Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

“DITP” เลื่อนการประกวดรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นปี 2565 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่แน่นอน โดยจะประกาศรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์อีกครั้ง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดี กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ DITP กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนของการบริหารจัดการ กรมฯ จึงเลื่อนการจัดประกวดพิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT (ไทย ซีเล็คท์) ของผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป จากวันที่ 9-10 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นเดือนมีนาคม 2565 เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมที่ต้องมีการสาธิตการปรุงอาหารจากผลิตภัณฑ์ที่สมัครขอใช้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากบริษัทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารคาว อาหารหวาน เครื่องแกงสำเร็จรูป ตลอดจนน้ำจิ้ม เพื่อให้คณะกรรมการชิมรสชาติพร้อมพิจารณาให้คะแนน จึงไม่สามารถปรับการจัดกิจกรรมเป็นการดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ หากยังคงจัดกิจกรรมจะเป็นการรวมตัวของคนจำนวนมาก แม้จะมีมาตรการป้องการการติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน แต่เพื่อความปลอดภัยของคณะกรรมการและผู้เข้าร่วมประกวด และการไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กรมฯ  จึงพิจารณาเลื่อนกิจกรรมดังกล่าวออกไปในปีหน้า โดยจะมีการประชาสัมพันธ์และประกาศรับสมัครผ่านเว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือ www.ditp.go.th  และ www.thaiselect.com ในโอกาสต่อไป

สำหรับการพิจารณามอบตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปนั้น แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ อาหารไทยสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน (Thai Food : Ready to Serve/Ready to Eat)  อาหารไทยพร้อมปรุง (Thai Food : Ready to Cook)  และ น้ำจิ้มสำหรับอาหารไทย (Thai Food : Dipping Sauce) คณะกรรมการจะพิจารณาให้คะแนนจากรสชาติอาหาร นวัตกรรมคุณภาพอาหาร ขั้นตอนการเตรียมและปรุงอาหาร มาตรฐานการผลิต และบรรจุภัณฑ์ ซึ่งคณะกรรมการประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป สถาบันอาหาร สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาหารไทย

สิทธิประโยชน์เมื่อได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประกอบด้วยการได้รับการพิจารณาคัดเลือกจัดแสดงสินค้าในส่วนนิทรรศการที่ได้รับจัดสรรพื้นที่ภายในงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย การพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในประเทศหรือต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกิจกรรมประชาสัมพันธ์ของกรมฯ ตามความเหมาะสม การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ของกรมฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูป ได้รับการบรรจุรายชื่อในฐานข้อมูลของเว็บไซต์ และ Application Thai SELECT เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นต้น

 

มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาตรี และนักเรียน ม.ปลาย Pre-degree สมัครตอนนี้พร้อมปรับลดค่าเรียนเพิ่มอีก 50%

เฟซบุ๊กเพจ PR Ramkhamhaeng University โพสต์กำหนดการรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปีการศึกษา 2564 โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

ม.รามฯ รับสมัคร นักศึกษาใหม่ ภาค 1/2564 ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 23 จังหวัด 
วันที่ 7 - 10 ตุลาคมนี้
พร้อมปรับลดค่าเล่าเรียน 50%

มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับสมัครนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี ภาค 1 ปีการศึกษา 2564 ทั้งส่วนกลาง (ม.ร.หัวหมาก) และส่วนภูมิภาค 23 จังหวัด

#ทางอินเทอร์เน็ตที่ www.iregis2.ru.ac.th 
ตั้งแต่บัดนี้ - 10 ตุลาคม 2564

#สมัครด้วยตนเอง
#ส่วนกลาง ที่ ม.ร.หัวหมาก
#ส่วนภูมิภาค ที่สาขาวิทยบริการฯ 23 จังหวัด
ระหว่างวันที่ 7 - 10 ตุลาคม 2564 (ทุกวัน)

รวมทั้งเปิดรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเข้าศึกษาในระบบ Pre-degree เพื่อสะสมหน่วยกิตล่วงหน้า โดยสามารถนำหน่วยกิตมาเทียบโอนได้เมื่อจบ ม.6

#พร้อมปรับลดค่าเล่าเรียน 50% สำหรับผู้สมัครทุกรายตามมติคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการอุดมศึกษาฯ 

ทั้งนี้ เปิดรับสมัครนักศึกษาส่วนกลาง (ม.ร.หัวหมาก) ใน 11 คณะ ได้แก่ คณะนิติศาสตร์ บริหารธุรกิจ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สื่อสารมวลชน ศิลปกรรมศาสตร์ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ 

เปิดความคืบหน้า 6 วัคซีนโควิด ฝีมือนักวิจัยไทย ชี้ เป็นจุดเริ่มต้นความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศ

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และหน่วยงานเครือข่าย เปิดเวทีเสวนา THAILAND COVID-19 VACCINE FORUM 2021 สถานการณ์ความก้าวหน้า การพัฒนาวัคซีนไทยสู้โควิด โดยทีมประเทศไทย พร้อมอัปเดตความก้าวหน้าสถานการณ์การวิจัย พัฒนาวัคซีนของประเทศไทย รวมถึงแผนที่กำลังดำเนินงานในปัจจุบันและอนาคต

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และหน่วยงานเครือข่าย ร่วมเสวนา THAILAND COVID-19 VACCINE FORUM 2021 สถานการณ์ความก้าวหน้า การพัฒนาวัคซีนไทยสู้โควิด โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทใบยา-ไฟโตฟาร์ม จำกัด ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการไบโอเทค สวทช. ดร.ภญ.พรทิพย์ วิรัชวงศ์ หัวหน้าโครงการวิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด 19 HXP-GPOVac องค์การเภสัชกรรม คุณวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด และดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า นับตั้งแต่ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อต้นปี 2563 หน่วยงานเครือข่ายด้านวัคซีนทั้งภาครัฐและเอกชนได้ระดมสรรพกำลังในทุกด้านร่วมกันเป็น “ทีมประเทศไทย” ร่วมดำเนินการเพื่อให้ประเทศ ได้ผ่านพ้นวิกฤตโรคระบาดนี้ไปได้ ทั้งนี้ ทีมประเทศไทยได้มีการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในหลายชนิด ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีในการเริ่มต้นเพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศ

ด้าน ศ.นพ.เกียรติ ได้อัปเดตความก้าวหน้าของการวิจัยพัฒนาวัคซีน Chula-Cov 19 วัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ซึ่งเริ่มดำเนินการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1/2 ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา โดยมีการทดสอบในอาสาสมัคร 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอายุ 18-55 ปี จำนวน 36 ราย และกลุ่มอายุ 56-75 ปี จำนวน 36 ราย ฉีดวัคซีน 2 เข็มห่างกัน 3 สัปดาห์ ผลเบื้องต้นในกลุ่มอายุ 18-55 ปี พบว่าวัคซีนกระตุ้นภูมิกันได้ดี ไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง โดยอาสาสมัครมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยถึงปานกลาง อาการจะดีขึ้นภายใน 1 ถึง 2 วัน โดยอาการที่พบ ได้แก่ เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ หนาวสั่น และมักพบภายหลังการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 

อย่างไรก็ตาม การทดสอบในขั้นนี้ได้ทำการทดสอบในประชากรจำนวนน้อย และยังต้องติดตามผลความปลอดภัยในประชากรที่มากขึ้น ส่วนในกลุ่มอายุ 55-75 ปี ยังอยู่ระหว่างการทดสอบ คาดว่าจะทราบผลเบื้องต้นในกลางเดือนหน้า และขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเตรียมการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 2 ต่อไป ขณะเดียวกันก็ได้เตรียมความพร้อมขยายกำลังการผลิตวัคซีน และคาดว่าจะสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนให้กับบริษัทไบโอเนท-เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนระดับอุตสาหกรรมในประเทศได้ในไตรมาสแรกของปี 2565 

พร้อมกันนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการพัฒนาวัคซีน Chula-Cov 19-2 ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นที่ 2 ที่ตอบสนองต่อเชื้อไวรัสกลายพันธุ์อีกด้วย ทั้งนี้ ศ.นพ.เกียรติ กล่าวเน้นย้ำว่า การที่ประเทศไทยสามารถดำเนินการพัฒนาและผลิตวัคซีนได้อย่างครบวงจรเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา ผู้ร่วมพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิด Protein subunit จากระบบการผลิต recombinant protein โดยการตัดต่อพันธุกรรมของแบคทีเรียที่ก่อโรคในพืช (Agrobacterium) ในใบยาสูบ ได้กล่าวถึงความก้าวหน้าการวิจัยพัฒนาวัคซีนของบริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม บริษัท startup ในเครือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า ขณะนี้วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทได้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความเป็นพิษในสัตว์ทดลองเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในระหว่างการพัฒนาได้มีการปรับสูตรวัคซีนให้สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส ระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนทำการทดสอบวัคซีนในมนุษย์ บริษัทได้ดำเนินการสร้างโรงงานผลิตวัคซีนระดับอุตสาหกรรมขึ้นมา เพื่อรองรับการผลิตวัคซีนจากระบบดังกล่าว คาดว่าจะมีกำลังการผลิตจำนวน 1-5 ล้านโดสต่อเดือน 

โดยใช้ระยะเวลาในการสร้างโรงงานรวม 10 เดือน ปัจจุบันวัคซีนอยู่ในระหว่างการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1 โดยได้เริ่มฉีดให้กับอาสาสมัครจำนวน 4 รายแรกตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่พบข้อกังวลด้านความปลอดภัย และจะดำเนินการฉีดให้กับอาสาสมัครรุ่นแรกที่เหลืออีก 12 ราย ในวันที่ 30 กันยายน 2564 สำหรับการทดสอบในมนุษย์ของวัคซีนใบยามี ศ.นพ.เกียรติ ร่วมเป็นนักวิจัยทางคลินิกด้วย นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้พัฒนาวัคซีนรุ่นที่สอง โดยปรับปรุงสูตรด้วยการใช้ Adjuvant ชนิดใหม่ ทำให้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น และมีการพัฒนาจากเชื้อไวรัสกลายพันธุ์มากกว่า 10 รูปแบบ เพื่อพัฒนาเป็นวัคซีนผสม (Cocktail vaccine) ซึ่งวัคซีนรุ่นที่สองนี้อยู่ระหว่างการทดสอบในสัตว์ทดลอง

สำหรับความก้าวหน้าการพัฒนาวัคซีนต้นแบบของ สวทช. ดร.อนันต์ ได้กล่าวถึงความก้าวหน้าการพัฒนาวัคซีนชนิด Viral Vector แบบพ่นจมูกว่า สวทช. ดำเนินการวิจัยพัฒนาในสองรูปแบบ ได้แก่ การใช้ Adenovirus เป็นพาหะ (Adenovirus based) และการใช้ไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นพาหะ (Influenza based) ขณะนี้ Adenovirus based อยู่ระหว่างการทดสอบในหนูทดลอง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไวต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยเป็นการเลียนแบบช่องทางการติดเชื้อในธรรมชาติ ทำให้มีการสร้างภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินหายใจ และเปรียบเทียบกับการฉีดวัคซีนชนิด Adenoviral Vector เข้ากล้ามเนื้อ 

ผลการทดลองเบื้องต้นพบว่าหนูทดลองสร้างภูมิคุ้มกันในระบบทางเดินหายใจได้ดีเทียบเท่ากันทั้งรูปแบบการให้วัคซีนทางการพ่นจมูกและฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ส่วนวัคซีนชนิด Influenza based เป็นการประยุกต์ใช้ให้วัคซีนสามารถป้องกันได้ทั้งโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งวัคซีนชนิดนี้อยู่ระหว่างเตรียมการทดสอบในหนูทดลองซึ่งจะเป็นการให้วัคซีนแบบพ่นจมูก โดยการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 แบบพ่นจมูกนี้ มีทีมวิจัยจากหลายประเทศทั่วโลกใช้วิธีนี้ด้วยเช่นกัน 

ทั้งนี้ สำหรับแผนการขยายกำลังการผลิตวัคซีนชนิด Adenovirus based สวทช. ได้มีความร่วมมือกับบริษัท คินเจนไบโอเทค ส่วนวัคซีนชนิด Influenza based เป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. และองค์การเภสัชกรรม

ด้านความก้าวหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ขององค์การเภสัชกรรมนั้น ดร.ภญ.พรทิพย์ ได้ให้ข้อมูลว่า วัคซีน HXP-GPOVac ซึ่งเป็นวัคซีนที่พัฒนามาจากไวรัสนิวคาสเซิล (NDV) ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนโปรตีนส่วนหนามของไวรัสโคโรนา (Hexapro) จากการเพาะเลี้ยงไวรัสในไข่ไก่ฟักได้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่องค์การเภสัชกรรมสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ในการผลิต โดยวัคซีนชนิดนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานระหว่างประเทศ ได้แก่ สถาบัน PATH สหรัฐอเมริกา และโรงเรียนแพทย์ Mount Sinai ในนิวยอร์ก และมหาวิทยาลัยเท็กซัส และได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนชนิดนี้ให้กับหลายหน่วยงาน 

รวมถึงองค์การเภสัชกรรมด้วย ปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมได้เผยแพร่ผลงานวิจัยของการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 1 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งใช้อาสาสมัครในขั้นนี้จำนวน 210 ราย ผลการทดสอบในอาสาสมัคร พบมีผลข้างเคียงอยู่ในระดับน้อยและสามารถหายได้เอง อาการทั่วไปที่พบได้แก่ ปวด บวม บริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ วัคซีนสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ทั้งนี้ วัคซีน HXP-GPOVac อยู่ระหว่างการเตรียมทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 2 โดยคาดว่าจะสามารถทำการทดสอบในมนุษย์ระยะที่ 3 ได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 และจะสามารถขอขึ้นทะเบียนวัคซีนได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565

"อรรถวิชช์" ลงพื้นที่อยุธยา พบน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร เหตุระบายน้ำลงทุ่งรับน้ำไม่ได้ ติดถนนคันดิน - บ่อทรายเอกชน ขอเจ้าหน้าที่เร่งช่วย ประชาชนจมน้ำ ไม่มีเวลาฉลองรับตำแหน่งใหม่ 

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า พร้อมด้วยนายประวิทย์ สุวรรณสัญญา ผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ให้กำลังใจ แจกสิ่งของยังชีพให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมเขต อ.ผักไห่ และ อ.บางบาล โดยนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่น้ำท่วมมาตั้งแต่นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดอ่อนไหวที่สุด โดยเฉพาะคลองบางบาล , ชุมชนแม่น้ำน้อย ได้แก่ ต.หัวเวียง อ.เสนา , ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ เพราะแค่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำเกินกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำก็ท่วมพื้นที่เหล่านี้แล้ว ซึ่งขณะนี้ระบายน้ำอยู่ประมาณ 2,775 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้ว 

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า แม้พื้นที่นี้จะน้ำท่วมเป็นประจำ แต่ชาวบ้านบอกมาว่าครั้งนี้หนักสุดในรอบ 4 ปี ส่วนหนึ่งเพราะไม่สามารถระบายน้ำไปยังทุ่งรับน้ำที่อยู่อีกฝั่งถนนได้ เนื่องจากบริเวณทุ่งรับน้ำมีการประกอบธุรกิจบ่อทรายหลายเจ้า ชาวบ้านเลยฝากบอกมาว่า ถ้าจะไม่ระบายน้ำลงไปในทุ่ง ภาคเอกชนที่ทำบ่อทรายก็ควรช่วยเหลือประชาชนบ้าง และทราบว่าถ้าภายใน 4 วันสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ประชาชนในพื้นที่อาจเจาะคันถนนระบายน้ำออกไปในทุ่งด้วยตัวเอง 

"กรมชลประทาน ในฐานะคนทำงาน คงเข้าใจว่ามีทุ่งบางบาลคอยรับน้ำอยู่ แต่ในความเป็นจริงมีถนนคันดินและบ่อทรายเอกชน ขวางไม่ให้น้ำลงทุ่งรับน้ำ เรื่องนี้ฝ่ายปกครองของกระทรวงมหาดไทยและกรมชลประทาน ต้องลงมาดูหน้างานด้วยตัวเองแล้วรีบแก้ปัญหา" นายอรรถวิชช์ 

พนักงานส่งของ J&T ‘ฮีโร่’ ระงับโอนเงินร้านขี้โกง เซฟลูกค้า!! หลังสั่งซื้อแท็บเล็ต แต่ได้ ‘เขียง’ แทน

เมืองไทยยังไม่สิ้นคนดี เรื่องราวดีๆ จากเพจ CocoNews ได้โพสต์เนื้อหา ว่า…

มีมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับโจรใจหยาบที่ในยุคข้าวยากหมากแพงโรคระบาดแถมมีภัยธรรมชาติ ก็ยังคงหลอกคนอื่น หากินทุจริต ซื้อขายไม่ตรงไปตรงมา แม้ของจำเป็นในการเรียนออนไลน์ของเด็กอย่าง ‘แท็บเล็ต’ จ่ายไปเกือบ 2 พัน ส่งจริงเป็นเขียงไม้ ทำหนูน้อย 6 ขวบสุดเศร้า

แต่ทางพนักงานส่งของ ได้โทรไประงับการโอนเงินให้ลูกค้า เพราะเป็นการซื้อขายเก็บเงินปลายทาง เคสนี้ จึงช่วยเอาไว้ได้ทัน ปรบมือให้ พนักงานส่งของจาก J&T รายนี้ด้วย

หอการค้าฯ ประเมินกินเจปีนี้ใช้จ่ายติดลบต่ำสุดรอบ 14 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 4-13 ต.ค.2564 นี้ ว่า เทศกาลกินเจในปีนี้ ไม่คึกคักแม้คนส่วนใหญ่ยังสนใจที่จะบริโภคอาหารเจ แต่ด้วยปัญหาการติดเชื้อโควิดยังมีอัตราที่สูง และอาหารยังมีราคาสูง แม้ว่าภาครัฐจะคลายล็อกในหลายภาคธุรกิจมากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ยังกลัวว่าโควิดที่จะติดเชื้อโควิดยังมีสูง ทำให้การกินเจในปีนี้ถือว่ายอดการใช้จ่ายตลอดการกินเจจะอยู่ 40,147 ล้านบาท ติดลบสูงถึง 14.5% เมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีก่อนที่มีมูลค่า 46,967 ล้านบาท ถือว่าเทศกาลกินเจในปีนี้ติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี

ทั้งนี้จากผลสำรวจ ส่วนใหญ่ระบุว่า เทศกาลกินเจปีนี้ คนที่กินเจส่วนใหญ่ยังมีความต้องการที่จะร่วมกินเจเพื่อทำบุญและลดการบริโภคอาหารสัตว์ แต่ยอมรับว่าจากปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมมีปัญหา ทำให้เทศกาลกินเจในปีนี้ไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากยังวิตกจากปัญหาการติดเชื้อโควิดรายวันยังมีอัตราที่สูง จึงไม่อยากให้ติดเองต้องไปรับเชื้อจากโควิดเพิ่มเติม ทำให้การกินเจในปีนี้พฤติกรรมการกินเจจะเน้นไปสั่งซื้อสินค้าอาหารเจทางออนไลน์มาบริโภคแทนการออกไปนั่งกินหรือการไปกินเจตามสถานที่ต่างๆ เหมือนที่ผ่านมา

โฆษกปชป.”เดือด รวบ 4 กรม ก.เกษตรฯ เพื่อปชช.หรือเพื่อใคร ย้อน พปชร. หาก​“จุรินทร์”ขอดูกรมของกระทรวงที่พลังประชารัฐคุมบ้างจะว่าอย่างไร ชี้หากทำแบบนี้ ไม่ราบรื่นแน่

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พลังประชารัฐ ออกมากล่าวถึง กรณีครม.มอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีคุม 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีหลักการทำงานคือคิดถึงเรื่องประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก การดูแลงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เขลาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามหลักบริหารราชการแผ่นดินชัดเจนตามสายงาน ดังนั้นการที่ครม.มอบให้ พล.อ.ประวิตร เข้ามาดู 4 กรมคือพัฒนาที่ดิน , กรมฝนหลวงและการบินเกษตร , สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ที่เดิม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ เป็นผู้ดูแลอยู่ ก็มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ คำสั่งรวบงานดังกล่าว ส.ส.พลังประชารัฐยังออกมาพูดจาในลักษณะที่บิดเบี้ยวไปจากข้อเท็จจริงอีก ที่บอกว่าต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงและความต้องการของประชาชนร่วมกันด้วย ถือเป็นการพูดที่ไม่สมเหตุสมผล 

‘บุญชอบ’ ถือฤกษ์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฯ โอกาสเข้ารับตำแหน่ง ‘ปลัดแรงงาน’ คนที่ 12

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ในโอกาสรับตำแหน่งปลัดกระทรวงแรงงาน คนที่ 12 ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกาศแต่งตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ถือฤกษ์เดินทางเข้ากระทรวงแรงงานเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย ประกอบด้วย ศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ ศาลพ่อปู่ชัยมงคล พระพุทธชินราช พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร ศาลพ่อปู่สุชินพรหมมา ณ บริเวณกระทรวงแรงงาน และพระพุทธชินราช ณ ห้องทำงานชั้น 7 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

สำหรับ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ สำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สป.ทส.  ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม รองอธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมป่าไม้ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล ที่ปรึกษาประธานมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และที่ปรึกษามูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ได้แก่ เหรียญราชการชายแดน เหรียญกาชาดสมนาคุณ เหรียญจักรพรรดิมาลา ประถมาภรณ์ช้างเผือก และมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

“โฆษกทบ.” แถลงผลงานทบ.ปี 64 ช่วยเหลือปชช.ช่วงโควิด ยกเลิก-ลดโครงการจัดซื้ออาวุธ-ยุทโธปกรณ์ราคาสูง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการแถลงข่าวผลการปฏิบัติงาน กองทัพบกประจําปี 2564 และแนวทางการพัฒนากองทัพบกตามห้วงระยะเวลา ( 1 ต.ค. 63 – 30 ก.ย. 66 ) จากสถานการณ์ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกและในประเทศไทย โดยเฉพาะภัยคุกคามที่เกิดจากโรคอุบัติใหม่ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด 19 กองทัพบกยังได้จัดตั้ง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก เพื่อสนับสนุนการอํานวยแก้ปัญหาต่างๆให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและเข้าดูแลช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ต่างๆ โดยการป้องกันแนวชายแดนของประเทศไทย โดยใช้ศักยภาพของยุทโธปกรณ์ เครื่องมือและกําลังพลสกัดกั้นการนําเข้าเชื้อจากต่างประเทศในทุกช่องทาง ใช้กำลังพลกว่า 24,700 นาย การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อลดการเดินทางข้ามเขตพื้นที่ของประชาชน 

โดยมีกําลังพลกว่า 3,000 นายต่อวัน พร้อมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามจํานวน 29 แห่ง สนับสนุนรัฐบาล และ ให้โรงพยาบาล ของกองทัพบกทั้ง 37 แห่ง สนับสนุนส่งผู้ป่วยกลับผู้ภูมิลําเนาโดยใช้ รถยนต์ทุกประเภทและอากาศยานของกองทัพเช่นเครื่องบินลําเลียงขนาดกลางแบบ295 รวมถึงจัดตั้งโรงพยาบาลสนามศูนย์คัดกรองกองทัพบก จํานวน 2 แห่ง คือ สโมสร ทบ. และ มทบ.11 ตรวจคัดกรองได้วันละ 1,000 คนต่อแห่ง

ทบ.เข้ม! ซีนชายแดน สกัดขบวนการค้าอาวุธสงคราม ยัน อาวุธคลังกองทัพไม่หลุด-ดูแลรักษาอย่างดี พร้อมหนุน รัฐฯเปิดประเทศ จ่อสั่งเข้มกำลังชายแดน สกัดต่างด้าวหวั่นนำเชื้อหลบเข้าตามชายแดน

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)พล.อ. สันติพงษ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาที่มีการสู้รบ โดยเฉพาะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวขบวนการค้าอาวุธสงคราม
ว่า กองทัพบกโดย 7 กองกำลังชายแดน มีวิธีปฏิบัติในการดูแลเรื่องดังกล่าวที่ชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ดูแลเฝ้าระวังแนวชายแดนอย่างเต็มที่ เราไม่ยอมให้มีการลักลอบหรือนำสิ่งผิดกฎหมายข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโดยเด็ดขาด

ในขณะที่การดูแลคลังอาวุธของกองทัพนั้น  กองทัพบก มีมาตรการ ควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างดี มีระเบียบการตรวจตรา ที่ชัดเจนและมีผู้รับผิดชอบ และยืนยันว่าไม่มีอาวุธ หลุดจากคลังกองทัพแน่นอน

ด้าน พ.ต.หญิง ปวีณา ศรีบัวชุม ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก มีภารกิจสำคัญในการรักษาอธิปไตยของชาติ ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบตลอดแนวชายแดนของราชอาณาจักรไทย 

โดยในปี 2565 กองทัพบกจัดอัตรากำลังพลในกองกำลัง ป้องกันชายแดนในส่วนของกองทัพบก จำนวน 24,305 อัตรา ปฏิบัติภารกิจใน 7 กองกำลัง ได้แก่ ประกอบด้วย กองกำลังบูรพา, กองกำลังสุรสีห์, กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, กองกำลังสุรนารี, กองกำลังนเรศวร, กองกำลังผาเมือง และ กองกำลังเทพสตรี ปฏิบัติหน้าที่สำคัญหลายประการ อาทิ 

1. ลาดตระเวนระยะทาง 5,656 กม. ตลอดแนวชายแดนไทย ในพื้นที่ 31 จังหวัด ทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งเป็นเส้นทางหลัก, ช่องทางธรรมชาติ, ช่องทางอื่นๆที่ยากต่อการเข้าถึง เช่น เขาสูง, ป่าภูเขา, หุบเขาลาดชัน เป็นต้น  

-พื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา รวมระยะทาง 2,401 กม. 
- พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมระยะทาง 798 กม. 
- พื้นที่ชายแดนไทย-ลาว รวมระยะทาง 1,810 กม. 
- พื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย รวมระยะทาง 647 กม. 
2. ปฏิบัติภารกิจสกัดกั้นยาเสพติด, สินค้าหนีภาษี, การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ 
3. ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จัดกำลังเฝ้าระวัง ป้องกันตลอดแนวชายแดน 

ทั้งทางบกและทางน้ำ ตลอด24 ชั่วโมง เพื่อ ป้องกันการระบาดของโรคเข้ามายังพื้นที่ตอนใน
 
4. บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจและ 
ตรวจคัดกรองจุดผ่านแดน โดยกำลังพล 2,913 นาย/วัน
 
5. จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ อาทิ การช่วยดับไฟป่า, อัคคีภัย, วาตภัย, อุทกภัย เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top