Sunday, 28 June 2026
NewsFeed

รัฐบาลเตรียมแผนอพยพ ‘คนไทย’ ในยูเครน ให้สถานทูตกรุงวอซอร์ โปแลนด์ ช่วยเหลือ

เลขาฯ สมช.ระบุ เตรียมพร้อมอพยพคนไทยในยูเครน หลังรัสเซียใช้ปฏิบัติการทางทหาร พร้อมย้ำท่าทีไทยสนับสนุนแนวทางสันติภาพ และหวังให้มีการเจรจา

วันนี้ 24 ก.พ. 65 พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุถึงความกังวลเหตุปะทะระหว่างกองกำลังของยูเครนและรัสเซียว่า รัฐบาลมีความกังวลอย่างมากกับการยกระดับสถานการณ์ในทวีปยุโรป โดยท่าทีของไทยอยากให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ตรงนั้นเกิดความสงบสุขเร็ว และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อยากให้ใช้แนวทางการพูดจาเจรจากัน

คลังเกาะติดสถานการณ์ 'รัสเซีย-ยูเครน' หวั่นบานปลายราคาน้ำมันพุ่ง 6 บาท

“คลัง” เกาะติดสถานการณ์ตึงเครียดรัสเซีย-ยูเครน ลุ้นจบลงด้วยดี ด้าน “หอการค้าไทย” หวั่นเหตุการณ์บานปลาย ดันราคาน้ำมันไทยพุ่งอีก 6 บาท

24 ก.พ. 65 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง กล่าวว่า ผลจากกรณียูเครน-รัสเซีย ต้องติดตามสถานการณ์ ไม่อยากเห็นเหตุการณ์บานปลาย ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันขยับตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ในกรอบ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังอยู่ในขอบเขตที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบริหารจัดการไม่ให้ดีเซลเกิน 30 บาทต่อลิตรได้ กระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตที่ผ่านมาก็เข้าไปช่วยในเรื่องของภาษี ขณะที่นักท่องเที่ยวจากรัสเซีย ยูเครน ก็มีเข้ามาเป็นจำนวนมาก ถ้าเกิดความตึงเครียดรุนแรง ก็จะส่งผลกระทบต่อไทยอยู่บ้าง

“สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปัจจุบันปรับเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากความขัดแย้งของรัสเซียและยูเครน แต่เชื่อว่าจากความพยายามของทุกฝ่ายน่าจะทำให้เรื่องจบลงด้วยดี ไม่น่าเกิดความรุนแรงจนนำไปสู่การสู้รบ ซึ่งหากสถานการณ์จบลงด้วยดีก็จะส่งผลดีต่อทิศทางราคาน้ำมัน โดยปีนี้คาดว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ระดับ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล” นายอาคม กล่าว

ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์การรัสเซีย-ยูเครนในขณะนี้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น โดยทุก 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้ราคาน้ำมันในไทยปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร และกรณีเลวร้าย หากเกิดสงคราม คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และจะกระทบต่อราคาน้ำมันถึง 6 บาทต่อลิตร

กลุ่มองค์กรประชาชน "คัดค้าน" กฏหมายควบคุมองค์กรฯ 

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เปิดเวทีผ่านระบบZOOM รับฟังความคิดเห็น "ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ...."  มีคนพิการและครอบครัว องค์กรด้านคนพิการ และเครือข่ายคนพิการ กว่า 300 องค์กร เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

โดยความเห็นผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เกือบ 100% “คัดค้าน”และ ต้องการให้รัฐบาล “ยกเลิก” ร่างพระราชบัญญัติฯ ดังกล่าว เนื่องจากมีหลากหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับการทำงานเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ สังคม ประเทศชาติ อาทิเช่น

1. ร่างพรบ.ดังกล่าว ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลักสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค การส่งเสริมและการมีส่วนร่วมของประชาชน 

2. ร่างพรบ.ดังกล่าว ไม่มีมิติใดที่ส่งเสริมองค์กรไม่แสวงหากำไร ทั้งด้านงบประมาณ กลไก และวิธีการส่งเสริม เขียนกฎหมายแบบ”ลอย”หรือ”ลวง” ไม่มีความชัดเจนใด แต่อย่างใด

3. ร่างพรบ.ดังกล่าว  มุ่งที่จะควบคุมแบบเหมาเข่ง ทั้งองค์กรเล็กใหญ่ทุกรูปแบบ ทั้งที่องค์กรเหล่านั้นไม่ได้แสวงหากำไรหรือทำงานเชิงพาณิชย์  ทำงานด้วยจิตอาสาไม่มีเงินเดือน หรือค่าตอบแทนใดๆ ทำงานอย่างเป็นหุ้นส่วนกับภาครัฐมาโดยตลอด 
4. ร่างกฎหมายสร้างภาระอันเกินควรแก่ภาคประชาสังคม ใช้กฎหมายซ้ำซ้อน ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายจ้างผู้ตรวจสอบบัญชี ฯลฯ โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็ก เช่น ชมรม กลุ่ม ฯลฯ ทำให้ภาคประชาชนที่ทำงานแทนรัฐ หรือทำงานให้ภาครัฐอาจต้องถอนตัว และตายจากไป ซึ่งจะทำให้กระทรวงพม.และหน่วยงานภาครัฐอื่นทำงานลำบากขึ้น
5. บทลงโทษและคำสั่งต่างๆที่เขียนในกฎหมายเป็นการใช้ดุลยพินิจเกินสมควรแก่เหตุ คำสั่งให้องค์กรไม่แสวงหากำไรหยุดและยุติการทำงาน รวมถึงบทกำหนดโทษรุนแรงไม่เป็นธรรม เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจอย่างกว้าง ทั้งที่สามารถใช้กฎหมายอื่นในการกำกับดูแลได้อยู่แล้ว เช่น ป.แพ่ง ป.อาญา พรบ.ปปง. เพียงแต่ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ ให้เข้มข้นขึ้น

‘แตงโม นิดา’ พลัดตกเรือจมเจ้าพระยา ค้นหาตลอดทั้งคืนยังไม่เจอตัว

นักแสดงสาว ‘แตงโม นิดา’ พลัดตกเรือสูญหายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา จนท.เร่งค้นหา กว่า 7 ชม. ยังไม่เจอตัว ด้าน คนบันเทิง-แฟนคลับ แห่ส่งกำลังใจ ขอให้ปลอดภัย

นักแสดงสาว แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ พลัดตกจากเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใกล้เคียงท่าเรือพิบูลสงคราม จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับสะพานพระราม 7

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ เวลา 22.40 น. วันที่ 24 ก.พ. 65 มีรายงานว่า มีเรือขับออกมากลางแม่น้ำเจ้าพระยา ในเรือมี ชาย 3 คน หญิง 3 คน เรือออกจากสะพานซังฮี้ ขับมุ่งหน้านนทบุรี

"สถานประกอบการ" ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการจังหวัดปราจีนบุรี…เปิด “โครงการจ้างงานคนพิการ มาตรา 35” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

"นางสาวจิรฐา คงทน" ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวรายงานแก่ "นายอุดม ตระกูลษา" นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงขี้เหล็ก จ.ปราจีนบุรี ประธานในพิธีเปิด “โครงการจ้างงานคนพิการ มาตรา 35” (ร้าน ซัก อบ รีด) ว่าตามที่พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ใน มาตรา 33 เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ นายจ้างหรือ เจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทํางานตามลักษณะของงานในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ หรือหน่วยงานของรัฐ

ทั้งนี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงกําหนดจํานวนที่นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐจะต้องรับคนพิการเข้าทํางาน "กฎกระทรวงแรงงาน” จึงกำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไป รับคนพิการที่สามารถทํางานได้ไม่ว่าจะอยู่ในตําแหน่งใดในอัตราส่วนลูกจ้างที่มิใช่คนพิการทุกหนึ่ง ร้อยคนต่อคนพิการหนึ่งคน เศษของหนึ่งร้อยคนถ้าเกินห้าสิบคนต้องรับคนพิการเพิ่มอีกหนึ่งคน การนับจํานวนลูกจ้างให้นับทุกวันที่ 1 ตุลาคม ของแต่ละปีและกรณีนายจ้างหรือ เจ้าของสถานประกอบการผู้ใดมีหน่วยงานหรือสํานักงานสาขาในจังหวัดเดียวกันให้นับรวมลูกจ้างของ หน่วยงานหรือสํานักงานสาขาทุกแห่งในจังหวัดนั้นเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ในมาตรา 35 กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทํางานตามมาตรา 33 หรือนายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทํางานตามมาตรา 33 และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา 34 หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้น อาจให้สัมปทานจัดสถานที่จําหน่ายสินค้าหรือบริการ / จัดจ้างเหมาช่วงงาน / ฝึกงาน / หรือให้การช่วยเหลืออื่นใด แก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการแทนก็ได้ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนดในระเบียบ

ในการนี้ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมให้คนพิการมีงานทำ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายให้แก่คนพิการ และครอบครัวคนพิการ อีกทั้งยังให้การสนับสนุนทุนประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้คนพิการได้มีอาชีพ และมีงานทำใกล้บ้าน สามารถพึ่งพาตนเองอย่างมีเกียรติศักดิ์ศรีทัดเทียมคนทั่วไป โดยคนพิการได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน และมุ่งหวังว่าการมีรายได้ที่สม่ำเสมอจากการเข้าถึงโอกาสงานและอาชีพนี้จะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงช่วยให้สุขภาวะในทุกมิติของคนพิการดีขึ้น และสังคมได้เห็นถึงศักยภาพโดยประจักษ์ของคนพิการในฐานะพลเมืองเข้มแข็ง ที่สามารถทำประโยชน์และเป็นกำลังสำคัญให้กับชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ได้ในภายภาคหน้าอย่างมีความสุข

จึงเป็นที่มาของ “โครงการจ้างงานคนพิการ มาตรา 35”  ซึ่งทางบริษัทฯให้การสนับสนุนคนพิการจำนวน 2 คน คือ นางสาวกันตา  วิฑูรอนันต์  และ นายเศกษดา  ทรัพย์อุดม เพื่อประกอบอาชีพ “ร้าน ซัก อบ รีด” เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 228,490 บาท

 

ตร.มุกดาหาร โชว์ฝีมือ!! จับแก๊งค้ากัญชาข้ามชาติได้ครบเซ็ต (ผู้ต้องหา-รถขน-รถนำ-กัญชา)

กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร พล.ต.ต.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร และ พ.ต.อ.สงกรานต์สันหกรณ์ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร  แถลงข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดได้ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลางรถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และกัญชาแห้งอัดแท่งจำนวน 537 แท่ง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร  ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติลักลอบลำเลียงกัญชาแห้งอัดแท่งใส่รถยนต์จากบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.หว้านใหญ่ เข้ามาในพื้นที่ อ.เมืองมุกดาหาร จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเดินทางเข้าไปบริเวณพื้นที่ถนนสายบ้านคำฮี-บ้านนาโสกน้อย ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร ตามที่ได้รับแจ้งพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นมิราจ สีดำ ทะเบียน กจ 5310  มุกดาหาร วิ่งนำหน้ารถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา ทะเบียน 3 ฒจ 5385 กรุงเทพมหานคร ตรงตามที่ได้รับแจ้งจึงได้จัดชุดไล่ติดตามหยุดรถทั้ง 2 คันดังกล่าว และแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นรถยนต์กระบะด้านในแคปหลังเบาะคนขับพบกระสอบถุงดำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่จำนวน 4 กระสอบและด้านหลังกระบะมีผ้าใบปิดคลุมไว้เมื่อเปิดออกพบกระสอบถุงดำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่อีกจำนวน 8 กระสอบ รวมเป็น 12 กระสอบ

จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาร่วมทำการตรวจสอบพบว่าภายในกระสอบถุงดำเป็นกัญชาแห้งอัดแท่งรวม 537 แท่ง/กิโลกรัม จึงได้ควบคุมตัว น.ส.ไพวรรณ หรือก้อย คำมุงคุณ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 2 ต.ชะโนดน้อย อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ทำหน้าที่ขับรถยนต์กระบะ และนายสหพันธ์ หรือหยอง อุระ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136 หมู่ 5 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร คนขับรถยนต์เก๋งนำทาง

 

'ดร.สุวินัย' วิเคราะห์ ผลพวงหลังสงครามยูเครน แบ่งสองขั้วชัด - สงครามโลก - อาเซียนกระทบ

ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suvinai Pornavalai ว่า... 

อ่านหมากสงครามยูเครน

(1) เป้าหมายของสงครามยูเครนของรัสเซียในครั้งนี้ คือการบังคับให้เปลี่ยนระบอบปกครอง (regime change)

(2) สิ่งที่จะตามมาหลังสงครามยูเครนซึ่งคาดว่าจะไม่ยืดเยื้อ คือการกลับมาของ "สงครามเย็นใหม่" ที่โลกแบ่งเป็นสองขั้วอำนาจอย่างชัดเจนอีกครั้ง 

นี่คือการเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์ครั้งสำคัญ ในรูปของการ "ดีสรัป" (disrupt) หรือ การทำลายระบอบโลกหลังยุคสงครามเย็น 

(3) ถ้าดูจากบทเรียนของสงครามโลกครั้งที่สอง สิ่งที่จะตามมาน่าจะเป็น The Great Depression ที่จะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่สามที่เป็นทั้ง Hybrid War และ The Great Reset

สมุทรปราการ - ผบ.ทร.บรรยายพิเศษ นักเรียนนายเรือ ย้ำ! “ถ้าตั้งเข็มทิศตรงแต่แรกแล้วจะทำให้เดินถูกทิศถูกทาง เป็นทหารเรือที่ดีในอนาคต”!!

พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) บรรยายพิเศษ ให้นักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 1-4 ก่อนเดินทางไปฝึกภาคทะเล โดยมีพลเรือโท ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของโรงเรียนนายเรือ ตลอดจนครูอาจารย์และนักเรียนนายเรือ ให้การต้อนรับ ณ หอประชุมภูติอนันต์ กองบัญชาการโรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อบรรยายพิเศษแก่ นักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 1 - 4 รวมถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ครูอาจารย์ของโรงเรียนนายเรือ ที่เป็นนายทหารสัญญาบัตรที่สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนนายเรือทุกนายเข้ารับฟัง รวมจำนวนทั้งสิ้น 411 นาย  ซึ่งเป็นการบรรยายพิเศษแบบใกล้ชิด แบบรุ่นพี่แนะนำรุ่นน้อง โดยเป็นการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการรับราชการ เพื่อให้นักเรียนนายเรือ และนายทหารรุ่นน้อง นำไปปรับใช้

ทั้งนี้ ในการฟังบรรยายดังกล่าวได้มีการตรวจ ATK. และปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(Covid-19) ของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด

สำหรับเนื้อหาที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ ถ่ายทอดแก่นักเรียนนายเรือในวันนี้ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนนายเรือ เพื่อให้เป็นคนดีของกองทัพเรือ และประเทศชาติ โดยได้ฝากวลีสำคัญหนึ่งที่ว่า “การเดินทางชีวิตในอนาคตของพวกเรานั้นเปรียบได้กับเรือ ถ้าตั้งเข็มทิศเรือตรงแต่แรกแล้ว จะทำให้เราเดินถูกทิศถูกทางได้ต่อไป และความผิดพลาดของเข็มทิศเพียงเล็กน้อยในวันนี้ จะเป็นปัญหาใหญ่ในภายหน้า นอกจากนี้ในอนาคตเข็มทิศนี้อาจมีสิ่งยั่วยุต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เบี่ยงเบนผิดทิศทางไปได้อีก เราจึงจำเป็นต้องน้อมนำพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ที่ว่า “ให้ทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยสติรู้ตัว ปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนอื่น” มาใช้และเตือนตัวเองอยู่เสมอ ต้องป้องกันอย่าให้มีผลกระทบ และมุ่งมั่นทำความดีตรงไป จนตลอดชีวิตราชการ”  ทั้งนี้ด้วยนักเรียนนายเรือถือเป็นบุคลากรที่จะก้าวเป็นกำลังสำคัญ เป็นผู้นำกองทัพในอนาคต จึงต้องมีความคิดที่ดีตั้งแต่ต้น เพื่อจบการศึกษาไปเป็นนายทหารจะได้มีคุณสมบัติที่ดี เป็นผู้มีความจงรักภักดี มีคุณธรรม มีความรู้  มีความเป็นผู้นำทางทหาร เป็นสุภาพบุรุษทหารเรือ และมีความละเอียดรอบคอบไม่ประมาท

การพบนักเรียนนายเรือของ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในวันนี้ ยังถือเป็นสัญญาณให้แก่กำลังพลในกองทัพทั้งหมดอีกด้วยว่า จงยึดมั่นอย่าหวั่นไหวกับข่าวไม่ดีที่เกิดขึ้น และก็อย่าประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดี เพราะจะมีผลกระทบกับภาพลักษณ์กองทัพเรือ ที่บรรพบุรุษของเราสร้างมาด้วยความยากลำบาก ให้ทหารเรือทุกนาย มีความมั่นใจในการทำดี ช่วยกันทำดีต่อไปเพื่อส่วนรวม ร่วมกันพัฒนากองทัพเรือต่อไปเพื่อให้เป็นที่เชื่อมั่นและภาคภูมิใจของประชาชน

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ กองทัพเรือ ครู อาจารย์ และนักเรียนนายเรือ ร่วมร้องเพลงพระนิพนธ์ถวายให้กับ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ ต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ท่าน ในหอประชุมภูติอนันต์ โรงเรียนนายเรือ จำนวน 3 เพลง ได้แก่ เพลงดาบของชาติ เพลงเดินหน้า และเพลงดอกประดู่ โดยพร้อมเพรียงกัน และยังได้ร่วมร้องเพลง “มาร์ชสามสมอ” ในแถวทหาร ที่ทำเป็นรูปสามสมอ บริเวณกลางลานสวนสนาม หน้าประชุมภูติอนันต์ อีกด้วย

 

นครนายก – จัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์ เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม และการขับเคลื่อนวาระจังหวัดนครนายก “นครนายกปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน”

ที่บริเวณด้านหน้าวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ถนนสาย 305 รังสิต-นครนายก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จัดกิจกรรมสัปดาห์รณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม และการขับเคลื่อนวาระจังหวัดนครนายก “นครนายกปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน” โดยมี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดงาน นายภราดล รุ่งโรจน์ธีระ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครนายก กรรมการและเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนครนายกกล่าวรายงาน ในพิธีได้มีหัวหน้าส่วนราชการ ขนส่ง ทางหลวง ตำรวจ ผู้บริหารสถานศึกษา และนักศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก รับมอบหมวกนิรภัยจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และได้ร่วมทำกิจกรรม ทาสีบริเวณทางข้าม เยี่ยมชมนิทรรศการจากส่วนราชการและการรณรงค์ในสถานศึกษาให้มีความปลอดภัยบริเวณทางข้าม โดยใช้ธงสีเขียวเป็นสัญลักษณ์

พร้อมเร่งมาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนน โดยให้ดำเนินการสร้างการรับรู้และความตระหนัก ด้านความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึกและตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัยและไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด และมอบแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งดำเนินการปรับปรุง แก้ไขด้านกายภาพของถนนในความรับผิดชอบ รวมทั้งตรวจสอบและปรับปรุง แก้ไขเครื่องหมายจราจร สัญญาณไฟและป้ายเตือนให้มีความชัดเจนบริเวณทางข้าม ทางร่วม ทางแยก และจุดคับขันต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย ใช้ความระมัดระวัง และลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

 

 

ปทุมธานี - ‘บิ๊กแจ๊ส’ เร่งดำเนินการขุดลอกปรับภูมิทัศน์ เทน้ำอีเอ็มปรับสภาพน้ำ ตามโครงการพระราชดำริ

ที่คลองเปรมประชากร บริเวณหน้าวัดเปรมประชา ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี  พร้อมด้วยนายสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ รองนายก อบจ.ปทุมธานี , นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี , พล.ต.ท.อดุลย์ รัตนภิรมย์ ที่ปรึกษาพิเศษนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี , นายธนศักดิ์ แป้นมุข ที่ปรึกษานายก อบจ.ปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่าง อบจ.ปทุมธานีได้ตรวจสอบการดำเนินการโครงการกำจัดผักตบชวาวัชพืชสิ่งปฏิกูล และตกแต่งภูมิทัศน์ริมตลิ่ง 2 ฝั่งคลองเปรมประชากร ระยะทาง 15 กิโลเมตร และเทน้ำหมักชีวภาพช่วยบำบัดน้ำเสีย ร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานี  โดยมีเรือโป๊ะรถแบคโฮจำนวน 2 เครื่องกำลังดำเนินการขุดลอกคูคลองและตัดต้นไม้ปรับภูมิทัศน์พร้อมประชาสมพันธ์ชาวบ้านให้รับทราบโครงการร่วมถึงการการตัดแต่งต้นไม้ที่กีดขวางบริเวณหน้าบ้านที่อาจจะเกี่ยวสายไฟฟ้าจนเป็นอันตรายเมื่อมีลมพายุพัดมักเกิดไฟฟ้าดับ

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกอบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากคลองเปรมประชากรมีประวัติศาสตร์และเป็นโครงการพระราชดำริฯ ต่อมาพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ เลขาธิการพระราชวัง ได้เรียกประชุมหลายภาคส่วน โดยตนเองได้ร่วมประชุมด้วย ซึ่งคลองแห่งนี้ มีมาตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ขุดขึ้น ตั้งแต่ตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผ่านปทุมธานีไปถึงเขตดุสิตกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการย่นระยะทางเดินเรือในสมัยก่อนที่แม่น้ำเจ้าพระยามีสภาพคดเคี้ยว ซึ่งทางคุณขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ เคยดำเนินการที่จะลอกคลองเปรมประชากร ให้สวยงามเป็นประวัติศาสตร์ หลังจากที่ได้รับนโยบายของท่านพลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล มาแล้ว ทาง อบจ.ได้ลงพื้นที่มาสำรวจ พบว่าคลองเปรมประชากร แต่ละพื้นที่มีปัญหาไม่เหมือนกัน จึงได้เริ่มดำเนินการที่ตำบลบางพูน ย้อนขึ้นไปจนสุดเขตจังหวัดปทุมธานี ถึงตำบลบางกระสั้น อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้คลองทั้งสองฝั่งสะอาดเรียบร้อย จากนั้นจะดำเนินการต่อจากตำบลหลักหกบริเวณหลังเมืองเอก ไปจนถึงหลักสี่ กรุงเทพมหานคร อุปสรรคที่พบในการดำเนินการคือมีสะพานกว่า 100 สะพาน ทำให้ต้องเคลื่อนย้ายเรือโป๊ะรถแบคโฮจำนวน 2 เครื่อง ในการดำเนินการรวมระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร หากไม่มีอุปสรรคเพิ่มเติมคาดว่า 15 วันก็จะแล้วเสร็จ

หลังจากนั้นจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าเราต้องดำเนินการช่วยกันหลายหน่วยงาน ไม่ใช้ อบจ.จะดำเนินการหน่วยงานเดียว ทุกภาคส่วนจะมีการร่วมมือกัน ซึ่งทาง อบจ. ได้น้ำหมักชีวภาพช่วยบำบัดน้ำเสียและปรับสภาพน้ำในคลองเปรมประชากร เนื่องจากมีบางจุดมีกลิ่นเหม็น โดยเราได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ผมคาดว่าภายใน 7 วันนี้สภาพน้ำในคลองจะสะอาดขึ้น ต่อไปจะมีการรณรงค์ให้ปลูกต้นไม้ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อให้มีภูมิทัศน์สวยงาม โดยเราได้ดำเนินการทำไปเป็นช่วง ๆ เนื่องจากมีช่วงที่เรายังทำไม่ได้เพราะมีพี่น้องประชาชนบุกรุกเข้ามาอาศัยริมคลอง จึงต้องฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมาช่วยกันให้เป็นรูปธรรม เพราะทาง อบจ.ปทุมธานีคงไปทำไม่ได้บางอย่างก็อยู่เหนือความรับผิดชอบของเรา เมื่อหลายฝ่ายช่วยกันแล้วผมเชื่อว่าภูมิทัศน์คลองของเราจะสวยงามกลับมา

ในส่วนของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขอให้อย่าพึ่งประมาท เนื่องจากทางศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ประการเพิ่มเติมว่ามีพื้นที่ 28 จังหวัดสีแดง มีจังหวัดปทุมธานีรวมอยู่ด้วย ซึ่งจังหวัดปทุมธานีเคยหลุดล้นจังหวัด 1 ใน 10 ที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดมานานกว่า 6-7 เดือนแล้ว จนมีเชื้อโอไมครอนเข้ามา อยากให้พิจารณาว่าจังหวัดปทุมธานีเป็นจังหวัดปริมณฑลเหมือนกันจังหวัดนนทบุรีซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อ 800 กว่าคน สมุทรปราการที่มียอดติดเชื้อ 900 กว่าคน กรุงเทพ 3,000-4,000 คน แต่ปทุมธานียังคงจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 300 – 400 คน ขอให้พิจารณาอย่าพึ่งถอดจังหวัดปทุมธานีออกจากจังหวัดสีฟ้า ผมเชื้อว่านโยบายที่เราทำมาจะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลงให้ได้ จะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 300 ให้ได้ ทาง อบจ.จะดำเนินการทำเต็มที่ ทั้งฉีดพ่นฆ่าเชื้อภายในภายนอกอาคาร การตรวจ ATK การฉีดวัคซีน ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าประมาท เมื่อเจอเบาะแสใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงรีบแจ้งมาเรามีชุดเคลื่อนที่เข้าไปแก้ปัญหาไปตรวจให้เอาสมุนไพรไปแจก

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top