Monday, 29 June 2026
NewsFeed

โฆษกรัฐฯ สวน "หญิงหน่อย" อย่าปิดหูปิดตา แนะเปิดใจรับฟังข้อมูลรัฐบาลบ้าง” ชี้”วิกฤตรัสเซีย-ยูเครนกระทบไทยวงจำกัดรัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือทุกด้าน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลดูแลเศรษฐกิจไทยไม่ให้วิกฤตรัสเซีย-ยูเครนซ้ำเติม ว่า คุณหญิงสุดารัตน์ควรเปิดใจรับฟังบ้างว่าที่ผ่านมารัฐบาลสื่อสารอะไรกับประชาชน ซึ่งทำมาตั้งแต่เริ่มเกิดวิกฤตต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลทุกรัฐบาลทั่วโลกต้องให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เว้นเสียแต่ว่าคุณหญิงสุดารัตน์ไม่มีความจริงใจ ปิดหูปิดตา ไม่รับฟัง หวังแต่จะสร้างกระแสและคะแนนนิยมเท่านั้น

นายธนกร กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงจำกัด อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ประมาทเตรียมมาตรการรองรับทุกมิติ โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ธปท. ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พูดคุยหารือและรายงานข้อมูลกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อกำหนดแนวทางรับมือผลกระทบจากวิกฤตที่เกิดขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน ราคาสินค้าและค่าครองชีพ เงินเฟ้อ การส่งออก หรือตลาดการเงิน โดยเฉพาะราคาน้ำมันและก๊าซที่จะดูแลไม่ให้สูงเกินไป อยู่ในระดับที่เอื้อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและแข่งขันกับชาติอื่นได้ด้วย

ส่วนด้านการค้าหากมีการคว่ำบาตรกันระหว่างคู่ขัดแย้งเรากำลังจับตาดูอยู่ ทั้งหมดนี้เราเน้นไปที่เรื่องเศรษฐกิจปากท้องและหากวิกฤตไม่ยืดเยื้อซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปได้ รัฐบาลประเมินว่า GDP ของไทยปีนี้จะขยายตัว 3-4% ผ่านกิจกรรมสำคัญ เช่น เร่งผลักดัน EEC, ส่งเสริมสินทรัพย์ดิจิทัล, ส่งเสริม SMEs สตาร์ทอัพผ่านเวนเจอร์แคปปิตอล, พัฒนายานยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ จึงขอให้พี่น้องประชาชนอย่าวิตกกังวลและเชื่อมั่นในการดำเนินงานของรัฐบาล

"โฆษกรัฐบาล" เผย ยอดค่าใช้จ่าย จากโครงการลดค่าครองชีพของรัฐ “พุ่งแล้วกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท"  เตือนผู้มีสิทธิคนละครึ่งเดิม รีบใช้จ่ายก่อนเวลา 22.59 น.  ภายใน 28 ก.พ. 65 เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ ขณะที่ "คนละครึ่ง เฟส 4" สามารถใช้จ่ายได้ถึง 30 เม.ย. นี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายในการขับเคลื่อนทุกกลไกเพื่อช่วยเหลือประชาชนในยุคที่ต้องเผชิญกับผลกระทบของสถานการณ์โควิด -19 โดยรัฐบาลได้มีมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐเพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่ายประจำวันของประชาชน เป็นการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งความคืบหน้ายอดค่าใช้จ่ายในรอบปีใหม่นี้ 2565 ประกอบด้วยโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินสนับสนุนในการช่วยลดภาระการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ

ล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2565 มีผู้ใช้สิทธิ สะสมรวม  40.12 ล้านคน ยอดใช้จ่าย สะสม รวม 47,708.21 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 25.91 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 44,872.9 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 22,781.2 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 22,091.7 ล้านบาท 2) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.06 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 2,606.01 ล้านบาท  และ 3) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.15 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 229.30 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการเปิดลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 4 รอบนี้ ประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก กดลงทะเบียนอย่างรวดเร็วทำให้เต็มสิทธิ 29 ล้านสิทธิเพียงไม่มีวันที่เปิดให้ลงทะเบียนได้ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนกลุ่มเดิมฯ (คนละครึ่งเฟส 3) รีบสแกน “เป๋าตัง” และใช้จ่ายภายในวันนี้ (28 ก.พ. 65) เวลา 22.59 น. หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ ซึ่งขณะนี้มีประชาชนกลุ่มเดิมฯ ที่ยังไม่ได้เริ่มใช้สิทธิประมาณ 2.9 ล้านราย

"นายกฯ"ยัน “เวชภัณท์-เตียง-ยารักษาโควิด” เพียงพอ ย้ำ หลักเกณฑ์เดินทางรูปแบบ TEST AND GO ใหม่  เริ่ม 1 มี.ค.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม ยืนยันรัฐบาลบริหารจัดการยา เวชภัณฑ์ ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ โดยกำชับไปยังองค์การเภสัชกรรม ได้มีการบริหารจัดการสำรองยาฟาวิพิราเวียร์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19 โดยสำรองไว้จำนวน 24 ล้านเม็ด และผลิตเพิ่ม จำนวน 60 ล้านเม็ด รวมการสำรองทั้งสิ้น 84 ล้านเม็ด 

สำหรับกทม.มีรายงานว่ามีเตียงว่างสำหรับรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในที่พักคอยชุมชน   กว่า 1,300 เตียง และยังเตรียมเปิดเพิ่มอีก 9 แห่ง จำนวน 1,000 เตียง ยืนยันเตียงในกทม. ยังมีว่างพอรองรับผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ นายกฯห่วงใยกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีความเสี่ยงสูงจึงฝากเตือนไปยังครอบครัวที่มีสมาชิกที่จัดอยู่ในกลุ่มของผู้มีความเสี่ยงในการได้รับเชื้อโควิด – 19  ให้เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด จัดสรรพื้นที่ภายในบ้านเพื่อลดการติดเชื้อในครอบครัวด้วย 

นายธนกร กล่าวว่า นายกฯย้ำหลักเกณฑ์การเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปแบบ TEST AND GO ที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 มี.ค.โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียน ดังนี้1.ลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass ที่ https://tp.consular.go.th/ โดยจะใช้เวลาในการพิจารณา 3- 7วัน 2. ตรวจหาเชื้อแบบ RT - PCR ผลตรวจภายใน 72 ชม.ก่อนเดินทาง3. เมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ผ่านจุดตรวจ และเดินทางไปยังโรงแรมด้วยพาหนะโรงแรมในรูปแบบ sealed route 4. ตรวจหาเชื้อแบบ RT - PCR ในวันแรกและรอผลตรวจที่โรงแรม และ 5. ตรวจ ATK self - test ด้วยตัวเองในวันที่ 5 - 6 และรายงานผลตรวจผ่านช่องทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด ทั้งนี้ ย้ำผู้เดินทางต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และได้รับอย่างน้อย 14 วัน ก่อนเดินทาง 

“อนุทิน” ยัน ระบบสธ.พร้อมรับสถานการณ์ ย้ำไม่ถอดสิทธิที่ปชช.ควรได้รับ ชี้ ยอดติดเชื้อลด เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีที่นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะเริ่มลดลง กลางเดือนมี.ค.นี้ ว่า เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ โดยคณะแพทย์ทั้งหลาย ทั้งแพทย์จากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมร่วมกันตลอดเวลาโดยมาตรการและวิธีการที่ออกมา ไม่ได้ออกมาจากการพิจารณาของคนใดคนหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความเห็นร่วมกัน ที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกภาคส่วน 

ทั้งนี้ประชาชนต้องได้ประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุด ขณะที่รัฐบาลต้องใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเช่นกัน เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าการรักษาพยาบาล และมีทรัพยากรเพียงพอ ทั้งยา เตียง แพทย์ เจ้าหน้าที่และบุคลากรสำหรับการปรับวิธีการทำงาน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด ไม่มีเรื่องใดที่จะถอดสิทธิที่ประชาชนเคยได้ แต่เป็นการปรับวิธี ให้เกิดความมั่นคง และเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขมากที่สุด

ทุกคนหายไปไหน!! เปิดวงจรปิด หลัง ‘แตงโม’ ตกน้ำ กว่า 2 ชม. แต่ทุกคนหายจากจุดเกิดเหตุ และกลับไปอยู่ที่อู่เรือ

เมื่อวันที่ 27 .. 2565 รายการทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ทีวี ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของอู่เรือที่ทุกคนขึ้นเรือในวันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 24 .. ภายหลัง แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ตกสปีดโบ๊ท กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

หลังจากตอนที่แตงโมตกน้ำ ในเวลา 22.30 . วันที่ 24 .. ปรากฏว่าทุกคนกลับมาที่อู่เรือในเวลา 01.10 . วันที่ 25 .. ซึ่งเป็นเวลาหลังจากแตงโมตกน้ำได้ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที โดยมี ปอ แซน กระติก ที่มีการโทรตาม โบ ไทรอัมพ์คิงดอม มาที่อู่เรือ

ทุกคนอยู่ที่อู่เรือทั้งหมด ไม่มีใครอยู่ที่ท่าเรือจุดเกิดเหตุ เป็นเหตุให้มารดาของแตงโมตามหาไม่เจอ ทั้งที่พยายามโทรหา กระติก แต่ติดต่อไม่ได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่รอกลุ่มเพื่อนของแตงโมเข้ามาให้ข้อมูลอยู่บริเวณท่าเรือจุดเกิดเหตุ ใกล้สะพานพระราม 7 แต่ปรากฏว่า กลุ่มเพื่อนทุกคนกลับมาอยู่ที่อู่เรือ

ไปไกลมากจริงๆ!! ‘จีน’ ออกใบอนุญาต ‘รถยนต์ไร้คนขับ’ แล้ว ปูทางสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์

สำนักข่าวซินหัวรายงาน (27..65) จีนออกใบอนุญาตบริการขับขี่อัตโนมัติแบบไร้คนขับในเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของประเทศ

โดยเมื่อวันศุกร์ (25..)ที่ผ่านมา ทางการเมืองหยางเฉวียน มณฑลซานซีทางตอนเหนือของจีน ได้ออกใบอนุญาตสำหรับการให้บริการขับขี่อัตโนมัติแบบไร้คนขับในเชิงพาณิชย์แก่ ไป่ตู้ (Baidu) ยักษ์ใหญ่วงการอินเทอร์เน็ตจีน

เนี่ย อวี้ เหริน ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท ไป่ตู้ อินเทลลิเจนต์ ไดรฟ์วิง บิสซิเนส กรุ๊ป โซลูชันส์ (Baidu Intelligent Driving Business Group Solutions) กล่าวว่า การออกใบอนุญาตครั้งนี้ส่งผลให้ไม่จำเป็นต้องมีผู้กำกับดูแลความปลอดภัยประจำที่นั่งคนขับของยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติของไป่ตู้ ที่ให้บริการในพื้นที่ที่กำหนดของเมืองอีกต่อไป รวมถึงอนุญาตให้บริษัทสามารถเก็บค่าบริการได้อีกด้วย

อนึ่ง ไป่ตู้ริเริ่มการวิจัยและพัฒนาการขับขี่อัตโนมัติของบริษัทในปี 2013 โดยปัจจุบันบริษัทได้ทำการทดสอบทางถนนในเมืองเกือบ 30 แห่งทั่วจีน

กำลังเสริมมาแล้ว!! ‘อียู’ เปลี่ยนนโยบายครั้งประวัติศาสตร์ เปิดทางชาติสมาชิกส่งอาวุธช่วยยูเครน

สหภาพยุโรป (EU) เตรียมมอบเงิน 450 ล้านยูโรเพื่อซื้ออาวุธให้ยูเครน และเปิดทางให้ประเทศสมาชิกส่งอาวุธไปช่วยยูเครนได้ เช่นเดียวกับสวีเดนที่เปลี่ยนจุดยืนครั้งประวัติศาสตร์

โจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น (3.16 . ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ตามเวลาไทย) ว่าประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปตกลงที่จะปลดบล็อคงบประมาณ 450 ล้านยูโร ให้รัฐสมาชิกซื้ออาวุธให้ยูเครน

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดการสนับสนุนและการคว่ำบาตรที่หลากหลายซึ่งตกลงกันโดย 27 รัฐในสหภาพยุโรป บอร์เรลล์ กล่าวว่า พวกเขายังอนุมัติอย่างเป็นทางการในการห้ามการทำธุรกรรมใดๆ กับธนาคารกลางรัสเซียด้วย

ทั้งนี้ สนธิสัญญาของสหภาพยุโรปห้ามไม่ให้กลุ่มใช้งบประมาณปกติเพื่อเป็นทุนในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการทหารหรือการป้องกัน แต่นี่คือครั้งแรกที่สหภาพยุโรปจะใช้เครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า “สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสันติภาพแห่งยุโรป” นอกงบประมาณ โดยมีเพดานงบประมาณ 5,000 ล้านยูโร ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อช่วยเหลือทางทหารได้

เป็นครั้งแรกที่สหภาพยุโรปจะให้เงินทุนในการซื้อและส่งมอบอาวุธและอุปกรณ์อื่นๆ ให้กับประเทศที่ถูกโจมตี” อูร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าว “นี่เป็นช่วงเวลาแห่งจุดเปลี่ยน”

โจเซป บอร์เรลล์ ยังกล่าวว่า กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปจะส่ง "เครื่องบินขับไล่" ไปยังยูเครนตามคำร้องขอของรัฐบาลยูเครนเพื่อช่วยต่อต้านการโจมตีทางอากาศและทางบกของรัสเซีย

เราจะจัดหาเครื่องบินขับไล่ เราไม่ได้หมายถึงแค่กระสุน เรากำลังจัดหาอาวุธที่สำคัญกว่าเพื่อไปทำสงคราม” เขากล่าวในการแถลงข่าว

รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ‘ดมีโทร คูเลบา’ บอกกับสหภาพยุโรปว่า “พวกเขาต้องการเครื่องบินรบแบบที่กองทัพยูเครนสามารถปฏิบัติการได้...ประเทศสมาชิกบางประเทศมีเครื่องบินประเภทนี้” โจเซป บอร์เรลล์ กล่าว

ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดอีก 2.2 หมื่น ตาย 42 ราย กทม.พบคลัสเตอร์โรงเรียน 18 คลัสเตอร์ วอนผู้ป่วยสีเขียวรักษาที่บ้าน สงวนเตียงให้ผู้ป่วยหนัก เตรียมช่วยคนไทยกลับจากยูเครนแบบ Test and go 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์โควิด-19ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22,311 ราย ติดเชื้อในประเทศ 22,148 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 21,958 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 190 ราย มาจากเรือนจำ 27 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 136 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 17,470 ราย อยู่ระหว่างรักษา 213,645 ราย อาการหนัก 980 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 280 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 42 ราย เป็นชาย 23 ราย หญิง 19 ราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 29 ราย มีโรคเรื้อรัง 11 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 2 ราย

ขณะนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,891,927 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 2,655,349 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 22,933 ราย ส่วนยอดฉีดวัคซีนวันที่ 27 ก.พ. 106,340 โดส ยอดฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.64 จำนวน 123,568,670 โดส ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 435,984,567 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 5,697,986 ราย 

  พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในจำนวนผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษา เป็นการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลถึง 38,479 ราย และจำนวนกว่า 98% เป็นผู้ป่วยอาการสีเขียว ปัจจุบันผู้ป่วยเกิน 90% เป็นการติดเชื้อโอมิครอน กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นย้ำให้ผู้มีอาการน้อยรักษาตัวที่บ้าน สงวนเตียงให้ผู้ป่วยอาการสีเหลืองและแดง หรือที่มีความจำเป็นจริงๆ ทั้งผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้ที่ต้องทานยากดภูมิ คนกลุ่มนี้แม้อาการจะน้อยแต่ก็อาจกระทบกับโรคหลักได้ ทางโรงพยาบาลจึงจะพิจารณาให้อยู่ในโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เรามีเตียงเพียงพอ จึงให้ผู้ป่วยสีเขียวรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่เมื่อมีผู้ติดเชื้อมากจึงอยากขอสวงนสิทธิ์ให้กับผู้ป่วยสีเหลืองสีแดง ส่วนกรณีที่มีนักวิชาการออกมาคาดการณ์ตัวเลขรายวันจะสูงมากขึ้น ยืนยันศบค.ติดตามตัวเลขอย่างใกล้ชิด อยากให้นักวิชาการเหล่านั้นให้ข้อมูลด้วยว่าภาครัฐรวมถึงแต่ละภาคส่วนควรมีบทบาทอย่างไร อย่าให้ข้อมูลเพียงแค่ตัวเลข และจากการติดเชื้อตอนนี้จะเห็นว่าติดเชื้อเยอะในจังหวัดสีฟ้าที่มีการผ่อนคลายกิจกรรม ดังนั้นอยากขอให้งดการเดินทางและการรวมกลุ่มไปก่อน เราไม่สามารถล็อกดาวน์ได้อีก แต่ต้องปรับตัว 

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดได้แก่ กทม. 2,779 ราย ชลบุรี 1,275 ราย นนทบุรี 1,0951 ราย สมุทรปราการ 1,068 ราย นครศรีธรรมราช 957 ราย นครราชสีมา 717 ราย ภูเก็ต 652 ราย นครปฐม 605 ราย สมุทรปราการ 585 ราย ปทุมธานี 577 ราย ส่วนขณะที่คลัสเตอร์ต่างจังหวัด พบคลัสเตอร์ร้านอาหารที่ จ.มหาสารคาม ขอนแก่น สงขลา คลัสเตอร์บุคคลากรทางการแพทย์พบที่ชลบุรี ปัตตานี คลัสเตอร์โรงเรียนพบที่ร้อยเอ็ด สกลนคร คลัสเตอร์ตลาดพบที่ ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู คลัสเตอร์พิธีกรรมพบที่อานาจเจริญ สระแก้ว กาฬสินธุ์ สกลนคร เลย ศรีสะเกษ ขณะที่ในกทม.พบคลัสเตอร์โรงเรียนถึง 18 คลัสเตอร์ด้วยกัน

‘บลูเทค ซิตี้’ มอบชุดตรวจหาแอนติเจนของเชื้อโควิด-19 ให้แก่โรงเรียนวัดเขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19!!

วันที่ (28 ก.พ.65) ที่โรงเรียนวัดเขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทคซิตี้ พร้อมด้วย ทีมงานฝ่าย CSR ของโครงการนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ มอบชุดตรวจหาแอนติเจนของเชื้อโควิด-19 จำนวน 700 ชุด ให้แก่คณะครู นักเรียน โรงเรียนวัดเขาดิน

โดยมี นายณรงค์ นกอิ่ม ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดิน ,นายกิตติศักดิ์ จันทร์เปรม ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนวัดเขาดิน เป็นผู้รับมอบ เพื่อเสริมความมั่นใจและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับครูและนักเรียน

นราธิวาส - ทหารพราน 45 นำกำลังพลลุยน้ำ! แจกจ่ายอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.ระแงะ ขณะที่ภาพรวมมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 7 ตำบล 59 หมู่บ้าน

พันเอก ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ลงพื้นที่ให้กำลังใจกำลังพลและผู้แทนอำเภอระแงะ ที่ร่วมกันประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน ที่วัดชัยรัตนาราม หรือวัดบ้านไท อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส  เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตเบื้องต้น หลังประสบอุทกภัยน้ำเข้าท่วมบ้านเรือน ประชาชนได้รับความยากลำบากอยู่ในขณะนี้ โดยเมนูเป็นข้าวผัดพริกแกงไก่ ไข่ดาว จำนวน 1,000 กล่อง ทั้งไข่เป็ดและไข่ไก่ ส่วนหนึ่งเป็นวัตถุดิบที่ได้มาจากโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายในบริเวณหน่วยฯ พร้อมน้ำดื่มของหน่วยฯ ที่ผลิตเอง

จากนั้น พันเอก ทวีรัตน์  เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 พร้อมด้วยนายกิตติพงษ์  อำพันธ์ นายอำเภอระแงะ พันตำรวจเอก ปิยภัทร  ทองพันเลิศกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรระแงะ และผู้เกี่ยวข้อง ได้เดินลุยน้ำในพื้นที่บ้านปลักเข้ บ้านไท ตำบลตันหยงมัส  นำข้าวกล่องไปแจกจ่ายให้กับประชาชนถึงบ้าน โดยภาพพื้นที่บ้านไท รวมระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรไปมาได้ 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top