Friday, 26 June 2026
NewsFeed

“แรมโบ้” สวน "ณัฐวุฒิ" ไม่สมควรออกมาโหนกระแสเรื่องหมูแพง กลายเป็นหาเรื่องเข้าตัว อาจถูกย้อนสมัยเป็นอดีตรมช.พาณิชย์ปี 56 ตอบคำถามสื่อในโครงการรับจำนำข้าวที่ขาดทุน 2.6 แสนล้านบาทไม่ได้

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ (อ.ห.ต.) กล่าวถึงสถานการณ์โรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ที่ส่งผลกระทบทำให้หมูขาดตลาดและราคาหมูแพงเข้าขั้นวิกฤต ซึ่งเรื่องเกิดตั้งแต่ปี 2561 มีการระบาดแพร่กระจายในหลายประเทศ จนเมื่อเดือนเมษายน 2562 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีขอความเห็นชอบประกาศการเฝ้าระวังป้องกันโรคอหิวาต์หมูเป็นวาระแห่งชาติ จากวันนั้นจนถึงวันนี้มีการขอความเห็นชอบที่ประชุม ครม.อนุมัติงบประมาณดำเนินการเรื่องนี้รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ในวงเงินกว่า 1,500 ล้านบาท เป็นการทำกันเอง รู้กันเอง อนุมัติกันเอง ระหว่างส่วนราชการและฝ่ายบริหารเท่านั้น

ประชาชนคนไทยพึ่งทราบเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐวันที่ 11 มกราคมนี้เองว่าตรวจพบเชื้ออหิวาต์หมูในประเทศไทย โดยนายเสกสกล ระบุว่า เรื่องนี้รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้นิ่งนอนใจ รับทราบดีถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดี และในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติงบประมาณ 574 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาหมูแพงไปแล้ว และยังได้กำชับให้รัฐมนตรีและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด 

นายเสกสกล กล่าวว่า นายณัฐวุฒิ ไม่ควรจะมาโหนกระแสเอากับเรื่องนี้ ให้เรื่องมันเข้าตัวเปล่าๆ นายณัฐวุฒิเคยมีโอกาสเป็นเสนาบดี จากการเป็นแกนนำม็อบที่เชิญชวนคนออกมาทำร้ายบ้านเมืองก็ถือเป็นเรื่องตลกร้ายอยู่แล้ว แต่พอได้ดีเป็นเสนาบดีก็ยังแอบลุ้นว่าจะทำงานได้หรือไม่ ในที่สุดก็พบว่าฮากว่า และเชื่อว่านายณัฐวุฒิคงยังจำได้ดี เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอนปี 56 ที่ไม่สามารถตอบคำถามสื่อมวลชนได้กรณีที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าว ที่ขาดทุนถึง 2.6 แสนล้าน จนท้ายที่สุดต้องยิ้มหน้าเจื่อนเพราะขำไม่ออก ที่ไม่สามารถชี้แจงข้อมูลได้ ดื่มแต่น้ำเปล่าจนหมดไปหลายแก้ว  ถือเป็นอดีตที่ฝังใจนายณัฐวุฒิ ที่อยากจะลืมแต่ก็คงลืมไม่ลง

“นายกฯ” ลงนามตั้ง “รมต.อนุชา” นั่งปธ.แก้ปัญหาสลากเกินราคา

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามและต้องการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลราคาแพงอย่างจริงจัง ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรองประธานกรรมการ มีอำนาจ หน้าที่ ดังนี้  

1.ตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล

2.เสนอแนะแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการเสนอขาย หรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่ง

3. รายงานผลการดำเนินการ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี  

4. เชิญผู้แทนส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐและบุคคล เข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหา

5. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสม 

โฆษกรัฐบาลเผย "นายกฯ"  เรียก อธ. กรมปศุสัตว์พบด่วน ติดตามความคืบหน้าแก้โรคระบาดหมูและราคาหมูแพง แนะตั้งวอร์รูม สื่อสาร ชี้แจงประชาชนได้ทราบการทำงาน/แก้ปัญหา ในทุกวันด้วย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์  เข้าพบ เพื่อติดตามการแก้ปัญหาโรคระบาดในสุกร หลังจากที่ไทยมีการประกาศพบเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF)  ในประเทศไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบแนวทางการแก้ปัญหาหมู โดยขอให้เร่งตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเกษตรเจ้าของฟาร์มผู้เสียหายให้ครอบคลุมทั้งรายย่อยและรายใหญ่  

โดยให้ประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย  องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น  กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่  และให้กรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพการเลี้ยงสุกร ทั้งโรงฆ่าสัตว์ และเขียงหมูโดยเร็ว รวมทั้งให้ปศุสัตว์จังหวัดและสัตวแพทย์ ติดตามพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เพื่อสอบสวนสาเหตุและเร่งรักษาตามสาเหตุอาการตั้งแต่แรก ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้ผู้เลี้ยงหมู ในการป้องกันเบื้องต้น ระหว่างที่ยังต้องรอผลการวิจัยและพัฒนาวัคซีน  รวมทั้ง เปิดรับช่องทางแจ้งการเกิดโรคให้ได้โดยเร็ว เพื่อแก้ไขและลดความเสียหายเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู อีกทั้งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเยียวยาด้วย

กาฬสินธุ์ - รณรงค์หยุด!! ‘การเผาพื้นที่เกษตร’ ร่วมทำแนวกันไฟ เดินหน้านำร่องหนุนเกษตรกร ใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนของเสียให้มีประโยชน์

ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายปกครอง องค์กรภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกร รณรงค์หยุดการเผาในพื้นที่เกษตร เดินหน้านำร่องหนุนเกษตรกรใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนของเสียให้มีประโยชน์ ลดต้นทุนการผลิต เกิดความสมบูรณ์ของดินและอินทรียวัตถุในดิน ได้ผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 มกราคม 2565 ที่แปลงเกษตรกร นายสุนัน มิทะรา บ้านโนนตูม หมู่ที่ 4 ต.หนองตอกแป้น อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานนำร่องสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุทดแทนการเผา ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผา ในพื้นที่การเกษตร ปี 2565 โดยมีนายธวัชชัย รอดงาม รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายชานุวัฒน์ วรามิตร นายก อบจ.กาฬสินธุ์ นายอัครพงษ์ เขียวแจ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.กาฬสินธุ์ และหัวหน้าส่วนราชการร่วมงาน

นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่างานนำร่องสาธิตเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุทดแทนการเผา ภายใต้โครงการส่งเสริมการหยุดเผาดังกล่าว จัดโดยสำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับอำเภอยางตลาด สำนักงานเกษตรอำเภอยางตลาด องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตอกแป้น องค์กรภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรปลอดการเผาในพื้นที่การเกษตร สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการทำเกษตรปลอดการเผา รวมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรนำเอาวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสร้างมูลค่าและเพิ่มผลผลิต

นายทรงพลกล่าวอีกว่า ปัญหาหมอกควันปกคลุมและเกิดมลพิษทางอากาศ มีสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาในที่โล่ง ทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร ซึ่งการเผาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อการทำอาชีพการเกษตรโดยตรง คือทำให้ดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์และส่งผลให้สูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และผลผลิตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

'รมว.เฮ้ง' ลุยสงขลา เช็คความพร้อมจุดฉีดวัคซีนผู้ประกันตนบูสต์เข็ม 3 ที่ศูนย์อาเซียนพลาซ่าหาดใหญ่ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็ม 3 (Booster Dose) แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ของ บริษัท เซฟสกิน เมดดิคอล แอนด์ ไซเอนทิฟิก (ประเทศไทย) จำกัด ณ ศูนย์การค้าอาเซียนพลาซ่า หาดใหญ่ ถ.กาญจนวนิช ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลศิครินทร์ สาขาหาดใหญ่ และบริษัท หาดใหญ่นครินทร์ จำกัด เข้าร่วม นายสุชาติ กล่าวว่า

รัฐบาลภายใต้การนำของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และท่านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบกระทบจากโควิด-19 และได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานดำเนินมาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงานและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานดำเนินมาตรการที่สำคัญต่าง ๆ ได้แก่ ตรวจคัดกรองเชิงรุก RT-PCT 100% ภายใต้โครงการ “แรงงานเราสู้ด้วยกัน ” ตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนเพื่อผู้ประกันตน มาตรา 33 ดำเนินโครงการ Factory Sandbox เพื่อรักษาการจ้างเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 39 และ 40 ในพื้นที่ 29 จังหวัด ลดเงินสมทบและเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน และโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า จังหวัดสงขลาถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ โดยที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคมสงขลาร่วมกับโรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ ดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 11,960 โดส แบ่งเป็น เข็ม 1 จำนวน 6,375 โดส และเข็ม 2 จำนวน 5,585 โดส จากการระบาดของโรคโควิด -19 ซึ่งมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา การฉีดวัคซีนจึงถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการสร้างภูมิคุมกันและลดความรุนแรงของโรค กระผมจึงมอบหมายสำนักงานประกันสังคม ประสานนายจ้างสำรวจความต้องการฉีดวัคซีนโควิด – 19 เข็ม 3 ผ่านระบบ web – service และจัดตั้งจุดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มผู้ประตนมาตรา 33 เข็ม 3 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ 10 จังหวัด (สงขลา ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร และพระนครศรีอยุธยา) รวมทั้งสิ้น 13 จุดฉีด โดยจะเริ่มดำเนินการพร้อมกันในวันที่ 17 มกราคมนี้เป็นต้นไป

สำหรับจังหวัดสงขลา ปัจจุบันมีสถานประกอบการทั้งหมด จำนวน 9,400 แห่ง มีผู้ประกันตนประมาณ 188,000 ราย ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็ม 3 (Booster Dose) แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 ในครั้งนี้เป็นลูกจ้าง/ผู้ประกันตน ของบริษัท เซฟสกิน เมดดิคอล แอนด์ ไซเอนทิฟิก (ประเทศไทย) มีผู้ข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวน ประมาณ 200 คน 

สตูล - ศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษประจำจังหวัดสตูล จัดโครงการ “วันเด็กพิการจังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2564” ส่งมอบของขวัญให้เด็กพิการในจังหวัดสตูล

วันนี้ 14 ม.ค.2565 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดโครงการวันเด็กพิการจังหวัดสตูล ปีการศึกษา 2564 ส่งมอบของขวัญให้เด็กพิการในจังหวัดสตูล โดยมีนาวาตรีหญิงโนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูลสมาชิกแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสตูล และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล มีเด็กพิการ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กพิการเข้าร่วมกิจกรรม โดยดำเนินการตามมามาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ณ อาคารศูนย์การศึกษาเด็กพิเศษประจำจังหวัดสตูล ตำบลคลองขุด อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า เราทุกคนคงตระหนักถึงความสำคัญของเด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ว่าเขาเหล่านั้น เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งต้องได้รับการพัฒนา ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และเชื่อว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในวันนี้ จะทำให้เด็กพิการและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ได้รับความรัก ความอบอุ่นจากพ่อแม่ บุคคลในครอบครัว ชุมชน และสังคมที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ และขอให้เด็กทุกคนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนหมั่นฝึกฝนตนเอง ตลอดจนปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้เกิดทักษะและมีประสบการณ์ เพื่อที่จะนำไปใช้ในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและเพื่อความเจริญมั่นคงของชาติไทย และในโอกาสนี้ ได้มอบเกียรติบัตรแก่คุณครูผู้สอนเด็ก ๆ ในศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล เพื่อเป็นกำลังใจให้ครูได้สอนเด็ก ๆ ต่อไป

นางสาวพนารัตน์ มาลีลัย ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล กล่าวว่า ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล ได้กำหนดจัดกิจกรรมงานวันเด็กพิการจังหวัดสตูล ประจำปี 2564 แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ทางศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสตูล จึงกำหนดจัดกิจกรรมวันเด็กพิการแห่งชาติที่ศูนย์เด็กพิการประจำอำเภอทั้ง 7 อำเภอ เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้เด็กพิการในการพัฒนาศักยภาพ และมีพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้ในสังคม และเปิดโอกาสให้เด็กพิการและครอบครัวได้รับโอกาสทางสังคม

 

จีนเล็งบูรณะ ‘พระใหญ่เล่อซาน’ 'พระพุทธรูปแกะสลัก' ใหญ่สุดในโลกอีกครั้ง

คณะผู้เชี่ยวชาญของจีนเปิดเผยว่า พระใหญ่เล่อซาน พระพุทธรูปแกะสลักริมผาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีความสูง 71 เมตร และตั้งอยู่ ณ จุดที่แม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกันนอกตัวเมืองเล่อซาน มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน จำเป็นต้องได้รับการบูรณะอีกครั้ง

พื้นที่ส่วนจมูกและใบหน้าของพระใหญ่เล่อซานมีร่องรอยดำและสกปรก ขณะส่วนหน้าอก ท้อง มือ และขาบางจุดปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำและพืชอื่นๆ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเมื่อครั้งผ่านการบูรณะใหญ่ในเดือนเมษายน 2019 ซึ่งเป็นงานบูรณะขนานใหญ่ครั้งที่ 7 ในรอบร้อยปี

เมืองเล่อซานจัดงานสัมมนาหารือแผนการบูรณะพระพุทธรูปยักษ์องค์ดังกล่าวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้เหล่าผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจแก้ไขต้นเหตุความเสื่อมโทรมแทนการปรับปรุงโฉมนอก เพื่อให้รูปแกะสลักนี้ตั้งตระหง่านสง่างามอีกนานหลายปี

จานฉางฝ่า อดีตรองประธานสถาบันมรดกวัฒนธรรมจีน (CACH) กล่าวว่างานสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางบูรณะครั้งสำคัญ โดยหันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอเพิ่มเติม จากเดิมที่ให้ความสำคัญเฉพาะปลายเหตุ

คณะผู้เชี่ยวชาญพบว่าความเสียหายจากน้ำ ฝน และความชื้น เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พระใหญ่เล่อซานเสื่อมโทรมมากที่สุด โดยหวงเค่อจง นักวิจัยจากสถาบันฯ เผยผ่านระบบวิดีโอจากกรุงปักกิ่งว่าก่อนอื่นเราต้องแก้ไขปัญหาความเสียหายจากน้ำ ไม่เช่นนั้นการปรับปรุงรูปแกะสลักจะช่วยระงับปัญหาได้แค่ชั่วคราว

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นต่างเห็นพ้องว่าต้องดำเนินมาตรการหลากหลายเพื่อจัดการความเสียหายจากน้ำ ซึ่งครอบคลุมการสำรวจทางธรณีวิทยา การติดตามและประเมินผล การวิจัยวัสดุ และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

เช็กเลย ธ.ก.ส. โอนเงินช่วยเกษตรกรชาวสวนยาง เข้าบัญชีแล้ว

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า วันนี้ (14 ม.ค. 2565) ธ.ก.ส. ได้โอนเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง สำหรับรอบที่ 1-2 เพิ่มเติม และรอบที่ 3 แก่เกษตรกรจำนวน 484,609 ราย เป็นเงิน 568 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาราคายางตกต่ำ อันเนื่องมากจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ปัญหาภัยธรรมชาติ และช่วยสร้างความมั่นคงในอาชีพ 

อีกทั้งในวันเดียวกัน ธ.ก.ส. ได้โอนเงินตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ครั้งที่ 3 แก่เกษตรกร 62,374 ราย เป็นเงิน 490 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงเป็นการจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี เพื่อที่จะมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น

เวทีมวย พร้อมใจจัดมวยระบบปิด เซียนมวยติดตามได้ทางช่องทีวี

‘มิสเตอร์ป๋อง’ พินิจ พลขัน พิธีกรรายการมวยชื่อดังได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีการจัดแข่งขันชกมวยไทย ของสนามมวยต่างๆ ในช่วงการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ ว่า มวยไทย..จัดชกระบบปิดทุกช่อง!!

..นับจากวันนี้เป็นต้นไป มวยทุกรายการถ่ายทอดสด งดผู้ชมในสนามจัดระบบปิดทุกรายการ ทุกช่อง!!

#น้องๆนักมวยยังได้ไปต่อ❤️

..เปิดทีวีดูได้ปกติครับ!!!

🥊วันศุกร์
🖥ศึกมวยมันส์วันศุกร์ ช่อง True4u 18.00-20.00 สนามมวยรังสิต

“บิ๊กตู่” พบคณะผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าทั่วประเทศ พร้อมผลักดันพลังคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง แนะทำแผน ข้อเสนอเชิงลึกให้จังหวัดนำไปปรับใช้ “ย้” ภาคเอกชนคือหนึ่งกลไกสำคัญของประเทศ

ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นางสาวปริม จิตจรุงพร ประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าไทย (YEC : Young Entrepreneur Chamber of Commerce) นำคณะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) ทั่วประเทศ เข้าเยี่ยมคารวะและรับทราบนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หอการค้าไทยและหอการค้าทั่วประเทศมีบทบาทสำคัญในการเป็นภาคีของรัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด และเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐให้ความสำคัญและมุ่งเน้นเสมอมา โดยเฉพาะการส่งเสริมศักยภาพชุมชน วิสาหกิจชุมชน SMEs และผู้ประกอบการทุกระดับ พร้อมกล่าวว่า คนรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจ จึงขอให้คนรุ่นใหม่พร้อมปรับตัวเข้ามาร่วมสร้างสรรค์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ให้เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง มุ่งเน้นให้ประชาชนเป็นส่วนขับเคลื่อนสำคัญ และให้นำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ทั้งในด้านของการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ให้เกิดความน่าสนใจกับแต่ละท้องถิ่น และนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชน พร้อมขอให้ทุกคนรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทย คือการมีน้ำใจ ไม่มีความแตกแยก มีแต่ความสามัคคี 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีรับฟังความเห็นจากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยได้ให้ประธานผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC ทุกจังหวัด นำเสนอความคิดเห็นในมุมมองของคนรุ่นใหม่ถึงแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และได้มีการกลั่นกรองนำมาทั้งหมด 15 จังหวัด โดยได้นำเสนอตามยุทธศาสตร์เน้นการขับเคลื่อน โดยความร่วมมือของภาคเอกชนและการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ ด้านการสร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐและเอกชนรุ่นใหม่ โครงการ YPC (Young Public and Private Collaboration) เป็นโครงการ Connect the dot ระหว่างราชการรุ่นใหม่และเอกชนรุ่นใหม่ในจังหวัดระยอง โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างเครือข่าย ความร่วมมือระหว่างราชการรุ่นใหม่และเอกชนรุ่นใหม่ ร่วมกันสร้างสรรค์โครงการ ที่สามารถทำได้จริงตามยุทธศาสตร์จังหวัด ด้านการค้า การลงทุน การค้าชายแดน โครงการ Kgo City Token การสร้างระบบนิเวศของเศรษฐกิจดิจิตอลในจังหวัดขอนแก่น โดยเริ่มจากกลุ่ม YEC หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ด้านเกษตรและอาหาร โครงการศูนย์วิจัยนวัตกรรมการเกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสนอแนวทางการจัดตั้งศูนย์วิจัยนวัตกรรมการเกษตรจากภาครัฐบาล เพื่อให้ผลผลิตทางการเกษตรส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของจังหวัด และ สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดได้อย่างยั่งยืน ด้านท่องเที่ยวและบริการ โครงการศูนย์คัดแยกขยะเพื่อความยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ชาติ ข้อที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ศูนย์รักษ์ตรัง จะแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ และทัศนคติของชาวตรังที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมในการคัดแยกขยะของจังหวัดตรัง ส่งต่อเข้าสู่วงจร Circular Economy รวมทั้งศูนย์ความรู้เกี่ยวกับการสร้างเศรษฐกิจแบบยั่งยืน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top