Tuesday, 23 June 2026
NewsFeed

ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ฉบับใหม่

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ฉบับใหม่ โดยเป็นการแก้ไขกฎหมายฉบับเดิม เพื่อให้การบริหารงานของกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (กบข.) มีความคล่องตัว และสอดคล้องกับสภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้กองทุน กบข. สามารถรับโอนเงินของผู้ที่เคยเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นที่จัดขึ้นตามกฎหมายและมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีออกจากงานหรือชราภาพมายังกองทุน กบข. ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มาเข้ารับราชการสามารถเริ่มสะสมเงินกับ กบข. และได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ยังแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องอัตราการส่งเงินสะสมของสมาชิก โดยให้ส่งได้ไม่เกิน 30% ของเงินเดือน จากเดิมกำหนดไว้ไม่เกิน 15 ของเงินเดือน พร้อมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารเงินของสมาชิกที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง แบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่สมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพและยังไม่ขอรับเงินที่ตนมีสิทธิได้รับคืนหรือขอทยอยรับเงินคืน สมาชิกมีสิทธิเลือกแผนการลงทุนที่ กบข. จัดให้ เพื่อให้ กบข. บริหารเงินนั้นต่อไปได้ และ กรณีที่ กบข. บริหารเงินของสมาชิกต่อไป และต่อมาสมาชิกผู้นั้นเสียชีวิตและผู้มีสิทธิรับมรดกยังไม่ยื่นคำขอรับเงิน ให้ กบข. บริหารเงินนั้นต่อไปได้ตามแผนการลงทุนที่สมาชิกได้เลือกไว้ จนกว่าทายาทจะยื่นคำขอรับเงิน 

ตำรวจ! จับมือมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100 เปิดตัวโครงการ "อาสาตาจราจร" มอบรางวัลแก่ผู้บันทึกภาพการทำผิดกฎจราจร

วันนี้ (30 พ.ย. 64) เวลา 10.30 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร (ศจร.ตร.) ,พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย คุณคณาวัฒน์ วงศ์แก้ว ผู้แทนคณะทำงานเสริมสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนจากคลิปวีดิโอ (VDO) ของวุฒิสภา , คุณหมอแท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ผู้แทนสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ สถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงผลการระดมบังคับใช้กฎหมายจราจรเข้มข้น และเปิดโครงการ “อาสาตาจราจร” โดยมอบรางวัลและเกียรติบัตรให้กับผู้ส่งภาพหลักฐานที่ได้รับคัดเลือก

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี อยากเห็นการจัดระเบียบการจราจรที่ดีขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ (จยย.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ตน ในฐานะ ผอ.ศจร.ตร. กำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่ฯ ที่ฝ่าฝืนกฎหมายและเป็นอันตรายต่อผู้อื่น โดยเน้น กวดขัน จับกุม ผู้กระทำผิดใน 4 ข้อหาสำคัญ ได้แก่  1) ขับรถย้อนศร  2) ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร  3) ขับรถจักรยานยนต์บนทางเท้า และ 4) ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว และหากพฤติการณ์การกระทำผิดตามข้อหาดังกล่าว มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน หรือประชาชนทั่วไป จะมีการดำเนินคดีเพิ่มในข้อหา “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น”  ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000 – 10,000 บาท  และต้องยื่นฟ้องผู้กระทำผิดต่อศาล พร้อมทั้งมีคำร้องขอให้ศาลริบรถของกลาง 

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดระเบียบการจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หรือ ศจร.ตร. กำหนดมาตรการการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ฝ่าฝืนกฎหมายและมีลักษณะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนน 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ฯ กล่าวอีกว่า ศจร.ตร. ได้เริ่มมาตรการดังกล่าว ตั้งแต่ 15 พ.ย.64  เป็นต้นมา โดยกำหนดให้มีการระดมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นครั้งแรกในวันที่ 15-24  พฤศจิกายน 2564 รวม 10 วัน  สามารถจับกุมผู้กระทำผิด ดังนี้

1) ขับรถย้อนศร  20,671 ราย  แบ่งเป็น รถ จยย.ทั่วไป 17,469 ราย  รถ จยย.เดลิเวอรี 2,283 ราย  และรถ จยย.สาธารณะ 919 ราย

2) ขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร  8,748 ราย แบ่งเป็น รถ จยย.ทั่วไป 6,914 ราย  รถ จยย.เดลิเวอรี  1,494 ราย  และรถ จยย.สาธารณะ 340 ราย

3) ขับรถรถจักรยานยนต์บนทางเท้า 2,870 ราย แบ่งเป็นรถ จยย.ทั่วไป  1,892 ราย  รถ จยย.เดลิเวอรี  669 ราย  และรถ จยย.สาธารณะ 309 ราย

 4) ขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว 600  ราย แบ่งเป็นรถ จยย.ทั่วไป 590 ราย รถ จยย.เดลิเวอรี 9 ราย  และรถ จยย.สาธารณะ 1 ราย

รวมผลการดำเนินการทั้ง 4 ข้อหา จับกุมรวมทั้งสิ้น 32,889 ราย แบ่งเป็น รถ จยย.ทั่วไป 26,865 ราย  รถ จยย.เดลิเวอรี  4,455  ราย และรถ จยย.สาธารณะ 1,596 ราย

นอกจากนี้ยังมีการดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยอีก 54 ราย  ซึ่งศาลพิพากษา ลงโทษปรับจำนวน 41 คดี ส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษ และสั่งริบรถ จยย.ตกเป็นของแผ่นดินอีกหลายกรณี ตัวอย่างเช่น กรณี การจัดทริป “น้ำไม่อาบ”  ของ ภ.จว.เพชรบูณ์  ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท  โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี และริบรถ จยย.คันที่ใช้ก่อเหตุด้วย

รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ศจร.ตร. ได้ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ, สวพ.91 และ จส.100 ในการทำโครงการ “อาสาตาจราจร” โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนร่วมกันทำหน้าที่พลเมืองดีในการตรวจตราการกระทำผิดฎหมายจราจร โดยเปิดช่องทางให้ประชาชนส่งคลิป กล้องหน้ารถหรือคลิปจากมือถือ ที่บันทึกเหตุการณ์การทำผิดกฎจราจร ที่สำคัญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนโดยส่วนรวม  ส่งคลิปมายัง 4 ช่องทาง ได้แก่ ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร., สวพ.91 ,จส.100  และ เพจมูลนิธิเมา ไม่ขับ โดย ศจร.ตร. จะรวบรวมข้อมูลส่งต่อไปยังสถานีตำรวจพื้นที่ เกิดเหตุเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  โดยตั้งแต่เริ่มโครงการ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2564 เป็นต้นมา

จนถึงปัจจุบัน มีประชาชนส่งคลิป การกระทำผิดกฎจราจรมายัง ตร. รวมทั้งสิ้น 36  คลิป  คลิปที่สำคัญ เช่น  คลิปรถจักรยานยนต์ ขับรถย้อนศร บนทางด่วนบูรพาวิถี ซึ่งจากคลิปดังกล่าว ตร. ได้สืบสวนไปยังผู้ครอบครองรถ จนสามารถติดตามผู้ขับขี่ ในวันเกิดเหตุมาดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย โดยดำเนินคดี 6 ข้อหา โดยปรับจำนวน 5 ข้อหา ได้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่รายดังกล่าวจำนวน 6 ข้อหา ได้แก่ (1) ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ( ปรับ 500 บาท)  (2) ไม่ชำระภาษีประจำปี ( ปรับ 500 บาท )  (3)  ไม่จัดทำ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ปรับ 1000 บาท ) (4) ไม่สวมหมวกนิรภัย (ปรับ 500 บาท ) (5) ฝ่าฝืนป้ายเครื่องหมายจราจร (ปรับ 1000บาท ) และ (6) ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย (อยู่ระหว่างฟ้องคดีต่อศาล) หรือคลิปรถกระบะบรรทุกสิ่งของเต็มคันรถ จนเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ทาง บนทางหลวงหมายเลข 3701 พื้นที่ สภ.หนองขาม ได้ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย  โดยดำเนินคดี 2 ข้อหา (1) ไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันการตกหล่น (ปรับ 400 บาท) และ (2) บรรทุกสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด (ปรับ 500 บาท) 

 

 

ครม.เคาะประกันรายได้ ข้าว-ยางพารา จ่ายเงินถึงมือเกษตรกร ธ.ค.นี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมครม. ว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการประกันรายได้เกษตรพืชเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ทั้งโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพิ่มเติม วงเงิน 76,080 ล้านบาท, โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 วงเงิน 54,972 ล้านบาท และโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 วงเงิน 10,065 ล้านบาท รวมวงเงิน 1.4 แสนล้านบาท 

ส่วนโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการฯ นั้น ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาแหล่งเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการ โดยโครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรประมาณ 4.69 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินจ่ายขาด ในอัตราไร่ละ 1,000 บาทไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่หรือครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท โดยระยะเวลาจ่ายเงินตั้งแต่เดือนก.ย.64 – เม.ย.65

ตำรวจ CIBER (CCIB) บุกทลายเพจขายของปลอม Hold’em Denim กลางห้างดังย่านประตูน้ำมูลค่าความเสียหายนับ 10 ล้านบาท!!

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ตำรวจไซเบอร์ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายว่ามีการลักลอบเปิดเพจเฟสบุ๊คขายสินค้าที่ปลอมและเลียน เครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วแบรนด์ Hold’em Denim ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่านับสิบล้านบาท ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าเพจดังกล่าวตั้งอยู่ที่กลางห้างดังย่านประตูน้ำ

พล.ต.ท.กรชัย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.รณชัย จินดามุก ผบก.บก.สอท.1 ,พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรื่อง ผบก.บก.สอท.2 , พ.ต.อ.ณัฐภณจินตะนานุช ผกก.3 บก.สอท.2 นำกำลังเข้าไปทำการสืบสวนจับกุม เมื่อจะให้ตำรวจไปถึงได้พบผู้ต้องหาจำนวน 2 รายกำลังเปิดขายสินค้าผ่านเพจ Facebook ขายสินค้าของปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นอยู่บริเวณดังกล่าวเจ้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายค้นจากศาลให้ทางผู้ต้องหาดู 

จากนั้นผู้ต้องหาได้นำเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นภายในร้านพบเสื้อและกางเกง ที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น เกือบ 1,000 ตัว ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่านับ 10 ล้านบาท ตำรวจจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและจับกุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหารับว่าได้จำหน่ายสินค้าที่ปลอมและเรียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวจริงเนื่องจากเป็นแบรนด์ดังและสร้างกำไรดี 

ตำรวจยังเข้ม!! ‘ผบ.ตร.’ สั่งทุกพื้นที่กวดขันมาตรการโควิด ตรึงชายแดน - สกัดต่างด้าว! ส่วนสถานบันเทิง รอก่อน

30 พ.ย. 64 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้เผยแพร่แนวทางการดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ล่าสุด คือ ยกเลิกพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม), ยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ, ผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติมเพื่อให้การเดินทางเข้ามาในประเทศสะดวกมากยิ่งขึ้น คือ ผู้เดินทางที่มีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง เมื่อเดินทางถึงไทยให้ตรวจด้วยชุดตรวจ ATK เท่านั้น และเปิดพื้นที่กักตัวแรงงานข้ามชาติใน 5 จังหวัด คือ ตาก ระนอง หนองคาย มุกดาหาร และสระแก้ว 

เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าประเทศและเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการควบคุมโรค นอกจากนี้ยังให้ สถานบันเทิง ผับ บาร์ในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) และพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) เตรียมความพร้อมการเปิดดำเนินการ โดยให้ปรับปรุงสภาพแวดล้อม ระบบระบายอากาศ และเร่งรัดให้บุคลากรได้รับวัคซีน 100% และให้ซักซ้อมความเข้าใจมาตรฐานเพื่อให้ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กทม. ทำการประเมินและออกใบอนุญาตต่อไป นั้น  

ล่าสุด กรุงเทพมหานครได้ออกประกาศ เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 47) เพื่อให้การดำเนินการมาตรการควบคุมและป้องกันโรคในพื้นที่แบบบูรณาการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นการผ่อนคลายให้บางสถานที่สามารถดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ภายใต้เงื่อนไขเวลา การจัดระเบียบ และมาตรการการป้องกันที่ทางราชการกำหนด เพื่อการดำเนินการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร จึงมีมติเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ให้ผ่อนคลายมาตรการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยสรุปได้ดังนี้

 

>>ให้ปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์  คาราโอเกะ หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน และ สถานประกอบกิจการอาบอบนวด ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่ผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety & Health Administration) ในระดับSHA ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สามารถให้บริการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 23.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

>> สถานที่อื่นนอกจากที่ได้เคยมีคำสั่งให้ปิดสถานที่และได้รับการผ่อนคลายจากประกาศนี้ให้เปิดดำเนินการได้ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบ ระเบียบ และ มาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด เช่น มาตรการ DMHTTA มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล มาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร รวมทั้งมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะโดยเคร่งครัด และ ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่กรณี และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่ง พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีการกำชับอย่างต่อเนื่อง ไปยังหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศ โดยเสริมจากแนวทางการดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ของ ศบค. ให้กวดขันสถานประกอบการในพื้นที่สถานที่ที่จะเป็นคลัสเตอร์ของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  รวมถึงสถานบริการ บ่อนการพนัน ที่อาจลักลอบดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย หากพบพื้นที่ใด มีการปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิด ผู้บังคับการที่ควบคุมพื้นที่นั้นๆ จะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย  หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดให้มีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 62/2564 วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 

โดยมี พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองจเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ได้มีสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกวดขันสถานบริการที่ฝ่าฝืนข้อกำหนด ทั้งสถานบริการ บ่อนการพนัน และสถานที่ที่จะเป็นคลัสเตอร์ของการแพร่ระบาดของโควิด-19, เพิ่มความเข้มงวดมาตรการป้องกันและสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การค้ามนุษย์ การค้ายาเสพติด อาวุธสงคราม และสินค้าผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดน และให้กำกับดูแลการจัดกิจกรรม ที่มีการรวมกลุ่มของคนจำนวนมาก

ชาวนาเฮ! เปิดไทม์ไลน์ ธกส. โอนเงินประกันรายได้ เริ่ม  9 ธ.ค. นี้

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) จะได้เร่งรัดโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของพี่น้องเกษตรกรในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติ อนุมัติวงเงินสำหรับโครงการประกันรายได้เกษตกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 เพิ่มเติม  จำนวน 76,080.95 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา โดย ธ.ก.ส. จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรในโครงการ ฯ ในช่วง 9-14 ธ.ค. นี้   

นายธนกร กล่าวว่า ธ.ก.ส.  เผยขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้ 
30 พ.ย.   คณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินเพิ่มเติม
1 ธ.ค. 64  : ธ.ก.ส.  รับแจ้งมติ
3  ธ.ค. 64 : คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ธ.ก.ส.  พิจารณาและคณะกรรมการ ธ.ก.ส. พิจารณา
7. ธ.ค.  64 : ตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรที่ได้รับสิทธิ์
8. ธ.ค. 64 : เตรียมการโอนเงิน 
9. -14 ธ.ค. 64 :โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรตามโครงการ

นายธนกร กล่าวว่า นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ได้ขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐบาล หลังจากมติครม. อนุมัติการจ่ายเงินจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และโครงการคู่ขนาน ช่วยเหลือชาวนาในส่วนของต้นทุนและปัจจัยการผลิต รวมถึง เมล็ดพันธุ์ข้าว เป็นการยืนยันให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ได้ตอบรับและใส่ใจความเดือดร้อนของเกษตรกร และเร่งแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวนาอย่างเร่งด่วน

‘พรรคประชากรไทย’ ชูธง!! แก้ไขปัญหาปากท้องชาวบ้าน วาระเร่งด่วนอัดฉีดเงินเดือน 6,000 บาท แก่ผู้ป่วยติดเตียง - คนพิการ ลั่น! พร้อมเต็มที่จะเป็นฝ่ายบริหาร ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความสุขของประชากรไทยทั่วประเทศ

ที่วัดกลางเชียงยืน ต.เชียงยืน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม พรรคประชากรไทย จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 โดยมี ดร.คณิศร สมมะลวน หัวหน้าพรรคประชากรไทย พร้อมด้วยกรรมการกองทุนเพื่อพัฒนาการเมือง สมาชิกพรรค และประชาชน ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำ จ.มหาสารคาม ร่วมสังเกตการณ์ และทุกคนที่เข้าร่วมประชุม ปฏิบัติตนภายใต้มาตรการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ดร.คณิศร สมมะลวน หัวหน้าพรรคประชากรไทย กล่าวว่าการประชุมพรรคประชากรไทยครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ที่เพิ่งจะมีโอกาสจัดขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 แล้ว ยังเป็นการประชุมเพื่อให้ความรู้ทางการเมืองแก่สมาชิกพรรคประชากรไทย และประชาชนทั่วไป เพื่อส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยอีกด้วย โดยเฉพาะยังเป็นการประชุมครั้งสำคัญ เพื่อทำการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ แทนชุดเดิมที่หมดวาระ

หลังจากให้ความรู้ทางการเมืองแก่สมาชิกพรรคประชากรไทยและประชาชนแล้ว ในที่ประชุมได้มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยผลการเลือกตั้ง ดร.คณิศร สมมะลวน อดีตหัวหน้าพรรคคนล่าสุดและรักษาการหัวหน้าพรรคมาก่อนหน้าที่จะมีการประชุม ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกสมัย โดยรองหัวหน้าพรรค 6 คน ประกอบด้วย ดร.พิทักษ์ สันติวงค์สกุล, นายอภิพัฒน์, พิทยานรเศรษฐี, นายกิจการ ศรีพระพร, นายสมัย  เปลี่ยนเดชา, นายทองพูล สุขเมือง และ ดร.ธนารัชต์  สมคเณ, เลขาธิการพรรค ดร.เรืองชัย กลางขุนทด, รองเลขาธิการ 2 คน ดร.ปถมัง อมาตยกุล และนางสาวไอยวรินทร์  ไชยจิรยาญาณ, เหรัญญิก นางนันทวัน  เขียวงามดี, นายทะเบียน นางปรีชา สง่าศิลป์, โฆษกพรรค ร.ศ.ดร.ภคพล จักรพันธ์ อนุฤทธิ์, กรรมการพรรค 2 คน  นายจรัล  อำภัย และ นาย ณ.เณร จันทร์เปล่ง

ดร.คณิศร กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชากรไทย ตระหนักในความเดือดร้อน ความเป็นอยู่ และสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำ จากผลกระทบของสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้น ทางพรรคประชากรไทย จึงได้กำหนดนโยบายที่ชัดเจน ในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาทุกด้าน ซึ่งหากได้เข้ามาบริหารประเทศ นโยบายสำคัญที่พรรคประชากรไทยจะดำเนินการคือเพิ่มเบี้ยสวัสดิการผู้สูงอายุ เดือนละ 3,000 บาท ผู้ป่วยติดเตียงและผู้พิการ เดือนละ 6,000 บาท ขณะที่ด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และอื่นๆ มีนโยบายจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเกษตร หรือด้านสิ่งแวดล้อม มีนโยบายพลังงานสะอาด ด้านสังคม แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง รวมทั้งนโยบายแก้ปัญหาการว่างงาน เป็นต้น ซึ่งวันนี้ พรรคประชากรไทยมีความพร้อมที่จะนำนโยบายที่ดี มีประโยชน์ต่อประชาชนทุกด้าน จึงพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา และพร้อมที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อความสุขของประชากรไทยทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม พรรคประชากรไทย (ปชท.) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2522 โดยมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค โดยผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2522  พรรคประชากรไทยได้รับเลือกตั้ง 29 ที่นั่ง จากจำนวน 32  ที่นั่งในกรุงเทพมหานคร และอีก 3 ที่นั่งในต่างจังหวัด

 

'ดร.ปิติ'​ ปลื้ม!! มาตรการสนามบินสุวรรณภูมิ ตอบโจทย์ทุกคนเข้าไทย​ 'ปลอดภัย​ -​ สะดวก'​

ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ โพสต์เฟซบุ๊กว่า... 

ขอชื่นชม การจัดระบบตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ ทั้งของสนามบิน และของกระทรวงสาธารณสุข ที่สนามบินสุวรรณภูมิครับ

15 นาที สามารถผ่านจุดตรวจ Thailand Pass QR code ได้ โดยระหว่างรอ จัดเก้าอี้ และเจ้าหน้าที่ที่สื่อสารทั้ง ไทย, อังกฤษ, จีน คอยตรวจเอกสาร แล้วให้เข้าไปตรวจ QR code เป็นชุดๆ มีเครื่องมือครบน่าจะประมาณ 30 kiosk

“พิเชษฐ” ประกาศเข้าสังกัดพปชร.แล้ว  ยืนยัน ไม่หวั่นท่ามกลางกระแสขัดแย้งในพรรค

ที่รัฐสภา นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เนื่องจากตนไม่สามารถดำเนินกิจกรรมในฐานะส.ส.กับพรรคประชาธรรมไทยได้แล้ว เพราะได้ยุบพรรคไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตนได้มีโอกาสพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้ชักชวนให้ตนมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากทำงานร่วมรัฐบาลกันมาอยู่ก่อนแล้ว ตนจึงได้ดำเนินการสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จนล่าสุดตนได้รับแจ้งว่าความเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐของตนสมบูรณ์แล้ว

รายการ "คนละไม้ คนละมือ" ขึ้นกราบสักการะ "พระอุรังคธาตุ" ในองค์พระธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อเผยแผ่พุทธประวัติ และ ความเป็นมา

ณ วัดพระธาตุพนม ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" พิธีกร ช่วง "คนละไม้_คนละมือ" รายการ "เปิดฟ้า"  ออกอากาศ ทาง ททบ.5 ได้รับความเมตตา กรุณา พระเดชพระคุณเจ้า "พระเทพวรมุนี" ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ และเจ้าอาวาส "วัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร"  อนุเคราะห์ บรรยายธรรมะพร้อมทั้ง อนุญาตให้ทีมงานถ่ายทำรายการ เพื่อเผยแผ่พุทธประวัติความเป็นมาของ "องค์พระธาตุพนม"

ในการนี้ ทางทีมงานรายการขอกราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง ที่ท่าน"พระครูศรีพนมวรคุณ" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เมตตา กรุณา บรรยายพุทธประวัติ  และความเป็นมาในพุทธกาลการสร้าง "พระธาตุพนม" ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์แห่งอีสาน พระบรมธาตุที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาของนครพนมมาแต่ โบราณกาล สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธกาลประมาณ พ.ศ.๘ ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรเจริญรุ่งเรือง ประดิษฐานอยู่บนภูกำพร้าตั้งตระหง่าน อยู่ริมฝั่งโขง เป็นสถานที่ครั้งหนึ่งพุทธองค์เคยเสด็จมาโปรดสัตว์น้อยโหญ่ ตามตํานานอุรังคธาตุกล่าวถึง พระมหากัสสปะและพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ ได้นํา "พระอุรังคธาตุ" (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาจากชมพูทวีปและท้าวพญาผู้ครองนครทั้ง ๕ เป็นประธาน ในการสร้างที่ประดิษฐาน "พระอุรังคธาตุ" อันเป็นที่ตั้งของพระธาตุพนมในปัจจุบัน

ทั้งนี้ทางรายการฯยังได้รับเกียรติจาก ดร.สุริยนต์ หลาบหนองแสง เลขาสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม / นายนพรัตน์ ฉัตรเพชรตระการ ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม / นายชิสนุ เริงสังข์ ( อาจารย์ณัฐ ) เข้าร่วมสายธารธรรมเข้ากราบสักการะ "องค์พระธาตุพนม" ในครั้งนี้ด้วย จากนั้น "ดร.สุริยนต์ หลาบหนองแสง" เลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครพนม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top