Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

อดีตแกนนำเสื้อแดง ลั่นคนอีสานรัก 'ลุงตู่' ยัน ชาวบ้านมาต้อนรับด้วยใจไม่ต้องจ้าง

'อานนท์ แสนน่าน' ย้อน 'ทักษิณ' ในอดีตก็เคยซ้อมก่อนต้อนรับไม่เห็นมีใครว่า คนอุดรและคนอีสานมาด้วยหัวใจไม่ต้องเกณฑ์หรือจ้างมา ลั่นทุกวันนี้คำว่า 'เมืองหลวงคนเสื้อแดง' เป็นเพียงตำนานเหมือน 'หมู่บ้านเสื้อแดง' เพราะคนเสื้อแดงเขารู้กันหมดแล้วว่าถูกหลอก

8 ธ.ค. 64 - นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่อดีตนายกทักษิณ ออกมาระบุว่าตนและสมาชิกขนคนมาจากต่างจังหวัดและเกณฑ์คนมานั้น แท้ที่จริงแล้วตนก็ไม่อยากจะโต้ตอบเพราะที่ผ่านมาก็เขียนเอาไว้บนเฟซบุ๊กหลาย ๆ คนก็เข้าใจ และที่ไม่อยากตอบเพราะเป็นเด็กเยาวชน ที่เล่นโซเชียลมักใส่ร้ายป้ายสี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ นายกลุงตู่ แต่มาวันนี้กลับมาเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคยนับถือ มาพูดเรื่องนี้โดยเฉพาะคำว่าเมืองหลวงคนเสื้อแดง

ปัจจุบันนี้กลายเป็นเพียงตำนานแล้วเช่นเดียวกันกับ “หมู่บ้านเสื้อแดง” เพราะที่ผ่านมาแกนนำใหญ่ของอุดรธานี ก็ไม่ใช่คนอุดรธานี หรือคนอีสานเป็นคนมาจากต่างจังหวัด “เว้าอีสานคือข่อยบ่อเป็นดอก” แต่แท้จริงทุกคนถูกใบสั่งให้มาดำเนินการเป็นแกนนำชักจูงมวลชนที่เป็นคนที่อีสานรักในประชาธิปไตย และวันนั้นคนเสื้อแดงก็แจ้งตนมาว่าจะไม่ออกมาเพราะเข็ดแล้ว ถูกหลอกมาเกือบค่อนชีวิต คนอุดรธานีต้องการรักและสามัคคีทำมาค้าขายไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 เพราะเบื้องหลังต่าง ๆ ก็เริ่มชัดเจนขึ้น

นายอานนท์ กล่าวต่อว่า หลังการรัฐประหารปี พ.ศ. 2557 ตนยังเคยกล่าวเอาไว้ว่า “ขอบคุณรัฐประหารปี 2557 ทำให้พวกตนเริ่มตาสว่างขึ้นเรื่อย ๆ” และพี่น้องอดีตคนเสื้อแดงที่ต้องคดีและติดคุกก็เริ่มถูกปล่อยทิ้งมาเป็นระยะ ๆ ยิ่งมาเจอปัญหาไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโรค คนอีสานไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจาก ส.ส. คำที่เรียกกันว่า “ผู้แทนราษฎร” ในพื้นที่เลยมีเพียง “นายกลุงตู่” และ อดีตคนเสื้อแดงที่ไปช่วยเหลือประสานงานกับทางรัฐบาลมาช่วยพี่น้องเท่านั้น

"อดีตนายกทักษิณ ต้องเลิกสร้างวาทกรรมเก่า ๆ ได้แล้วครับ คำว่า “คนเสื้อแดงยังเหนียวแน่น” ทุกวันนี้ที่ออกมาเรียกร้องไม่ใช่คนเสื้อแดง แต่เป็นเยาวชนที่ถูกกลุ่มนักการเมืองหลอกให้ออกมาล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อดีตคนเสื้อแดงเขาไปทำมาหากินกันหมดแล้ว ก่อนที่เขาจะอดตายเพราะไปเชื่อนักการเมืองเลว ๆ บางคน" นายอานนท์ กล่าว

ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า เรื่องนั้นแท้ที่จริงไม่ได้มีการแอบถ่ายแต่อย่างใด ตนได้ให้ทีมงานถ่ายและขึ้นเอาไว้ในเฟซบุ๊ก “อานนท์ แสนน่าน” (รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์) ว่า ทำไมต้องซ้อมแล้วถ่ายคลิปเอาไว้และแชร์ออกไป เพื่อเป็นการสกรีนและป้องกันการเดินทางมาตรวจราชการของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อม “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยัง วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อกราบนมัสการและสนทนาธรรมะกับ พระราชวชิรธรรมาจารย์ (หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม) เจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ และ พระราชภาวนาวชิรากร (หลวงพ่ออินทร์ถวาย) เจ้าอาวาสวัดอุดมมงคลวนาราม (วัดป่านาคำน้อย) อ.นายูง จ.อุดรธานี และติดตามความก้าวหน้าสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว) ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่บรรจุอัฐิธาตุและเครื่องอัฐบริขารของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

ราเมศ แจ้ง ข่าวดี “จุรินทร์” จ่ายเงินส่วนต่าง “ประกันรายได้” เกษตรกร ข้าว ยาง พรุ่งนี้ 9 ธ.ค.

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการจ่ายเงินส่วนต่าง โครงการประกันรายได้ว่า

ในส่วนของเงินส่วนต่างของนโยบายประกันรายได้ข้าว ซึ่งมีการจ่ายไปแล้ว 3 งวด ส่วนงวดที่จะจ่ายจากนี้ไปคืองวดที่ 3 ส่วนที่เหลือและงวดที่ 4-7 รวม 5 งวดเป็นเงินประมาณ 64,000 ล้านบาท จะจ่ายวันที่ 9 -13 ธ.ค. รวมทั้งหมดที่เกษตรกรทั้งหมดในโครงการประกันรายได้จะได้รับคือประมาณ 87,000 ล้านบาท 

ในส่วนของเงินส่วนต่างของนโยบายประกันรายได้ยางพารา จะมีการโอนเงินส่วนต่างยางพาราจะได้รับพร้อมกันกับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 2 งวด เกษตรกรยางพาราจะได้รับงบประมาณ 1,400 ล้านบาทเช่นกัน

นายราเมศ กล่าวต่อว่า ขอให้เกษตรกรมั่นใจว่าในส่วนนโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรมากที่สุด และที่สำคัญนายจุรินทร์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร จึงร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

“วิษณุ” ปัดตอบ “ราษฎร” จ่อยื่นอสส.ฟ้องศาลรธน. ชี้ ต้องดูก่อนยื่นว่าอย่างไร ชี้ ยังไม่ถึงคิว ครม.ถก ลต.ผู้ว่าฯกทม. แจง สนามอบต.ยังไม่สะเด็ด ระบุ หาก”อัศวิน” ลาออก ปลัดกทม. รักษาการได้ ชี้ฝ่ายค้านคาดลต.ส.ส.เดือน มี.ค.-ก.ค.65 แค่คาดการณ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มวลชนกลุ่มราษฎร จะยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุด เพื่อคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการล้มล้างการปกครอง ว่า ยังนึกไม่ออกว่าทำได้อย่างไร คงใช้มาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญเหมือนกับครั้งที่แล้ว ที่ยื่นมาก็เป็นการยื่นตามมาตรา 49 ก็คงจะอย่างนั้น แต่ไม่ทราบว่ายื่นได้หรือไม่ หรือได้ผลอย่างไร ตอบไม่ถูก เพราะยังไม่รู้ว่าเขาจะยื่นว่าอย่างไร เอาไว้ให้รู้ก่อนอาจจะตอบได้

นอกจากนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่หลายพรรคการเมือง เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า รับทราบ แต่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้พูดคุยถึงเรื่องนี้ และยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยกัน เพราะต้องรอประกาศผลการเลือกตั้งนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ยังไม่หมด  

ผู้สื่อข่าวถามว่านายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอให้พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ถ้าลาออกจริง จะต้องจัดการเลือกตั้งภายในกี่วัน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องมีกรอบเวลา เนื่องจากปลัดกทม.สามารถทำหน้าที่รักษาการแทนได้ แต่รักษาการนานก็ไม่ค่อยดี ทั้งนี้ตามกฎหมายระบุขั้นตอนว่าการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ขึ้นอยู่กับครม.เห็นสมควรที่จะมีการเลือกตั้งดังกล่าว แล้วต้องแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากนั้นกกต.จะเป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง กรณีนี้เหมือนกับกรณีของอบต.หรือนายกเทศมนตรี ที่จะมีการเลือกตั้งได้ต่อเมื่อครม.เห็นสมควรให้จัดการเลือกตั้ง 

 

ดึงนักท่องเที่ยว 'ออสเตรเลีย' เที่ยวไทยเพิ่ม ลุยเปิดบินตรงมาภูเก็ตแล้ว

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ ททท. สำนักงานซิดนีย์ ได้ร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ ร่วมกับสายการบินไทย เพื่อกระตุ้นการเดินทางมาประเทศไทย ในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ และร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในพื้นที่เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น กลุ่มนักกอล์ฟ กลุ่มแต่งงานและฮันนีมูน ล่าสุดได้มีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 478 บินตรงจากสนามบินคิงส์ฟอร์ด สมิธ นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย ถึงสนามบินภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นโอกาสดีในการดึงนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งภาคใต้ของไทย 

สำหรับเส้นทางบินเส้นทางนี้ จะให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ออกเดินทางจากสนามบินคิงส์ฟอร์ด สมิธ เวลา 9.30 น. ถึงสนามบินภูเก็ต เวลา 14.40 น. ทุกวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยระหว่างเดือนธ.ค.64 – ม.ค.65 ประมาณ 90-140 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน อีกทั้ง สายการบินไทยได้เพิ่มเที่ยวบินเส้นทาง ซิดนีย์-กรุงเทพฯ-ซิดนีย์ จาก 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ให้บริการทุกวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ พร้อมทั้งมีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินเมลเบิร์น-กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น ในเดือนม.ค.65 ด้วย

รัฐวางมาตรการแก้หนี้สินสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ภาคการเกษตร ซึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมา ปริมาณธุรกิจสหกรณ์ภาคการเกษตรลดลงกว่า 7,555 ล้านบาท เนื่องจากไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตการเกษตรได้เหมือนเช่นสถานการณ์ปกติ รวมถึงผู้ส่งออก ชะลอการรับซื้อสินค้าจากสหกรณ์เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ  ขณะที่สมาชิกสหกรณ์ส่วนหนึ่งต้องกู้เงินจากสหกรณ์ที่ตัวเองสังกัด หรือแหล่งเงินกู้ทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อนำมาลงทุนทำการเกษตร ส่งผลให้สมาชิกสหกรณ์ภาคการเกษตรมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น 

“ปัจจุบันต้องยอมรับว่า สถานการณ์ของสหกรณ์ภาคการเกษตร หลาย ๆ สหกรณ์มีปัญหาเรื่องของธุรกิจสินเชื่อค่อนข้างมาก หรือแม้แต่ธุรกิจรวบรวมผลผลิตและธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่ายก็เหมือนกัน ซึ่งก็เป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และส่งผลต่อเนื่องถึงตัวสมาชิกสหกรณ์ รายได้จากการผลิตสินค้ามีปัญหา เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกัน แต่ในวิกฤติก็ย่อมต้องมีโอกาส เพราะว่าจากการที่ได้ลงไปเยี่ยมเยียนในต่างจังหวัดหลาย ๆ แห่ง สหกรณ์ที่เขามีศักยภาพในการส่งเสริมให้สมาชิกประกอบอาชีพและรวบรวมผลผลิตออกจำหน่าย สหกรณ์เหล่านี้ยังมีศักยภาพแล้วสมาชิกก็ทำจริง มีรายได้จริง กรมฯ จึงพร้อมใสนับสนุนให้สมาชิกสหกรณ์พัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้ เพื่อจะได้มีเงินเลี้ยงครอบครัวและส่งชำระหนี้คืนสหกรณ์ได้ ทำให้ปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระลดลงในที่สุด”

‘สาธารณสุข’ ผนึกพลังองค์กรระดับโลก ร่วมส่งเสริม ‘การเกิดมีชีพ’ อย่างยั่งยืน

ไม่นานมานี้ กระทรวงสาธารณสุข, กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และ บริษัท ริกคิทท์ ประเทศไทยและอินโดจีน (Reckitt) ได้ร่วมมือกันจัด ‘การประชุมเชิงปฏิบัติการการนำเสนอสรุปผลการดำเนินงานของโครงการการพัฒนาและส่งเสริม การเกิดอย่างมีคุณภาพและถ้วนหน้า (Safe Birth for All) ผ่านสื่อออนไลน์’

โดยมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยตัวแทนจาก Reckitt Thailand & Indochina และ Dr. Asa Torkelsson, Representative for UNFPA Malaysia and Country Director for UNFPA Thailand กล่าวเปิดการประชุม และ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวรายงานการประชุม

เริ่มต้นที่ ดร.สาธิต ได้กล่าวว่า การตายของมารดาเป็นเครื่องชี้วัดด้านสุขภาพที่สำคัญของโลก ทุกประเทศทั่วโลกมีข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ของโลกในอีก 15 ปีข้างหน้า โดยตั้งหวังที่จะลดอัตราการตายของมารดาทั่วโลกให้ต่ำกว่า 70 ต่อ ‘การเกิดมีชีพ’ แสนคน ภายในปี 2573

(หมายเหตุ : การเกิดมีชีพ คือ เด็กที่คลอดออก มาแล้วมีลมหายใจ ชีพจรเต้น มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ)

สำหรับประเทศไทย โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการดำเนินงานเพื่อลดอัตราส่วนการตายของมารดาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขยังคงเฝ้าระวังและส่งเสริมการเกิดคุณภาพ โดยเฉพาะทั้งคนไทยและไม่ใช่คนไทยในพื้นที่ห่างไกล ได้เข้าถึงบริการอนามัยแม่และเด็ก เป็นการป้องกันการตายที่ป้องกันได้ของพื้นที่ที่มีความเสี่ยงการตายสูง ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการพัฒนาและส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพและถ้วนหน้า (Safe Birth for All)

“ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข และกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ได้ร่วมมือดำเนินงานโครงการการพัฒนาและส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพและถ้วนหน้า (Safe Birth for All) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบรายงานและการให้บริการอนามัยแม่และเด็ก และวัยรุ่นวัยเจริญพันธุ์อย่างมีคุณภาพ ตลอดจนบูรณาการการมีส่วนร่วมของบุคลากรสาธารณสุข บุคลากรวิชาชีพอื่น ๆ ในชุมชนท้องถิ่น ในพื้นที่ชายขอบและห่างไกล ลดปัญหาการตายของมารดาและทารกระยะเวลา 15 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 - ธันวาคม 2564 เพื่อปรับปรุงระบบการให้บริการอนามัยแม่และเด็กและประสานความร่วมมือ ภาคีเครือข่ายในการดำเนินงาน โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก บริษัท ริกคิทท์ ประเทศไทยและ อินโดจีน (Reckitt)” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

ด้านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า “โครงการการพัฒนาและส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพและถ้วนหน้า” (Safe Birth for All) กรมอนามัย ได้ดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก และศูนย์อนามัยกลุ่มชาติพันธุ์ชายขอบ และแรงงานข้ามชาติ (ศอช.) ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ตามตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ที่อนามัยมารดาและทารกเข้าไม่ถึงบริการ 

โดยพื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่เป็นคนไทยและชาติพันธุ์ ประมาณ 210,000 คน และเป็นหญิงตั้งครรภ์ประมาณ 30,700 คน ซึ่งต้องอาศัยผดุงครรภ์โบราณ กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการลดการตายมารดาและทารกในพื้นที่ชายขอบและห่างไกล ช่วยให้หญิงมีครรภ์ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์และชายขอบเป็นประชากรราวร้อยละ 60 ของประชากรในพื้นที่ และข้อจำกัดด้านการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ทำให้ยังมีการคลอดที่บ้านโดยผดุงครรภ์โบราณ 

ทั้งนี้ กรมอนามัยให้การสนับสนุนอุปกรณ์การทำคลอดจำนวน 1,500 ชุด ชุดตรวจ ATK มีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมผดุงครรภ์โบราณ จำนวน 1 หลักสูตร จัดประชุมระบบการแจ้งการเกิด การตาย แก่เครือข่ายครู ตชด. ครู กศน. พร้อมทั้งพัฒนาระบบเฝ้าระวังการตายทารกปริกำเนิด โดยปี 2565 จะมีการขยายผลให้ครอบคลุมสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกแห่งทั่วประเทศ และมีการวางแผนจะขยายผลให้ครอบคลุมในสถานพยาบาลของรัฐนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข สถานพยาบาลเอกชน และการตายนอกสถานพยาบาลต่อไป

'สอดอฯ' ซัด!! กลุ่ม 3 นิ้ว ชอบใช้ 'สลิ่ม' แบ่งแยกผู้คน ชี้!! เป็นคำพูดสุดล้าหลัง ในวันที่ประเทศต้องการเดินหน้า

เพจเฟซบุ๊ก THE TRUTH โพสต์ประเด็น “สอดอ Style” ยูทูบเบอร์ดัง ประกาศชัดรัก “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ย้อน 3 นิ้ว เจ็บ คนไม่รัก 3 สถาบันนี้ ยิ่งกว่าสลิ่ม!

โดยระบุว่า จากกรณีที่มีประเด็นดรามา หลังสาวเส้นด้าย พิมพ์ลดา แววไธสง หรือที่รู้จักกันในนาม สอดอ Style อินฟลูเอนเซอร์ดังของเพจ สอดอ Style โดยเจ้าตัวได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมงาน Expo 2020 Dubai ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา แล้วไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก ในชุดไทยจิตรลดา สีเหลือง เข้าร่วมเดินขบวนร่วมกับตัวแทนจากประเทศไทย

แต่ที่เป็นประเด็นขึ้นมาระหว่างที่ไลฟ์ คือ ได้มีชาวเน็ตกลุ่ม 3 นิ้ว เข้ามาคอมเมนต์ต่อว่า บอกว่า เจ้าตัวเป็นสลิ่ม ทำให้สาวเส้นด้ายโต้เดือด ถามกลางไลฟ์ว่า “นี่จะมาสลิ่มอะไรคะ หยุดสลิ่มนะคะ มึงรักชาติหรือเปล่า มึงรักบ้านเกิดเมืองนอนไหม กูเนี่ยเสียสละงาน มาเพื่อประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่าประเทศไทยเนี่ยโคตรเจ๋ง”

สวิตเซอร์แลนด์ อนุมัติใช้ ‘Sarco’ แคปซูลฆ่าตัวตาย ช่วยจากไปอย่างไม่ทรมาน

สวิตเซอร์แลนด์ อนุมัติใช้ “แคปซูลฆ่าตัวตาย” สำหรับผู้ทำการุณยฆาตที่ต้องการจากไปอย่างไม่ทรมาน คาดเริ่มใช้ต้นปีหน้า 

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ยูเอสเอทูเดย์ รายงานว่า องค์กรแห่งหนึ่งในออสเตรเลีย ได้สร้างแคปซูลฆ่าตัวตายแบบพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งช่วยให้ผู้ทำการุณยฆาตสามารถจากไปอย่างไม่เจ็บปวด ซึ่งอาจพร้อมใช้ในสวิตเซอร์แลนด์เร็ว ๆ นี้

แคปซูลนี้สร้างขึ้นโดยองค์กรไม่แสวงผลกำไรชื่อ “เอ็กซิท อินเตอร์เนชั่นแนล” (Exit International) โดยใช้ชื่อว่า Sarco ซึ่งให้บริการช่วยเหลือการฆ่าตัวตาย ในขณะที่การช่วยฆ่าตัวตายในสวิตเซอร์แลนด์ในปัจจุบัน ดำเนินการโดยการใช้สาร “โซเดียมเพนโทบาร์บิทอล” แต่ทางองค์กรฯ กำลังวางแผนที่จะเสนอทางเลือกอื่น

“ฟิลิป นิตช์เค่” ผู้ก่อตั้งเอ็กซิท อินเตอร์เนชั่นแนล เผยว่า แคปซูลจะเต็มไปด้วยไนโตรเจน ก่อนที่จะค่อย ๆ ลดระดับออกซิเจนลงเหลือ 1% กล่าวว่ากระบวนการนี้ใช้เวลาน้อยกว่า 30 วินาที และบุคคลนั้นจะรู้สึกมึนงง ก่อนหมดสติ

“ผู้ที่จะทำการุณยฆาตจะเข้าไปด้านใน แล้วนอนลง มันสบายมาก พวกเขาอาจจะถูกถามคำถามบางอย่าง เมื่อตอบครบแล้ว พวกเขาอาจจะต้องกดปุ่มภายในแคปซูลเพื่อเปิดกลไกด้วยตนเอง” นิตช์เค่เผย
 

'ทูตนริศโรจน์' เผยเวียดนามจัดการ 'มิสแกรนด์ฯ' ปมชู 3 นิ้ว หวั่นกระทบสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

9 ธ.ค. 64 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้รับทราบจาก น้อง ๆ ที่ทำงานที่เวียดนามส่งข่าวด่วนมาว่า ทาง กระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม ได้ออกแถลงการณ์ในกรณีนางงามเวียดนามมาชู 3 นิ้วในไทยแล้ว

โดยทางการเวียดนามเห็นแก่ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามเป็นสำคัญ จึงได้ทำการสั่งสื่อเวียดนามมิให้นำเสนอภาพและข่าวนางงามเวียดนามชู 3 นิ้วในไทยโดยเด็ดขาด

รวมทั้งกระทรวงวัฒนธรรมได้สั่งการให้นางงามเวียดนามคนที่ชู 3 นิ้ว หยุดแสดงพฤติกรรม หรือคำพูดที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างไทยและเวียดนามด้วยเช่นกัน

ต้องขอขอบคุณรัฐบาลเวียดนามอย่างมากมา ณ ที่นี้ครับ ที่ได้แสดงออกและตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนไทยและเวียดนามเป็นสำคัญ

ชาวนา - ชาวสวนยางได้เฮ!! "จุรินทร์" คิกออฟจ่ายเงินประกันรายได้ "ข้าว-ยาง" พร้อมกันทั่วประเทศวันนี้!!

วันที่ 9 ธันวาคม 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย นางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้บริหารกรมข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)แถลงข่าว จ่ายเงินประกันรายได้ ข้าว-ยาง ปี 3 ที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ตึกสำนักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่สำคัญสำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับผู้ปลูกยางพารา เนื่องจากมีนโยบายสำคัญคือนโยบายประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยดำเนินการมาแล้ว 2 ปี ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ 3

สำหรับประกันรายได้ข้าวกับยางนั้น รัฐบาลได้ค้างจ่ายเงินส่วนต่างที่จะต้องจ่ายให้กับเกษตรกร เพื่อชดเชยกับราคาตลาดที่ไม่ถึงรายได้ที่ประกัน สำหรับข้าวค้างจ่าย 5 งวด และยางค้างจ่าย 2 งวด แต่หลังจากท่านนายกรัฐมนตรีขยายเพดานตามพระราชบัญญัติวินัยการคลัง เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2564  มีผลให้เพดานเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 35% สามารถนำเงินที่มีอยู่มาจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกับยางพาราได้

สำหรับข้าว ปีที่ 3 เงินที่เกษตรกรจะได้รับ มี 3 ก้อน

>> ก้อนที่หนึ่ง เงินส่วนต่าง โดยงวดที่ 1-2 กับงวดที่ 3 บางส่วน ได้จ่ายให้กับเกษตรกรไปแล้ววงเงินประมาณ 13,000 ล้านบาท ส่วนงวดที่ 3 ที่เหลือ จะมาจ่ายให้ครบโดยเริ่มจ่ายวันนี้ (9 ธ.ค. 2564) โดยจ่ายงวดที่ค้างอยู่ 5 งวดพร้อมกัน คือ งวดที่ 3 บางส่วนและงวด 4-7 รวมเป็นเงิน 64,847 ล้านบาท

ส่วนงวดที่ 8 จะจ่ายวันที่ 14 ธ.ค.เป็นเงิน 3,720 ล้านบาท  และงวดที่ 9-33 จะทยอยจ่ายทุก 7 วันจนครบ โดยงวดสุดท้าย วันที่ 27 พ.ค. 2565   

เกษตรกรครัวเรือนที่ได้รับเงินส่วนต่างสูงสุดสำหรับผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ สูงสุด 58,988 บาท  ข้าวหอมนอกพื้นที่สูงสุด 60,086 บาท ข้าวหอมปทุม สูงสุด 36,358 บาท ข้าวเปลือกจ้าว สูงสุด 67,603 บาท ข้าวเหนียว 71,465 บาท สามารถช่วยชาวนาได้ประมาณ 4.7 ล้านครัวเรือน

>> เงินก้อนที่สอง คือเงินในมาตรการคู่ขนานซึ่งเป็นเงินช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่เข้าร่วมโครงการ เช่น เก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางเป็นเวลา 5 เดือนเพื่อไม่ให้ข้าวออกสู่ตลาดมากจนเกินไป ช่วยตันละ 1,500 บาท หรือสหกรณ์เก็บไว้จะช่วยตันละ 1,500 บาท และช่วยเหลือดอกเบี้ย ถ้าสหกรณ์เก็บข้าว 12 เดือน ช่วยดอกเบี้ย 3% ถ้าโรงสี เก็บข้าว 6 เดือน จะช่วยดอกเบี้ย 3% เพื่อไม่ให้ข้าวออกสู่ตลาดมากเกินไปและไปกดราคาข้าวในตลาด

>> ก้อนที่สาม คือ ช่วยค่าบริหารจัดการหรือปรับปรุงคุณภาพข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท โดยจ่ายวันที่ 13 ธ.ค. 2564 เป็นต้นไป เป็นเงิน 53,871 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.7 ล้านครัวเรือน

ส่วนชาวนาที่น้ำท่วมเสียหายจะได้เงินอีกก้อนหนึ่ง คือ เงินชดเชยความเสียหายจากอุทกภัยหรือภัยธรรมชาติ

โดยชาวนาที่ปลูกข้าวแล้วน้ำท่วม จะยังได้รับเงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าว เพราะขอให้ปลูกจริง ไปขึ้นทะเบียนแม้พืชผลจะเสียหายเพราะภัยธรรมชาติจะยังได้รับเงินช่วยเหลือส่วนต่างเช่นกัน

สำหรับยางพาราจะเริ่มจ่ายงวดที่ 1-2 ในวันนี้ ( 9 ธ.ค. 2564) เช่นเดียวกัน โดยงวดที่ 1 วงเงินประมาณ 900 ล้านบาท งวดที่ 2 วงเงิน 540 ล้านบาท รวม 1,440 ล้านบาทโดยประมาณ และจะจ่ายงวดที่ 3-6 ทุกเดือนจนถึงเดือน เม.ย. 2565 โดยงวดที่ 3 จะเริ่มจ่ายวันที่ 7 ม.ค. 2565 วงเงิน 8,626 ล้านบาท  สำหรับยางพารามีเงินเตรียมไว้  10,065 ล้านบาท

โดยวงเงินสูงสุดที่ได้รับเฉพาะงวดที่ 1-2 ยางแผ่นดิบสูงสุด 3,835 บาทต่อครัวเรือนน้ำยางข้น 2,975 บาท และยางก้อนถ้วยจะไม่ได้รับเงินส่วนต่าง ที่ผ่านมายางราคาดีกว่าช่วงก่อน สำหรับน้ำยางข้น ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 57 บาท ตอนนี้ราคาไปกิโลกรัมละ 60 บาทแล้ว ยางก้อนถ้วย ประกันที่กิโลกรัมละ 23 บาท ตอนนี้ 25-26 บาทแล้วภาคอีสานมากกว่าภาคใต้ 1 บาทเพราะอยู่ใกล้แหล่งการส่งออก ซึ่งยางก้อนถ้วยราคาสูงกว่ารายได้ที่ประกันมาเป็นปีแล้ว

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top