Monday, 13 July 2026
NewsFeed

‘ธ.ก.ส.’ สรุปยอด ‘พักหนี้เกษตรกร’ ผ่านแอปฯ BAAC mobile สัปดาห์แรก ชี้ ขอเข้าโครงการทะลุ 1.2 แสนคนแล้ว ย้ำ ทำได้ถึง 31 ม.ค.67 เท่านั้น

(7 ต.ค.66) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แจ้งว่า ยอดผู้แจ้งความประสงค์และตรวจสอบสิทธิเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อย ผ่านแอปพลิเคชัน BAAC mobile ณ วันที่ 7 ต.ค. 66 เวลา 11.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 122,206 ราย หลังจากยอดทะลุ 100,000 รายไปเมื่อวานนี้

ทั้งนี้ ธนาคารเปิดให้แจ้งความประสงค์มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ซึ่งยังสามารถทำได้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2567 โดย ธ.ก.ส. จะนำข้อมูลมาพิจารณาเพื่อนัดหมายผู้ผ่านเกณฑ์ไปที่สาขาหรือจุดบริการที่นัดหมาย เพื่อจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องและเข้ารับการประเมินศักยภาพ ความสามารถในการชำระหนี้ รวมถึงการเสริมความรู้ฟื้นฟูทักษะในการประกอบอาชีพต่อไป

โดยการแจ้งความประสงค์และตรวจสอบสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile เพียงกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แสดงความประสงค์ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ จากนั้นระบบจะมีการประมวลข้อมูลตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อนัดหมายผู้ผ่านเกณฑ์และผู้ค้ำประกันไปที่สาขาหรือจุดบริการที่นัดหมาย เพื่อจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้ารับการประเมินศักยภาพและความสามารถในการชำระหนี้

รวมถึงการเสริมความรู้ฟื้นฟูทักษะในการประกอบอาชีพภายใต้แนวทาง ‘ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ใหม่’ เพื่อให้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลังการพักชำระหนี้ พร้อมเตรียมผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมในการฟื้นฟูการประกอบอาชีพ วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ในการจัดหาปัจจัยการผลิต เพื่อให้เกษตรกรสามารถยืนได้อย่างมั่นคงหลังการพักชำระหนี้

ทั้งนี้ โครงการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี รอบนี้ ลูกหนี้ที่เข้าข่ายต้องมีหนี้ค้างชำระที่มีเงินต้นเป็นหนี้ทุกสัญญารวมกัน ณ 30 กันยายน 2566 ไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งมีลูกหนี้ที่เข้าข่ายกว่า 2.69 ล้านราย 

‘อิสราเอล’ เดือด ประกาศภาวะสงคราม หลัง ‘ฮามาส’ ยิงจรวดกว่า 5,000 ลูกถล่ม

(7 ต.ค.66) กลุ่มฮามาส ซึ่งปกครองฉนวนกาซา ปฏิบัติการยิงจรวดถล่มอิสราเอลอย่างต่อเนื่องจำนวนกว่า 5,000 ลูก ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของกลุ่มฮามาสว่าเป็นการจุดชนวนนำไปสู่การทำสงครามกับอิสราเอล 

ทั้งนี้ การยิงจรวดโจมตีอิสราเอลครั้งนี้มาจากรอบทิศทาง ส่งผลให้เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุอยู่ในช่วงวัย 60 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 15 คน

ขณะที่กลุ่มฮามาสปลุกระดมกลุ่มนักรบแห่งการต่อต้านในเขตเวสต์แบงก์ และพันธมิตรอาหรับให้ร่วมกันลุกฮือต่อต้านอิสราเอล โดยมีแนวโน้มว่า การสู้รบครั้งนี้อาจรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิสราเอลและกลุ่มฮามาสสู้รบกัน นับตั้งแต่อิสราเอลใช้มาตรการปิดล้อมฉนวนกาซา เมื่อปี 2550 

ชนวนเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ มาจากการที่อิสราเอลปิดจุดผ่านแดนในฉนวนกาซานาน 2 สัปดาห์ เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการจลาจลของชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ และอิสราเอลยอมเปิดจุดผ่านแดนอีกครั้ง เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า มีเสียงไซเรนเตือนภัยจากการยิงจรวดดังนานหลายนาทีในภาคใต้และภาคกลางของอิสราเอลในช่วงเช้าของวันนี้ (7 ต.ค.) และประชาชนในฉนวนกาซาก็ได้ยินเสียงการยิงจรวด

ชาวบ้านในฉนวนกาซา เปิดเผยว่า พวกเขาได้ยินเสียงการปะทะกันด้วยอาวุธตามแนวรั้วกั้นระหว่างอิสราเอล ใกล้กับเมืองข่าน ยูนิสทางตอนใต้ และได้เห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักรบติดอาวุธจำนวนมาก ขณะที่กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

หน่วยรถพยาบาลของอิสราเอลระบุว่า ทีมต่าง ๆ ได้ถูกส่งไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล ใกล้กับฉนวนกาซา และประชาชนได้รับคำเตือนให้อยู่ภายในบ้าน แต่ยังไม่มีรายละเอียดในทันทีเกี่ยวกับการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น

ด้านสำนักงานของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลกล่าวว่า เขาจะเข้าพบเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ 

เปิด 6 เหตุผล!! 99 นักวิชาการและคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ ค้าน!! แจกเงินดิจิทัล 10,000

เปิด 6 เหตุผล!! จากนักวิชาการและคณาจารย์เศรษฐศาสตร์จำนวน 99 คน ที่ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านและเรียกร้องให้ รัฐบาลยกเลิก 'นโยบายแจกเงิน digital 10,000 บาท' เพราะเป็นนโยบายที่ ‘ได้ไม่คุ้มเสีย'

‘เศรษฐา’ นั่งหัวโต๊ะ เล็งแก้ปัญหายาเสพติดเอง ลั่น!! เน้นบำบัดคืนสู่อ้อมอกพ่อแม่ ดีกว่าจับแล้วล้นคุก

(7 ต.ค.66) ที่สถานีตำรวจภูธรหัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และคณะ ให้สัมภาษณ์หลังตรวจเยี่ยมโครงการบำบัดยาเสพติด ที่มีแนวคิดจะให้หัวโทนโมเดลเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหายาเสพติด ว่า ใช่ เจ้าหน้าที่รัฐนำโดยสถานีตำรวจภูธรหัวโทนโมเดลเป็นแบบอย่างที่ดี อยากให้หลายท้องที่นำไปคิดว่าควรจะทำอย่างนี้ได้หรือเปล่า แต่ไม่ใช่อยู่ดีๆ นำไปใส่ท้องที่อื่น ต้องดูความพร้อมและความแข็งแกร่งของชุมชนว่าพร้อมด้วยหรือไม่ ตรงนี้เป็นโมเดลที่พิสูจน์ให้เห็นว่าทำสำเร็จ มีตัวเลขที่ลดลงอย่างมีนัยและผู้เสพเป็นผู้ป่วยหายคืนสู่อ้อมกอดพ่อแม่พี่น้องได้ และมีอาชีพที่เป็นหลักแหล่งอันนี้น่าชื่นชม

ผู้สื่อข่าวถามว่า หัวโทนโมเดลไม่ใช่จุดสุดท้ายที่แก้ได้ เพราะบางครั้งเมื่อจับแล้วก็มีการปล่อยออกไปอีก นายเศรษฐา กล่าวว่า หัวโทนโมเดลสรุปไม่ใช่ทางแก้ที่เบ็ดเสร็จอันนี้จริง แต่เป็นส่วนสำคัญในการที่จะแก้ไขปัญหา ถ้าหากบอกว่าผู้เสพต้องจับไปขังคุก ท่านรู้หรือไม่ว่าคุกไทยกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้เสพยาเสพติด 85% หากเจอนิดเดียวแล้วจะไปเป็นผู้ผิดแล้วติดคุก พวกเราจะเต็มไปด้วยผู้เสพ ซึ่งมันควรจะต้องมีวิธีอื่นเพื่อเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วยดูแลรักษาเขาให้ดีให้มีอาชีพที่มั่นคง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ส่งคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่ได้ เรื่องการเผาทำลายยาเสพติดระยะเวลาจะต้องให้น้อยลงเพื่อสังคมจะได้ไม่มีข้อกังขาระหว่างการโอนก่อนจะปฏิบัติการเผามันมีรั่วไหลหรือไม่ การจ่ายเงินสินบนนำจับให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบางทีบอกว่าช้าไปบางทีนาน 1 - 3 ปี มันช้าเกินไปต้องให้มีวิธีการที่กระชับขึ้น และเรื่องการยึดทรัพย์ก็ยังช้าอยู่ ดังนั้นหัวโทนโมเดลไม่ใช่วิธีเดียวที่สำเร็จแต่เป็นส่วนสำคัญ

นายเศรษฐา กล่าวด้วยว่า ตนได้บอกไว้แล้วว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตนจะนั่งหัวโต๊ะเองเพราะมีหลายหน่วยงานทั้ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สาธารณสุข มหาดไทย ทุกๆ หน่วยงานต้องได้รับการสั่งการที่ชัดเจน มีผู้บริหารสูงสุดของประเทศนั่งหัวโต๊ะบัญชาการเอง

“ยืนยันว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญและยืนยันปัญหายาเสพติดจะต้องน้อยลงไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

'นายกฯ อุ๊' ยกความจริงตอกหน้า 'นักประวัติศาสตร์-สส.บางพรรค' หลังอ้าง 'อโยธยา' ต้นกำเนิดไทย เพื่อคว่ำสถานีรถไฟอยุธยา

(7 ต.ค.66) นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'นายกฯ อุ๊' นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ อ. มหาราช จ. พระนครศรีอยุธยา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ฉบับเซียนพระเครื่อง ขอสวนนักประวัติศาสตร์ซักตั้ง 

ตอนนี้อยุธยากำลังดรามาเรื่องคัดค้านจากนักวิชาการค่ายศิลปวัฒนธรรม

และ สส.จากเขต 1 พรรคก้าวไกล ให้ย้ายสถานีรถไฟฟ้าจากที่เดิม ด้วยเหตุผลว่าทับเมืองโบราณอโยธยา ที่เกิดก่อนกรุงศรีอยุธยา และอยู่นอกเกาะเมืองที่ขึ้นทะเบียนมรดกโลก มีการจัดเสวนากันในหมู่คนค้านกันเอง ฝ่ายเดียว 

ล่าสุด สุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติศาสตร์ ถึงกับหัวชนฝา บอกอโยธยา คือ เมืองไทยแห่งแรก ต้นกำเนิดสุโขทัย ไปโน่น รวมถึงภาษาไทยด้วย 

งานนี้ค้านกันสุดตัว 

แต่เสียงคนอยุธยาผ่านโซเชียลต่างๆ มากกว่า 90% สนับสนุนให้สร้างที่เดิมและต้องมีสถานีรถไฟฟ้าที่อยุธยา 

รวมถึงผมก็สนับสนุน เพราะมันจำเป็นและเกิดความเจริญอย่างมาก และรถไฟก็ไม่ได้ผ่ากลางมรดกโลกอย่างที่พวกค้านประดิษฐ์วาทกรรม เขาสร้างแนวเดิมตั้งแต่สมัย ร.5 คนไม่รู้ก็อาจหลง

ระหว่างคำว่า อโยธยา กับ อยุธยา ซึ่งคนละบริเวณกัน 

มาประเด็นที่สุจิตต์ กล่าว ... ผมในฐานะ เซียนพระ นี่แหละ ขอค้านความเห็นสุจิตต์ 

ผมเคยไปที่ เมืองกุ้ยติ้ง มณฑลกุ้ยโจว พบกับนายอำเภอ ซึ่งเป็นคนเผ่าปู้อี ซึ่งคุยภาษาไทยเข้าใจหลายคำเช่น จำนวนนับ เรานับหนึ่ง เขานับเดี่ยว ซึ่งเป็นภาษาไทยโบราณ ที่แปลว่าหนึ่ง จากนั้น สอง สาม สี่ห้า ไปถึงสิบ มีต่างกันสองคำ 

...ผมนับ สามสิบสาม เขาก็นับสามสิบสาม
...เราเรียกกินน้ำ เขาเรียก เกิ่นน้ำ 
...เราเรียกกินข้าว เขาเรียก เกิ่นข้าว 

...เราเรียกสรรพนามแทนตัว ว่า กู เขาก็เรียกว่ากู
...เรียก คู่สนทนา ว่า มึง เขาก็เรียกว่า มึง
...และยังมีอีกหลายคำ แสดงให้เห็นถึง วัฒนธรรมรากของภาษาไทยที่ชัดเจนมาก 

คุยไปคุยมาแทบจะนับญาติกันตั้งแต่ยุคโบราณ รู้สึกได้ถึงรากเดียวกัน

ที่เด็ดกว่า คือ ไปเจอ ขนมบัวลอยไข่หวาน กับแกงส้ม ที่นี่ด้วย แต่รสชาติอ่อนกว่าเรา ... อาหารไทยหรืออาหารจีนดีล่ะแบบนี้?

ชนเผ่าปู้อี้ ผมเชื่อโดยสนิทใจว่า เกี่ยวกับต้นรากคนไทยแน่นอน ... ภาษาพ่อขุนราม มึง กู เขาใช้กันปกติ 

สุจิต วงษ์เทศ บอกว่า ต้นรากของชาติไทยคือ อโยธยา 

แล้ว ทวารวดี ที่พบกระจายไปทั่ว ภาคกลาง อู่ทอง ตะวันตก เมืองกาญจนบุรี นครปฐม อีสาน นาดูน ตะวันออก ก็พนัสนิคม อายุพันกว่าปี ล่าสุด ศรีเทพ ที่เพชรบูรณ์ 

แถมศรีวิชัย ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีที่ไชยา ตามพรลิงค์ที่ นครศรีธรรมราช 

ไปจรดยะลาปัตตานี ไม่ต้องลามไปถึงต้นทางศรีวิชัยที่อินโดนีเซียก็ได้ 

ศรีวิชัยอายุพันกว่าปี หลักฐานคือ พระเครื่องกรุต่างๆ สมัยทวารวดี ศรีวิชัย นี่แหละเพียบ

ยืนยันการมีอยู่ของอาณาจักรก่อนอโยธยาแบบไม่เห็นฝุ่น ในพื้นที่ประเทศไทยปัจจุบัน

ที่โบราณยังไม่เคยมีคำว่าประเทศไทย แต่ก็ถือว่าเป็นเมืองต่างๆ ต้นรากรวมเลือดเนื้อผสมกันเป็นชาติเชื้อไทย ทุกวันนี้ หาใช่ เพียงแค่ อโยธยา ดังที่สุจิตต์กล่าวอ้างโมเมแต่อย่างใด เพียงเพื่อค้านการสร้างรถไฟฟ้าสถานีอยุธยา 

พระเครื่องคือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่บ่งบอกยุคสมัยและความเจริญ ของเมืองได้ อโยธยา ไม่พบพระกรุไหน หรือสิ่งปลูกสร้างไหน อายุเกินกว่าหนึ่งพันปี 

สุโขทัยก็เจ็ดร้อยกว่าปี 
อยุธยานับถึงปัจจุบันก็หกร้อยกว่าปี เท่านั้น 

อโยธยาก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าจะแก่เก่าถึงพันสามร้อยปีเทียบชั้นกับทวารวดีหรือศรีวิชัยได้ แต่อย่างใด 

เซียนพระขอค้านนักประวัติศาสตร์ ชั้นครู สักหน่อยนะครับ

'กรมสมเด็จพระเทพฯ' ทรงถือไฟฉายขณะพระราชทานโอวาทบัณฑิตจุฬาฯ แก้ไขเหตุเฉพาะหน้า สร้างความตื้นตันใจข้าเฝ้าเหล่าทูลละออง

ภายหลังจากเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ ไปยังหอประชุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2565

ทว่าได้เกิดไฟฟ้าดับระหว่างพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่จุฬาฯ

อย่างไรก็ตามพระองค์ฯ ทรงแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ง่ายดาย โดย ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ศาสตราภิชานประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว 'Tongthong Chandransu' เกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า...

"เมื่อกระแสไฟฟ้าเกิดขัดข้อง
จึงต้องทรงแก้ไขเฉพาะหน้า
เดชะพระเชาวน์ปัญญา
และพระมหากรุณาเป็นเทียนทอง
ทรงไฟฉายไว้ในพระหัตถ์มั่น
พระราโชวาทประสาทสรรมิบกพร่อง
ตื้นตันใจข้าเฝ้าเหล่าทูลละออง
เสมือนต้องมนตราสวามิภักดิ์
เพราะทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่าง
หน้าที่ไม่ทรงวางแม้เหนื่อยหนัก
เรื่องจริงของแท้แน่ใจนัก
กราบพระบาทพึ่งพำนักเป็นหลักเอย"

ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Jessada Denduangboripant' ระบุว่า...

เป็นเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมากแต่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยครับ เกิดไฟฟ้าดับระหว่างพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่จุฬาฯ เมื่อวันพฤหัสครับ

ผมก็ไปรับเสด็จอยู่ในห้องรับรองของหอประชุมจุฬาฯ ด้วย ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยจุฬาฯ พอหอประชุมไฟฟ้าดับไฟตกขึ้นมา เราก็ตกใจกันมากเลย ว่าพิธีจะเป็นปัญหายังไงบ้าง

ยังดีว่าไฟฟ้ากลับมาปรกติในเวลาไม่นาน พอเสร็จในส่วนของการพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว ท่านก็ทรงออกมาเล่าให้ฟังว่าทรงต้องแก้สถานการณ์อย่างไรบ้าง เพื่อให้พิธีดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด .. เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงครับ

ป.ล. มีข้อมูลเพิ่ม (จากคอมเมนต์ด้านล่าง) ดังนี้ครับ "เหตุสุดวิสัยครับ มีนกบินชนตู้ไฟฟ้า แล้วมันมีห้วงที่รอไฟสำรองเซ็ทระบบ ประมาณ 1-2 นาทีครับ แต่บังเอิญมันเกิดช่วงที่พระราชทานพระโอวาทพอดี"

เพื่อนร่วมงานอาลัย ‘นพ.สุขเกษม กุลจิตติสำราญ’ เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ยกเป็นบุคคลต้นแบบผู้พัฒนาการแพทย์เกาะสมุย แม้ป่วยหนักก็ไม่ทิ้งคนไข้

ในโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ไว้อาลัยต่อการจากไปของ นพ.สุขเกษม กุลจิตติสำราญ อายุ 53 ปี นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติงานในตำแหน่ง แพทย์เฉพาะทางศัลยกรรม โรงพยาบาลเกาะสมุย หลังเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว

ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ต่างยกให้ นพ.สุขเกษม เป็นคุณหมอศัลยกรรมมือหนึ่งในเกาะสมุย ขณะที่ทางด้านเพื่อนร่วมงานได้มีการเผยภาพ เมื่อครั้ง นพ.สุขเกษม มีอาการป่วยและอยู่ระหว่างการรักษาตัว แต่ยังคงทำหน้าที่แพทย์มาผ่าตัดช่วยเหลือคนไข้ ทั้งที่ตนเองต้องใส่สายออกซิเจน พร้อมกับยกย่องให้เป็นบุคคลต้นแบบทางการแพทย์ เนื่องจากหลายสิ่งที่ท่านริเริ่มทำถือเป็นคุณงามความดีที่ยังคงเหลืออยู่ให้ระลึกถึง

นอกจากนี้ นพ.สุขเกษม เคยได้รับรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ปี 2562 ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เนื่องจากมีผลงานดีเด่นจำนวนมาก เช่น เป็นแพทย์ที่รักษาช่วยชีวิตผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินที่ต้องได้รับการผ่าตัดในพื้นที่เกาะสมุย

นอกจากนี้ นพ.สุขเกษม ยังพัฒนาโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยการทำ Colonoscope อ.เกาะสมุย เป็นแพทย์ผู้ริเริ่มโครงการตรวจหามะเร็งเต้านม รวมถึงจัดตั้งทีมงานเพื่อรับบริจาคอวัยวะเพื่อใช้ในการรักษา

สำหรับกำหนดสวดพระอภิธรรม ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม 2566 และในวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดคงคาราม ลิปะใหญ่ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

‘Brighton College Bangkok’ จัดพิธีไหว้ครู รักษาประเพณีไทย แม้เป็นโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ แต่ไม่ละทิ้งความดีงาม

เมื่อไม่นานนี้ ‘Brighton College Bangkok’ หรือ ‘โรงเรียนนานาชาติ ไบรท์ตัน คอลเลจ กรุงเทพฯ’ ซึ่งเป็นโรงเรียนหลักสูตรอังกฤษในประเทศไทย ได้จัดพิธีไหว้ครูตามประเพณีเก่าแก่ของเมืองไทย

โดยทางเพจเฟซบุ๊กของโรงเรียน ได้แชร์ภาพบรรยากาศความประทับใจในงานพิธีไหว้ครู พร้อมโพสต์ข้อความ ระบุว่า…

“Today, our pupils participated in the traditional Wai Kru (Teacher's Day) celebration, demonstrating respect for their teachers and pledging to work hard and exhibit good behaviour throughout the year. It was a joyous celebration for all involved!

วันนี้นักเรียนของเราได้เข้าร่วมพิธีไหว้ครูตามประเพณี เพื่อแสดงความเคารพต่อครู และให้คำมั่นสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนหนังสือและเป็นเด็กดีในปีนี้”

‘พิพัฒน์’ กำชับทูตฯ ดูแลแรงงานไทยในอิสราเอลใกล้ชิด หลังเกิดภาวะสงคราม เผย คนไทยถูกยิงบาดเจ็บ 1 ราย-ถูกจับตัวไว้ 2 ราย เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 66 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุจรวดโจมตีจากฉนวนกาซาไปยังหลายพื้นที่ในอิสราเอลเมื่อช่วงเช้าตรู่วันนี้ว่า ตามที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ประกาศเตือนคนไทยในอิสราเอลให้อยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากเกิดการโจมตีด้วยจรวดจากฉนวนกาซานั้น ทันทีที่ทราบข่าวผมมีความห่วงใยต่อแรงงานไทยที่ไปทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอลจากผลกระทบของเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้สั่งการให้อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอลเร่งตรวจสอบและดูแลแรงงานอย่างใกล้ชิดทันที

จากรายงานของนายกิตติ์ธนา ศรีสุริยะ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เบื้องต้นพบว่า มีแรงงานไทยถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บแล้ว 1 ราย ทราบชื่อคือ นายชาตรี ชาศรี อายุ 38 ปี เดินทางโดยกรมการจัดหางานจัดส่งไปทำงานเกษตรมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดนครพนม จากการตรวจสอบของกรมการจัดหางาน พบว่า เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีแรงงานไทยอีก 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยาถูกจับตัวไว้ ทราบชื่อคือ นายบุญถม พันธ์ฆ้อง อายุ 39 ปี และ น.ส.ศศิวรรณ พันธ์ฆ้อง อายุ 36 ปี ทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดำเนินการที่ประเทศไทยผมได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครพนม และจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็นภูมิลำเนาของแรงงานไทยที่บาดเจ็บ 1 ราย และแรงงานไทยที่ถูกจับตัวไว้ 2 ราย ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารสร้างขวัญกำลังใจพร้อมชี้แจงการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับตามกฎหมายให้แก่ญาติทราบในทันที อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอลรวมทั้งสิ้นประมาณ 29,900 คน โดยเป็นแรงงานที่อยู่อาศัยบริเวณเมือง Netivot , Sderot, Ashkelo และพื้นที่ใกล้เคียง ประมาณ 5,000 คน

“ขอให้ญาติของแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ขอให้มั่นใจว่า รัฐบาลไทยทั้งสถานทูตและกระทรวงแรงงานจะให้การคุ้มครอง ดูแล อย่างดีที่สุด และจะเร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้แรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในอิสราเอลที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ปฏิบัติตามมาตรการของทางการอิสราเอลอย่างเคร่งครัด และแจ้งข้อมูลมายังฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่อจะได้วางแผนในการให้ความช่วยเหลือต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าวท้ายสุด

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในอิสราเอล โดยขอให้คนไทยเข้าห้องหลบภัยทันทีที่ได้ยินเสียงไซเรน หากไม่ทัน ให้หมอบราบลงกับพื้น ไม่ถ่ายรูป ไม่วิ่งไปที่โล่ง ปฏิบัติตามมาตรการของทางการอิสราเอลอย่างเคร่งครัด และขอให้ทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยในเขตภาคใต้ใกล้เคียงฉนวนกาซา และภาคกลาง รวมถึงกรุงเทลอาวีฟ ไม่ออกจากที่พักอาศัย

สำหรับคนไทยที่ได้รับผลกระทบโปรดติดต่อได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หมายเลขโทรศัพท์ (+972) 5 4636 8150 กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ หมายเลข 0 2575 1047-51 ฝ่ายแรงงานไทย ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ โทร : +972 544693476 What app ID : 0544693476 Line ID : 0544693476 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

‘เพจดัง’ ชี้!! สถานการณ์ ‘อิสราเอล-ปาเลสไตน์’ ซับซ้อนมายาวนาน แนะ ‘ไทย’ วางตัวเป็นกลาง-รับชมอยู่ห่างๆ ปล่อยทุกฝ่ายทำหน้าที่ตัวเอง

จากกรณีที่ประเทศอิสราเอล ได้ประกาศภาวะสงคราม หลังจากที่กลุ่มฮามาสในดินแดนปาเลสไตน์ ได้ยิงขีปนาวุธจากกาซาประมาณ 5,000 ลูก ถล่มเข้าไปในประเทศอิสราเอล ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันเสาร์ (7 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณช่วงเที่ยงตามเวลาประเทศไทย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี จนทำให้นายกรัฐมนตรีอิสราเอลต้องประกาศภาวะสงคราม

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนไทยในอิสราเอลได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง ทำให้มีนักการเมืองบางท่าน ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยได้ติดต่อไปยังทางสถานฑูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย และกระทรวงแรงงานของไทย เพื่อมอบหมายให้ทำการช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

ล่าสุด ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา’ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า…

“เรื่องของอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ใครไม่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ศึกษามาจริง ไม่ต้องหาซีนไม่ต้องออกความเห็นนะครับ โดยเฉพาะนักการเมืองไทยสายโปรอเมริกัน

สรุปให้แบบสั้นๆ คือแถวนั้น ‘เขาไม่ปลื้มอเมริกัน’

เรื่องราวประวัติศาสตร์และการเมืองแถวนั้นซับซ้อน ย้อนกลับไปยาวนาน และในปัจจุบันแต่ละฝ่ายล้วนแต่มีแบ็กใหญ่ๆ ทั้งนั้น

ของปาเลสไตน์ระดับกาตาร์ ตุรกี อิหร่าน หนุนหลังนะครับ ไม่ใช่ธรรมดานะ ยิงจรวดปูพรมทีละ 5,000 ลูก นี่เล่นแบบรัสเซียเลยนะครับ จะมีสต๊อกโดรนพิฆาตมาเล่นซ่อนแอบแบบในยูเครนกันอีกรึเปล่าก็ไม่รู้

ผลประโยชน์ของประเทศไทยก็คือ ‘วางตัวเป็นกลาง’ และช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ให้ปลอดภัย แค่นั้นเองนะ

เรื่องช่วยเหลือคนไทยกระทรวงแรงงานกับต่างประเทศทำอยู่แล้ว ฐานข้อมูลแรงงาน ฐานข้อมูลคนไทยในประเทศที่เกี่ยวข้องเขามีอยู่แล้ว

นอกจากนั้นแล้ว เรามีหน้าที่รับชมเท่านั้นครับ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top