Friday, 12 June 2026
NewsFeed

สมุทรปราการ-นายกบางเมือง แถลง 7 นโยบาย ขอบคุณทุกคะแนนเสียงพร้อมเดินหน้าพัฒนาบางเมืองให้เจริญก้าวหน้า

(9 มิ.ย. 68) ที่ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลบางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ  นายพิพัฒน์ อัศวเหม ประธานสภาฯ ได้เปิดประชุมสภาสมัยสามัญ สมัยที่ 1 โดยภายในที่ประชุม ประกอบด้วย คณะผู้บริหารเทศบาล นำโดย นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง และคณะผู้บริหารเทศบาล 

นายอิทธิชัย ชูเรณู ปลัดเทศบาล พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการกอง และคณะสมาชิกสภา ทั้ง 2 เขตเลือกตั้ง จำนวน 12 ท่าน เข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบาย สมัยสามัญ สมัยที่ 1 ประจำปี 2568

โดยในที่ประชุม นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง ได้กล่าวแถลงนโยบายทั้ง 7 ด้าน ต่อที่ประชุมสภา ประกอบด้วย 1.นโยบายด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยมุ่งเน้นสนับสนุนก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 2.พัฒนาด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม  สนับสนุนการเรียนการสอนเพิ่มศักยภาพให้เด็กและเยาชนมีโอกาสเรียนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงขั้นสูงสุด 3.พัฒนาด้านคุณภาพชีวิต พร้อมจัดระเบียบชุมชน โดยส่งเสริมงานด้านสาธารณสุขขั้นพื้นฐานและมุ่งเน้นความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน 

4.พัฒนาด้านเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้ประชาชน โดยหนุนให้ความรู้ในการค้าขายสินค้าออนไลน์ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน 5.ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการขุดลอกคูคลองป้องกันน้ำท่วม จัดสร้างสวนสาธารณะเพื่อเป็นปลอดคนบางเมือง 6.ส่งเสริมการท่องเที่ยว นำชุมชนไหว้พระและชมจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ รัชการที่ 9 ภายในโบสถ์วัดบางปิ้ง   

และ 7.พัฒนาด้านการเมืองและการบริหาร โดยจัดให้มีการทำบัตรประชาชนของเทศบาล และส่งเสริมประชาชนได้มีส่วนร่วมตามหลักการปกครองตามระเบียบประชาธิปไตย ภายใต้สานงานต่อ ก่องานใหม่ให้ควบคุม 20 หมู่บ้าน 3 ตำบล เพื่อให้ชาวตำบลบางเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นตลอด 4 ปีต่อไป 

นอกจากนี้นายกเทศมนตรีตำบลบางเมืองได้ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนที่มอบให้และไว้วางใจต่อจากนี้จะดูแลและพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

เด็กอัจฉริยะ GPA 4.42 เขียนโค้ดระดับประเทศ Google จีบตั้งแต่อายุ 13 แต่มหาลัยชั้นนำสหรัฐเมิน

(9 มิ.ย. 68) สแตนลีย์ จง (Stanley Zhong) นักเรียนมัธยมปลายจากสหรัฐฯ ที่มีโปรไฟล์ระดับ 'สุดยอด' ทั้ง GPA 4.42, คะแนน SAT 1590 และผลงานด้านการเขียนโค้ดระดับประเทศ สร้างความตกตะลึงให้กับชาวเน็ตเมื่อเขาเปิดเผยว่าถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยชั้นนำถึง 15 จาก 18 แห่งที่ยื่นสมัคร รวมถึง MIT, Stanford, UC Berkeley และ Carnegie Mellon

แม้จะมีดีกรีเข้ารอบสูงสุดในการแข่งขันเขียนโปรแกรมระดับประเทศ และได้รับข้อเสนองานจาก Google ตั้งแต่ยังไม่จบมัธยม (13 ขวบ) แต่ สแตนลีย์ จง กลับไม่ได้รับการตอบรับจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ สร้างคำถามว่า “เกณฑ์คัดเลือกนักศึกษายุคนี้” มองข้ามความสามารถที่แท้จริงไปหรือไม่

สังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการรับนักศึกษาอาจให้น้ำหนักกับประเด็นความหลากหลายหรือสมดุลทางสังคมมากกว่าความสามารถเชิงวิชาการ อีกด้านหนึ่งก็มีกระแสไม่พอใจจากกลุ่มนักเรียนอเมริกันที่ชี้ว่า ที่นั่งในมหาวิทยาลัยบางส่วนถูกแทนที่โดยผู้อพยพผิดกฎหมายที่ได้รับสิทธิ์เรียนฟรีและเงินช่วยเหลือจากรัฐ

แม้ถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่นักเรียนเชื้อสายจีนรายนี้เลือกเดินหน้าตามเส้นทางของตนเอง เขาตอบรับข้อเสนอจาก Google และเริ่มต้นทำงานเต็มเวลาในตำแหน่งวิศวกรซอฟต์แวร์ กลายเป็นภาพสะท้อนว่าระบบการศึกษาอาจกำลัง 'ไม่ตอบโจทย์' คนเก่ง และตั้งคำถามต่อความยุติธรรมของการคัดเลือกในระดับอุดมศึกษาอีกครั้ง

พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ ในวัย 91 ปี

(10 มิ.ย.68) พลเอก สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 19 ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 01:57 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า รวมอายุได้ 91 ปี 10 เดือน 4 วัน

พลเอก สุจินดา เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2476 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางทหาร อาทิ ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ซึ่งทำรัฐประหารในปี พ.ศ. 2534 ก่อนจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา

แม้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำรัฐบาลในนาม 'นายกฯ คนนอก' แต่เส้นทางการเมืองของเขาก็สิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2535 ภายหลัง เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ซึ่งนำไปสู่การลาออกท่ามกลางแรงกดดันจากประชาชน

ชีวิตส่วนตัวของพลเอก สุจินดายังเป็นที่จดจำควบคู่ไปกับภริยา คุณหญิงวรรณี คราประยูร (นามสกุลเดิม หนุนภักดี) ซึ่ง ถึงแก่กรรมด้วยโรคชราเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 ขณะมีอายุ 84 ปี ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ เช่นกัน

มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น 87 แห่ง ยื่นมือช่วย นักศึกษาต่างชาติที่ถูกแบนในสหรัฐฯ

(10 มิ.ย. 68) มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นจำนวน 87 แห่งเตรียมมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติในสหรัฐอเมริกา หลังจากคำสั่งห้ามมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดรับนักศึกษาต่างชาติของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตามการเปิดเผยของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นและองค์การบริการนักเรียนญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์

โดยในส่วนของผู้มีสิทธิ์รับความช่วยเหลือและรูปแบบการช่วยเหลือจะแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยโทโฮคุประกาศรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีสำหรับบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ที่ประสบปัญหาการเรียนต่อ โดยจะรับเข้าเป็นนักศึกษาไม่ประจำ (nondegree) และยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษา รวมถึงค่าลงทะเบียน

นอกจากนี้ หลายมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นพร้อมเปิดรับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ ไม่จำกัดสัญชาติหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ ทั้งในฐานะนักศึกษาเต็มเวลา หรือนักศึกษาเฉพาะกิจ นอกจากนี้ บางแห่งยังเสนอการยกเว้นค่าเล่าเรียนและจัดที่พักในหอพักให้อีกด้วย

ทั้งนี้ องค์การบริการนักเรียนญี่ปุ่นระบุว่า ยังมีอีก 5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการช่วยเหลือ และจะมีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องต่อไป

การเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้! ‘กรณ์’ อึ้ง เกิดมาเพิ่งเคยเห็น สส. ทำจดหมายถึงนายกฯ ขอให้ปรับหัวหน้าพรรคตัวเองพ้นครม.

(10 มิ.ย.68) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคกล้า อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สส. ทำจดหมายถึงนายกฯต่างพรรค ขอให้ปรับหัวหน้าและเลขาฯพรรคตัวเองออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นนวัตกรรมทางการเมืองที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น

ถ้าไม่สำเร็จคราวหน้าลองทำจดหมายถึงฝ่ายค้านขอให้ช่วยอภิปรายไม่ไว้วางใจ!

หรือเอาให้สุดยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคตัวเอง!!

#อะไรก็เกิดขึ้นได้การเมืองไทย

ซีอีโอ Telegram โวย ‘ฝรั่งเศส’ ละเมิดเสรีภาพ อึ้ง!! ‘อเมริกา’ ล้วงข้อมูลโดยไม่ต้องแจ้งผู้ใช้??

เมื่อวันที่ (9 มิ.ย. 68) ที่ผ่านมา ทัคเกอร์ คาร์ลสัน (Tucker Carlson) นักข่าวชาวอเมริกัน เผยแพร่บทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ พาเวล ดูรอฟ (Pavel Durov) ผู้ก่อตั้ง Telegram ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองเคยพูดคุยกันในเดือนเมษายน 2024 เพียง 4 เดือนให้หลัง ดูรอฟก็ถูกตำรวจฝรั่งเศสจับกุมในปารีส ด้วยข้อหาหนักหลายรายการ เช่น เพิกเฉยต่อคำขอข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ สนับสนุนการกระจายซอฟต์แวร์แฮ็กและภาพลามกเด็ก รวมถึงฟอกเงินผิดกฎหมาย

ดูรอฟ ระบุว่า การสอบสวนในฝรั่งเศสยังไม่สิ้นสุด และหากเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี อาจยืดเยื้อนานถึง 2 ปี ขณะนี้เขาได้รับการปล่อยตัว แต่ยังต้องขออนุญาตหากต้องการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งส่งผลต่อการเดินทางไปเยี่ยมลูกในดูไบ และมารดาที่ป่วยหนัก เขาเล่าว่าถูกจับกุมที่สนามบินและถูกควบคุมตัวที่สถานีตำรวจนาน 4 วัน พร้อมล่ามชาวรัสเซียที่อพยพมาอยู่ฝรั่งเศสช่วยแปลระหว่างการสอบสวน

ล่ามคนดังกล่าวเล่าให้ดูรอฟฟังหลังทำหน้าที่ต่อเนื่องภายใต้แรงกดดันของเจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเป็นเวลา 2 วัน ว่า เธอเคยคิดว่าการออกจากรัสเซียมาฝรั่งเศสจะทำให้ได้พบกับเสรีภาพที่แท้จริง เพราะเชื่อในชื่อเสียงของฝรั่งเศสในฐานะดินแดนแห่งเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน แต่เมื่อได้สัมผัสด้วยตัวเองกับกระบวนการยุติธรรมฝรั่งเศส กลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิด

ดูรอฟวิจารณ์การจับกุมว่า “น่าประหลาดใจมาก” เพราะ Telegram ไม่เคยเพิกเฉยต่อคำร้องขอที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมแย้งว่าฝรั่งเศสไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ เช่น การค้นหาช่องทางติดต่อผ่าน Google ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที เขาย้ำว่า Telegram ไม่ได้สนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย และการพุ่งเป้ามายังแพลตฟอร์มระดับโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 1 พันล้านคน เป็นการทำร้ายภาพลักษณ์ของฝรั่งเศสเอง

นอกจากนี้ ดูรอฟยังเปิดเผยเหตุผลที่ไม่ย้ายทีมพัฒนา Telegram ไปยังสหรัฐฯ โดยระบุว่า ในฝรั่งเศสและอดีตสหภาพโซเวียต ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “gag order” หรือคำสั่งลับจากรัฐที่สามารถบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานโดยไม่ต้องแจ้งเจ้าของบัญชี หรือแม้แต่ไม่ต้องให้เขารู้ตัว เขาเชื่อว่าสิ่งนี้ละเมิดความเป็นส่วนตัวขั้นพื้นฐาน และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาไม่ตั้งศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์ในอเมริกา

‘ชื่นชอบ คงอุดม’ ซัดคนชั่วพยายามทุกวิถีทาง แม้โกหกหน้าด้านๆ หวังทำลาย ‘รทสช. – พีระพันธุ์’

(10 มิ.ย.68) นายชื่นชอบ คงอุดม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ประจำรองนายกรัฐมนตรี (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค) และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'ชื่นชอบ คงอุดม' ระบุว่า...

อย่ายอมคนชั่วนะครับ เหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นแค่ปัญหาในพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่มีคนชั่วพยายามทำลายคนดีที่พยายามทำงานเพื่อปชช. ทำทุกวิถีทางแม้โกหกหน้าด้าน ๆ บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของท่านพีระพันธุ์

สส.วิชัย สุดสวาสดิ์ สส.จังหวัดชุมพรได้ออกมายืนยันแล้วว่าเรื่องทั้งหมดคือการโกหกต่อหน้าประชาชน

นักท่องเที่ยวสาวตุรกี โวยถูกจ้อง-ตามไม่เลิก เปรียบเหมือนถูกฝูง ‘ยุงตอม’ ตลอดเวลาในอินเดีย

(10 มิ.ย. 68) นักท่องเที่ยวหญิงชาวตุรกีชื่อ “อายเซ่ ชาห์” จุดกระแสถกเถียงในอินเดีย หลังโพสต์วิดีโอวิจารณ์พฤติกรรมของชาวอินเดียที่จ้องมองและเดินตามเธอระหว่างท่องเที่ยว โดยเปรียบว่ารู้สึกเหมือน “ถูกยุงตอม” สร้างเสียงฮือฮาและวิพากษ์บนแพลตฟอร์ม X

ในคลิปที่อัดในย่านชานด์นี โชว์ก กรุงนิวเดลี ชาห์ระบุว่าเธอเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในเมืองมุมไบและชัยปุระ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง โดยรายงานจาก National Crime Records Bureau ของอินเดีย ปี 2022 เผยว่ามีคดีข่มขืนเกิดขึ้นถึง 31,516 คดี หรือเฉลี่ย 86 คดีต่อวัน

นักวิชาการในนิวเดลีให้ความเห็นว่า พฤติกรรมการจ้องมองอาจสะท้อนช่องว่างด้านวัฒนธรรม แต่ยอมรับว่าเป็นพฤติกรรมที่สร้างความอึดอัดให้กับชาวต่างชาติ ปัญหายังซ้ำเติมจากการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอและทัศนคติทางเพศที่ฝังลึกในสังคม

ขณะที่โพสต์ของอายเซ่สร้างความแตกแยกในความคิดเห็น บางคนมองว่าเป็นการเหมารวมและเหยียดชาติพันธุ์ แต่บางคนสนับสนุนว่าเธอมีสิทธิ์พูดถึงความรู้สึกไม่ปลอดภัยจากประสบการณ์ตรง กลายเป็นประเด็นในโซเชียลแนะนำให้รัฐบาลอินเดียเร่งปรับปรุงภาพลักษณ์ และมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน

วิทยาลัยเกษตรบุรีรัมย์ จับมือ “ ม.เชียงใหม่และ เจริญชัย ” นำนวัตกรรม AI ( NiA ) “ ด้านลดค่าไฟ สู่ลดโลกร้อน ” ยกระดับเกษตรบุรีรัมย์ สู่ AI ต้นแบบนวัตกรรมพลังงาน สะอาด 

(10 มิ.ย. 68) นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับและพัฒนาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ ให้เป็นต้นแบบด้านนวัตกรรมพลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน โดยนายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ ในการขับเคลื่อนและพัฒนาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้งประเทศ ให้พลิกโฉมและพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ได้ประสานงานร่วมกับ “ ERDI-CMU  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัทเจริญชัย หม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ” ซึ่งได้นำ นวัตกรรม NiA 🇹🇭 AI Transformer Green Management Platform พร้อมร่วมส่งเสริม ต้นแบบ ศูนย์นวัตกรรมเกษตรและพลังงานสะอาด ล้ำสมัย ด้าน AI ประหยัด พลังงาน และ Data Analytics เพื่อการเรียนการสอน พร้อมสู่ ประชาชน แบบ AI Real Time

วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์โชว์กึ๋น สร้างเกษตรนวัตกรรมดิจิตอลยุคใหม่  วันที่ 5 มิถุนายน 2568 บริหารงานโดย #นายสิทธิชนม์_คำแปล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ พร้อมคณะผู้บริหาร ครู ร่วมกับ #บริษัทเจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้าจำกัด โดย #นายประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ ตำแหน่งกรรมการบริหารด้านนวัตกรรม ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย #ผศ.ดร.พฤกษ์ อักกะรังสี ผู้แทนพิเศษด้านพลังงานสะอาด ร่วมจัดทำแผนพัฒนาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี จะเป็นศูนย์นวัตกรรมเกษตรและพลังงานสะอาดมุ่งสู่ผู้เรียน และประชาชน #ให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ เช่น AI, IOT, Drone และ Bigdata อย่างยั่งยืน ณ ห้องบรรยายสรุป วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์
คลิกอ่าน https://www.facebook.com/share/v/18wiFVQa3p/

ชีวิตจริงของผู้ออกข้อสอบ ‘เกาเข่าจีน’ ต้องตัดขาดจากโลก นาน 1 เดือนเต็ม

(10 มิ.ย. 68) ก่อนการสอบ “เกาเข่า” หรือสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจีนจะเริ่มขึ้นในแต่ละปี ซึ่งมีกลุ่มคนสำคัญที่ต้อง “หายตัวไปจากโลก” นานถึงหนึ่งเดือนเต็ม และไม่ใช่อาชญากร แต่คือ “ผู้ออกข้อสอบ” ซึ่งต้องรับหน้าที่สำคัญในการออกข้อสอบให้เป็นธรรม ปลอดการรั่วไหล ยุติธรรมที่สุดสำหรับนักเรียนหลายสิบล้านคนทั่วประเทศ พวกเขาเหล่านี้ต้องเซ็นสัญญารักษาความลับ และถูกนำตัวไปกักบริเวณทันทีแบบลับๆ

ในช่วงกักตัว ผู้ออกข้อสอบจะถูกยึดโทรศัพท์ ห้ามใช้คอมพิวเตอร์ และตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง แม้แต่ครอบครัวก็ไม่สามารถติดต่อได้ พวกเขาอาจบอกได้เพียงว่า “ไปทำงานนอกสถานที่” เพื่อปิดบังจุดประสงค์ที่แท้จริง ความเงียบงันและการตัดขาดนี้เป็นมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อสอบ ซึ่งถือเป็น “วาระแห่งชาติ” ของจีน โดยที่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยเกิดข้อสอบรั่วแม้แต่ครั้งเดียว

ผู้ออกข้อสอบต้องทำงานภายใต้การจับตาของกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง ร่างข้อสอบผิดพลาดเล็กน้อยก็ต้องเผาทิ้งทันที พวกเขายังต้องเตรียมข้อสอบ 2 ชุด ทั้งชุดจริงและชุดสำรอง โดยแม้แต่ตัวผู้ออกข้อสอบเองก็ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้ชุดไหน การมีระบบสำรองเช่นนี้ทำให้สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น โรคระบาด หรือเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที

เพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน มีข้อห้ามชัดเจนว่า ผู้ออกข้อสอบจะต้องไม่มีญาติหรือบุตรหลานที่สอบเกาเข่าในปีเดียวกัน และห้ามสอนนักเรียนระดับ ม.6 โดยเด็ดขาด บางคนถึงขั้นถอนตัวจากหน้าที่ออกข้อสอบด้วยตนเอง เช่น ศาสตราจารย์รายหนึ่งที่ขอยกเลิกการเป็นผู้ออกข้อสอบ เนื่องจากบุตรชายจะเข้าร่วมสอบในปีนั้น ข้อมูลยังเผยว่า กว่า 90% ของผู้ออกข้อสอบต้องยอมถูกโยกย้ายตำแหน่งชั่วคราว เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้ตั้งใจ

แม้ผู้ออกข้อสอบจะดูเหมือนมีอำนาจในการกำหนดอนาคตของนักเรียน แต่พวกเขาเองก็ต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพของข้อสอบ หากข้อสอบยากเกินไปจนคะแนนเฉลี่ยต่ำลง กระทรวงศึกษาธิการจะเรียกทีมออกข้อสอบมาหารือทันที เช่นในปี 2021 ที่ข้อสอบคณิตศาสตร์บางมณฑลยากเกินไป ทีมออกข้อสอบต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณชน และแนวข้อสอบก็ถูกปรับในปีถัดมา เพื่อความสมดุล

เบื้องหลังข้อสอบที่ยุติธรรม คือการเสียสละเสรีภาพ ความสะดวกสบาย และแม้แต่โอกาสในหน้าที่การงานของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ยอม “หายตัวไป” เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเริ่มต้นอย่างเท่าเทียม ผู้ออกข้อสอบไม่ได้แข่งขันเพื่อชื่อเสียงหรือผลตอบแทน แต่คือผู้พิทักษ์ “ความฝัน” ที่ซ่อนอยู่ในกระดาษคำตอบของนักเรียนจีนทุกคน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top