Saturday, 11 July 2026
NewsFeed

‘TVDH’ ประกาศพร้อมบุกตลาด ทั้ง TV และ Online หลังเคลียร์หลังบ้าน - ปรับโครงสร้างธุรกิจเรียบร้อย

ทีวีดี โฮลดิ้งส์ (TVDH) เผย แผนปรับโครงสร้างองค์กรคืบหน้าอย่างมาก เตรียมกลับมาบุกตลาด ทั้ง TV และ Online หวังสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง คาดผลงานจะชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4/66 หลังบอร์ดชุดใหม่เคลียร์หลังบ้าน - วางโครงสร้างธุรกิจ พร้อมระบุ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ ผู้บริหารชุดเก่า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีวีดี โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TVDH) เปิดเผยในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่2/2566 เมื่อวันที่31 ตุลาคม 2566 ว่า ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร และโครงสร้างธุรกิจ มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 โดยมีเป้าหมายจะนำบริษัทฯ กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง และทิศทางการดำเนินธุรกิจจะเริ่มชัดเจนขึ้นภายหลังจากนี้ ภายใต้การบริหารงานของ นายวรสิทธิ์ ลีลาบูรณพงศ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ ที่มีวิสัยทัศน์และมีความพร้อมที่จะนำพาธุรกิจของ TVDH ไปสู่ความสำเร็จในอนาคตอันใกล้ และมีผลตอบแทนที่ดีที่สุดต่อไป

ด้านนายวรสิทธิ์ ลีลาบูรณพงศ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TVDH กล่าวว่า ในช่วงระยะเวลากว่า 2 เดือน ที่ตนเข้ามารับตำแหน่ง เป็นช่วงการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับโลกธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อสร้างธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการผ่าตัดองค์กรในหลายๆ ด้านมีความสำเร็จตามลำดับ

ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินงานที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา มี 2 เรื่องหลัก ประกอบด้วย 1. ตรวจสอบการทำงานของทุกแผนก และทำการปรับระบบการดำเนินงานใหม่ ให้ทุกอย่างมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ซึ่งได้ระบุหาสาเหตุและทำการแก้ปัญหาได้หมดแล้ว รวมทั้งมีการส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีฟ้องร้องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหายเรียบร้อยแล้ว โดยในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ จะรายงานความคืบหน้าให้ผู้ถือหุ้นให้รับทราบต่อไป

2. วิเคราะห์โครงสร้างธุรกิจทั้งภายใน และภายนอก ด้วยข้อมูลทางการตลาดที่ได้ประมวลผลใหม่
ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้ ธุรกิจของทีวี ไดเร็ค ที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางธุรกิจใหม่ เพื่อให้บริษัทสามารถเข้าแข่งขันกับธุรกิจที่เกิดขึ้น ทั้งช่องทาง TV และ Online ได้อย่างแข็งแกร่ง

นายวรสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกับทุกภาคที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นสิ่งที่ TVDH ต้องการ และศักยภาพที่บริษัทมี รวมถึงโอกาสที่จะทำธุรกิจร่วมกัน และสิ่งที่จะสร้าง Win-Win ทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้บริโภค คู่ค้า และ สถานี โดยการปรับกลยุทธ์เป็นแบบ Quick Win ประกอบด้วย 

-การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นอุปสรรคไม่สามารทำให้เป็นผู้นำในตลาดได้
-การบริหารจัดการคลังสินค้า โดยการลดพื้นที่เช่าให้เหมาะสม หาโซลูชั่นใหม่ๆ ทำาให้ระบบการทำงานมีความคล่องตัว และประหยัดต้นทุน
-ปรับลดสาขาที่อยู่ในต่างจังหวัด เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดยอดขายและผลกำไร หลังจากปรับกลยุทธ์ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ทำให้สามารถลดรายจ่ายได้เกินครึ่งและ มีแนวโน้มยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้

“กลยุทธ์หลักของ TVDH หลังจากนี้ จะจะไม่เพียงแค่การฝากขายเท่านั้น แต่มุ่งการเป็น Strategic Partner การวางกลยุทธ์กับคู่ค้า ที่จะมีส่วนร่วมตั้งแต่ข้อมูลที่มีบรูณาการร่วมกัน และร่วมพัฒนาสินค้าที่เหมาะสมกับทุกช่องทางขาย พร้อมกับสร้างศักยภาพใหม่ จากจุดแข็งของพันธมิตรแต่ละราย และจากเครือข่าย ที่บริษัทฯ มี เป็นสัญญาณของความร่วมมือ ในไตรมาสที่ 3 - 4 นี้ แม้ว่าอาจจะยังไม่สามารถสร้างผลออกมาได้ชัดเจน แต่จากความตั้งใจของทีมงาน ผู้บริหารชุดใหม่ และระบบการทำงาน เชื่อมั่นว่าจะเป็นภาพที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายนายวรสิทธิ์ กล่าว

‘อ.วีระ’ ยิ้มแย้ม!! ทดลองใช้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สะดวก!! ‘สถานีลาดปลาเค้า’ อยู่ใกล้หน้าหมู่บ้าน

(23 พ.ย. 66) เพจ ‘สำนักพิมพ์โรนิน’ โพสต์ภาพ ‘วีระ ธีรภัทร’ นักจัดรายการวิทยุ นักเขียน คอลัมนิสต์ และเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ชาวไทย ที่ไปใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงสถานีลาดปลาเค้า ซึ่งเป็นสถานีใกล้บ้าน พร้อมระบุข้อความว่า…

“สายสีชมพู : เมื่อสถานีรถไฟฟ้าอยู่ใกล้หน้าหมู่บ้าน”

ทั้งนี้ รถไฟฟ้าสายสีชมพู เริ่มเปิดให้บริการแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 66 - 17 ธ.ค. 66 โดยให้บริการตั้งแต่ช่วงมีนบุรี-วัดพระศรีมหาธาตุ และจะเริ่มเก็บค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. เป็นต้นไป

‘นายกฯ’ รับ!! ไทย ‘เสียโอกาส-ตัวตน’ บนเวทีโลกกว่าทศวรรษ เชื่อ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ จำเป็น!! ต่อการฟื้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

(23 พ.ย. 66) ที่เพลนารีฮอลล์ 1-4 ชั้น 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM หัวข้อ ‘FUTURE READY THAILAND เศรษฐกิจไทยในอนาคตแห่งความเปลี่ยนแปลง’ โดยก่อนปาฐกถานายกรัฐมนตรีได้พูดคุยและหารือกับนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

นายเศรษฐา กล่าวตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมากว่าทศวรรษไทยสูญเสียโอกาส และตัวตนในเวทีโลกในการออกไปค้าขายเพื่อให้ต่างชาติรู้จักประเทศไทย ด้วยปัญหาภายในประเทศ วันนี้รัฐบาลนี้ต้องการเอาศักดิ์ศรีของประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกให้คนไทยมีความภาคภูมิใจ ว่าไทยสามารถยืนยันบนเวทีโลกและต่อสู้กับประเทศเพื่อนบ้าน ในการดึงนักลงทุน และในแง่ของการทูตเชิงรุกได้

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า เรามีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง มีนายกรัฐมนตรีมาจากพลเรือนและให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน มีมาตรการสนับสนุนทางด้านภาษีที่ดีเพื่อเชิญชวนมาลงทุน ต่อยอดการแข่งขันและการลงทุน ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมาไทยได้เซ็น MOU ไปหลายฉบับ ขณะที่ทูตพาณิชย์ต้องรู้จุดขาย ออกไป เป็น KPI ใหม่ที่ทูตต้องทำงานร่วมกับองค์กรรัฐ เพื่อเป็นการขยายการทำงานของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ส่วนเศรษฐกิจจะวิกฤตหรือไม่วิกฤติเป็นเรื่องที่ตนกำลังถกเถียงกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวในเรื่องของมาตรการการท่องเที่ยว และแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำที่อาจหมดกำลังใจในการใช้หนี้นอกระบบ ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรม ซึ่งรัฐบาลจะมีการแถลงข่าวใหญ่ในวันที่ 28 พฤศจิกายน เพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ เช่นเดียวกับหนี้ในระบบที่จะมีการแถลงในวันที่ 12 ธันวาคมนี้

“เพิ่มรายได้เกษตรกร 3 เท่าภายใน 4 ปี วันนี้ยืนตรงนี้ไม่อยากให้เป็นวาทกรรมเฉยๆ ว่าเราอยากจะเพิ่มรายได้เกษตรกร แต่อยากจะมีขั้นตอนในทุกภาคส่วนในหลายพืชผล ที่เราสามารถทำได้จริง หลังจากวาระของรัฐบาลชุดนี้จบลง เริ่มจากน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง และเปิดตลาดใหม่ให้มีการค้าขายได้ ผมหวังว่ากลางเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เราจะมีการแถลงใหญ่และมีขั้นตอนที่ชัดเจน” นายเศรษฐา กล่าว

นายเศรษฐา กล่าวว่า อุตสาหกรรมใหม่ที่จะมาตั้งในไทยต้องการใช้น้ำอย่างมหาศาล หากเราไม่บริหารจัดการให้เพียงพอจะเป็นปัญหาได้ ส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตร เช่น ข้าว นอกจากนี้ยังมีปัญหา ถั่วเหลืองจีเอ็มโอ ยางที่มีปัญหาจากสภาพดิน รัฐบาลนี้พยายามปรับพืชผลเพิ่มผลผลิตให้สินค้าเกษตร เชื่อว่ามีเกษตรกรไทย10 ล้านคนที่สามารถทำงานได้อีก

นายเศรษฐา กล่าวยืนยันว่า เราต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ด้วยโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งจะทำอย่างไรให้มีความโปร่งใสมีความชอบธรรมถูกต้องตามหลักนิติรัฐและมีที่มาที่ไป ซึ่งเป็นที่มาของรัฐบาลนี้ในการออก พ.ร.บ.เงินกู้

“ถ้าครม.เห็นด้วย คือตัวแทนของสส.ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน แสดงว่าพี่น้องประชาชนเห็นด้วย ถ้ากฤษฎีกาเห็นชอบก็ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.บ.ต้องผ่านสภาก็เป็นหน้าที่ของสภาที่ต้องลงรายละเอียด ให้รัฐบาลตอบรายละเอียดทุกข้อให้ได้ ถ้ารัฐสภาผ่านความเห็นชอบ ก็ถือว่าเป็นนโยบายที่มีความชอบธรรม ผ่านการตรวจสอบของทุกภาคส่วน ผมไม่อยากจะพูดต่อว่าดิจิทัลวอลเล็ตได้ประโยชน์อย่างไรบ้างเพราะพูดไปหลายเวทีแล้ว ขอให้ขั้นตอนดำเนินไปอาจจะช้าบ้าง แต่ถือว่าเป็นขั้นตอนที่มีความชอบธรรมโปร่งใส ตรวจสอบได้จากทุกภาคส่วน” นายเศรษฐา กล่าว

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า เป็นหน้าที่ของเรารัฐบาลที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชนให้มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ยืนยันว่าประเทศไทยเปิดแล้วพร้อมแล้วในการที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศมีภาคเอกชนที่แข็งแรงและพร้อมให้นักลงทุนมาลงทุนในประเทศ ผ่านนโยบายต่างๆ และเป็นความปรารถนาอย่างแรงกล้าของรัฐบาลที่จะช่วยยกระดับพี่น้องประชาชน ซึ่งรัฐบาลยินดีรับคำแนะนำ ติชมจากทุกคน พยายามทำให้ถูกต้องและนำพาประเทศไทยฝ่าวิกฤตนี้ไปได้อย่างสง่างามบนเวทีโลก

‘เกาหลีเหนือ’ กร้าว!! พร้อมเปิดศึก หลังส่งดาวเทียมสอดแนมสำเร็จ ด้าน ‘โสมขาว’ โต้กลับ ฉีกข้อตกลง-ยกระดับกองกำลังตามชายแดน

(23 พ.ย. 66) ‘เกาหลีเหนือ’ เปิดเผยว่า จะคืนชีพทุกมาตรการทางทหารที่เคยระงับไปภายใต้ข้อตกลงปี 2018 กับ ‘เกาหลีใต้’ ที่ออกแบบมาเพื่อลดสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนร่วมระหว่าง 2 ชาติ พร้อมประกาศเดินหน้าประจำการกองกำลังที่เข้มแข็งกว่าเดิม และอาวุธใหม่ๆ ไปยังแนวชายแดนติดกับเกาหลีใต้

ถ้อยแถลงของกระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือ มีขึ้น 1 วัน หลังจากเกาหลีใต้ระงับบางส่วนในข้อตกลงทางทหารระหว่าง 2 ชาติเกาหลี เมื่อปี 2018 เพื่อเป็นการประท้วงกรณีที่เปียงยางปล่อยดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่วงโคจร และบอกว่าจะยกระดับสอดแนมทางทหารตามแนวชายแดนที่ติดกับเกาหลีเหนือ ให้มีการป้องกันอย่างหนาแน่นมากยิ่งขึ้น

“นับตั้งแต่บัดนี้ กองทัพของเขาจะไม่อยู่ภายใต้พันธสัญญาของข้อตกลงทางทหารเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน อีกต่อไปแล้ว” ถ้อยแถลงระบุ “เราจะถอนมาตรการต่างๆ ทางทหาร ที่ใช้ป้องกันความตึงเครียดทางทหารและความขัดแย้งในทุกขอบเขต ทั้งทางภาคพื้น ทะเลและอากาศ และประจำการกองกำลังที่ทรงอานุภาพกว่าเดิม รวมถึงยุทโธปกรณ์ทางทหารชนิดใหม่ๆ ในภูมิภาคตามแนวเส้นแบ่งเขตทางทหาร”

เกาหลีเหนือกล่าวหาเกาหลีใต้ ว่า ‘ฉีกข้อตกลง’ ที่เรียกว่า ‘ความตกลงทางทหารแบบครอบคลุม’ (Comprehensive Military Agreement) และบอกว่าโซลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดทั้งมวล หากเกิดการปะทะที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้"

ถ้อยแถลงของเกาหลีเหนือ มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมง หลังจากพวกเขายิงขีปนาวุธลูกหนึ่งใส่ทะเลทางตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี เมื่อช่วงค่ำของวันพุธที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ในขณะที่กองทัพเกาหลีใต้ บอกว่าดูเหมือนการยิงดังกล่าวจะประสบความล้มเหลว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ บอกว่า การตัดสินใจของเกาหลีใต้ ในการระงับข้อตกลงบางส่วน เป็นการตอบโต้ที่รอบคอบและอดทนอดกลั้นแล้ว อ้างถึงกรณีที่เกาหลีเหนือไม่ยึดถือข้อตกลงดังกล่าว

“การระงับข้อตกลงบางส่วนของเกาหลีใต้ จะเป็นการคืนชีพความเคลื่อนไหวในการสอดแนม และลาดตระเวนตามแนวเส้นแบ่งเขตทางทหารในฝั่งของเกาหลีใต้” เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าว

‘ความตกลงทางทหารแบบครอบคลุม’ (Comprehensive Military Agreement) เป็นข้อตกลงที่จัดทำขึ้นในยุคของอดีตประธานาธิบดี ‘มุน แจอิน’ แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งได้เดินทางไปประชุมซัมมิตทวิภาคีกับผู้นำ ‘คิม จองอึน’ ที่กรุงเปียงยาง เมื่อปี 2018 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติ

แต่มีนักวิจารณ์จำนวนไม่น้อยที่เห็นว่าข้อตกลงฉบับนี้ควรถูกยกเลิก เพราะเป็นการลดทอนศักยภาพของโซล ในการติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือตามแนวชายแดน อีกทั้งโสมแดงเองมีการละเมิดเงื่อนไขข้อตกลงด้วย

เกาหลีเหนือ ระบุเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึงการประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสอดแนมดวงแรกของประเทศขึ้นสู่วงโคจร ความเคลื่อนไหวที่เรียกเสียงประณามจากนานาชาติ โทษฐานที่ละเมิดมติของสหประชาชาติ ที่ห้ามเปียงยางจากการใช้เทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้เพื่อรับโครงการขีปนาวุธ

เกาหลีใต้ เชื่อว่า ดาวเทียมเกาหลีเหนือเข้าสู่วงโคจร แต่ต้องใช้เวลาสักพักสำหรับการประเมินว่า ดาวเทียมดวงนี้ สามารถปฏิบัติการได้ตามปกติหรือไม่

การปล่อยดาวเทียม เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้ หลังจาก 2 หนแรกประสบความล้มเหลว และมีขึ้นตามหลังจากที่ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เยือนดินแดนรัสเซีย โดยระหว่างนั้น ประธานาธิบดี ‘วลาดิมีร์ ปูติน’ รับปากว่าจะช่วยเกาหลีเหนือในการสร้างดาวเทียม

พวกเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ บอกว่า การปล่อยดาวเทียมของเกาหลีเหนือนั้น มีความเป็นไปได้อย่างที่สุด ว่าจะเกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือทางเทคนิคจากรัสเซีย ภายใต้ความเป็นพันธมิตรที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ระหว่าง 2 ชาติ ที่ได้เห็นเปียงยางจัดหากระสุนปืนใหญ่หลายล้านลูกให้แก่รัสเซีย

ในขณะที่ รัสเซียและเกาหลีเหนือ ปฏิเสธว่าไม่มีข้อตกลงด้านอาวุธใดๆ แต่บอกว่าความร่วมมือระหว่าง 2 ชาติ กำลังแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ

‘วราวุธ’ เร่งประสาน ‘ตร.-หน่วยงานเกี่ยวข้อง’ แก้ปมขอทาน ฝากปชช.ช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส ย้ำ!! ถ้าถูกขออย่าให้

(23 พ.ย. 66) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหาขอทานชาวต่างชาติที่เข้ามาหากินในประเทศไทย ว่า กรณีขอทานที่มาหากินในประเทศไทย ยืนยันว่าขอทานเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย ไม่สามารถทำได้ เพราะผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็ไม่สามารถจะมาขอทานได้เพราะเรามีกฎหมายเอาผิด และเมื่อจับตัวได้แล้วหากเป็นคนไทยทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็จะรับช่วงต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำตัวเข้าสู่สถานคุ้มครอง แต่หากเป็นขอทานชาวต่างชาติ กระทรวงพม. จะประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศ ส่งกลับประเทศต้นทาง  หรือหากพิสูจน์ได้ว่าหากเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ ก็จะเข้าสู่กระบวนการภายหลังการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism - NRM) ในการตรวจสอบและดำเนินการต่อไป 

นายวราวุธ กล่าวว่า การที่มีภาคเอกชนเข้ามาช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐเราก็ต้องขอขอบคุณ การที่ออกสื่อเป็นประจำก็เป็นสิ่งที่ช่วยในการแจ้งเบาะแสได้ ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงพม. ได้ร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานในพื้นที่ เช่น กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำงานร่วมกันตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนคนใดพบเห็นเหตุ ขอให้แจ้งเบาะแสเข้ามาได้ เพราะนอกจากเอกชนแล้วกระทรวงพม. และหน่วยงานของรัฐเราก็มีศูนย์รับแจ้งโดยตรงเช่นกัน อาจจะทำงานไม่ทันใจเราก็ต้องขออภัย เพราะจำนวนเจ้าหน้าที่มีอยู่หยิบมือเดียวหากเทียบกับประชาชนทั่วประเทศที่จะช่วยเป็นหูเป็นตาได้ หากทุกคนช่วยกันแจ้งเบาะแสเข้ามาเราต้องขอขอบคุณ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ขอทานต่างชาติเป็นชาวจีนถูกจับถึง 7 คน นั้น มองว่าเป็นขบวนการหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องดูสาเหตุว่าการที่เขาเดินทางเข้าประเทศ เป็นการเดินทางเข้ามาอย่างไร มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการใดหรือไม่  แต่ทางกระทรวงพม. เราไม่มีอำนาจในการสอบสวนหรือดำเนินการ ดังนั้นต้องรอข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนประเทศไทยเองก็มีขบวนการขอทาน ในเชิงธุรกิจสงเคราะห์เช่นกัน ตรงนี้ทางกระทรวงพม. จะเข้าไปแก้ปัญหาอย่างไร รมว.พม. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ของกระทรวงพม. เราทำงานร่วมกับอีกหลายภาคส่วน มีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทำงานควบคู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่การที่จะบอกว่าเป็นขบวนการหรือไม่นั้น เราก็ต้องทำงานร่วมกับตำรวจในการดูว่า มีการทำงานอย่างเป็นขบวนการหรือไม่ ขอย้ำว่า ปัญหาเรื่องขอทานไม่ยากเลยหากประชาชนที่เดินผ่านไปผ่านมา ร่วมใจกันอย่าให้เงินแก่ขอทาน เมื่อเขาไม่ได้เงินมันก็ไม่เป็นธุรกิจ ดังนั้นในความเป็นจริงแล้วการแก้ปัญหาขอทานถ้าว่ายากมันก็ยาก ปราบปรามเก็บกวาดเท่าไหร่ก็เกิดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ การแก้ปัญหาขอทาน คือ ไม่ให้เงินขอทานเท่านั้นก็จบ เพราะเท่าที่มีข้อมูลขอทานบางคนมีเงินมากกว่านักศึกษาจบปริญญาตรีเสียอีก ดังนั้นสำคัญที่สุดคือคนไทยเป็นคนใจบุญแต่เราต้องใจบุญในทางที่ถูกต้องดีกว่า อย่าส่งเสริมในทางที่ผิดกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดมีการสรุปหรือไม่ว่าขอทานชาวจีนที่ถูกจับนั้น ร่วมขบวนการขอทานข้ามชาติหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า การจะได้ข้อมูลดังกล่าวเราต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวง พม. ไม่มีอำนาจไปสอบสวน และที่สำคัญเราต้องใช้ทีมสหวิชาชีพในการเข้าพูดคุย ตรวจสอบกับผู้เสียหายก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และทำงานเพื่อนำข้อมูลประสานงานกับทางตำรวจ การจะตัดสินได้ว่าเป็นขบวนการค้ามนุษย์ หรือเป็นขบวนการอย่างไรนั้น มีขั้นตอน และมีองค์ประกอบอยู่ ซึ่งการตรวจสอบในชั้นนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเข้าข่ายหรือไม่ อย่างไร ซึ่งหากทราบผลตำรวจคงได้แจ้งให้ประชาชนทราบว่าเป็นขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ แต่ตอนนี้ต้องรอความชัดเจนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียก่อน 

เมื่อถามว่า ในบ้านเราที่ผ่านมาเคยมีกระบวนการลักษณะนี้หรือไม่ที่จะเข้าข่ายค้ามนุษย์ และนำเข้ามาเพื่อการแสวงหาประโยชน์ นายวราวุธ กล่าวว่า เคยมี ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้เราต้องเร่งทำงาน เพราะประเทศไทยต้องส่งทริปรีพอร์ตให้กับสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่าเป็นขบวนการค้ามนุษย์ ดังนั้นเท่ากับว่ายังไม่กระทบกับการทำทริปรีพอร์ตของไทย ยังมีเวลาอีกสักพักหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีล่ามหรือทนายความคนเดิมๆ เข้ามาช่วยในคดีขอทานจีน จะสามารถมองได้หรือไม่ว่าเป็นขบวนการค้ามนุษย์ นายวราวุธ กล่าวว่า มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็น แต่การที่จะยืนยันให้ได้ว่าเป็นขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่นั้นต้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นคนยืนยัน คงจะไม่ใช่ทางกระทรวงพม.ที่จะยืนยัน

‘พี่วัน’ ไม่ทน!! เตรียมฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด คอมเมนต์หยาบคาย-ใส่ร้าย ‘ดวง อยู่บำรุง’

(23 พ.ย. 66) นายวัน อยู่บำรุง อดีต สส.  พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘วัน อยู่บำรุง’ พร้อมระบุว่า…

“รอรับ(หมายศาล)ได้เลย🎶😁”

ทั้งนี้ ยังได้แนบรูปภาพประกอบ เป็นคอมเมนต์ของชาวเน็ตท่านหนึ่งที่มาคอมเมนต์ว่า “ก่อนมึงส่งช่วยเช็ดด้วย ไอ้ดวงอยู่บำรุงให้เด็กนักเรียนประถมศึกษาขายยาบ้าให้”

สมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ แถลงข่าวจัดแข่งขันเรือใบรายการ ACO คัดตัวไปแข่งขันในโอลิมปิก 

พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันเรือใบรายการ Asian Sailing Championships & Asian Continental Olympic Qualifier for Paris 2024 Olympic Games ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้ร่วมการแถลงข่าว ประกอบด้วย พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ, นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ,นายสนธยา คุณปลื้ม นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรีและนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา

พลเรือเอก สมประสงค์ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันเรือใบรายการ Asian Sailing Championships & Asian Continental Olympic Qualifier for Paris 2024 Olympic Games wa ACOQ ในครั้งนี้สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่ง ฯ ได้รับเกียรติจาก สหพันธ์เรือใบแห่งเอเชีย (Asian Sailing Federation : ASAF) และองค์กรเรือใบโลก (World Sailing : WS) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งนับเป็นการพัฒนาอีกก้าวหนึ่ง ของกีฬาเรือใบในประเทศไทย เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเรือใบ ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย และชิงที่นั่งเพื่อเข้าไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและ ภาคเอกชนเป็นอย่างดีในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในนามประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกองทัพเรือ ส่วนราชการในจังหวัดชลบุรี เมืองพัทยาและภาคีเครือข่าย และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชลบุรี กำหนดจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 10 - 20  ธันวาคม 2566ที่สมาคมสโมสรราชวรุณในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดชลบุรี โดยในขณะนี้มีประเทศต่างๆ แจ้งความจำนงเข้าร่วมการแข่งขันแล้วจำนวน 18 ประเทศ

สำหรับการจัดการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 สนามตามกลุ่มเรือ ดังนี้ สนาม 4 เรือ ILCA6 (อิลค่า ซิกซ์) ILCA 7 (อิลค่า เซเว่น) สนาม B เรือ 470 (โฟเซเว่นตี้) และสนาม C เรือ 49er (โฟตี้ไน เนอร์ เอฟเอ็กซ์) 49er Fx (โฟตี้ไน เนอร์ เอฟเอ็กซ์) ) และ Nacra17 (นาคร่า เซเว่นทีน) ใช้มาตรฐานการจัดระดับสากลได้แก่ กรรมการสนาม กรรมการตรวจเรืออุปกรณ์ กรรมการตัดสินระดับนานาชาติ (International Technical Official : ITO) ประมวลผลการแข่งขันด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ (ของ Sail Wave) ใช้ระบบติดตามและ แสดงภาพการแข่งขันสมัยใหม่ (ของ Sail Fish) จะทำให้สามารถรับชมและติดตามการแข่งขันได้จาก การถ่ายทอดสดทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ การจัดการแข่งขันรายการนี้ นับว่าเป็นผลดีต่อนักกีฬาของไทย ในการส่งนักกีฬาได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสที่จะผ่านการคัดเลือกไปแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก กับทั้งเป็นการแข่งขันในประเทศไทยจึงมีความคุ้นเคยในสภาพสนามแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการใช้กีฬากระตุ้นเศรษฐกิจ และสามารถประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ความเป็นไทย ไปสู่นานาชาติผ่านนักกีฬาจากประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

‘UN’ เผย ‘เด็ก-สตรี’ ถูกฆ่าตายเกือบ 8.9 หมื่นคนในปี 2022 ร้อยละ 55 เป็นฝีมือคนในครอบครัว สะท้อน ‘บ้าน’ ไม่ใช่ที่ปลอดภัย

เมื่อวานนี้ (22 พ.ย. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลการวิจัยใหม่จากสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยว่ามีผู้หญิงและเด็กผู้หญิงทั่วโลกถูกฆ่าในปี 2022 เกือบ 89,000 ราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขรายปีที่สูงที่สุดในรอบสองทศวรรษที่ผ่านมา

รายงานจากสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) ชี้ว่าเหตุจูงใจฆาตกรรมผู้หญิง (femicide) เพิ่มขึ้น แม้เหตุฆาตกรรมโดยรวมลดลง

ร้อยละ 55 ของเหตุจูงใจฆาตกรรมผู้หญิงในปี 2022 มาจากฝีมือสมาชิกครอบครัวหรือคู่ชีวิต ขณะร้อยละ 12 ของเหตุฆาตกรรมผู้ชายเกิดขึ้นที่บ้าน ซึ่งจุดต่างนี้ตอกย้ำว่า ‘บ้าน’ ห่างไกลจากการเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้หญิงและเด็กผู้หญิง

กาดา วาลี ผู้อำนวยการบริหารสำนักงานฯ กล่าวว่าเหตุจูงใจฆาตกรรมผู้หญิงที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจเป็นเครื่องเตือนใจว่ามนุษยชาติยังคงต้องต่อสู้กับความไม่เท่าเทียมที่หยั่งรากลึกและความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิง

วาลีเสริมว่ารัฐบาลต่าง ๆ ต้องลงทุนในกลุ่มสถาบันที่มีความครอบคลุมและความพร้อมมากขึ้นเพื่อยุติการยกเว้นโทษ เสริมสร้างเกราะป้องกัน และช่วยเหลือเหยื่อ เริ่มตั้งแต่ผู้รับมือแนวหน้าจนถึงฝ่ายตุลาการ เพื่อยุติความรุนแรงก่อนสายเกินไป

‘ออสเตรเลีย’ ประสบปัญหา ‘เนื้อแกะล้นตลาด’ กว่า 78 ล้านตัว เกษตรกรระทม!! ราคาตก จนต้อง ‘แจกฟรี’ เพื่อลดต้นทุน

(23 พ.ย. 66) สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ออสเตรเลียกำลังเผชิญปัญหาปริมาณเนื้อแกะล้นตลาดและส่งผลให้ราคาทรุดตัวลงอย่างรุนแรง จนทำให้เกษตรกรบางรายต้องหาทางออกด้วยการกำจัดแกะในฟาร์มหรือแจกจ่าย เพื่อเป็นการลดต้นทุนแทนที่จะเลี้ยงฝูงแกะไว้ในฟาร์มต่อไป

ข้อมูลจากสมาคมเนื้อสัตว์และปศุสัตว์แห่งออสเตรเลีย (MLA) ระบุว่า ราคาเนื้อแกะร่วงลงรุนแรงถึง 70% ในปีที่แล้ว สู่ระดับกิโลกรัมละ 1.23 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 43.37 บาท)

นายทิม แจ็กสัน นักวิเคราะห์ฝ่ายอุปทานตลาดโลกของ MLA กล่าวว่า ออสเตรเลียมีฤดูกาลที่ดีมากหลายฤดูในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ฝูงแกะมีจำนวนมากถึง 78.75 ล้านตัว ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552

ปัจจัยที่ทำให้ฝูงแกะในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นจำนวนมากนั้น มาจากการที่หลายภูมิภาคที่เลี้ยงแกะมีฝนตกลงมากกว่าค่าเฉลี่ยเป็นเวลานานถึง 3 ปี ซึ่งรวมถึงรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิกตอเรีย โดยฝนที่ตกลงมาจะทำให้ต้นหญ้าเติบโต ซึ่งจะเอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงสัตว์ และทำให้สัตว์ขยายพันธ์ุอย่างรวดเร็ว

“ยิ่งฝนตกลงมามากเท่าไร ปริมาณเนื้อแกะในตลาดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น และเมื่อแกะมีจำนวนมากจนไม่สามารถนำเข้าสู่ตลาดได้อีก ทำให้เกษตรกรต้องตัดสินใจกำจัดแกะเหล่านี้ หรือไม่ก็แจกจ่ายให้ประชาชนฟรี ๆ” นายสตีฟ แมคไกวร์ รองประธาน WAFarmers ซึ่งเป็นกลุ่มส่งเสริมด้านการเกษตรของออสเตรเลีย กล่าว

ทั้งนี้ ออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตและส่งออกเนื้อแกะรายใหญ่ที่สุดในโลก และภาวะเนื้อแกะล้นตลาดนี้ได้สร้างแรงกดดันขาลงต่อราคาขายส่งทั่วโลก

ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดโดยสหพันธ์เกษตรกรแห่งชาติออสเตรเลียพบว่า กว่า 60% ของเกษตรกรออสเตรเลียที่ตอบแบบสำรวจ ไม่ได้รู้สึกเชิงบวกมากกว่าในปีที่แล้ว ต่ออนาคตของการทำเกษตรในประเทศ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ มอบแผงโซลาร์เซลล์แก่สถานรับเลี้ยงเด็กในพื้นที่ห่างไกล

วันนี้ (23 พ.ย.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และคณะได้เดินทางไปสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ข่วงอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บ้านปางควาย หมู่ที่ 9 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ซึ่งข่วงอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นอนุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่พระองค์ได้ทรงเสียสละในการกอบกู้เอกราชให้เราเป็นไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ต่อมา ผบ.ตร.และคณะ ได้เดินทางไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กไม้ไผ่กรุงจ่อ ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เพื่อมอบแผงโซลาร์เซลล์ ใช้ผลิตไฟฟ้าเพื่อลดปัญหาค่าไฟ สามารถจ่ายไฟให้กับสถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของชุมชน

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ได้เดินทางไปยัง สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหา และสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา โดยมี พ.ต.อ.ชายชาญ เพ็ญไชยา ผกก.สภ.เวียงแห่ง พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ.เวียงแหง ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ ผบ.ฟตร.ได้มอบเงินสนับสนุนการปฏิบัติงานให้กับ ผกก.สภ.เวียงสระ  พร้อมมอบถุงบำรุงขวัญและร่วมรับประทานอาหารกลางวันอย่างเป็นกันเองกับข้าราชการตำรวจ สภ.เวียงแหง และยังได้ร่วมร่วมปลูกต้นรวงผึ้ง ณ บริเวณ สภ.เวียงแหง ด้วย ซึ่งได้สร้างรอยยิ้มให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้บังคับบัญชาที่พึงพอใจกับการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ตลอดจนข้าราชการตำรวจ สภ.เวียงแหง ทุกนาย ที่รู้สึกดีใจที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาเยี่ยมเยียน รับฟังปัญหา และให้แนวคิด ให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top