประกอบกับช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด เลยมองเห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างตอบโจทย์ในสถานการณ์ขณะนั้น เนื่องจากเป็นกิจกรรมในที่โล่ง อากาศโปร่ง มีการเว้นระยะระหว่างกัน จึงชักชวนกันเปิดทริปพายขึ้นมา ชวนคนมาพายด้วย และได้รับความสนใจ มีผู้คนชื่นชอบอยากมาสัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันประเทศไทยมีแม่น้ำ คลอง และแหล่งน้ำที่มีเรื่องราวอยู่เป็นจำนวนมาก หลายสถานที่เป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวรู้จักอยู่แล้ว แต่เมื่อเราเปลี่ยนจากการเดินทางบนถนน มาเป็นการพายบนผิวน้ำ สถานที่เดิมที่เคยมา จะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างออกไปเราได้เห็นทั้งธรรมชาติ วิถีชุมชน และมุมมองจากทางน้ำที่อาจไม่เคยมองเห็นจากบนฝั่ง”
— คุณเมย์ รัชกิจ อัศวชินเทพกุล
ผู้ร่วมก่อตั้ง SUP Thailand Trips
สถานที่เดิม แต่เป็นประสบการณ์คนละแบบ
จุดแข็งของ Paddle Board คือการสร้างวิธีการเดินทางท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ในการสัมผัสสถานที่ที่หลายคนคุ้นเคย จากพื้นที่ที่เคยเป็นเพียงจุดหมายปลายทาง ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่นักเดินทางได้เข้าไปมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นเมืองเก่าชุมชนริมน้ำ หรือแหล่งธรรมชาติ การเดินทางผ่านสายน้ำช่วยเปิดมุมมองใหม่ และทำให้ผู้มาพายได้เห็นอีกมุมของสถานที่แตกต่างออกไป “เราไม่จำเป็นต้องหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ทุกครั้ง แต่อาจเริ่มจากการกลับไปค้นหาคุณค่าของสถานที่เดิมด้วยวิธีใหม่ บางคนเคยไปจังหวัดเดิมหลายครั้ง แต่เมื่อได้ลองมองจากมุมจากสายน้ำ มันก็สามารถกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำใหม่ได้”
— คุณกอล์ฟ วัชรพงศ์ กลึงโพธิ์
ผู้ร่วมก่อตั้ง SUP Thailand Trips
เติมกิจกรรมให้ทริป และเพิ่มเวลาที่นักท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่
Paddle Board สามารถเปลี่ยนการเดินทางจากการเยี่ยมชมเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ให้กลายเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวได้ใช้เวลาและมีส่วนร่วมกับพื้นที่มากขึ้นกิจกรรมนี้สามารถพัฒนาได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ One - day Trip สำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึง Adventure Route หรือโปรแกรมพักค้างคืนสำหรับนักพายที่ต้องการประสบการณ์ที่ลึกขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มระยะเวลาการเดินทาง พายและแวะทำกิจกรรมต่างๆที่มีในชุมชนนั้นๆ เพื่อกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ภายใต้โครงการ Surf Therapy - From Wave to Wellness ทาง SUP Thailand Trips ได้ร่วมจัดกิจกรรม SUP Healing & Harmony @ Kanchanaburi เปิดประสบการณ์ Blue Exercise ผ่านการพาย Paddle Board บนแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางกว่า 19 กิโลเมตร โดยผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่เคยมีประสบการณ์พายมาก่อน แต่ด้วยการออกแบบเส้นทาง การแนะนำพื้นฐาน และการดูแลด้านความปลอดภัย ทำให้ทุกคนสามารถก้าวข้ามความท้าทาย และสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านสายน้ำได้
“เสน่ห์ของ Paddle Board คือไม่ได้มีแค่การพายจากจุดเริ่มต้นไปถึงปลายทาง แต่ระหว่างทางเราได้เห็นธรรมชาติ สัมผัสเสียงน้ำกระทบบอร์ด สายลม แสงแดดได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมทริป ชาวบ้านริมน้ำ และได้ผ่อนคลายจากเรื่องราวหนักๆในหัว หลายคนเริ่มจากไม่เคยพายมาก่อน แต่เมื่อได้ลองใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ เขาจะพบว่าการเดินทางรูปแบบนี้ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากเดิม”
(— คุณเมย์ รัชกิจ อัศวชินเทพกุล)
เริ่มต้นได้ไม่ยาก แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ Paddle Board มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวคือ เป็นกิจกรรมที่ผู้เริ่มต้นสามารถเข้าถึงได้ โดยสามารถเรียนรู้พื้นฐาน เช่น การทรงตัว การควบคุมบอร์ด และค่อย ๆ พัฒนาไปตามระดับความสามารถ
อย่างไรก็ตาม การสร้างประสบการณ์ที่ดีต้องมาพร้อมกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ตั้งแต่การเลือกเส้นทางให้เหมาะสมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม การตรวจสอบสภาพอากาศ กระแสน้ำ การใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม รวมถึงการมีทีมงานดูแลตลอดกิจกรรม เพราะเป้าหมายไม่ได้เป็นเพียงการพานักท่องเที่ยวออกไปทำกิจกรรม แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกมั่นใจ สนุก และอยากกลับมาเปิดประสบการณ์ใหม่อีกครั้ง“หลายคนอาจคิดว่า Paddle Board เป็นกิจกรรมที่ต้องมีประสบการณ์มาก่อน แต่จริง ๆ แล้วถ้ามีการแนะนำพื้นฐาน เลือกเส้นทางที่เหมาะสม และมีทีมงานดูแล ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ สิ่งสำคัญสำหรับเราคือ อยากให้คนที่มาพายได้สนุกกับประสบการณ์ตรงหน้า พร้อมกับรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจตลอดเส้นทาง”
(— คุณกอล์ฟ วัชรพงศ์ กลึงโพธิ์)
ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจธรรมชาติและเคารพพื้นที่
การเดินทางผ่านกิจกรรม Paddle Board ไม่ได้เป็นเพียงการออกกำลังกายกลางแจ้ง แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากขึ้น การอยู่บนผิวน้ำทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เห็นทั้งความสวยงามของสายน้ำ วิถีชีวิตของผู้คน และความสำคัญของการดูแลพื้นที่เหล่านั้น ในขณะเดียวกัน ผู้จัดกิจกรรมยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบทั้งการรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำ การลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และการใช้พื้นที่ร่วมกับชุมชนอย่างเข้าใจ“เวลาที่เราอยู่บน Paddle Board เราได้อยู่ใกล้กับธรรมชาติมากขึ้น ได้เห็นทั้งความสวยงามและสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำจริง ๆ เราอยากให้ทุกทริปไม่ได้เป็นเพียงการออกไปพาย แต่เป็นโอกาสให้คนได้ร่วมดูแลรักษาพื้นที่ เข้าใจธรรมชาติ และเห็นว่าสายน้ำเป็นพื้นที่ที่ทุกคนมีส่วนช่วยกันดูแล”
(— คุณเมย์ รัชกิจ อัศวชินเทพกุล)
.
Paddle Board กับโอกาสใหม่ของการท่องเที่ยวไทย
การพัฒนา Paddle Board ในมิติของ Blue Exercise ไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มกิจกรรมทางน้ำเข้าไปในการท่องเที่ยว แต่คือการต่อยอดทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดคุณค่าใหม่ ผ่านการออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้คนกับสถานที่เมื่อได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม Paddle Board สามารถช่วยสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทาง เพิ่มระยะเวลาการอยู่ในพื้นที่ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดธรรมชาติและเต็มไปด้วยประสบการณ์มากขึ้นเพราะบางครั้ง การค้นพบสถานที่ใหม่ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการเดินทางไปไกลกว่าเดิมเพียงเปลี่ยนจากถนนมาเป็นสายน้ำ เปลี่ยนจากการยืนมองอยู่บนฝั่ง มาเป็นการพายเข้าไปสัมผัสเมืองเดิม ก็สามารถมอบความประทับใจในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้
ผู้สนใจสามารถติดตามเส้นทาง กิจกรรม และทริป Paddle Board ได้ทาง
Facebook: SUP Thailand Trips








