Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้และเพื่อเป็นการร่วมแสดงความจงรักภักดี และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

พลตำรวจเอก สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำหนดให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน และพิธีตักบาตรพระสงฆ์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ (5 ธ.ค. 64)

ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ร่วมงาน"วันคนพิการสากล" 3 ธันวาคม ของทุกปี

ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) "อาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์ " เป็นตัวแทนคนพิการประเทศไทย อ่านสาสน์งาน "วันคนพิการสากล" ประจำปี 2564 มีใจความว่า

ขอขอบคุณ  "นายจุติ ไกรฤกษ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะที่มุ่งมั่นตั้งใจ ขับเคลื่อนงานคนพิการโดยเฉพาะในช่วงภาวะวิกฤติโควิต เราทำงานเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังนั้นจุดเน้นที่ "องค์การสหประชาติ" กำหนดว่างานด้านคนพิการขอให้คนพิการร่วมนำการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า หลังโลกใหม่หลัง โควิด 19   โดยเฉพาะประเด็น ร่วมนำ (leadership ) การมีส่วนร่วม (paticipation) การเป็นหุ้นส่วน (Inclusive) การเข้าถึง (acceibility)และความยั่งยืน ( substanable)ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับประเทศไทย เพราะ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กับองค์กรคนพิการทำงานร่วมมือกันเป็นอย่างดี มีการออกมาตราต่างๆในการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาคนพิการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี “สวัสดิการเบี้ยความพิการถ้วนหน้า” อีกด้วย

ขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้
ชูศักดิ์ จันทยานนท์
นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย

ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สนองนโยบายนายกรัฐมนตรี - ผบ.ตร.- ผบช.สตม. คุมเข้มพื้นที่สั่งตรวจเชิงรุกสกัด!! ‘โอไมครอน’ แพร่ระบาด

วันนี้ (3 ธันวาคม 2564) พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ออกบูรณาการร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และฝ่ายปกครอง ออกตรวจสอบพร้อมให้คำแนะนำข้อกำหนดและวิธีการปฏิบัติตัว แก่คนต่างชาติกลุ่มดังกล่าวในพื้นที่รับผิดชอบ ผลการปฏิบัติคนต่างชาติกลุ่มดังกล่าวให้ความร่วมมือ และปฏิบัติตามคำแนะนำเป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ

พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายตามนโยบายของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ สตม.โดย พล.ต.ท. ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม. และ พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา ผบก.ตม.3 ให้ดำเนินการตรวจสอบคนชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากทวีปแอฟริกาซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงในการติดโรคระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สายพันธุ์โอไมครอน และสั่งเพิ่มมาตรการคัดกรองตรวจเข้มงวด พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยในสังกัด ตรวจตราพื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดเข้ามาภายในประเทศ

 

ดร.นิว สงสัยใครใช้วิธีสกปรกปิดกั้นเฟซบุ๊ก หลังโดนทักไม่เห็นความเคลื่อนไหว ทั้งที่โพสต์ปกติ

เฟซบุ๊ก Suphanat Aphinyan ของ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ระบุว่า ใครกันแน่ที่ปิดกั้นเสรีภาพด้วยวิธีการที่สกปรก?

ช่วงนี้เฟซบุ๊กของผมเหมือนกำลังถูกปิดกั้นการมองเห็นครับ มีหลาย ๆ ท่านหลังไมค์เข้ามาบ่นว่าไม่ค่อยเห็นความเคลื่อนไหวเลย จนต้องตามเข้ามาดูที่หน้าเฟซบุ๊กของผมโดยตรง แล้วจึงได้เห็นว่าผมยังมีการโพสต์เฟซบุ๊กตามปกติ

'ทิพานัน' โชว์ผลงาน 'บิ๊กตู่' สารพัดโปรเจกต์ แนะเปิดใจกว้าง อย่าโดนการเมืองบิดเบือน

'ทิพานัน' โชว์ผลงานนายกฯ พัฒนาอุดรธานีสารพัดโปรเจกต์ เห็นใจ 'สาวอุดร' โดนบรรยากาศการเมืองบิดเบือน หวังพึ่ง ส.ส. ในพื้นที่ไม่ได้

3 ธ.ค. 64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีหญิงสาวอุดรธานีกล่าวกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ว่า “หากพัฒนาไม่ได้ก็ให้เกษียณเร็ว ๆ ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน” ว่า จุดประสงค์ในการลงพื้นที่ของ พล.อ. ประยุทธ์ คือการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม นำมาดำเนินการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงการพัฒนาด้านต่าง ๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้ตรงจุด ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ มีนโยบายในการพัฒนาประเทศในทุกจังหวัดอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยเฉพาะในส่วนของ จ.อุดรธานี

นอกจากการลงพื้นที่ไปเพื่อเตรียมความพร้อมและส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่แลนด์มาร์กสำคัญที่วังนาคินทร์ คำชะโนดซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาจังหวัดอุดรธานีปี 61-65 แล้ว นายกฯ ได้อนุมัติแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมและการขนส่ง เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและการเดินทางให้มีความสะดวกต่าง ๆ มากมาย ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว เช่น โครงการขยายผิวจราจร ทางหลวงหมายเลข 2 อุดรธานี - หนองคาย, โครงการขยายผิวจราจร ทางหลวงหมายเลข 216 ถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี ด้านทิศตะวันออก, โครงการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ทางหลวงหมายเลข 2 - พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์

“มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ยืนหยัดทำความดีครบ 110 ปี!! เชิญชวนคนไทยร่วมสร้างสังคมความดีที่ยั่งยืน บันทึกเรื่องราวความดี สร้างแรงบันดาลใจ ลงบนเว็บไซต์ “ต้นไม้แห่งความดี”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง องค์กรสาธารณกุศล ที่มุ่งมั่นบรรเทาทุกข์ และบำรุงสุขโดยไม่เลือกชั้น วรรณะ และศาสนา อย่างครบวงจรชีวิต ทั้งเกิด แก่ เจ็บ และตาย ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” อยู่เคียงคู่ชีวิตคนไทยมา ยาวนานกว่า 110 ปี เดินหน้าปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผ่านโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

พร้อมสร้างสังคมแห่งความดีที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศชาติ ในรูปแบบดิจิทัล ภายใต้แคมเปญ “110 ปี ล้านความดี ป่อเต็กตึ๊ง” ให้ทุกคนได้ร่วมกันสืบสานความดีลงบนเว็บไซต์ “ต้นไม้แห่งความดี.com” ให้ครบ 1,100,000 ความดี เพื่อรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยต่อไป           

นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดเผยว่า มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งมั่นช่วยเหลือบรรเทาทุกข์และบำรุงสุขโดยไม่เลือกชั้น วรรณะ และศาสนา อย่างครบวงจรชีวิต ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” และเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาในโอกาส “ครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” มูลนิธิฯได้จัดกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ให้กับสังคมไทย ภายใต้แนวคิด “ความดีที่ยั่งยืน”

โดยได้มอบอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์รวมมูลค่า 110 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาลของส่วนราชการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวม 37 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การตั้งโรงครัวบริการอาหารและน้ำดื่ม การบริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตามชุมชนต่าง ๆ การก่อสร้างอาคารที่จอดรถที่โรงพยาบาลหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตยศเส เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 

นอกจากนี้ยังมีโครงการใหญ่อีก 2 โครงการ ที่จะเกิดขึ้นในโอกาสฉลองการครบรอบ 110 ปี คือ การเปิดหอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ การสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกง (สาทร) ถนนเจริญราษฎร์ เขตสาทร  ที่สำคัญมูลนิธิได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปทรงเปิดงานฉลอง “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 110 ปี ความดีที่ยั่งยืน” และทรงเปิด “หอประวัติมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม นี้

และในโอกาสฉลองวันดังกล่าว องค์กรในเครือของมูลนิธิฯยังได้ร่วมกันจัดกิจกรรมประกอบด้วย โรงพยาบาลหัวเฉียว มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ  คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ซึ่งจะมีทั้งการให้บริการตรวจสุขภาพฟรี และ การบริการในอัตราพิเศษ  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

และในโอกาสครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญชวนคนไทยมาร่วมบันทึกเรื่องราวการทำความดีลงบนเว็บไซต์ https://www.ต้นไม้แห่งความดี.com หนึ่งในกิจกรรมสืบสานปณิธานความดีของมูลนิธิฯ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสะสมความดีทีละเล็กทีละน้อย หลอมรวมให้กลายเป็นพลังความดีที่ยิ่งใหญ่ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งความดีที่ยั่งยืนต่อไป  โดยผู้ที่ต้องการเข้าไปร่วมส่งต่อปณิธานความดี สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงคลิกเข้าไปที่ www.ต้นไม้แห่งความดี.com  เพื่อทำการสะสมความดีซึ่งสามารถเลือกหมวดสะสมความดี “11 รากแก้วแห่งความดี” ที่มีอยู่ทั้งหมด 11 หมวด

หลังผ่านครบรอบ 110 ปีแล้ว มูลนิธิฯ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาการปฏิบัติภารกิจทำงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ เอื้ออำนวยประโยชน์สุขแก่เพื่อนมนุษย์ ผู้ตกทุกข์ได้ยากจากภัยพิบัติ จนครบวงจรชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย โดยไม่จำกัดชนชั้น วรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ และวัย ภายใต้ปณิธาน ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต  รวมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชัน และศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งจะช่วยให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่เพื่อนมนุษย์ของมูลนิธิฯ เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ

ปทุมธานี- ผู้ว่าฯ ปทุมธานี เป็นประธานจัดกิจกรรมจิตอาสา "เราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์" เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 09:09 น. ที่ โดมอเนกประสงค์ วัดแสงสรรค์ คลอง2 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในพิธีเปิดจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทำความสะอาดวัดแสงสรรค์ และคลองส่งน้ำหน้าวัด(คลอง2) เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ 5 ธันวาคม 2564

โดยมี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นางสาวกันตรัตน์ เริ่มสูงเนิน นายอำเภอธัญบุรี ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต พร้อมด้วย คณะจิตอาสาพระราชทาน เจ้าหน้าที่องการบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่จากเทศบาล 4 แห่ง ประกอบด้วย เทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองบึงยี่โถ เทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ เทศบาลตำบลธัญบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานส่วนราชการในอำเภอธัญบุรี เข้าร่วมพิธีการและทำกิจกรรมจิตอาสาฯ ในครั้งนี้

 

สงขลา - “นิพนธ์ฯ” เปิดงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 11 (MONEY HATYAI 2021) หนุนผู้ประกอบการ - พี่น้องเกษตรกร เข้าถึงแหล่งเงินทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ - เพิ่มรอบการหมุนของเม็ดเงินภาคใต้ กระจายทั่วประเทศ!!

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 3 ธันวาคม 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด งานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 11 (MONEY EXPO HATYAI 2021) ที่ วารสารการเงินธนาคาร ซึ่งได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “future Wealth” โดยมีคุณสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานการจัดงาน กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย คุณสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผู้บริหารธนาคารพานิชย์ สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

งานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ เป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสร้างโอกาสให้ประชาชนและผู้บริโภคในภาคใต้ ได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์บริการทางการเงินการลงทุน รวมทั้ง การให้ความรู้ทางการเงินต่อผู้เข้าชมงาน ให้สามารถวางแผนและบริหารจัดการทางการเงินของตนเองและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำพาประชาชนไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังมีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจหาดใหญ่และภาคใต้ สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการบริโภคภายในประเทศ และเพิ่มรอบการหมุนของเม็ดเงินให้กระจายไปยังกลุ่มต่าง ๆ ของประเทศ

 

มาเลเซีย พบผู้ติดเชื้อ Omicron รายแรก เผยเดินทางมาจากแอฟริกาใต้ 2 สัปดาห์ก่อน

กัวลาลัมเปอร์ 3 ธ.ค. - มาเลเซียพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกเป็นนักเรียนต่างชาติที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้เมื่อสองสัปดาห์ก่อน และออกจากสถานที่กักตัวเพื่อดูอาการเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนหลังกักตัวครบ 10 วัน

นายไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย เผยวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่มาเลเซียได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิดซ้ำอีกครั้งในกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อช่วงก่อนหน้านี้ หลังองค์การอนามัยโลกประกาศให้เชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนเป็นสายพันธุ์ที่น่าวิตกกังวลเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 

นายจามาลุดดินระบุว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกของมาเลเซียเป็นนักเรียนหญิงวัย 19 ปีที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้ เป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิดที่ไม่แสดงอาการ และได้รับการฉีดวัคซีนโควิดครบสองโดส โดยมีผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นบวกเมื่อเดินทางถึงมาเลเซียในวันที่ 19 พฤศจิกายน หลังแวะเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์ จากนั้น นักเรียนคนดังกล่าวได้เข้าสู่มาตรการกักตัวเป็นเวลา 10 วัน และครบกำหนดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน

เครือข่ายผู้ใช้ฯ โวยสสส. ออกข่าวบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายเพิ่มขึ้น ไม่ถูกต้อง!

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโวย สสส. ออกข่าวบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายเพิ่มจาก 5% เป็น 67% ไม่ถูกต้อง ชี้สองงานวิจัยที่ทำการศึกษาคนละวิธีเอามาเทียบกันไม่ได้ พร้อมแนะ สสส. และ NGO สายสุขภาพอย่านำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนเพราะจะสร้างความกังวลให้กับสังคมได้ ย้ำประเทศไทยต้องรีบทำบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาการให้ข้อมูลผิดๆ แบบในปัจจุบัน และช่วยชีวิตคนไทยที่เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ปีละกว่า 70,000 คน


 
นายมาริษ กรัณยวัตน์ ตัวแทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า “เครือข่ายลาขาดควันยาสูบ” และแอดมินเพจ “บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 100,000 คน กล่าวถึงการนำข้อมูลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ ไปเปรียบเทียบกับสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England) ว่า “การนำผลการศึกษานี้ไปเปรียบเทียบกับรายงานของ PHE แล้วสรุปว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 67% เป็นการสรุปที่ไม่ถูกต้อง เพราะรายงานของ PHE ที่บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่นั้น เป็นการวัดปริมาณสารเคมี โดยรายงานระบุว่าสารประกอบในควันบุหรี่รวมทั้งสารก่อมะเร็งซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แทบจะไม่เจอเลยในไอละอองของบุหรี่ไฟฟ้า หรือถ้าเจอก็จะอยู่ในระดับที่ต่ำเพียง 5% เมื่อเทียบกับที่เจอในควันบุหรี่ ขณะที่การศึกษาของ ม. โอทาโก เป็นการสะท้อนถึงการเกิดโรค เมื่อตัวชี้วัดทางกายภายได้รับสารเคมีจากไอละอองเข้าไป ซึ่งการศึกษาสรุปชัดเจนว่าอันตรายต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ที่ 33.2% เทียบกับบุหรี่”  

นายมาริษยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แสดงให้เห็นว่า สสส. และ NGO สายสุขภาพยังคงพยายามใช้เทคนิคเดิมๆ โดยการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน และดิสเครดิสงานวิจัยที่ผ่านการรวบรวมข้อมูลอย่างมีมาตรฐาน โดยบอกว่ามี 2 งานที่เป็นงานที่สนับสนุนโดยบริษัทยาสูบ โดยไม่พิจารณาผลการวิจัยและความน่าเชื่อถือของการทำวิจัย แสดงถึงอคติที่มีต่อบุหรี่ไฟฟ้า จนทำให้ละเลยข้อเท็จจริงที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ ซึ่งคนที่เป็นแพทย์และต้องการรักษาชีวิตของผู้สูบบุหรี่ ไม่ควรเพิกเฉยกับข้อมูลที่มีประโยชน์และน่าจะช่วยลดอันตรายหรือรักษาชีวิตผู้สูบบุหรี่ได้”
 
งานวิจัยซึ่งจัดทำโดยมหาวิทยาลัยโอทาโกดังกล่าวเป็นการรวบรวมการศึกษา 5 ชิ้นที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจาก 584 ชิ้นโดยดูตัวชี้วัดทางกายภาพ (biomarker) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่าจะก่อให้เกิดโรคในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ที่เปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อเป็นการสะท้อนถึงการรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย โดยจะทำการศึกษาว่าเมื่อร่างกายได้รับสารเคมีจากไอละอองของบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ตัวชี้วัดเหล่านั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ก่อนจะนำผลจากตัวชี้วัดทางกายภาพดังกล่าว มาคำนวณความสูญเสียทางสุขภาพที่ทำให้เกิดโรคที่จำเพาะกับการสูบบุหรี่เทียบกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ซึ่งพบว่าอันตรายต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้าอยู่เพียงแค่ 33.2% เทียบกับบุหรี่
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top