Wednesday, 24 June 2026
NewsFeed

เลขา ป.ป.ส. ตั้งรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท ให้ผู้แจ้งเบาะแส แก๊งค้ายาเสพติด ยิง ตร. เสียชีวิตอ

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส ) ประกาศตั้งรางวัลนำจับ 5 ผู้ต้องหา จากเหตุกรณียิงปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ต.บ้านหลวง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้ “สารวัตรบอล” พันตำรวจตรีพิบูลพันธ์ สุขุมนนท์ สารวัตรสืบสวน สภ.ฝาง เสียชีวิต นั้น

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ สำนักงาน ป.ป.ส ได้สนับสนุนโดยชุดปฎิบัติการ และชุดปฏิบัติการพิเศษ อินทรีย์ 19 รวม 40 นาย พร้อมรถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุน 3 คัน 

“เป้าหมายการสืบจับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญตามหมายจับ ปี 2565 รวม 5 หมายจับ ตั้งเงินรางวัล รายละ 200,000 บาท รวม 1,000,000 บาท ดังนี้ 1.นายอนุชิต จะโต๊ะ อายุ 34 ปี 2.นายจะเย จะเดอ อายุ 43 ปี  3.นายจะยี จะอื่อ อายุ 46 ปี 4.นายจตุพล ยะจู่ อายุ 26 ปี 5.นายจะนะ หรือจะนะโหล ไม่ทราบนามสกุล  อายุ 40 ปี ในข้อหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งได้ปฏิบัติตามหน้าที่, ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งได้กระทำการตามหน้าที่, ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่, ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีอาวุธหรือใช้อาวุธ, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” 
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า

“การยิงปะทะของขบวนการค้ายาเสพติดจนนำไปสู่การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ เป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก จะต้องจับกุมคนร้ายกลุ่มดังกล่าวให้ได้  สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ตั้งรางวัลนำจับคนร้ายกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ หากใครพบเบาะแสคนร้ายรายนี้สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร 1386 โดยมีรางวัลนำจับให้กรณีที่นำไปสู่การจับกุม รายละ 200,000 บาท รวม 5 ราย 1,000,000 บาท" 

พาณิชย์จับตาเงินเฟ้อปีนี้คาดแตะ 1.5%

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการ เดือนธันวาคม 2564 ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ เงินเฟ้อทั่วไปเดือนธันวาคม 2564 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนสูงขึ้น 2.17% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศที่สูงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากมาตรการตรึงราคาน้ำมันของภาครัฐ ขณะที่สินค้าในกลุ่มอาหารสด อาทิ ราคาผักสดยังอยู่ในระดับสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อน เนื้อสุกรและไข่ไก่ ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนการเลี้ยง โดยเฉพาะราคาเนื้อสุกรปรับเพิ่มตามค่าบริหารจัดการโรคระบาดในสุกร นอกจากนี้ ปริมาณผลผลิตลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยลดปริมาณการเลี้ยงสุกร 

รวมทั้ง น้ำมันพืช กับข้าวสำเร็จรูปและข้าวราดแกง ราคาปรับสูงขึ้นตามต้นทุนและวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ผลไม้สด เสื้อผ้า ค่าเช่าบ้าน ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษายังคงปรับลดลง ส่วนสินค้าอื่น ๆ อาทิ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด และของใช้ส่วนบุคคลยังเคลื่อนไหวในทิศทางที่ปกติ สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและปริมาณผลผลิต ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2564 สูงขึ้น 1.23% ใกล้เคียงกับที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวในช่วง 0.8 – 1.2% และเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน) สูงขึ้น 0.23% เท่ากับปีก่อน

'ในหลวง' พระราชทานพระบรมราโชวาท  เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 โดยในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 ความว่า

"คนเราทุกคน ย่อมมีหน้าที่ที่ต้องทำ หน้าที่ของเด็กนั้น สำคัญที่สุด ก็คือการศึกษาเล่าเรียน เพื่อให้มีวิชาความรู้ และคุณธรรมความดี จะได้สามารถพึ่งตนเองได้ สร้างความสุขความเจริญให้แก่ตนแก่ส่วนรวมได้ในอนาคต เด็กทุกคนจึงต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ด้วยความอดทน และพากเพียรอยู่เสมอ"

พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
วันที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2564

กาฬสินธุ์ - สหกรณ์มอบเงินชดเชยดอกเบี้ยสมาชิก แก่ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

สหกรณ์จังหวัดกาฬสินธุ์ มอบเงินชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และประสบภัยพิบัติกว่า 4 ล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ นำไปฟื้นฟูประกอบอาชีพ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 มกราคม 2565 ที่ห้องประชุมสำนักงานสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ นายวิทยา วัฒนวิเชียร สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกันมอบเช็คเงินสด ซึ่งเป็นเงินชดเชยดอกเบี้ย ตามโครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สหกรณ์ร่วมโครงการจำนวน 14 สหกรณ์ มีสมาชิกที่ได้รับเงินชดเชยดอกเบี้ยจำนวน 8,076 ราย มูลหนี้ต้นเงินรวม จำนวน 1,190,866,211.64 บาท เงินชดเชยดอกเบี้ย จำนวน 4,357,459.92 บาท

นายวิทยา วัฒนวิเชียร สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จะจ่ายเป็น 2 งวด งวดที่ 1 คือวันนี้ จำนวน 2,178,729.94 บาท และงวดที่ 2 จะจ่ายประมาณเดือนเมษายน จำนวน 2,178,729.98 บาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร ที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ตามวัตถุประสงค์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ที่จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย และลดต้นทุนในการประกอบอาชีพการเกษตรแก่สมาชิก  และเพื่อให้สมาชิกที่ประกอบอาชีพการเกษตร มีโอกาสนำเงินส่วนที่ได้รับการช่วยเหลือไปฟื้นฟูประกอบอาชีพ ตลอดจนมีเงินทุนไว้ใช้จ่ายในครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ด้วย

นายวิทยากล่าวอีกว่า สำหรับการมอบเงินชดเชยดอกเบี้ย ตามโครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ทางสำนักงานสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้จัดมอบแล้ว 3 ครั้ง ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด ครั้งแรกในปี 2562 จัดมอบไป 6 สหกรณ์ 1.สหกรณ์การเกษตรถาวรพัฒนากาฬสินธุ์ จำกัด 2.สหกรณ์การเกษตรท่าคันโท จำกัด 3.สหกรณ์การเกษตรนามน จำกัด 4.สหกรณ์การเกษตรเมืองกาฬสินธุ์ จำกัด 5.สหกรณ์การเกษตรร่องคำ จำกัด และ6. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนตำบลโคกสะอาด จำกัด จำนวนเงิน 3,246,202.12 บาท โดยจ่ายครบ 100%

 

สรุปมาตรการแก้หมูแพง ห้ามส่งออกสามเดือน จัดมาตรการดูแลทั้งระบบ ลดต้นทุน-ส่งเสริมเลี้ยงหมูไม่ให้ขาดตลาด ทำฟาร์มมีระบบป้องกันโรค

รัฐบาลกำหนดมาตรการแก้เนื้อหมูแพง เหตุหมูไม่พอบริโภคบวกต้นทุนเพิ่ม สั่งห้ามส่งออกชั่วคราว ช่วยลดต้นทุน เร่งกระจายพันธ์ุ หาแหล่งเงินทุนทำฟาร์มที่เหมาะสมลดเสี่ยงโรคระบาด

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง สืบเนื่องจากปริมาณสุกรที่ลดลง ต้นทุนการเลี้ยงสุกรปรับสูงขึ้น ส่งผลให้เนื้อหมูปัจจุบันมีราคาสูงมาก ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หารือร่วมกัน และได้ข้อสรุปดังนี้

1) มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ 
-การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.65 ถึง วันที่ 5 เม.ย. 65 เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหมูภายในประเทศ และกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาตามสถานการณ์ว่าควรให้มีการต่ออายุหรือไม่ โดยจะมีการติดตมาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตัวเลขเบื้องต้นในปี 2564 มีการเลี้ยงหมูป้อนเข้าสู่ตลาด ประมาณ 19 ล้านตัว บริโภคในประเทศ 18 ล้านตัว ส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 1 ล้านตัว

-การช่วยเหลือด้านราคาอาหารสัตว์ โดยเฉพาะส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น การงดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมหรือภาษี การจัดสินเชื่อพิเศษของ ธ.ก.ส. เพื่อให้เกษตรกรที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขได้กลับมาเลี้ยงใหม่ในพื้นที่ความเสี่ยงต่อโรคระบาดต่ำ การตรึงราคาจำหน่ายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้น 

-การเร่งสำรวจภาพรวมสถานการณ์การผลิตสุกร เพื่อกำหนดพื้นที่เป้าหมายและมาตรการที่เหมาะสม พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตแม่สุกรทดแทน โดยให้เกษตรกรใช้สุกรขุนตัวเมียมาใช้ทำพันธุ์ชั่วคราว เร่งรัดเจรจาฟาร์มรายใหญ่ในการกระจายพันธุ์และลูกสุกรขุนให้กับรายย่อยและเล็กที่ต้องการกลับเข้ามาสู่ระบบใหม่ กำหนดโซนเลี้ยงและออกมาตรการบังคับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อควบคุมโรค และเร่งรัดการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค 

2. มาตรการระยะสั้น ได้แก่ การส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ การขยายกำลังผลิตแม่สุกร สนับสนุนศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์ ในสังกัดกรมปศุสัตว์และเครือข่ายคู่ขนานกับฟาร์มเกษตรกรและภาคเอกชน เร่งเดินหน้าการศึกษาวิจัยยาและสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาด  

3.มาตรการระยะยาว กระทรวงเกษตรฯจะผลักดันการยกระดับมาตรฐานฟาร์มของเกษตรกรเพื่อป้องกันโรคระบาด ส่งเสริมให้ปรับปรุงเป็นฟาร์มที่มีระบบการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสม (GFM) มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาตรฐานฟาร์ม GAP ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงสุกรใหม่และเพิ่มปริมาณการผลิตหมูให้เพียงพอต่อความต้องการบริโภค ทั้งยังจะมีการสนับสนุนการเลี้ยงโดยจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ยืมจาก ธ.ก.ส. ในโครงการสานฝันสร้างอาชีพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยเพื่อช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งการรวมกลุ่ม สนับสนุน และหาตลาดในราคาที่เกษตรกรอยู่ได้อย่างดี

ชลบุรี - จับคู่เจรจายอดขาย 13 ล้านบาท!! พาณิชย์ชลบุรี ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออก นำสินค้าปศุสัตว์และเกษตรปลอดภัย บุกตลาดจัดเจรจาธุรกิจ และจัดมหกรรมสินค้าคุณภาพช่วยเหลือเกษตรกรและปชช.ในช่วงโควิด

ที่ห้องศรีรัตน โรงแรมรัตนชล อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี นายนิติ วิวัฒน์วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และว่าที่ร้อยโท สุธรรม ลครรำ(ละ-คอน-รำ) พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน มหกรรมสินค้าปศุสัตว์ และเกษตรปลอดภัย ภายใต้โครงการส่งเสริมการบริโภคสินค้าปศุสัตว์และสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานปลอดภัย

ว่าที่ร้อยโท สุธรรม ละครรำ(ละ-คอน-รำ) พาณิชย์จังหวัดชลบุรี ได้กล่าวแถลงถึงผลการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ ภายใต้โครงการนี้ว่า ได้มีการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ คู่ซื้อขาย ได้จำนวนถึง 12 คู่เจรจา ผลการจับคู่เจรจา ได้ยอดขาย 13 ล้านบาท ซึ่งการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการทำการตลาดเชิงรุก และยังมีการจัดงานมหกรรมสินค้าปศุสัตว์ และเกษตรปลอดภัย ระหว่างวันที่ 7-11 มกราคม 2565 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดชลบุรี โดยนำสินค้าจากผู้ค้า 8 จังหวัดภาคตะวันออก นำสินค้าปศุสัตว์ ปศุสัตว์แปรรูป และสินค้าเกษตรปลอดภัยมา จำหน่ายในราคาพิเศษ ถึง 100 ร้านค้า

 

“นายกฯ“ สั่ง คุมเข้มชายแดน สกัดแรงงานเถื่อนเข้าเมืองผิดกฎหมาย-ค้ายาเสพติด ขยายผลปราบปราม ป้องก่อเหตุกระทำผิด

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มงวด เฝ้าระวังสกัดกั้นขบวนการขนย้าย ค้าแรงงานต่างด้าวที่แอบลักลอบเข้าประเทศไทยตามแนวชายแดนโดยผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศไทย  หลังพบการรายงานการจับกุมการลักลอบขนย้ายแรงงานเถื่อนผ่านชายแดนมีความถี่มากขึ้น 

นายธนกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 65 เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางยาบ้า บริเวณเส้นทางธรรมชาติริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านแพงใต้ จังหวัดนครพนม  จำนวน 5 กระสอบ 378 มัด ประมาณ 756,000 เม็ด และส่งมอบให้กับ สภ.บ้านแพง ดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่กองกำลังผาเมือง จับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สัญชาติเมียนมา จำนวน 34 คน เป็นชาย14 หญิง 16 คน เด็กชาย2 คน เด็กหญิง2คน บริเวณ บ.หนองบัวคำ ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จากการสอบถามต้องการมาทำงานในพื้นที่จังหวัด และกทม.

“เจ๊หลี” ควง “ ชัยวุฒิ”สมัครชิงลต.ซ่อมส.ส.กทม. มวลชนแห่รับ ด้าน ผอ.ลต.พปชร.เชื่อ รักษาเก้าอี้ส.ส.ได้ 

นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัครส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม. รวมถึงส.ส.กทม.ของพรรค เดินเท้าจากสำนักงาน ไปที่สำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ท่ามกลางประชาชนที่มาให้กำลังใจ

นางสรัลรัศมิ์ กล่าวว่า วันนี้กำลังใจดี โดยเฉพาะจากนายสิระ เจนจาคะ ในฐานะอดีต ส.ส.ที่ให้กำลังใจกันทุกวัน รวมถึงประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจ หลังจากได้หมายเลขผู้สมัครจะเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง สิ่งใดที่ประชาชนเรียกร้องเร่งด่วนจะรีบทำก่อน 

รองโฆษกรัฐบาล เผย ไทยเป็นประเทศแรกในเอเซีย ที่ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ.2562-2565) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เมื่อ 29 ต.ค.2562 โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเซีย และเป็นหนึ่งใน 30 ประเทศของโลก ที่ได้ประกาศใช้แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจ และประชาสังคม ดำเนินการส่งเสริม คุ้มครอง ป้องกัน บรรเทา เยียวยา และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นผลจากการทำธุรกิจ ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ รัฐบาลมอบหมายให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบในการขับเคลื่อนร่วมกับส่วนราชการต่างๆ โดยมีผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของแผนฯ ประเด็นหลักๆใน 4 ด้าน ดังนี้

ด้านแรงงาน 1) การกําหนดมาตรการลดหย่อนภาษีให้ภาคธุรกิจที่จ้างงานผู้พ้นโทษ 2) การบริหารจัดการแรงงานในช่วงสถานการณ์ COVID-19 3) การประกาศนโยบายและเจตนารมณ์ ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ และการขจัดการเลือกปฏิบัติในที่ทํางาน 

ด้านชุมชน ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม 1) การกําหนดให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เปิดเผยข้อมูลการดําเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในรูปแบบOneReport 2)การจัดต้ังศูนย์ ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในระดับพื้นท่ีทั่วประเทศ 3) กำหนดให้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สินค้าจากวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้รับการส่งเสริมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

ด้านนักปกป้องสิทธิมนษุยชน 1) การยกร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ 2) การเสนอแก้ไขพ.ร.บ.คุ้มครองพยาน ในคดีอาญา เพื่อขยายขอบเขตบคุคลที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ฯ 3) การศึกษามาตรการที่เป็นรูปธรรมในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

ด้านการลงทุนระหว่างประเทศและบรรษัทข้ามชาติ 1) การเพิ่มเงื่อนไขในการตรวจประเมินสิทธิมนุษยชน ก่อนการให้เงินกู้สําหรับดําเนินโครงการในประเทศเพื่อนบ้าน 2) การลงนามและดําเนินการตาม MOU ของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ยึดถือหลักการเงินที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Financing) และส่งเสริมหลักการ สิ่งแวดล้อม-สังคม-ธรรมาภิบาล 4) การจัดทํารูปแบบสัญญามาตรฐานที่เพิ่มประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะต้องพิจารณาเมื่อมีการเจรจาการค้าหรือการลงทุน

‘หมอยง’ ห่วงกลุ่มเสี่ยง! หลังพบติดเชื้อพุ่ง แนะเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 รับมือ ‘โอมิครอน’

6 ม.ค. 65 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า โควิด-19 โอมิครอน หยุดยาวช่วงปีใหม่ และการติดต่อง่าย

โอมิครอน เรารู้แล้วว่าติดต่อง่าย ประกอบกับ การสนุกสนานรื่นเริง และหยุดยาวช่วงปีใหม่

ดังนั้น ผลที่จะพบผู้ป่วยมากขึ้นในช่วงต่อจากนี้ไป ไม่ใช่เรื่องแปลก 

ผมอยู่กับห้องปฏิบัติการ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2 - 3 วันนี้ รู้แล้วว่าตัวเลขและอัตราการตรวจพบ โควิด-19 เพิ่มขึ้นมากๆ   

ผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ นับจากนี้ต่อไป จะเริ่มพุ่งขึ้นสูงอย่างแน่นอน จะขึ้นสูงแค่ไหนก็คงขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ ต่อจากนี้ ที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันลดจำนวนตัวเลข ให้อยู่ในระดับที่ระบบสาธารณสุขรองรับได้

อัตราการป่วยรุนแรง และเสียชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ป่วย จะน้อยกว่า ช่วงการระบาดของเดลตา 

สิ่งที่สำคัญขณะนี้ จะต้องเร่งกระตุ้นวัคซีนเข็มที่ 3 ให้ได้มากที่สุดและอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง 608 ที่เรารู้กันดีว่าอายุเกิน 60 และหรือ มีโรคเรื้อรัง 8 โรค เพื่อลดความรุนแรงให้ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top