Sunday, 21 June 2026
NewsFeed

‘คุณสมบัติ’ บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงานการแข่งขันสุดยอดทักษะ สายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9 ชิงถ้วยพระราชทาน และเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธาน บมจ. อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงาน Cabling & Networking Contest #9 (การแข่งขันสุดยอดทักษะสายสัญญาณและเน็ตเวิร์ค ปีที่ 9) โดยมีคุณวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีให้เกียรติกล่าวเปิดงาน ซึ่งครั้งนี้เป็นรอบคัดเลือกภาคตะวันออกนับเป็นการพลิกโฉมการแข่งขันมาในรูปแบบ Fully Online ผ่านระบบ Zoom

โดยการสัมมนาช่วงเช้าได้รับการตอบรับอย่างดีจากนิสิต นักศึกษากว่า 630 คน และช่วงบ่ายที่จัดส่งอุปกรณ์ไปถึงมหาวิทยาลัย เพื่อทำการแข่งขันออนไลน์พร้อมกันกว่า 30 คน เพื่อคัดตัวแทนไปรอบชิงชนะเลิศ เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน และเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท

???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

'จีน' เงื้อดาบปราบ ‘เบี้ยวภาษี’ ระลอกสอง เตือนดารา เน็ตไอดอล 'ใครผิดให้รีบสารภาพ'

รัฐบาลจีนประกาศมาตรการคุมเข้มการตรวจสอบภาษีครอบคลุมทั้งดารานักแสดงไปจนถึงเหล่าเน็ตไอดอล ออกบทลงโทษสถานหนักสำหรับผู้กระทำผิด พร้อมจัดการวงการบันเทิงและวัฒนธรรมแฟนคลับที่ทำกำไรมหาศาลสร้างความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในสังคม

สรรพากรจีนกล่าวว่า ดาราที่ออกมาสารภาพการหลีกเลี่ยงภาษีด้วยตัวเองอาจได้รับโทษเบาลงหรือการยกเว้นโทษ

ค่ายสื่อจีนและสื่อฮ่องกง เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่าสำนักบริหารกิจการภาษีแห่งชาติจีน (State Administration of Taxation) แถลงเมื่อวันเสาร์ (18 ก.ย.) ว่าการตรวจสอบบัญชีภาษีจะใช้วิธี “สุ่มสองชั้น” (Double random) โดยผู้ตรวจบัญชีจะทำงานกับผู้ถูกตรวจสอบโดยใช้วิธีสุ่ม รายละเอียดและผลจากการตรวจสอบจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างโปร่งใสโดยทันที

สำนักบริหารกิจการภาษีฯ กล่าวเสริมว่า ดาราที่มีรายได้สูงควรทบทวนการรายงานและแก้ไขความผิดพลาดที่เกี่ยวเนื่องกับภาษีของตัวเองภายในสิ้นปีนี้ ดาราคนใดที่ให้ความร่วมมืออาจมีการลดโทษหรือยกเว้นโทษ ในขณะที่ใครไม่ปฏิบัติตามจะได้รับโทษอย่างถึงที่สุดจากทางการและสมาคมบันเทิงจีน

“คนที่มีความผิดทางภาษีร้ายแรงจะถูกสอบสวนและลงโทษสถานหนักตามกฎหมาย” กรมภาษีย้ำ

กฎหมายจีนระบุว่าบุคคลใดที่ไม่จ่ายภาษีหรือค่าปรับภายในเวลาที่กำหนดจะมีความผิดทางอาญา

สำนักบริหารกิจการภาษีฯ ออกข้อกำหนดดังกล่าวเพื่อตอบสนองนโยบายจัดระเบียบวงการบันเทิงของพรรคคอมมิวนิสต์หลังจากมีข่าวฉาวออกมาไม่เว้นแต่ละวัน หนึ่งในนั้นคือกรณีการหลีกเลี่ยงภาษีของ ‘เจิ้งส่วง’ (郑爽)

ครม. เห็นชอบ ปรับเกณฑ์สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ของ SME D Bank ขยายเวลากู้สูงสุด 10 ปี ช่วยผู้ประกอบการช่วงโควิด

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบ ปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ภายใต้มาตรการพิเศษเพื่อขับเคลื่อน SMEs สู่ยุค 4.0 (มาตรการด้านการเงิน) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) (SME D Bank) เป็นหน่วยงานดำเนินการหลัก สำหรับหลักเกณฑ์ที่ขอปรับปรุง ได้แก่ 

1.) ปรับระยะเวลากู้ยืมเป็นสูงสุดไม่เกิน 10 ปี และระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น สูงสุดไม่เกิน 2 ปี  จากเดิมกำหนดระยะเวลากู้ยืมสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้น สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน 

2.) อัตราดอกเบี้ยคงเดิม แต่ปรับระยะเวลาให้เป็นไปตามที่ขยายถึง 10 ปี กรณีผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา ปีที่ 1 - 3 คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ MLR - 1.875 ต่อปี ปีที่ 4 - 10 ให้เป็นไปตามอัตราดอกเบี้ยที่ ธพว. กำหนด กรณีผู้กู้เป็นนิติบุคคล ปีที่ 1 - 3 คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ MLR – 3.875 ต่อปี ปีที่ 4 - 10 ให้เป็นไปตามอัตราดอกเบี้ยที่ ธพว. กำหนด และ 3.หลักประกัน ปรับให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน หรือ ใช้หลักประกันตามที่ธนาคารกำหนดได้

ศาลสูงอังกฤษสั่ง ปิดลับ ‘พินัยกรรมเจ้าชายฟิลิป’ นาน 90 ปี ปกป้องพระเกียรติ ‘ควีนเอลิซาเบธ’

นายแอนดรูว์ แม็คฟาร์เลน ประธานศาลแผนกครอบครัวแห่งศาลสูงของอังกฤษในกรุงลอนดอน มีคำพิพากษาให้ “ปิดผนึก” พินัยกรรมของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ พระสวามีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ขณะพระชนมายุ 99 พรรษาเป็นความลับนาน 90 ปีจึงสามารถเปิดผนึกพินัยกรรมดูกันภายในสมาชิกราชวงศ์ และพิจารณาว่าควรจะเผยแพร่หรือไม่

ทั้งนี้โดยทั่วไปในสหราชอาณาจักร พินัยกรรมมักเป็นเอกสารสาธารณะ แต่เป็นเวลาเกือบ 100 ปีมาแล้วที่พินัยกรรมของสมาชิกราชวงศ์ระดับสูงจะถูกปิดผนึกเป็นความลับตามคำสั่งของศาลสูง และครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่ผู้พิพากษาแม็คฟาร์เลน ระบุว่าเพื่อปกป้องพระเกียรติของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ทรงเป็นองค์ประมุขของประเทศ

ว่าที่ผู้สมัครสก. ก้าวไกล ล้ำยุค เปิดตัวเว็บไซต์ ‘กรุงเทพก้าวไกล’ รายงานพิกัดน้ำท่วม เน้นปชช.มีส่วนร่วม ย้ำชัด กทม.ก้าวใหม่ ด้วยก้าวไกล ทันสมัย ยกระดับชีวิตคนเมือง แก้ไขปัญหาน้ำท่วมคนกรุง 

นิธิกร บุญยกุลเจริญ (ปาล์ม) ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางบอน พรรคก้าวไกล โพสผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดตัวเว็บเบราว์เซอร์แพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยใช้ชื่อว่า ‘กรุงเทพก้าวไกล’ 

นิธิกร กล่าวว่า ในช่วงฤดูกาลที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ปัญหาที่คนกรุงของเราต้องเจออยู่บ่อยครั้ง ก็คือการเกิด ‘น้ำท่วม’ ในหลายพื้นที่ โดยทีมกรุงเทพก้าวไกลคิดว่าน่าจะดี หากเราสามารถรวบรวมข้อมูลพิกัดการเกิดน้ำท่วม และประชาชนมีส่วนร่วมได้ ซึ่งประชาชนทุกท่านสามารถรายงานข้อมูล ผ่านเว็บไซต์ https://bkkflood.moveforwardparty.org/ ที่พวกเราทีมกรุงเทพก้าวไกล ร่วมกันพัฒนาขึ้นมาเองแบบเฉพาะกิจ ไม่กี่วันที่ผ่านมา และถ้าข้อมูลเหล่านี้รวมกันมากขึ้น เราก็จะสามารถหาแนวทางการแก้ไขต่อไปได้ ทั้งแบบภาพเล็กในแต่ละพื้นที่ และภาพใหญ่ที่จะต้องมีการจัดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบอีกด้วย

'ก้าวไกล' ซัด!! เปิดทางต่างชาติซื้อบ้าน ไม่ช่วยเศรษฐกิจไทย ซ้ำถ่างความเหลื่อมล้ำ ชี้!! ประเทศไทยไม่ขาดเงินลงทุน แต่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีอนุมัติการจัดทำ ‘วีซ่าระยะยาว’ ให้ชาวต่างชาติ 4 กลุ่มเมื่อวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา รวมถึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาสิทธิประโยชน์ของวีซ่า ซึ่งรวมถึงการถือครองห้องชุดและบ้านจัดสรร โดยศิริกัญญา มองว่า มาตรการเหล่านี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้น้อยมาก และเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด

ศิริกัญญา ระบุว่า โครงการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีความพยายามจะออกวีซ่านักลงทุน และบัตร Thailand Elite Privilege Card เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามาอาศัย ท่องเที่ยวและลงทุนในไทยมากขึ้น และต่างประเทศ ก็มีนโยบายคล้าย กัน เช่น Golden Visa ของยุโรปดึงดูดชาวต่างชาติที่มีมูลค่าสูงเข้าไป 

แต่งานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสารวิชาการ Journal of Ethnic and Migration Studies ระบุว่า หลายประเทศมักออกวีซ่าประเภทนี้ช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ โดยวีซ่าเหล่านี้กลับมีผลต่อจีดีพีไม่เกิน 0.3% เท่านั้น อีกทั้งยังไม่มากพอจะสร้างความเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นเพียงไม่ถึง 5% ของการซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดเท่านั้น

ปัจจุบัน กฎหมายไทยก็อนุญาตให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ในอาคารชุดได้ 49% อยู่แล้ว หากจะแก้ไขกฎหมายเพิ่มสัดส่วนขึ้นเป็น 70-80% ซึ่งก็สามารถทำได้ แต่ควรเป็นโครงการระยะสั้นเพื่อแก้ปัญหาซัพพลายคอนโดที่ล้นเกิน ในช่วงแค่ 3-5 ปีเท่านั้น เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์ในไทยก็มีปัญหามาตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ระบาด มีการสร้างคอนโดขึ้นมามาก จนเริ่มขายไม่ออก มีการประเมินว่ายังเหลืออสังหาริมทรัพย์ที่สร้างมาแล้วยังขายไม่ออกอยู่ราว 2 แสนยูนิต หากมีการเปิดทางให้ชาวต่างชาติซื้อได้มากขึ้น ก็จะช่วยระบายสต็อกออกไปได้ในส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์สำหรับลูกค้าระดับบน จากนั้นก็ควรยุติโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังต้องดูรายละเอียดว่าจะแก้กฎหมายอย่างไร เช่น ให้ต่างชาติซื้อบ้านในหมู่บ้านได้กี่เปอร์เซ็นต์ ถือกรรมสิทธิ์ได้กี่เปอร์เซ็นต์ กำหนดระยะเวลาการถือครองว่าต้องถือกี่ปีก่อนจะขายต่อ และกำหนดว่าการขายต่อจะต้องขายคืนให้พลเมืองไทยเท่านั้นหรือไม่

ชาวแฟลตดินแดงเกือบ 8,000 ครัวเรือน ปลื้ม! ‘รมว.เฮ้ง’ ห่วงใย มอบข้าวสารบรรเทาความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่มอบข้าวสารขนาดถุงละ 5 กิโลกรัม ครัวเรือนละ 1 ถุง ให้แก่ชาวบ้านชุมชนดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 7,700 ครัวเรือน ในพื้นที่แฟลตดินแดง 3 จุด โดยมี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย จุดแรกที่โครงการฟื้นฟูเมืองดินแดงระยะที่ 1 (ดินแดงแปลงจี) หลังมัสยิดมูฮายีรีน นายสมัย แสงชาติ ประธานคณะกรรมการชุมชนโครงการฟื้นฟูเมืองดินแดงระยะที่ 1 (ดินแดงแปลงจี) เป็นผู้รับมอบ จุดที่สอง ที่บริเวณสนามอาคาร 8 ชั้น แยกประชาสงเคราะห์ ตรงข้ามโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ นางศิริเพ็ญ สาปณ ประธานชุมชนดินแดง 1 เป็นผู้รับมอบ และจุดที่สาม ที่บริเวณลานกีฬา 51 ซอยประชาสงเคราะห์ 11 ใกล้ตลาดเคหะชุมชนดินแดง 2 โดยมี นายวิชาญ เขียวแก้ว ประธานคณะกรรมการเคหะชุมชนดินแดง 2 เป็นผู้รับมอบ

โดย นายสุรชัย กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง และชาวแฟลตดินแดงที่ไม่มีรายได้เนื่องจากผลกระทบโควิด จึงได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน ในวันนี้ท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ได้มอบหมายให้ผมลงพื้นที่มอบข้าวสารขนาดถุงละ 5 กิโลกรัม ครอบครัวละ 1 ถุง รวมทั้งสิ้น 7,700 ครัวเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านชุมชนดินแดงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว

 

'ราเมศ' ย้ำ พรรคลงพื้นที่ตามปกติ ไม่มีสัญญาณใดเรื่องยุบสภา

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวถึงมีกระแสข่าวว่าจะมีการยุบสภา ผูกโยงความเคลื่อนไหวการลงพื้นที่ของพรรคว่า พรรคไม่เคยคุยกันเรื่องยุบสภา การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่างๆของพรรคไม่ได้มีนัยยะสำคัญเชื่อมโยงถึงกระแสข่าวที่คิดกันว่าจะมีการยุบสภาเพราะเป็นการลงพื้นที่ตามปกติทั่วไปซึ่งบุคลากรของพรรคทุกคนได้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว 

ยิ่งในช่วงปิดสมัยประชุมสภาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะใช้โอกาสนี้ในการลงพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก็คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านความเห็นชอบในวาระที่สามของรัฐสภาแล้วขั้นตอนต่อจากนี้มีการกำหนดไว้ชัดเจน ท้ายที่สุดเมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ก็มีขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องมีการร่างกฏหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชื่อว่ากระบวนการต่างๆเหล่านี้โอกาสที่จะมีการยุบสภายากมาก

นายราเมศ กล่าวในตอนท้ายว่า ในส่วนของพรรคสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะต้องดำเนินการคือเร่งตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้งและสาขาให้มีจำนวนครบถ้วนในทุกเขต หากร่างแก้ไขเพิ่มเติมมีผลบังคับใช้  แน่นอนว่าจำนวนเขตเลือกตั้งที่เพิ่มมาถึง 400 เขต ก็จะต้องมีการเตรียมการในการตั้งตัวแทนพรรคในแต่ละเขตที่เพิ่มขึ้นอีก 50 เขต ให้ครบถ้วนเพื่อให้สมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วมตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันการจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในแต่ละเขตจะต้องมีตัวแทนพรรคประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้งหรือสาขา

รมว.แรงงาน สั่งกรมการจัดหางานขยายผลต้นตอนายหน้าเถื่อนหลอกหญิงไทย ค้ากามดูไบ

รมว.แรงงาน สั่งการศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน กรมการจัดหางาน เร่งตรวจสอบขยายผลกรณีนายหน้าเถื่อนหลอกหญิงไทยอ้างบินทำงานนวดดูไบ ฝั่งกกจ.รับลูกแข็งขัน ใช้มาตรการป้องกัน ป้องปราม และปราบปราม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากกรณีหญิงไทยที่ร้องขอความช่วยเหลือทางโซเชียลมีเดียว่าถูกหลอกให้มาขายบริการที่เมืองดูไบ จนภายหลังได้เข้าช่วยเหลือกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยแล้วนั้น ล่าสุดได้สั่งการศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน กรมการจัดหางาน ให้เร่งขยายผลไปที่ต้นตอกระบวนการ สายนายหน้าเถื่อนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขอเตือนไปยังผู้มีพฤติการณ์เป็นสาย นายหน้าเถื่อนว่า การหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการโฆษณาการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พรบ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“ผมขอฝากความห่วงใยถึงคนหางานทุกท่าน ขออย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้เดินไปทำงานต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย หรือโฆษณาเกินจริงดังกล่าว หากมีการชักชวนให้หลีกเลี่ยงขั้นตอนตามกฎหมาย เช่น ใช้วีซ่าท่องเที่ยวเพื่อทำงาน หรือเดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ผ่านด่านตรวจคนหางาน ณ ท่าอากาศยาน ให้สงสัยได้เลยว่าท่านกำลังโดนหลอก ซึ่งจะทำให้ท่านเสียเงินในการถูกหลอกลวงไปทำงาน เกิดอันตรายต่อชีวิต รวมทั้งถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย ในเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ รองนายกรัฐมนตรี  พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ย้ำมาโดยตลอดถึงความสำคัญของการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ทุกประเทศมีกฎหมายของตัวเอง ไปทำงานประเทศเขาต้องเคารพกติกาของเขา ไปทำงานประเทศใดก็ต้องเคารพกติกาประเทศนั้น ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าว 

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า การคุ้มครอง ดูแล และช่วยเหลือคนหางานที่ทำงานทั้งในและต่างประเทศให้ได้รับการปฏิบัติตามกฎหมาย

เป็นภารกิจของศูนย์ประสานการปราบปรามผู้เป็นภัยต่อคนหางาน กรมการจัดหางาน โดยผลการดำเนินคดีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 – 7 กันยายน 2564 มีการดำเนินคดีสาย นายหน้าเถื่อนแล้ว 93 ราย หลอกลวงคนหางานทั้งสิ้น 195 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย จำนวน 17,500,365 บาท ซึ่งประเทศที่พบคนหางานถูกหลอกลวงไปทำงานมากที่สุด ได้แก่ แคนาดา ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) สวีเดน และออสเตรเลีย ตามลำดับ

กรมการจัดหางานมีมาตรการป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามการหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศ ดังนี้
1.ด้านการป้องกัน โดยให้ความรู้แก่ผู้นำชุมชน ประชาชนและคนหางานทั่วไป เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องขั้นตอนการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้อง ประกาศคำเตือน รูปแบบ หรือกลวิธีการหลอกลวงคนหางานของสาย/นายหน้า ผ่านสื่อต่างๆ หรือหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน รวมทั้งเปิดให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนได้ทางสายด่วน กระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

2.ด้านการป้องปราม มอบหมายเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบและติดตามเครือข่ายสังคมออนไลน์ของบุคคลที่โฆษณาชักชวนและรับสมัครคนหางานไปทำงานต่างประเทศผ่านทางโซเชียลมีเดีย รวมทั้งโพสต์ข้อความตอบโต้เพื่อสกัดกั้นการโฆษณาชักชวนดังกล่าว เพื่อมิให้คนหางานตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ นอกจากนี้ยังประสานความร่วมมือระหว่างผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ให้มีส่วนร่วมในการสอดส่อง ดูแล และแจ้งข่าวให้หน่วยงานราชการทราบ และตรวจสอบการเดินทางไปทำงานต่างประเทศของคนหางาน ณ ด่านตรวจคนหางานเพื่อป้องกันการลักลอบไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย หรือถูกชักชวนไปทำงานอย่างผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด 

3.ด้านการปราบปราม ทำหน้าที่ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีกับบริษัทจัดหางานบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่กระทำการผ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  และประสานการติดตามการออกหมายจับจากพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิด

"แรมโบ้"เตรียมประชุมฝ่ายกฎหมายตรวจสอบข้อมูลยื่นกกต.ยุบพรรคเพื่อไทย และยื่น ปปง. ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของพรรค ตลอดดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดถ้าพบหลักฐานตามที่นายแอมมี่และนายบุ๊งให้ข่าวว่าพรรคเพื่อไทยให้ทุนสนับสนุนม็อบ

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกรณีที่ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ผู้ต้องหาคดี112 และ นายปกรณ์  พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองผู้เปิดบัญชีรับบริจาคในนามกลุ่ม "ราษฎร"

ได้โพสต์ข้อความกล่าวพาดพิงว่า พรรคเพื่อไทย อยู่เบื้องหลังในการสนับสนุนและอยู่เบื้องหลังในการให้เงินทุนม็อบที่เคลื่อนไหวต่อต้านเพื่อล้มล้างรัฐบาลและก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง ตลอดจนก่อความรุนแรงสร้างความวุ่นวายฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมาย ตลอดระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน อยู่ในขณะนี้นั้น

ตนเองจะเรียกประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายโดยเร่งด่วนว่า จะสามารถยื่นยุบพรรคเพื่อไทยต่อกกต.และยื่นร้องต่อ ปปง.เพื่อตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของพรรคและของบุคคลที่น่าสงสัยในพรรคที่เกี่ยวข้องกับการให้เงินทุนสนุบสนุนม็อบที่ใช้อาวุธนานาชนิดเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วว่า ทางพรรคเพื่อไทยเข้าข่ายมีความผิดตามที่ทั้งสองบุคคลกล่าวหา ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

"ในความเห็นส่วนตัวและคนทั่วไปก็พอจะคาดการณ์ได้ว่า การเคลื่อนไหวของม็อบที่ป่วนเมืองสร้างความรุนแรงสร้างความเดือดร้อน ใช้อาวุธนานาชนิดทำร้ายเจ้าหน้าที่ตลอดจนเผาทรัพย์สินราชการ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top