Wednesday, 24 June 2026
NewsFeed

"โอฬาร" อดีตนักกีฬาทีมชาติ ขอรัฐบาลเร่งส่งร่างแก้ พ.ร.บ.สารต้องห้ามทางการกีฬา ให้สภาฯ เลื่อนขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ย้ำเป็นเรื่องสำคัญ เป็นความภูมิใจของคนทั้งชาติ ส.ส.ต้องทำหน้าที่ อย่าปล่อยสภาล่ม กระทบส่วนรวม 

นายโอฬาร ตั้งวงศ์กิจ ผู้เสนอตัวสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ชัยนาท พรรคกล้า ในฐานะอดีตนักกีฬาบีชเทนนิสทีมชาติ กล่าวถึงกรณีนักกีฬาไทยแชมป์โลกแบดมินตัน ไม่ได้เชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา เนื่องจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency : WADA) แบนห้ามใช้ธงชาติไทย เพราะยังไม่แก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาว่า เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ยืนยันว่าร่างแก้ไขกฎหมายเสร็จแล้ว ก็ขอให้เร่งส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และขอให้มติสมาชิกเลื่อนร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรกๆ อย่างเร็วภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า เพราะเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน หากยังปล่อยให้เป็นปัญหาธงไทยไม่ได้ขึ้นสู่ยอดเสาต่อไป ไม่ใช่กระทบศักดิ์ศรีของนักกีฬาตัวแทนประเทศไทย แต่ยังกระทบต่อความภูมิใจของคนทั้งชาติ 

"ทุกครั้งที่ผมสวมใส่เสื้อที่มีธงไตรรงค์บนหน้าอก นอกจากความภาคภูมิใจในฐานะนักกีฬาแล้ว ยังพ่วงมากับหน้าที่ของตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้ร่วมลงแข่งขันกีฬาระดับโลก หน้าที่ในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย แต่วันนี้เมื่อธงไม่ได้ขึ้น นอกจากจะทำให้ความภาคภูมิใจของนักกีฬานั้นลดลงแล้วยังทำให้เกียรติภูมิของคนไทยทั้งชาติหายไปด้วย หลังจากนี้ยังมีกีฬาฟุตบอลชิงแชมป์เอเซีย เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัฟ ที่ทีมชาติไทยได้เข้าไปตัดเชือกกับทีมชาติเวียดนาม และมีโอกาศไม่น้อยที่มีชาติไทยจะทวงคืนแชมป์ในรายการนี้ มันจะน่าเสียใจไม่น้อยที่คนไทยทั้งชาติ จะไม่ได้เห็นธงชาติไทยถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสาพร้อมกับเพลงชาติไทย" นายโอฬาร กล่าว 

‘ม.เกษตร’ จัดงาน! “ชวน เช็ค ชิม ช็อป แชร์ผลิตภัณฑ์ดี นวัตกรรมเด่น” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ และสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน!! พบกัน 21-22 ธันวาคม 2564 นี้

ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์  อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เปิดเผยถึง การจัดงาน “ถ่ายทอดนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ และสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน” ว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการนำเสนอผลสัมฤทธิ์ของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย หรือที่รู้จักกันในนามของ U2T 

ส่วนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับผิดชอบ 17 Cluster ในพื้นที่ดำเนินการ 27 จังหวัด 140 ตำบล ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ซึ่งแต่ละพื้นที่ได้นำผลิตภัณฑ์ดี นวัตกรรมเด่น ทั้งของอุปโภค บริโภค มาจัดแสดงและจัดจำหน่าย ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคม 2564 จึงขอเชิญชวนประชาชนได้เข้ามาร่วม เช็กอิน ชมนวัตกรรม ชิม ช็อป และ แชร์ หรือบอกต่อผลิตภัณฑ์ของชุมชนในพื้นที่ U2T ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีคุณภาพ สามารถนำไปเป็นของใช้ และของฝากในช่วงเทศกาลได้  อีกทั้งผู้มาร่วมงานยังจะได้รับแจกกล้าไม้พันธุ์ดีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมป่าไม้ด้วย

ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ดำเนินโครงการ “ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ” ทั้งส่วนการจ้างงานประชาชนทั่วไป บัณฑิตจบใหม่ และนักศึกษาให้มีงานทำ และร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน ให้เกิดการพัฒนาทักษะในการเสริมสร้างอาชีพใหม่ในพื้นที่ตามปัญหาและความต้องการของชุมชน โดยเน้นการพัฒนาชุมชนผ่านการดำเนินกิจกรรม 4 ด้านหลัก คือ 1. ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 2. ด้านการท่องเที่ยว 3. ด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ และ 4. ด้านการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม มีระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน ซึ่งเป็นผลให้เกิดการจัดงาน"ถ่ายทอดนวัตกรรมการพัฒนาชุมชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลอย่างยั่งยืน"

 

 

 

นครนายก - หลวงพี่ต่อ พระผู้มีแต่ให้ มอบเงินกว่า 4 ล้านบาท สร้างห้องไอซียูโรงพยาบาลนครนายก

พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) ประธานมูลนิธิวังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราชราชา (ถ้ำพญานาค) วัดมณีวงศ์ ตำบลดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้มอบเงินจำนวน 4,537,133.56 บาท (สี่ล้านห้าแสนสามหมื่นเจ็ดพันหนึ่งร้อยสามสิบสามบาทห้าสิบหกสตางค์) ให้กับโรงพยาบาลนครนายก เพื่อสร้างห้องไอซียู ห้องผู้ป่วยวิกฤติที่มีไม่เพียงพอในการช่วยเหลือผู้ป่วยโดยมี นายแพทย์ธีระชัย​ คงเอี่ยมตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครนายก พร้อมคณะแพทย์ พยาบาล เป็นตัวแทนรับมอบในครั้งนี้

รอง ผบ.ตร. แถลงจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 40,000 กว่าคน และจับกุมเครือข่ายขบวนการขนแรงงานเถื่อนแล้วอีก 154 เครือข่าย พร้อมสั่งทุกหน่วยคุมเข้มมาตรการคุมโควิดช่วงปีใหม่

(21 ธ.ค.64) เวลาประมาณ 13.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวงทรง ผู้ช่วยผบ.ตร. , พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้ช่วยผบ.ตร. และพล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงผลการปราบปรามคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในรอบ 1 ปี เผยจับกุมแรงงานหลบหนีเข้าเมืองได้กว่า 4 หมื่นราย ทลายเครือข่าย/ขบวนลักลอบขนแรงงานหลบหนีเข้าเมืองอีกกว่า 154 เครือข่าย และประชุมสั่งการหน่วยงานในสังกัดคุมเข้มมาตรการโควิดช่วงเทศกาลปีใหม่

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า คณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายโดยได้ดำเนินการปราบปราม และจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ทำงานโดยผิดกฎหมายและนายจ้าง รวมถึงร่วมกับหน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในการออกตรวจ สถานประกอบการ โรงงาน ที่พักคนงาน และพื้นที่สุมเสี่ยง อย่างต่อเนื่องและจริงจัง

โดยมีผลการปฏิบัติให้ห้วง 1 ปี (29 ธ.ค. 63 - 15 ธ.ค. 64) สามารถจับกุมคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 42,443 ราย ผู้นำ พาฯ 293 ราย ผู้ช่วยเหลือฯ 841 ราย รวมผลการดำเนินจับกุมทั้งสิ้น 43,577 ราย และทลายเครือข่าย/ขบวนการ 221 เครือข่าย จับกุมไปแล้ว 154 เครือข่าย แบ่งเป็น ตัวการ 402 ราย คนต่างด้าว 1,769 ราย ออกหมายจับ 82 หมายจับ กำลังสืบสวนและติดตาม 67 เครือข่าย ตรวจยึดทรัพย์สิน 312 ราย (พาหนะ 182 คัน บัญชีธนาคารกว่า 20 ธนาคารและอื่นๆ) ในส่วนของการกระทำความผิดเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวนั้น ในกรณีนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกและห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวทำงาน 3 ปี ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท และถูกผลักดันออกไปนอกราชอาณาจักร และไม่สามารถขอรับใบอนุญาตทำงานได้จนกว่าจะพ้นโทษมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี​ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและสถานประกอบการที่ขาดแคลนแรงงานให้นำแรงงานต่างด้าวที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าสู่ระบบการจ้างงานตามกฎหมายประเทศไทย เพื่อให้ได้รับการดูแลตามสิทธิที่พึงมี โดยให้กระทรวงแรงงานตรวจสอบห้วง วันที่ 1-30 พ.ย.64 และให้นายจ้างยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวภายใน 7 วัน ซึ่งขณะนี้มีข้อมูลแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนแล้ว 279,902 ราย ดังนั้นคนต่างด้าวรายใดที่ไม่ได้ดำเนินการในกำหนดจะถือว่าเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและหากนายจ้างรับเข้าทำงานจะถือว่ามีความผิดฐานรับบุคคลต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงานด้วย

แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานค่ายจักรพงษ์และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย

ปราจีนบุรี – แม่ทัพภาคที่ 1 ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานค่ายจักรพงษ์และหน่วยบรรเทาสาธารณภัย

21 ธ.ค.64 ที่ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ ตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี พลโทสุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรับฟังการบรรยายผลการปฏิบัติงาน และปัญหาต่างๆของหน่วย พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการปฏิบัติงาน ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ (ระบบออนไลน์)  ระบบการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ก่อนที่จะกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพล

ในการนี้ ศูนย์ ปภ. เขต 3 ปราจีนบุรี ได้นำเครื่องจักรกลที่ใช้ในงานสาธารณภัย เข้าร่วมแสดงสาธิตขีดความสามารถของรถแต่ละชนิด ร่วมกับกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย มทบ.12 และเครือข่าย เพื่อเตรียมความพร้อมในการประสานงานสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ที่จะได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง เมื่อเกิดสาธารณภัยในทุกรูปแบบ

“ประวิตร” สั่งเข้มฝ่ายมั่นคง ชายแดนฝั่งตะวันตก เตรียมรับมือผู้หลบหนีภัยสู้รบชายแดนเมียนมา 

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะโฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำฝ่ายความมั่นคง ให้ความสำคัญ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยให้ยังคุมเข้มมาตรการชายแดน ทั้งการผ่าน เข้า-ออก ของบุคคลและสินค้าตามช่องทางผ่านแดนที่กำหนด รวมทั้งเพิ่มความเข้มข้นกวดขันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายของแรงงาน สินค้า รวมทั้งอาวุธสงครามและยาเสพติดที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะการสู้รบตามแนวชายแดนระหว่าง ทหารเมียนมา กับ กกล.ชนกลุ่มน้อย ที่มีการปะทะกันด้วยอาวุธหนักและซุ่มโจมตีกัน ส่งผลให้ประชาชนทั้งสองฝั่งได้รับผลกระทบและยังไม่มีแนวโน้มหรือท่าทีเจรจากัน

สำหรับการสู้รบดังกล่าว เริ่มรุนแรงขึ้นหลังสิ้นฤดูฝน โดยเฉพาะพื้นที่รัฐกระเหรี่ยงชายแดน ด้านเมียวดี - แม่สอด จว.ตาก ซึ่งมีการอพยพชาวเมียนมาที่หลบหนีภัยจากการสู้รบ กว่า 3,000 คน เข้ามาอยู่ในพื้นที่ชายแดน ตรงข้าม อ.แม่สอด และมีกระสุนจากอาวุธหนักพลัดตกเข้ามาฝั่งไทย ในพื้นที่ บ.ดอนไชย  บ.แม่หละ ซึ่งกองกำลังป้องกันชายแดนทหาร ตำรวจ ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ด้วยการแจ้งเตือนผ่านกลไกชายแดนและตอบโต้ด้วยกระสุนควัน และร่วมกับฝ่ายปกครองดูแลอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงออกไปยังที่ปลอดภัยที่ผ่านมา

'น้าเดช' จัดหนัก กลุ่มแซะ 'ตูน' แค่หมาเห่า แนะอย่าใส่ใจ เดินหน้าตั้งใจทำความดีต่อ

นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ สื่อสารมวลชนด้านยานยนต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

ไม่รู้จักไอ้ตูนมาก่อน มารู้จักตอนมันวิ่งครั้งที่แล้วๆ ไม่เคยบริจาคให้มันแม้แต่สลึงเดียว แต่นับถือที่มันสามารถระดมเงินไปช่วยโน่นช่วยนี่ได้เยอะ
คราวนี้ได้ข่าวว่าไอ้ตูนมันจะวิ่งอีกแล้ว ก็รู้สึกเฉยๆ นะ และคงไม่ได้บริจาคอะไรกับมันอีก เพียงแต่อยากจะบอกกับไอ้ตูนว่า "มึงเลือกวิ่งผิดเส้นทาง"

เพราะมึงคนสุพรรณ กูคนชัยนาท ทำไมมึงไม่วิ่งสุพรรณ - ชัยนาท วิ่งวนไปวนมาแค่นั้นก็ได้ แต่นี่ มึงดันไปเลือกวิ่งบน 'หัวกระบานบางคน' มันจึงรู้สึกว่าส้นตีนของมึงกระแทกไปบนกระบานของมันทุกฝีก้าว พูดง่ายๆ ว่า การวิ่งของมึงไปหนักหัวกระบานมัน มันจึงออกมาโวยวาย ก็แค่นี้เองแหละ

‘มาดามแป้ง’ ขนแบรนด์เนมแจกแข้ง ‘ช้างศึก’ สร้างกำลังใจก่อนฟัดเวียดนาม รอบรองฯ

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย จัดกิจกรรมปลุกใจคลายความเครียดทัพช้างศึก ด้วยการจับสลากรางวัลพิเศษ ตั้งแต่กระเป๋า นาฬิกา ยันน้ำพริก มูลค่ารวมกว่า 7 หลัก เรียกเสียงฮาทั้งแคมป์ ก่อนลุยเกมรอบรองชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ 2020

หลังเดินทางมาถึงได้เพียงวันเดียว “มาดามแป้ง” ผู้จัดการทีม ก็ใช้ทุกเวลาอย่างคุ้มค่า นอกจากร่วมประชุมทีมและร่วมชมการฝึกซ้อมแล้ว หลังมื้อค่ำในห้องประชุมจึงซุ่มเซอร์ไพรส์ จัดเกมจับสลากสำหรับนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช และทีมงานทุกคน ซึ่งทำงานอย่างหนักจนเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มมาได้

มองโกเลีย - นักศึกษาปริญญาโทชาวมองโกเลีย ปลูดเห็ดสมุนไพร “หญ้าหนอน” สร้างชื่อเสียงระดับโลกได้สำเร็จ!!

อูลานบาตอร์ /มองโกเลีย “Monkhjargal” นักศึกษาปริญญาโทชาวมองโกเลีย สามารถปลูกเห็ดที่มีชื่อเสียงระดับโลกและมีราคาแพงได้สำเร็จ ซึ่งเห็ดนี้เรียกกันว่า “หญ้าหนอน” บนมูลสัตว์ ก้านทะเล buckthorn และเศษเมล็ด ซึ่งอุดมไปด้วยสารยาหลายชนิดและรับประทานได้เช่นกัน

โดย “Monkhjargal” ได้กล่าวว่า “เราต้องปลูกเห็ดที่กินได้และกินเอง อาหารที่เรากินในวันนี้มีสารอาหารต่ำมากดังนั้นสารอาหารที่เราได้รับจากอาหารของเราจึงไม่เพียงพอต่อร่างกายของเรา นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องการปรับปรุงโภชนาการของเรา เพราะเราก็ต้องการที่จะมีสุขภาพที่ดีเช่นกัน ดังนั้นเห็ดที่กินได้จึงกลายเป็นประเด็นเชิงกลยุทธ์สำหรับเรา ก่อนที่เราจะสามารถทำกำไรได้”

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการใช้เห็ดเพื่อสกัดสารสมุนไพรและในอาหารเสริมทางชีวภาพ ยารักษาโรค เครื่องสำอางและแม้แต่ยารักษาสัตว์หลายชนิด

ซึ่ง “Monkhjargal” ตั้งเป้าที่จะรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเห็ดภายใต้ “ห่วงโซ่คุณค่าเห็ดเพาะเลี้ยง” เพื่อปลุกจิตสำนึกในความสำคัญของเห็ดที่ปลูก เพิ่มผลผลิต และกระชับการทดลองและการวิจัยเกี่ยวกับยารักษาโรคและเห็ดสายพันธุ์ใหม่อื่น ๆ

 

“อลงกรณ์” ประกาศเดินหน้า!! พัฒนากรุงเทพฯ สู่ ‘มหานครสีเขียว’ มุ่งยกระดับ! สุขภาพคน - คุณภาพเมือง ตอบโจทย์อนาคต พร้อมคิกออฟ!! โครงการวัดสีเขียว - คลองสามวาสีเขียว 24 ธ.ค.นี้

“อลงกรณ์” ประกาศเดินหน้าพัฒนากรุงเทพฯ สู่ ‘มหานครสีเขียว’ มุ่งยกระดับ ‘สุขภาพคน – คุณภาพเมือง’ ตอบโจทย์อนาคตกทม. ชูแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน ตั้งกลไก 50 เขต ดีเดย์ 24 ธ.ค.คิกออฟโครงการวัดสีเขียว คลองสามวาสีเขียว

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองบรรยายพิเศษในงาน Bangkok City Talk 2021  Bangkok Conference on Academic Argument  ผ่านระบบออนไลน์ zoom meeting ในหัวข้อ "เกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง : อนาคตของกรุงเทพมหานคร" ผ่านระบบ Facebook live

โดยนายอลงกรณ์กล่าวว่าในปี 2562 ประเทศไทยมีประชากรในเมืองมากกว่าในชนบทเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงการขยายตัวของเมือง(Urbanization)ในประเทศของเรา และเป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคปัจจุบันต้องเร่งขับเคลื่อนพัฒนาการเกษตรในเมือง(Urban Farming) โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 และยุคต่อไป(Next normal) ที่ต้องให้ความสำคัญระบบนิเวศเมือง เรื่องสุขภาพคน และคุณภาพเมือง

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็วทำให้พื้นที่เกษตรลดลงเหลือเพียงแสนกว่าไร่ เป็นเมืองที่มีความมั่นคงทางอาหาร(Food Safety)น้อยมาก และพื้นที่สีเขียวยังไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนประชากร คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงวางโครงสร้างและระบบเป็นกลไกแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ด้วยโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง (Sustainable Urban Agriculture Development Project : SUAD Project)  ตามนโยบายของ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนซึ่งได้กำหนดยุทธศาสตร์ ”3’s” (Safety-Security-Sustainability-เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคงและเกษตรยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น “มหานครสีเขียวแห่งอนาคต” มีวัตถุประสงค์ 6 ประการได้แก่

1. การพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง

2. การเพิ่มพื้นที่สีเขียว

3. การลด PM2.5และลดก๊าซเรือนกระจก(Green House Gas)

4.การเพิ่มคุณภาพอากาศ

5.การอัปเกรดคุณภาพชีวิตของประชาชน

 6.การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว

ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ ในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ(Climate Change)ของโลก และเป้าหมายของโครงการกรุงเทพสีเขียว2030(Green Bangkok2030) ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ เป็น 10 ตารางเมตรต่อคนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ในทุกระยะ 400 เมตร และเพิ่มพื้นที่ร่มไม้ต่อพื้นที่เมืองให้เป็น 1.3 แสนไร่ พร้อมทั้งพัฒนาการเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่เมือง รวมทั้งการสร้างเศรษฐกิจสีเขียวเพิ่มรายได้และอาชีพในระดับชุมชนบนโมเดล BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ควบคู่ไปด้วยกัน

นายอลงกรณ์ในฐานะประธานโครงการ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ได้จัดตั้งกลไกการขับเคลื่อนใน 3 ระดับ ทั้งคณะกรรมการบริหารโครงการระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับย่อยในพื้นที่ เป็นโครงสร้างและระบบครอบคลุมทั้งประเทศ โดยแบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็น 2 ประเภทคือพื้นที่ของรัฐ(Public Space) เช่น บริเวณริมถนนและทางรถไฟ พื้นที่ใต้ทางด่วน เกาะกลางถนน สวนสาธารณะ สถานศึกษาของรัฐ พื้นที่ส่วนราชการ และพื้นที่สาธารณะว่างปล่า

สำหรับ พื้นที่ส่วนบุคคล (Private space) เช่น บ้าน ชุมชน โครงการจัดสรร คอนโด อาคารสำนักงาน พื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ วัด โรงเรียน สถานศึกษา โดยส่งเสริมให้ปลูกไม้ยืนต้นไม้พุ่มไม้เลื้อยหรือไม้ในร่มโดยมีการพัฒนาเมืองสีเขียวได้หลายรูปแบบเช่น ถนนสีเขียว(Green Road) หลังคาสีเขียว(Green  Roof) ตึกสีเขียว(Green Building) สวนป่า(Forest Garden) มหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) ชุมชนสีเขียว (Green Community วัดสีเขียว(Green Temple) เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและการเรียนรู้กับการอยู่ร่วมกันแบบแบ่งปัน

สำหรับการทำเกษตรในเมืองตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืน มี 5 ประเภท ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน วนเกษตร และเกษตรธรรมชาติ ทั้งในรูปแบบสวนขนาดเล็กและสวนขนาดใหญ่ สำหรับชุมชนในกรุงเทพมหานคร จะได้รับการสนับสนุนในการสร้างอาชีพเกษตรกรรมในเมืองเพื่อสร้างรายได้เสริมและลดค่าครองชีพอีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ จะมีตลาดเกษตร(Farm Market) เป็นตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ขณะนี้ได้จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ระดับคลัสเตอร์ และระดับเมือง เช่น ได้จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนกรุงเทพมหานครแล้วมีตนเป็นประธาน และจะจัดตั้งคณะทำงานให้ครบทั้ง 50 เขต เป็นกลไกขับเคลื่อนระดับพื้นที่เช่น กรีนตลิ่งชัน กรีนบางกะปิ กรีนบางนา กรีนห้วยขวาง กรีนบางแค และวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จะคิดออฟโครงการวัดสีเขียว คลองสามวาสีเขียว ที่วัดพระยาสุเรนทร์ เป็นที่แรกบนความร่วมมือระหว่างวัด บ้านและโรงเรียน(บ.ว.ร.)ในเขตคลองสามวา

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top