Saturday, 27 June 2026
NewsFeed

'นายกฯ' ขอ ทุกคนยกการ์ดสูง แม้ไทยติดโควิด-19 หลักหมื่น แต่ยอดผู้เสียชีวิตยังต่ำ - โฆษกรัฐบาล เตือน ซื้อไม้ สวอป หวังเคลมเงินประกัน ผิดอาญา พบผิด ให้บังคับใช้กฎหมาย เคร่งครัด 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ถึงแม้ว่าผู้ติดเชื้อจะเพิ่มจำนวนขึ้นถึงหลักหมื่นต่อเนื่อง แต่อัตราของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตยังถือได้ว่าค่อนข้างต่ำ นายกรัฐมนตรียังขอประชาชนพยายามระวังตัวเอง โดยเฉพาะจากการสังสรรค์และรวมตัวคนหมู่มาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วมาก การป้องกันตนเองที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อเพิ่มภูมิต้านโรค โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

นายธนกร กล่าวว่า ที่มีกระแสข่าวการซื้อไม้สวอปจากผู้ที่ติดโควิด-19 หวังติดเชื้อเพื่อเคลมประกันนั้น ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว หากจงใจทำเพื่อหวังเคลมเงินประกัน ยังถือว่ามีความผิดฐานฉ้อฉลประกันภัย เป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง หากมีความจำเป็น ภาคธุรกิจประกันภัย ก็สามารถใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้โดยจะไม่ถือเป็นการประวิงการจ่ายสินไหมฯ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการฉ้อฉลประกันภัย 

สหรัฐฯ อนุมัติอัปเกรด ‘ขีปนาวุธแพทริออต’ ให้ไต้หวัน คาดฟันมูลค่าเหนาะๆ ร่วม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ อนุมัติโครงการจำหน่ายยุทโธปกรณ์และบริการให้แก่ไต้หวันเพื่อบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบขีปนาวุธแพทริออต โดยคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,300 ล้านบาท

สำนักงานความร่วมมือด้านความมั่นคงกลาโหมแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Defense Security Cooperation Agency - DSCA) แถลงวานนี้ (7 ก.พ.) ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการจำหน่ายยุทโธปกรณ์และบริการตามที่ไต้หวันร้องขอมา และ DSCA ได้แจ้งให้สภาคองเกรสรับทราบแล้ว

ทั้งนี้ การอัปเกรดระบบแพทริออตซึ่งเป็นขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศ “จะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้แก่ประเทศผู้รับ และช่วยธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเมือง ดุลอำนาจทางทหาร ตลอดจนเศรษฐกิจและความเจริญก้าวหน้าในภูมิภาค” DSCA ระบุในถ้อยแถลง

“การจำหน่ายยุทโธปกรณ์และบริการครั้งนี้ยังเอื้อต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั้งในแง่เศรษฐกิจและความมั่นคง โดยการสนับสนุนให้ประเทศผู้รับสามารถยกระดับกองกำลังให้มีความทันสมัย และคงไว้ซึ่งศักยภาพในการป้องกันตนเองที่เชื่อถือได้”

'บิ๊กป้อม' ย้ำ!! ไม่ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ การันตีชู 'บิ๊กตู่' แคนดิเดตนายกฯ

"บิ๊กป้อม" ย้ำไม่ทิ้ง พปชร. การันตีชู "บิ๊กตู่" แคนดิเดตนายกฯ ไม่ไปไหน ยันไม่แย่งเก้าอี้ "มท.1" จาก "บิ๊กป๊อก" น้องตัวเอง เลี่ยงตอบ "เศรษฐกิจไทย-รวมไทยสร้างชาติ" เป็นพรรคพันธมิตรกัน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างอารมณ์ดี ถึงสถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่มีอะไร ก็บอกแล้วทุกครั้ง มีแต่สื่อไปเขียนกันเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้สบายใจขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สบายใจทุกที เมื่อถามว่า ที่ระบุจะมีคนมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพิ่มขึ้น ตอนนี้มีใครบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่บอก เอาไว้ใกล้ๆ เวลาก่อน เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจจะได้ ส.ส. 150 เสียง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปตามที่ประกาศไว้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คิดไว้อย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงการขอร้อง ส.ส. ในที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐให้เข้าร่วมประชุมสภาฯ จะทำให้ทิศทางการประชุมสภาฯ หลังจากนี้ดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรียบร้อย ความจริง ส.ส. พรรคพลังประชารัฐก็เข้าประชุมกว่า 80 คนทุกครั้ง แต่ก็ขอร้องพรรคอื่นๆ ด้วยให้เข้าร่วมประชุม

เมื่อถามว่า ยืนยันจะอยู่กับพรรคพลังประชารัฐไม่ไปไหนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำว่า "ไม่ไปไหน ไม่ไปไหน มีแต่พวกสื่อจะไล่ผมให้ไป และขอยืนยันว่า พรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ"

เมื่อถามว่า คนนอกเริ่มมองว่าพรรคพลังประชารัฐกำลังจะแตกแล้ว พล.อ.ประวิตร ยิ้ม พร้อมกับกล่าวว่า จะแตกอะไรเล่า จะแตกได้อย่างไรก็ตนยังอยู่ ทุกคนก็อยู่กันหลายคน ทั้งนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง ในฐานะรักษาการเลขาฯ พรรค, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ก็ยังอยู่กันทั้งนั้น ยืนยันพรรคยังรักกันเหมือนเดิมไม่มีอะไร

ล้วงลึก 'ท็อป จิรายุส' จากคนขี้กลัว ไม่กล้าพูดต่อหน้าสาธารณชน สู่ผู้เปี่ยมความมั่นใจ ใส่เต็มมากกว่า 1,000 เวที

ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ซีอีโอของบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Bitkub) ผู้เชี่ยวชาญด้านเงินดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี) และบล็อกเชนเทคโนโลยี โพสต์เฟซบุ๊ก ท๊อป จิรายุส - Topp Jirayut ว่า วันเกิดไม่ได้หมายถึงตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้นแต่มันคือ 1 ขวบปีที่ผ่านไปกับบทเรียนและประสบการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

เชื่อมั้ยครับว่าผมเคยเป็นคนที่กลัวการพูดต่อหน้าที่สาธารณชนมากๆ

รูปนี้ถ่ายขึ้นจากการออนสเตจครั้งแรกของผมครับ ครั้งนั้นคือตอนที่ผมตัดสินใจเอาชนะความกลัว แล้วพาตัวเองขึ้นไปพูดเวทีต่อหน้าคนเยอะๆ เป็นครั้งแรก

ก่อนหน้าวันงาน ผมต้องซ้อมหน้ากระจกมากกว่า 20 รอบ เพื่อท่องและจดจำทุกคำ ทุกประโยคจากในกระดาษที่ผมได้ทำโน้ตไว้ (กระดาษที่ผมถือในรูปนั่นแหละครับ)

‘เฉลิมชัย’ เร่งพลิกโฉมกระทรวงเกษตรฯ ย้ำชัด พอใจผลพัฒนา-การบริหารภาครัฐคืบหน้า

‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ เร่งปฏิรูปพลิกโฉมกระทรวงเกษตรฯ พอใจผลการพัฒนาการบริหารและการบริการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัลคืบหน้า 70% 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และประธานคณะกรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC)เปิดเผยวันนี้ (7 ก.พ.) ถึงผลงานความคืบหน้าของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 ประจำเดือนมกราคม 2565 ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ยุทธศาสตร์การปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า จากผลการปฏิรูปการบริการและการบริหารภาครัฐของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC : Agritech and Innovation Center) มีความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พอใจต่อผลการทำงานล่าสุดโดยเฉพาะการดำเนินงานด้านระบบบริการภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Gov Tech) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความคืบหน้าถึง 70% จากพัฒนาบริการภาครัฐทั้งหมด 176 ระบบเปลี่ยนเป็นการบริการภาครัฐด้วยดิจิทัล (Digital Service) แล้ว 156 ระบบ ซึ่งในส่วนนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นและให้บริการแล้ว 109 ระบบหรือคิดเป็น 70% 

ส่วนการพัฒนา NSW (National Single Window) 54 ระบบ อยู่ระหว่างการพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 47 ระบบ ในขณะที่ด้านระบบฐานข้อมูลดิจิทัล (Big Data) โดยศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติได้เชื่อมโยงข้อมูลสู่ภูมิภาคกับศูนย์ AIC เช่นศูนย์ AIC เพชรบุรี (มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี) ในการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อการวิจัยและพัฒนาเกลือทะเลไทยเชิงบูรณาการ การวิจัยและพัฒนาต้นแบบด้าน IT เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้านเกษตรกรรม และศูนย์ AIC จังหวัดเชียงราย ในการดำเนินโครงการ Flagship ร่วมกับ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมกาแฟอาราบิกา การใช้งานระบบ CKAN เพื่อจัดทำ Data Catalog เป็นต้นทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้สั่งการให้มีการจัดประชุมเรื่อง NSW เป็นการเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศและการพยากรณ์ข้อมูลราคาและตลาดสินค้าเกษตรในต่างประเทศ

สำหรับด้านเกษตรอัจฉริยะ ได้มีการรายงานการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเกษตรอัจฉริยะ ปี พ.ศ. 2565 - 2566 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และการขับเคลื่อนการบูรณาการด้านเกษตรอัจฉริยะ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดำเนินโครงการเกษตรแม่นยำ 2 ล้านไร่ จับคู่เกษตรแปลงใหญ่ (Big Farm) กับบริษัทอุตสาหกรรมเกษตรขนาดใหญ่ (Big Brother) โครงการความร่วมมือด้าน Smart Farming กับบริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนแปลงใหญ่เกษตรอัจฉริยะข้าว และระบบช่วยการตรวจประเมินระยะไกล (Remote Audit) หรือการตรวจผ่านระบบออนไลน์ แปลง GAP และเกษตรอินทรีย์ (Organic) (แอปพลิเคชัน Kasettrack) 

สำหรับด้าน E-Commerce ได้มีการขับเคลื่อนเรื่องแผนการกระจายผลไม้ในประเทศ และความร่วมมือด้านการเกษตรและการค้าไทย-บาห์เรน รวมทั้งโครงการ Thailand E-Commerce Village 

ส่วนงานด้านธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาแบรนด์ธุรกิจ SMEs ด้วยการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์ให้โดนใจกลุ่มผู้บริโภค และการประชาสัมพันธ์การจัดงานตลาดนัด Local CIP Fair และ Character Walking Street โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ในระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2565

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ได้มอบนโยบายให้คณะอนุกรรมการด้านธุรกิจเกษตร ศึกษาจุดอ่อนจุดแข็งในเรื่องของระบบธุรกิจเกษตรแบบ Contract Farming ภายใต้กฎหมายปัจจุบันว่ามีจุดอ่อนจุดแข็งที่จะต้องดำเนินการแก้ไขพัฒนาอย่างไร และการขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ด้วยคณะทำงานของ AIC ในการพัฒนาธุรกิจเกษตร 

ทางด้านผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการทำงานของ AIC ที่ผ่านมา มีการนำเสนอความก้าวหน้าในเรื่องของการเชื่อมโยงศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) กับศูนย์ AIC โดย กรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งในปัจจุบันมีการทำโครงการเชื่อมโยงองค์ความรู้ของศูนย์ AIC ผ่าน ศพก. ใน 6 เขตพื้นที่ โดยเกษตรกรสามารถนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเทคโนโลยีการผลิต ที่เป็นองค์ความรู้จาก AIC ไปใช้ในแปลงเกษตรได้เป็นอย่างมาก และมีการสนับสนุนงบประมาณในกิจกรรมต่างๆ เพื่อการพัฒนาเกษตรกรครบรอบด้านผ่านการดำเนินงานของศูนย์ ศพก. และเครือข่าย การนำ (INNOVATION CATALOG) มาใช้ประโยชน์กับเกษตรกรของศูนย์ AIC จังหวัดระยอง ร่วมกับศูนย์ ศพก. หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่ 

ภูมิใจไทยเฮลั่น! 'ลุงป้อม' เผย ครม.แตะเบรก!! ประเด็นสัมปทานสายสีเขียว อ้างกลัวเจอ ม.157

จากกรณีในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ รัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย จำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, นายทรงศักดิ์ ทรงศรี รมช.มหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ได้ยื่นหนังสือขอลาการประชุม ครม. อ้างว่าติดภารกิจ

นอกจากนี้ยังแสดงออกถึงความเห็น ที่ไม่เห็นด้วยกรณีกระทรวงมหาดไทย เสนอวาระเพื่อพิจารณา ขอความเห็นชอบร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อขยายสัญญาสัมปทานให้กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC บริษัทในเครือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ออกไปอีก 30 ปี

จากเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2572 ออกไปเป็นปี 2602 แลกกับเก็บค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย ให้ ครม.พิจารณาอนุมัติ ประกอบกับมองว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล หากมีการอนุมัติวาระดังกล่าวจะส่งผลทางด้านกฎหมายในอนาคตได้

มีรายงานว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดจะไม่เข้าร่วมประชุมครม. ในวันนี้ โดย รมต.พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นใบลาประชุม ครม.ต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อค่ำวานนี้ (7 ก.พ. 65) โดยระบุเหตุผลว่าไม่สะดวกที่จะพิจารณาเรื่องนี้

สำหรับเรื่องดังกล่าวทาง กระทรวงคมนาคม ได้แสดงความเห็นคัดค้านต่อการขยายสัญญาสัมปทานมาโดยตลอด พร้อมเสนอความเห็นเพิ่มเติม เข้า ครม. ทุกครั้งที่จะมีการเสนอ โดยเฉพาะใน 4 ประเด็นหลัก คือ... 

1.) ประเด็นความครบถ้วนตามหลักการของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

2.) ประเด็นการคิดค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ผู้ใช้บริการเพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยมาใช้บริการ รวมทั้งรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดได้ต่ำกว่า 65 บาท

3.) ประเด็นการใช้สินทรัพย์ของรัฐที่ได้รับโอนจากเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรพิจารณาให้เกิดความถ่องแท้ถึงการใช้สินทรัพย์ว่ารัฐควรได้ประโยชน์จากการขยายสัญญาสัมปทานเป็นจำนวนเท่าไร อย่างไร จนกว่าจะครบอายุสัญญา

4.) ประเด็นข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณี กทม. ได้ทำสัญญาจ้าง BTSC เดินรถส่วนต่อขยายที่ 1 และ ส่วนต่อขยายที่ 2 ไปจนถึงปี 2585 และได้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังนั้นจึงสมควรรอผลการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อนเพื่อให้เกิดความชัดเจน

"สกลธี" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่! ช่วย "กลุ่มเปราะบาง" อย่างเร่งด่วน!!

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 10.00 น. "นายสกลธี ภัททิยกุล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนวัดมะกอกกลางสวน แขวงพญาไท เขตพญาไท เนื่องด้วยในสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะต้องประกอบอาชีพหารายได้จึงไม่มีเวลาดูและสุขภาพของตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะประชาชน "กลุ่มเปราะบาง" ในสังคมไทยคงปฏิเสธไม่ได้ว่าความเหลื่อมล้ำหรือช่องว่างทางสังคมยังคงมีให้เห็น เพราะประชาชน "กลุ่มเปราะบาง" เหล่านี้มีความลำบากมากกว่าบุคคลอื่น ๆ เช่น คนพิการ ครอบครัวคนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ หรือครอบครัวยากจนที่มีความยากลำบากที่จะมีรายได้มาดูแลตนเองและครอบครัวในช่วงวิกฤตโรคระบาดนี้

ด้วยเหตุผลดังกล่าว "นายสกลธี ภัททิยกุล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สำนักงานเขตพญาไท กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพขีวิตคนพิการ และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน บูรณาการความร่วมมือลงพื้นที่เชิงลึกเพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน คนพิการ ครอบครัวคนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างสิทธิด้านต่าง ๆ ของประชาชนกลุ่มเปราะบางอย่างบูรณาการ

โดยมอบ "ถุงยังชีพ" เพื่อเป็นการบรรเทาและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน รวมถึงการสอบถามปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการอื่น ๆ ของคนในชุมชน อาทิเช่น การรักษาพยาบาล การรับบริการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 และให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับสิทธิด้านต่าง ๆ ของคนพิการและผู้ป่วยติดเตียงให้มีโอกาสเข้าถึงสิทธิได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

สุโขทัย - เทศบาลศรีสัชสุโขทัย จับมือมหาลัยดัง!! สัมมนาพี่ - น้อง - ชุมชนมีส่วนร่วมพัฒนาท้องถิ่น

นายสมศักดิ์ พุ่มชื่น นายกเทศมนตรีเมืองศรีสัชนาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อพัฒนากลไกการทำงานแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชนเพื่อชุมชน (ตำบลท่าชัย–ตำบลศรีสัชนาลัย) โดยชมรมสร้างสุขท่าชัย-ศรีสัชนาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย ตำบลท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุม อสม. ตัวแทนโรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมระดมความคิดเห็น

การมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้นำท้องถิ่น คนในชุมชน อาสาสมัคร นักเรียน นักศึกษา ในการบริหารงานของเทศบาลฯนั้นเพื่อเป็นการนำเสนอแนวทางการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมของประชาชน ชาวชุมชนในพื้นที่และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนและชาวชุมชนในตำบลท่าชัย และตำบลศรีสัชนาลัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดูแลของเทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย การให้ประชาชนและชาวชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารงานของเทศบาลฯ รวมถึงการสนับสนุนให้ประชาชนและบุคลากรในองค์กรร่วมกัน รับรู้เกี่ยวกับแนวคิดและความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการบริหารงาน การกำหนดแผนการพัฒนา กลไกแผนพัฒนาท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วม จึงเป็นแผนการดำเนินงาน และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนากลไกการทำงานแบบมีส่วนร่วม เพื่อชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชนเพื่อชุมชนด้วย

รู้จัก 'อายตา' บิวตี้บล็อกเกอร์ที่ถูก 'พิมรี่พาย' ซัดแรง!! กับบทบาทการพลิกชีวิตติดลบ สู่ยูทูบเบอร์เงินล้าน

‘ยูทูบเบอร์’ อาชีพแห่งโลกยุคดิจิทัลที่ใคร ๆ ก็เป็นได้ เพียงแค่มีกล้องหรือสมาร์ตโฟนพร้อมถ่ายทอดเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอภายในเวลาไม่กี่นาที ชื่อเสียงและรายได้กลายเป็นปัจจัยที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หันมาประลองฝีมือด้านนี้กันมากขึ้น แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่มียูทูบเบอร์เกิดใหม่ในทุก ๆ วัน ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในสมรภูมินี้ได้นั้นก็ต้องมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครจริง ๆ

‘ศรสวรรค์ ใจมั่น’ หรือ EYETA (อายตา) ยูทูบเบอร์ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเธอเริ่มจากการเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์เขียนกระทู้รีวิวผ่านเว็บไซต์ Pantip.com ในชื่อ ‘อายตาห้าบาท’ ก่อนจะหันมาผลิตคอนเทนต์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและยูทูบ ระหว่างนี้เองที่เธอมองเห็นโอกาสจากแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำแชนแนลของตัวเองอย่างเต็มตัว

ในวันนี้หลายคนรู้จักอายตาในฐานะยูทูบเบอร์สาวสวยอารมณ์ดีที่ส่งมอบความสุขให้ผู้ชม แต่เบื้องหลังรอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคในชีวิต คลิปวิดีโอของอายตามักถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะคลิปนำเงินสด 1 ล้านบาทไปให้แม่ รวมถึงคลิปการเปิดเผยเรื่องราวชีวิตที่ยากลำบากในวัยเด็กเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังผู้ติดตามของเธอ

“อายตามองว่าคอนเทนต์ของเรามันคู่ควรกับคน 1 ล้านคนที่จะเห็นหรือยัง มันได้ให้อะไรเขาหรือเปล่า เพราะคนเหล่านี้แหละที่ให้อาชีพอายตา ทำให้อายตามีเงินซื้อบ้านให้แม่ ทำให้อายตาได้อยู่สุขสบาย คลิปวิดีโอของเรามันคุ้มค่ากับ 10 นาทีที่เขาจะเสียเวลาเข้ามาดูหรือเปล่า”

The State Times Lite พาไปพูดคุยกับ ‘อายตา’ ยูทูบเบอร์เงินล้านตัวจริงเสียงจริง พร้อมทำความรู้จักตัวตน ทัศนคติในการใช้ชีวิต รวมถึงเคล็ดลับของการทำงานเป็นยูทูบเบอร์มืออาชีพ แล้วคุณจะรู้ว่าทุกความสำเร็จไม่ใช่เรื่องบังเอิญ!

Q: จุดเริ่มต้นของ ‘อายตาห้าบาท’ และการเขียนกระทู้รีวิวในเว็บไซต์ Pantip.com
A: คำนี้เป็นชื่อที่ใช้ในเกมออนไลน์เวลาเล่นกับเพื่อน ชื่อสั้น ๆ มีคนใช้ไปแล้ว อายตาเลยคิดว่าใช้อะไรดีให้มันคล้องจองกัน ‘อายตาห้าบาท’ ละกัน แล้วก็ใช้เป็นชื่อล็อกอินใน Pantip ด้วย ตอนนั้นเรายังไม่เป็นที่รู้จักนะ ก็เหมือนผู้ใช้ทั่วไป นาน ๆ ทีถึงจะตั้งสักหนึ่งกระทู้ Pantip มีห้องโต๊ะเครื่องแป้งที่ดังมาก เราเห็นคนอื่น ๆ ไปซื้อหรือลองใช้ผลิตภัณฑ์นู้นนี่แล้วมาเขียนแชร์กัน เรารู้สึกว่ามันเข้าถึงง่ายดี ไม่จำเป็นต้องเป็นสื่อก็เขียนกระทู้ได้เหมือนกัน ก็เลยลองเขียนบ้าง แต่ตอนนั้นทำเป็นงานอดิเรกนะคะ หลังจากออกจากงานประจำมันมีเวลาว่างเยอะขึ้น ก็เลยมานั่งเขียน ถ่ายรูป ทำมาเรื่อย ๆ เลยค่ะ 

Q: ตอนนั้นเปิดช่อง Youtube ของตัวเองแล้วหรือยัง
A: ไม่ค่ะ อายตาเขียนเหมือนกระทู้นี่แหละ แต่ทำลงใน Facebook ทำโพสต์รูปที่เขาเรียกว่า ‘Tutorial How To แต่งหน้า’ ลงรูปสอนแต่งหน้าทีละสเตปแล้วก็เขียนบรรยาย เขียนเป็นบล็อก หลังจากนั้นเกือบปีมีการประกวดบิวตี้บล็อกเกอร์ เราต้องทำวิดีโอเข้าไปร่วมกิจกรรม นั่นเป็นครั้งแรกที่อายตาได้ทำวิดีโอ ก็ใช้มือถือถ่ายแล้วมานั่งตัดต่อ ตัดเองในคอมฯ เราก็ตัดไม่เป็นหรอก ก็เสิร์ชหาวิธีเอาว่าเขาใช้โปรแกรมอะไรที่ทำได้ง่ายๆ บ้าง เป็นครั้งแรกที่ได้โปรดิวซ์วิดีโอของตัวเอง ครั้งนั้นก็ไม่ชนะหรอก ได้เข้ารอบ 2 แต่ได้ประสบการณ์เยอะดี จากคนที่ไม่ได้ถ่ายวิดีโอเลย ไม่เคยทำตัดต่ออะไรเลย ซึ่งนั่นเป็นการเริ่มทำ Youtube ของอายตาในเวลาต่อมาค่ะ

Q: อายตามองเห็นโอกาสอะไรบนโลกออนไลน์ที่ทำให้รู้สึกว่าต้องหันมาจริงจังและหารายได้จากช่องทางนี้
A: อายตามองว่าโอกาสมันมีอยู่เยอะมาก ตอนแรกที่เริ่มทำ อายตาทำด้วยความสนุกสนาน มีไอเดียอะไรก็ทำขึ้นมาเอง ไม่ได้มีแรงกดดันอะไร แล้วพอทำได้สัก 1-2 เดือน ก็เริ่มมีเอเยนซี่มาชวน “น้องอาย! แบรนด์นี้เขาจะมีเปิดตัวผลิตภัณฑ์นะ ที่นี่ห้างนี้ น้องอายแวะไปไหม” เราเลยรู้สึกว่า ไอ้ที่เราทำอยู่ เขารู้จักเราด้วย เขารู้จักชื่อเรา แบรนด์ใหญ่ขนาดนี้ชวนเราไปงาน ก็ดีใจนะ ได้ไปเปิดโลก ได้เจอบิวตี้บล็อกเกอร์ท่านอื่น ๆ ได้เจอเอเยนซี่ ได้เจอแบรนด์ โอเค เราอาจไม่ได้ดังแบบดาราฮอลลีวูด แต่ก็มีคนรู้จักเรามากกว่าแต่ก่อน ทำให้เรามีเพื่อนในวงการนี้มากขึ้น แล้วก็เปิดโลกทัศน์มากขึ้น เวลาไปอีเวนต์ เราได้เจอเขา ได้เมาท์มอย ทำให้อายตารู้สึกว่าเออจริง ๆ บิวตี้บล็อกเกอร์มันสามารถทำให้ก้าวหน้าต่อไปได้นะ มันไม่ใช่แค่เราอยู่ในห้อง เราทำคลิปอยู่คนเดียว มันยังมีสังคม มีงานและมีเม็ดเงินของมัน

Q: รู้สึกกดดันไหมที่ได้เจอยูทูบเบอร์มืออาชีพคนอื่น ๆ ในขณะที่เราเพิ่งเริ่มต้นทำ
A: อายตาไม่กดดันเลย อาจเพราะอายตาไม่ใช่คนที่มีความรู้สึกแบบ ฉันไม่ชอบคนนั้น! ฉันเกลียดคนนั้น! มันไม่ใช่ความรู้สึกแบบนั้น อายตาจะมองทุกคนแบบเป็นเพื่อน ๆ กันหมด ในชีวิตอายตาไม่เคยมีความเกลียดใครหรืออะไรแบบนั้น พูดแล้วโลกสวยมาก (หัวเราะ) อาจเพราะตอนเด็ก ๆ อายตาเติบโตมาในครอบครัวที่จนมากเสียจนอายตาไม่ได้มีคู่แข่งในชีวิต เราอยู่เบื้องใต้ที่สุดของโลกใบนี้แล้ว เราจนที่สุด เราแย่ที่สุด เราอยู่สลัมที่สุด เราเลยไม่ได้มองว่าต้องไปแข่งกับใคร เราก็ทำงานของเราไป ไม่เป็นไรหรอกถ้าเราไม่ได้ดีกว่าเขา แต่เราก็ดีกว่าตัวเราเมื่อก่อนก็พอแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่ากดดันขนาดนั้น อายตากลับรู้สึกดีใจเสียอีกที่ได้เจอคนอื่น ๆ เพราะเวลาอายตาถ่ายวิดีโอ ส่วนมากทำอยู่ที่บ้านหรือสตูดิโอ ไม่ได้มีเพื่อนร่วมงานเยอะ แล้วการที่เจอคนอื่นมันเป็นการเปิดโลกเหมือนกัน โอ้ย! เจอมนุษย์คนอื่นแล้ว เพราะปกติอยู่บ้านทำงานคนเดียวมาตลอดจนน้ำลายบูดแล้ว

Q: หลังได้เข้าสู่วงการนี้แล้ว มองว่าสิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นยูทูบเบอร์คืออะไร 
A: ช่วงเริ่มทำเป็นช่วงที่ยากที่สุดเลย เพราะการเริ่มต้นสิ่งใหม่อะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะทำ Youtube หรือทำงานอื่นก็ตามมันยากมาก คนถามเยอะมากว่า “พี่อายตา หนูอยากเป็นยูทูบเบอร์บ้าง หนูอยากเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ หนูต้องทำยังไง ช่วงแรก ๆ วิวไม่ขึ้น ไม่มีใครดูวิดีโอหนูเลย” ตรงนี้คือสิ่งที่ยากมาก แต่ก็ต้องทำ สิ่งที่อายตารู้คือ เราต้องขยัน เราต้องมีความสม่ำเสมอในงานของเรา บางคนมีไฟเยอะมาก หนูจะทำไอเดียนี้ แต่หนูมีไอเดียแค่หนึ่งคอนเทนต์ แล้วไม่ลงอะไรอีกเลย คนจะลืมเราไป เพราะบนโลกนี้มีอินฟลูเอนเซอร์ให้เขาติดตามเยอะมาก อายตามองว่าสิ่งที่ยากที่สุดก็คือความสม่ำเสมอและความขยัน โดยเฉพาะงานนี้เป็นงานอิสระ ไม่มีเจ้านายประเมินปลายปี ไม่มีการขึ้นเงินเดือน เพราะฉะนั้นจะทำยังไงให้เราอยากตื่นเช้าแล้วลุกมาทำงาน บางคนพอไม่มีใครมาคอยตรวจงานก็จะกลายเป็นขี้เกียจไปเลย

Q: เชื่อว่าก่อนหน้านี้อายตาเองก็เคยผ่านการลองผิดลองถูกในการทำคอนเทนต์มาหลายครั้ง
A: การลองผิดลองถูกเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราไม่ลอง ถ้าเราไม่ผิดพลาด เราก็จะไม่รู้ว่าอะไรที่มันเวิร์กหรือไม่เวิร์ก อย่างน้อยถ้าเราลองไป 10 ครั้งแล้วมันไม่เวิร์กเลยทั้ง 10 ครั้ง เราก็จะได้รู้ว่าทั้ง 10 คอนเทนต์นี้ไม่เวิร์กสำหรับเรานะ แต่มันจะต้องมีอะไรที่มันเวิร์กสำหรับเราบ้างแหละ เราแค่ยังไม่เจอ การที่เราอาจจะยังไม่ดัง คนตามไม่เยอะหรือคอนเทนต์ยังไม่ปัง ไม่ได้หมายความว่าเราล้มเหลวหรือผิดพลาด เหมือนคนที่เรียนจบแล้วแต่งงานเลย เขาอาจเจอคนที่ใช่ได้เร็ว แต่เราอาจจะยังไม่เจอคนที่ใช่ บางคนอายุ 50, 60, 70 ปีก็ยังแต่งงานใหม่อยู่เลย 

Q: แสดงว่าเคล็ดลับของอายตาคือการค้นหาสไตล์ของตัวเอง
A: บางทีคนเราสมัยนี้กดดันตัวเองว่าทำอันนี้แล้วจะต้องได้ยอดผู้ติดตามเท่านี้ ยอดแชร์เท่านี้ แล้วก็กดดันตัวเองจนสูญเสียความเป็นตัวเองไป แต่อายตาอยากจะแนะนำว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการเป็นยูทูบเบอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์คือ ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง แน่นอนว่าการลองนู่นลองนี่มันดี เพื่อให้เรารู้ว่าอะไรที่ใช่และอะไรที่ไม่ใช่สำหรับตัวเอง อายตาเองก็เคยลอง บางทีไปเห็นของคนอื่น อุ้ย! เขาทำอันนี้เก๋ว่ะ เดี๋ยวเราลองบ้างว่าทำแล้วจะสนุกไหม เราทำแล้วจะถูกจริตกับเราไหม เราก็ต้องเอามาปรับใช้ แต่อย่าเปลี่ยนไปเรื่อยจนลืมว่าเราเป็นยังไง บุคลิกเราเป็นยังไงหรือว่าไอเดียที่แท้จริงที่เราอยากทำมันเป็นยังไง เพราะท้ายที่สุดถ้าเราพยายามเปลี่ยนจนเสียความเป็นตัวเอง เราจะทำสิ่งนั้นได้ไม่นาน แต่ถ้าเรามีความสุขกับการทำคอนเทนต์แบบตัวเอง เฮ้ย! เราทำแบบนี้แล้วเริ่ด คนดูชอบ เราจะอยู่ได้นานและมีความสุขมากในทุกๆ วัน อายตาไม่เคยตื่นมาวันไหนแล้วรู้สึกว่าไม่อยากเป็นยูทูบเบอร์ แม้บางทีวิวมันน้อย บางที Engagement มันน้อย แต่อายตารู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่อายตาชอบและอายตาหาสิ่งที่อายตาชอบเจอแล้ว อายตามีความสุขในทุก ๆ วัน ก็เลยอยากให้ทุกคนหาสไตล์ของตนเอง ถ้าวันหนึ่งเราเจอ เราจะมีความสุขกับการทำงานมากค่ะ 

‘หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์’ ทรงกรุณาให้ผู้แทนฯ เชิญโคมเทียนแก้วประทาน นำเชิญถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันมาฆบูชา สักการะองค์พระปฏิมาวัดใน จ.กระบี่

หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ(รัชกาลที่๔) ทรงกรุณาให้"นางสาวดารารัตน์ ธนเลิศไพศาล" เป็นผู้แทนในองค์ โดยมี"นายยุทธพงษ์ เอี้ยงอ้าย" เลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์  และ "นางพัทยา ทองศรีพูล" ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กระบี่ เชิญโคมเทียนแก้วประทาน จำนวน 10 ชุด นำเชิญถวายเป็นพุทธบูชา สักการะองค์พระปฏิมาวัดในพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ จำนวน 8 วัด เนื่องในวันมาฆบูชา 

ซึ่งประกอบด้วย วัดแก้วโกรวาราม / วัดในช่อง / วัดห้วยโต้ / วัดทับปริก / วัดโพธิ์เรียง / วัดกระบี่น้อย / วัดพาณิชย์รัตนานุกูล และวัดคลองท่อม ตามลำดับ และตัวแทนจาก วัดพยากดอนแก้ว โพธิญาณ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ / วัดดอยแก้ว จามเทวี อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ รับโคมเทียนแก้วประทีป ณ วัดคลองท่อม 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top