Friday, 26 June 2026
NewsFeed

ครม. เห็นชอบ สมช. ตั้ง รัชดา เป็น "กก.ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้"

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายถาวร สกุลพาณิชย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านควบคุมป้องกันโรค [นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ (ด้านวิจัย)] สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม.อนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงแรงงาน ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ได้แก่ นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง , นางบุปผา พันธุ์เพ็ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป 

ครม.เห็นชอบตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเสนอแต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก เป็นกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ด้านประสานการมีส่วนร่วม) เพิ่มเติม 

ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ.  2561 ประกอบด้วย 1. นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการ  2. นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน 3. รองศาสตราจารย์ชโยดม สรรพศรี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา 4. นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการประเมินผล 5. นายนิกร เภรีกุล กรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2565 เป็นต้นไป 

“บิ๊กตู่” วอน รัฐสภาผ่านกฎหมายลูก 2 ฉบับ สั่ง ทุกกระทรวง สู้ศึกซักฟอก ย้ำรมต.ต้องมาแจง ชี้ ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นหนึ่งเดียว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานรัฐสภาที่คาดว่า จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเดือนก.พ.นี้

“ครม.” ไฟเขียว “กฎหมายปิดปาก”  คุ้มครองปชช.-นักสิทธิมนุษยชน ให้ข้อมูลจนท.ทุจริต 

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบหลักการ ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอ โดยสาระสำคัญ เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนหรือนักสิทธิมนุษยชน ที่มีความตั้งใจปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการกระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ขู่จะฟ้องปิดปาก ใช้กระบวนการยุติธรรมมาเป็นเครื่องมือตอบโต้ เพื่อระงับการดำเนินการของประชาชนที่อยากมีส่วนร่วมในการปกป้องผลประโยชน์บ้านเมือง

Nastya วัย 7 ขวบ โกยเงินกว่า 900 ลบ. ขึ้นแท่นยูทูบเบอร์หญิงที่ทำรายได้สูงสุดปี 2021

เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นกับวงการยูทูบเบอร์ (YouTuber) ในรอบปี 2021 เมื่อหนูน้อย Nastya ที่มียอดผู้ติดตามสูงถึง 85.8 ล้านคน ถูกจัดอันดับให้เป็นยูทูบเบอร์หญิงที่ทำรายได้สูงสุดในรอบปีดังกล่าว ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 28 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 935 ล้านบาทเลยทีเดียว

อนึ่ง หนูน้อย Nastya มีชื่อจริงว่า Anastasia Radzinskaya (อนาสตาเซีย ราดซินสกาย่า) ซึ่งเธอและพ่อแม่ได้ร่วมกันผลิตคอนเทนต์สำหรับเด็ก โดยมี Nastya เป็นตัวชูโรง ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ประเภทมิวสิกวิดีโอ คอนเทนต์เสริมการเรียนรู้ และสำรวจสิ่งต่างๆ ตามประสาเด็ก และ ณ ปัจจุบันยอดวิวรวมทั้งหมดภายในช่องของเธอที่เพิ่งสร้างมาได้เพียง 5 ปีเศษก็มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 6 หมื่นล้านวิวเข้าไปแล้ว

ขณะเดียวกัน นอกเหนือไปจากรายได้จาก YouTube แล้ว ทางช่อง Nastya เองก็ยังมีรายได้จากช่องทางอื่นอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา คอนเทนต์จากเหล่าสปอนเซอร์ ตลอดจนสินค้า Merchandise ฯลฯ เรียกได้ว่ากลายเป็นเศรษฐีกันตั้งแต่วัยกระเตาะเลย

ครม.อนุมัติลงนามร่างเอ็มโอยู “อาเซียน-องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา” ชี้ ส่งเสริมความร่วมมือเศรษฐกิจและสังคม 36 สาขา

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่าครม.อนุมัติให้มีการลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอ โดยจะลงนามในช่วงการประชุม OECD Ministerial Meeting on Southeast Asia ที่กรุงโซล ระหว่างวันที่ 9-10 ก.พ.นี้ โดยการประชุมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อประสานความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคอาเซียนและ OECD เพื่อส่งเสริมนโยบายนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืนในประเด็นต่างๆ เช่น การจ้างงาน มาตรฐานการครองชีพ เสถียรภาพทางการคลัง เป็นต้น

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ร่างบันทึกความเข้าใจฯ เป็นกรอบเสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ซึ่งมีวัตถุประสงค์พื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียน และ OECD ในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน รวมทั้งกำหนดกรอบยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานและพัฒนาความร่วมมือในสาขาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคม รวม 36 สาขา เช่น 1.การตอบสนองต่อโควิด-19 2.ภาษีอากร 3.การจัดการการเงินภาครัฐ 4.แนวปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบ 5.การอำนวยความสะดวกทางการค้า 6.การลงทุน เป็นต้น

“ปนป.11 กลุ่มเสือ” ผุด โครงการ “สัมผัสแทนสายตา สู่การพัฒนาอย่างเท่าเทียม" ยกระดับ “สื่อภาพนูน” สู่คุณภาพชีวิตผู้พิการทางการมองเห็น

คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย ปนป.11 กลุ่มเสือ  ใน สถาบันพระปกเกล้า จัดทำโครงการ “สัมผัสแทนสายตา สู่การพัฒนาอย่างเท่าเทียม”  เพื่อร่วมกันให้ความช่วยเหลือ และแบ่งปันทรัพยากร นำมาซึ่งการจัดการอบรมและประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผู้สอนในการผลิตสื่อภาพนูน (Tactile Taxture) อันเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและสื่อการสอน ที่จะช่วยให้ผู้เรียนซึ่งเป็นผู้พิการทางการเห็น สามารถมองเห็นภาพและเข้าใจเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นในประเทศไทย ทำให้ผู้พิการทางการเห็นได้รับผลกระทบอย่างมากขาดโอกาสทางการประกอบอาชีพ และการรับการศึกษาในช่วงระยะเวลาที่ภาครัฐและเอกชนต้องกำหนดนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม

ซึ่งโครงการนำร่องยกระดับศักยภาพผู้พิการทางการเห็นด้วยสื่อภาพนูน จัดในระหว่างวันที่ 21-23 มกราคมที่ผ่านมา ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ  ซึ่งได้รับเกียรติจาก นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมงาน ได้แก่ นายประสงค์ สุบรรณพงษ์ ผอ.โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ, นายต่อพงศ์ เสลานนท์ อดีตนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย, นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, นางกรกนก ศิริวงษ์ รอง ผอ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ, ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รอง ผอ.สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอล(DEPA), รศ.ดร.ธัญลักษณ์ วีระสมบัติ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า และ นายกิตติพงษ์ เอื้อพิพัฒนากูล ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาศักยภาพคนพิการ  

ทั้งนี้โครงการ “สัมผัสแทนสายตา สู่การพัฒนาอย่างเท่าเทียม” คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 11 กลุ่มเสือ นำโดย ผศ.ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์, ร.ต.อ.ณัฏฐพงษ์ อินทร์ศร และคณะนักศึกษา ตั้งเป้าประสงค์จะใช้ประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาในหลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้ามาปรับประยุกต์และประสานความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการศึกษาและเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย

สำหรับโครงการนำร่องยกระดับศักยภาพผู้พิการทางการเห็นด้วยสื่อภาพนูน ได้มีการคัดเลือกโรงเรียนเป้าหมายจำนวน 10 โรงเรียน โรงเรียนละ 2 ท่าน เพื่อได้รับความรู้และนำไปพัฒนาต่อยอดในการปฎิบัติหน้าที่ ณ หน่วยงานเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้พิการทางสายตาในช่วงวัยต่างๆ โดยมีบุคลากรครูเข้าร่วมรับการอบรมทั้งหมดจำนวน 12 แห่ง ดังนี้

1. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด ขอนแก่น
2. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด นครราชสีมา
3. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด
4. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดร้อยเอ็ด
5. โรงเรียนการศึกษาคนตาบอดและคนตาบอดพิการซ้ำซ้อนลพบุรี
6. โรงเรียนการศึกษาเด็กตาบอดพิการซ้ำซ้อนชะอำ
7. โรงเรียนธรรทิกวิทยา
8. โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา
9. โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
10. โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ
11. โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
12. โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่

‘ตำรวจ - พาณิชย์ - ปศุสัตว์’ เดินหน้ากวาดล้างนายทุน! กักตุนเนื้อหมูทั่วประเทศ กว่า 971 แห่ง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มอบหมายให้ตน รับผิดชอบ กำกับ ดูแล บังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กักตุนซากสุกรเพื่อเก็งกำไร จนทำให้ราคาเนื้อสุกรแพงขึ้น เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างกับประชาชน

ทั้งนี้ ได้มีหนังสือสั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการ ดังนี้

1. ร่วมกับเจ้าหน้าที่พาณิชย์ ปศุสัตว์ หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมกันออกตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าแช่แข็งหรือห้องเย็นที่ได้รับข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ ให้ครบถ้วน และสืบสวนหาข่าวเชิงลึกข้อมูลสถานที่เก็บสินค้าแช่แข็งหรือห้องเย็นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในพื้นที่รับผิดชอบ และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจสอบ หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

2. เชิญเจ้าของ/ผู้ให้เช่า หรือผู้ดูแลสถานที่เก็บสินค้าแช่แข็งหรือห้องเย็น มาให้ข้อมูล เพื่อทราบว่า ตั้งแต่ช่วงเวลาก่อนที่ราคาจำหน่ายซากสุกรในพื้นที่จะปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นถึงปัจจุบัน มีผู้ใดหรือบริษัทใด ฝาก/เช่าสถานที่เก็บซากสุกร แต่ละรายที่นำฝากมีสถิตินำเข้า-ออก เพิ่ม ลด ผิดปกติหรือไม่ อย่างไร

 3. เชิญบุคคล หรือบริษัทที่นำซากสุกรมาฝากในสถานที่เก็บสินค้าแช่แข็งหรือห้องเย็น มาให้ข้อมูล เพื่อทราบจำนวนซากสุกรที่นำมาฝาก และตรวจสอบการเงินว่ามีความผิดปกติหรือไม่

 4. หน่วยที่มีพื้นที่ตามแนวชายแดน ร่วมกับศุลกากร ด่านกักกันสัตว์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดกั้นและป้องกันการลักลอบนำซากสุกรเข้าในประเทศ

 5. กำชับการตั้งด่านตรวจหรือจุดตรวจ หากพบมีการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ โดยฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 หรือหากตรวจสอบพบว่า มีการกระทำความผิดอื่นๆ ที่เป็นการฝ่าฝืน กฎหมาย ประกาศ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ กล่าวอีกว่า กรณีห้องเย็น “ในจังหวัดปริมณฑล” ที่ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบไปแล้วเมื่อวันที่ 21 ม.ค.65 ที่ผ่านมานั้น พบว่ามีจำนวน 9 บริษัท ที่อาจเข้าข่ายมีความผิด เนื่องจากไม่มีเอกสารแจ้งการเคลื่อนย้ายซากสุกร และไม่มีการแจ้งปริมาณซากสุกรในความครอบครอง เกิน 5,000 กก. อาศัยอำนาจเจ้าพนักงานปศุสัตว์ อายัดซากสุกร รวมกว่า 895,739.54 กก. ไว้เป็นเวลา 15 วัน หากไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ฯ ต่อไป

สำหรับการตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าแช่แข็งหรือห้องเย็น ตลาดสด ศูนย์การค้า และสถานที่อื่นๆ ที่ใช้เก็บซากสัตว์ ในภาพรวมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. จนถึงขณะนี้ “มีการเข้าตรวจสอบแล้ว จำนวน 971 แห่ง พบการกระทำความผิด 9 แห่ง”

นอกจากนี้ ที่จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ศุลการกรจังหวัดฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร สามารถจับกุมผู้ต้องหาขับขี่รถเทรลเลอร์ลากพ่วง บรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ เดินทางมาจากต่างประเทศ ผ่านทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ภายในพบเนื้อหมูส่วนใหญ่เป็นหมูสามชั้น บรรจุใส่ถุงแช่แข็งกว่า 21,000 กก. วางทับซ้อนกันจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท โดยไม่มีใบอนุญาตขนย้าย

 

ครม.เคาะ 2 ล้านสิทธิ ‘เราเทียวด้วยกัน’ เฟส 4 เริ่ม ก.พ.นี้

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 4 กรอบวงเงิน 9,000 ล้านบาท โดยใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการเป็นตั้งแต่เดือน ก.พ. – ก.ค. 2565 ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าโรงแรมที่พัก คนละไม่เกิน 10 ห้อง ในอัตรา 40% ไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน จำนวน 2 ล้านสิทธิ และปรับลดสิทธิสำหรับตั๋วเครื่องบินลงเหลือ 6 แสนสิทธิ เนื่องจากการดำเนินโครงการในระยะที่ผ่านมาในส่วนของตั๋วเครื่องบิน ปรากฏว่าผู้ร่วมโครงการไม่ได้มีการใช้สิทธิเต็มสิทธิที่ให้อยู่แล้ว 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า มาตรการที่ได้รับอนุมัติครั้งนี้จะเป็นการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้ประชาชนมีเกิดการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 และมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของรัฐบาล โดย ครม. ยังมอบหมายให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พิจารณากำหนดมาตรการเพิ่มเติมในการกำกับและติดตาม การดำเนินโครงการ เพื่อป้องกันการแสวงหา ประโยชน์จากการดำเนินโครงการโดยมิชอบ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว อย่างเคร่งครัด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินโครงการ เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และสามารถ ตรวจสอบได้ต่อไป

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ขอแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีละเว้น!!

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ขอแสดงความเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีละเว้น!!

24 ม.ค.65 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า จากเหตุการณ์ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่รถจักรยานยนต์ชนแพทย์หญิงท่านหนึ่ง ขณะเดินข้ามถนนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของผู้ขับขี่ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทันที หลังจากได้รับการปฐมพยาบาลเสร็จ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลซึ่งเป็นต้นสังกัดของตำรวจนายนี้ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีทุกข้อกล่าวหาโดยไม่มีการละเว้นและให้ความเป็นธรรมกับผู้สูญเสียอย่างดีที่สุด

พล.ต.ต.ยิ่งยศฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในการสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ และจะให้ความเป็นธรรมอย่างดีที่สุด พนักงานสอบสวน ที่รับผิดชอบคดีนี้ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างรวดเร็วและครบถ้วนแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนคดีส่งพนักงานอัยการต่อไป

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับกรณีดังกล่าว ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีละเว้น ส่วนการดำเนินการทางวินัยนั้น กองบัญชาการตำรวจนครบาลก็จะดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด

“แรมโบ้” อัด “ณัฐวุฒิ” ควรหุบปาก ประชาชนไม่เชื่อถือแกนนำม็อบสั่ง"เผาบ้านเผาเมือง"ทำประชาชนเดือดร้อน ยันนายกฯประยุทธ์ ไม่มีท้อถอย ยังทุ่มเทตั้งใจทำงานเต็มร้อย ทำมากกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ และไม่คิดทุจริตคดโกงเหมือนรัฐบาลยุคนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์เฟซบุ๊กนายกฯอยู่ในภาวะหมดสภาพ เปิดเพลงอย่ายอมแพ้ หมายถึงแพ้แล้ว 3ป. แตกหัก อยู่มา 8 ปี แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ โดยยืนยันว่านายกฯ ไม่ได้หมดสภาพ และยังมีใจเต็มร้อยในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล การแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเฉพาะขณะนี้ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 

ส่วนเรื่องทางการเมืองนายกฯย้ำหลายครั้งแล้วว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมืองนายกไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เช่นเดียวกันกับความสัมพันธ์กับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรณ นายกฯย้ำเสมอว่ายังเคารพรักพูดคุยกันดีอยู่ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน

นายเสกสกล ย้ำว่าตลอดระยะเวลาการบริหารงานนายกฯได้แก้ปัญหาและพัฒนาประเทศมากกว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีนายณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี ที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อประชาชนเลย เท่าที่เห็นก็มีแต่ทำเพื่อตัวเอง ครอบครัว และพวกพ้องเท่านั้น

“ขอย้ำอีกครั้งนายกฯ ไม่ได้ทำผิดอะไรและจะต้องทำงานช่วยเหลือประชาชนจนครบเทอม จะไม่ทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน

และขอแนะนำว่านายณัฐวุฒิไม่ควรออกมาพูดอะไรทั้งนั้น เพราะไม่มีประชาชนคนใดเชื่อถือคนที่ชอบออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับม็อบ ทำความเดือดร้อนให้กับประชาชน อีกทั้งไม่เคยทำอะไรเพื่อประชาชน และประเทศชาติบ้านเมืองเลย ตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีจนมาถึงวันนี้ ทางที่ดีควรหุบปากเพื่อเอาใจนายใหญ่ได้แล้ว

"นายใหญ่ทางไกลตอบแทนให้รางวัลเป็นรัฐมนตรีช่วยสองกระทรวงฯทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแกนนำนปช.สั่งเผาบ้านเผาเมือง  แต่พอเป็นรัฐมนตรีฯ ช่วยบอกหน่อยว่าได้มีผลงานอะไรทำเพื่อประชาชนบ้าง เป็นรมช.พาณิชย์นั่งตอบนักข่าวเรื่องทุจริตโกงข้าวชาวนา ตอบไม่ได้สักเรื่อง เหมือนคนเป็นใบ้ ไปไม่เป็น คนเขาเห็นกันทั้งแผ่นดิน ยังจะมีหน้ามากล่าวหาคนอื่น ช่วยตักน้ำใส่กระโหลก ชะโงกดูเงาตัวเองบ้างว่า เคยทำความดีอะไรให้บ้านเมือง นอกเหนือจากที่ถูกประชาชนกล่าวประนามว่าเป็นแกนนำ
"เผาบ้านเผาเมือง"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top