Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

‘มิกค์ ทองระย้า’ สลัดลุคนักแสดง ลงแปลงปลูกผักออร์แกนิก หลังช่วงนี้อินวิถีธรรมชาติ แย้มแพลนสร้างบ้านที่เขาใหญ่

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 66 กลายเป็นคนหลงรักธรรมชาติขั้นสุดอีกคนหนึ่งแล้ว หลังจากได้ลงมือทำแปลงเกษตรสวนครัว และผักสลัดออร์แกนิก บนเนื้อที่ 4 ไร่ ละแวกเขาใหญ่ แถมยังมีแพลนสร้างบ้านไว้อยู่ในระยะยาวอีกด้วย สำหรับพระเอกหนุ่ม ‘มิกค์ ทองระย้า’ ที่พักหลังมานี้โพสต์รูปปลูกต้นไม้ ปลูกพืชปลูกผักแบบรัวๆ

ล่าสุด มิกค์ ที่เดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว ‘เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์’ จัดขึ้นที่ควอเทียร์ เฮลิกซ์ การ์เด้นท์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ จึงได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องหลงรักธรรมชาติ ติดใจวิถีชาวสวน รวมถึงเรื่องข่าวที่ว่า ‘อั้ม พัชราภา’ ได้ค่าต่อสัญญา 20 ล้านบาท ไม่ต้องเล่นละคร ไม่ต้องทำกิจกรรมช่องก็ได้

“วันนี้ผมมาร่วมงาน เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย จัดโดย ภัทรพัฒน์ ก็เพิ่งเริ่มรู้จักได้ไม่นาน คล้ายๆ น้ำมันมะกอก แต่ว่ามีประโยชน์มากกว่า ทนความร้อนได้ดีกว่า ไม่ใช่แค่เอามาเป็นน้ำมันอย่างเดียว แต่เอามาบำรุงผิว มีหลายๆ อย่างด้วย เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ดีมากๆ ได้ช่วยเหลือพี่ๆ บนดอยด้วยที่เขาปลูกต้นเมล็ดคามีเลีย ให้เขามีรายได้ครับ ซื้อเป็นของขวัญของฝากให้กับครอบครัวดีมากๆ เลยครับ” มิกค์ กล่าว

อยากลองเอาไปปลูกที่สวนตัวเองไหม?
มิกค์ : “น่าคิดอยู่เหมือนกันครับ แต่ว่าอาจจะยากเพราะมันต้องอยู่สูง 700 เมตรกว่าจากระดับน้ำทะเล ต้องปลูกบนเขาหรือเปล่า”

ที่ของเราเป็นยังไง ปลูกอะไรบ้าง?
มิกค์ : “ค่อนข้างอยู่บนเนินนะ แต่ไม่รู้ว่าสูงได้เท่ากันไหม ตอนนี้ปลูกหลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นสวยงาม ไม้ดอก มีคูนขาว คูนเหลือง คูนชมพู ผมปลูกทุกสีเลย ผมชอบสีๆ ต้นหูกระจง ต้นหางนกยูง (เพาะขายไหม?) ปลูกประดับครับ เอามาเป็นไม้ใหญ่แล้วครับ ได้ร่มเงาด้วย”

พืชผักมีมั้ย?
มิกค์ : “มีครับ เป็นผักออร์แกนิก ผักสวนครัวด้วย มีผักคอส มีกรีนโอ้ค เบบี้คอส ผักสวนครัวไทยก็มี โหระพา กะเพรา พริก ปลูกเยอะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้เองเท่าไหร่ ปลูกเอาไว้พอถึงเวลาต้องตัดก็ต้องตัด เอากินเองด้วย เอามาแบ่งแจกพี่ๆ ที่สนิทสนม เอามากรุงเทพฯ ปลูกแล้วสวยดีมันเป็นแปลงผัก ต้องแจกครับ ค่อนข้างเยอะพอสมควร แม่ผมก็ชอบกินผักอยู่แล้ว”

มีโอกาสขยายจำหน่ายเลยมั้ย?
มิกค์ : “ตอนนี้ยังไม่ถึงขนาดนั้น แน่รอดูอนาคต ผมชอบนะสนุกดี เวลาหลังจากถ่ายละครมาเหนื่อยๆ ก็เหมือนไปพักผ่อนด้วย มีเริ่มตัดตกแต่งกิ่งมีกุหลาบ ปลูกเองบ้างก็มีครับ (ติดใจชีวิตอยู่สวน?) ใช่ๆ พอเวลาทำงานมาเหนื่อยมากๆ หรือติดต่อกันหลายวัน ก็ค่อนข้างคิดถึง ที่ผ่านมาไม่ได้ไป 2-3 อาทิตย์ ผมก็คิดถึงมาก อยากลมเย็นๆ ชิลชิล ถ้ามีโอกาสก็ไปครับ”

มีคิดไหม 5ปี 10ปี จะไปอยู่ประจำ?
มิกค์ : “มีแพลนไว้อยู่แล้วว่าอยากทำบ้านสร้างไว้ที่นู่น แต่ก็ค่อยๆ ทำไปทีละอย่าง ไม่ได้วางแผน 100 เปอร์เซ็นต์แต่แรก อยากได้อะไรก็ค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ผมว่ามันจะค่อยๆ ขึ้นมาเองนะ พอมีโซนนี้มันก็จะเพิ่มตรงนี้ๆ ขึ้นมา อย่างตอนนี้มีโซนสนามหญ้าไว้กางเต็นท์ชิลชิล เรามีสวนแปลงผักออร์แกนิก มีสวนครัวไทย มีห้องรับรองเล็กๆ มีครัวเล็กๆ แต่ยังไม่มีบ้านเป็นเรื่องเป็นราว แต่มีแพลนว่าอาจจะทำเป็นธุรกิจส่วนตัว ทำเป็นคาเฟ่ในอนาคต ที่ตรงนี้ 4 ไร่ ริมถนนเลย วิวดีครับ”

เวลาไปมีใครไปด้วยมั้ย?
มิกค์ : “ยังไม่มีเลยครับ (หัวเราะ) อยู่ที่โน่นมีคนรู้จักอยู่แล้ว พี่ๆ ที่อยู่ใกล้กัน แต่ถ้าเป็นคนใกล้ชิดยังไม่มี ตอนนี้น่าจะเรื่องเวลาที่พอว่างปุ๊บเราก็ไปเขาใหญ่ ยังไม่ได้โฟกัสมาก”

จากรูปและแคปชั่นก็จะรู้สึกได้ว่าเหงา?
มิกค์ : “(หัวเราะ) ผมว่าคนเริ่มคาดหวัง โพสต์ต่อไปคืออะไร ตอนนี้พี่ๆ แฟนคลับ พอเราลงเขาก็จะมาตอบ หรือมาต่อแคปชั่นของเรา ดีนะ สนุกดีน่ารักดี”

แต่เหงาจริงๆ ใช่ไหม?
มิกค์ : “ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่มีบ้าง เวลาเหงาๆ ก็ไดเร็กต์ (หาใคร?) เพื่อนๆ (มีใครเข้ามาบ้างไหม?) ก็มีครับ แต่ไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น เป็นเพื่อนๆ กันมากกว่า (ยังไม่คลิกกัน?) อืม ยังไม่ได้โฟกัสเต็มที่เรื่องนี้ด้วยนะ ผมน่าจะโฟกัสที่ต้นไม้มากกว่า (ยังไม่โฟกัสคือยังไม่เปิด ยังไม่พร้อม?) ไม่ถึงกับปิดครับ มีคุยเล่นๆ กันยังได้ เพราะว่าถ้าเราคุยกับใครจริงจังสักคนหนึ่ง คือเราต้องมีเวลาให้เขาค่อนข้างเยอะหน่อย (คนที่คุยอยู่เขาเข้าใจสถานะใช่ไหม?) เขารู้แหละ ผมชัดเจน (หัวเราะ)”

ตอนนี้ยังเป็นหนุ่มโสด?
มิกค์ : “ยังโสดครับ (คนที่จะเข้ามาต้องรักต้นไม้ด้วย?) ต้องแล้วล่ะ เพราะว่าผมเริ่มมาทางนี้มากขึ้นแล้ว ต้องชอบธรรมชาติเหมือนกัน (สายลุยถือจอบถือเสียมปลูกต้นไม้ได้?) เดี๋ยวผมถือให้ก็ได้ ไม่ต้องถือ แค่ยืนสวยๆ ชี้ให้ผมก็พอ ผมปลูกให้”

มุมมองความรักเปลี่ยนแปลงไปไหม?
มิกค์ : “เออ ไม่ได้เปลี่ยนมาก ก็ยังเป็นใครที่คุยกันแล้วเข้าใจ สบายใจที่จะคุยกัน ให้กำลังใจกัน แค่นี้ก็พอแล้ว แต่ตอนนี้โสด 100 เปอร์เซ็นต์ครับ”

ไม่ได้หวงความโสดด้วยใช่ไหม?
มิกค์ : “ไม่หวง คุยได้นะครับ”

สัญญาช่องของเราเป็นยังไงบ้าง?
มิกค์ : “ของผมยังไม่หมดครับ (เห็นข่าวพี่อั้ม พัชราภาไหม?) เนี่ยๆ ผมว่าจะแซวพี่เขาอยู่ว่ามีแบ่งมาให้ผมไหม (หัวเราะ) ล้อเล่นๆ (เราก็เบอร์หนึ่งของช่องเหมือนกันนะ?) เราไม่ขนาดนั้น ในสัญญาจะมีรายละเอียดการทำงานอยู่แล้วครับ แต่ว่าอันนี้ยกให้พี่อั้มเลยครับ (หัวเราะ)”

เนื้อหาข่าว บอกว่าไม่ต้องเล่นละครก็ได้ เป็นแอมบาสซาเดอร์สวยๆ?
มิกค์ : “แค่ยืนเฉยๆ ก็สวยแล้ว พี่อั้มหน่ะ (เรายืนเฉยๆ ก็หล่อเหมือนกัน?) ผมขอทำงานไปด้วยก็ได้ ทำงานไปด้วย เดี๋ยวแฟนๆ ละครจะคิดถึง”

ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นไง?
มิกค์ : “อ๋อ ที่ผ่านมาผมถ่ายอยู่เรื่องเดียว ปีที่ผ่านมาผมถ่ายเรื่องเดียวเพราะว่า ด้วยเวลา และเป็นเรื่องค่อนข้างหนัก เรื่อง แม่โขง เป็นละครบู๊ฟอร์มใหญ่ เข้าป่าตลอด ตอนนี้ผมมีผิวสีแทนไปแล้วนะ ผมต้องบู๊ทุกวัน ก็อัดเรื่องนี้ไปก่อนเต็มๆ คุณภาพจะได้ออกมาดีด้วยครับ แต่ว่าใกล้เสร็จแล้ว ใกล้ได้ดูกันแล้วครับ”

หลายคนโฟกัสที่มูลค่าด้วย ของเราได้ขนาดนี้มั้ย?
มิกค์ : “หูย ไม่ถึงขนาดนั้นครับ อันนี้ต้องยกให้พี่อั้มเขา (ของเราหลักสิบล้านไหม?) อาจจะไม่ได้ระบุเป็นตัวเงินขนาดนั้น อย่างที่บอกในสัญญามันมีเรื่องของการทำงานด้วยครับ ไม่เหมือนกันในแต่ละคนครับ”

‘เจมส์’ ปล่อยผ่านคนวิจารณ์รูปร่างแฟนสาว ‘โฟกัส’ เผยข่าวดี!! หวานใจเร่งฟิตหุ่น เตรียมตัวเป็นเจ้าสาว

ถูกชาวเน็ตบูลลี่เรื่องรูปร่างอย่างหนัก สำหรับ ‘โฟกัส จิระกุล’ หวานใจหนุ่ม ‘เจมส์ BOY หรือ ‘กิจเกษม แมคแฟดเดน’ ที่แม้ปัจจุบันจะอวบมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง

เมื่อวันที่ 16 ส.ค. 66 หนุ่มเจมส์ เดินทางมาทำงานเป็นพิธีกรในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ‘Blue Beetle’ ที่ SF World Cinema เซนทรัลเวิลด์ จึงได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่แฟนสาวถูกบูลลี่จากชาวเน็ตอย่างหนักถึงเรื่องรูปร่างที่อวบขึ้น พร้อมทั้งเผยเรื่องเซอร์ไพรส์ ว่ามีแพลนให้โฟกัสลดหุ่น เพื่อเตรียมสู่ขอฝ่ายหญิงและทำพิธีหมั้นหมายต่อไป

โฟกัส โดนบูลลี่เรื่องรูปร่าง?
เจมส์ : “ใช่ครับ โดนมาตลอดเรื่อยๆ อยู่แล้ว บ่างคนใช้โซเชี่ยลเป็นที่ระบาย เราก็รู้ว่าเจตนามาแบบไหน ไม่ได้ซีเรียสครับ ผมเป็นแฟนเขาผมแฮปปี้ เขาแฮปปี้ผมแฮปปี้ครับ”

เบื่อไหม ทำไมไม่หยุดกันสักที?
เจมส์ : “เหมือนเป็นสิ่งที่เราต้องเจอเรื่อยๆ ถามว่าเบื่อไหม เบื่อครับ มีนชอบไม่ได้เนอะ แต่อยู่ที่เราจะจัดการกับความรู้สึกยังไง แต่ผมแฮปปี้กับการที่น้องเขากิน พาน้องเที่ยว ที่ส่วนหนึ่งเขาเป็นแบบนี้ได้ก็ต้องโทษผมด้วย ผมเป็นคนที่เอาใจสุดๆ สปอยสุดๆ ก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของครับผม โทษใครไม่ได้”

นอยด์มั้ย?
เจมส์ : “ไม่ครับ โฟกัสเป็นคนไม่นอยด์ มีผมนี่แหละเป็นคนนอยด์แทน บางทีไลฟ์อยู่มีคนทักมาทักแบบน่าโดนด่ามาก ผมก็ด่าเลย จบๆไป ครับ เรามาพบปะผู้คนในโซเชี่ยลเราก็อยากเจอแต่ด้านดีๆ อารมณ์ดีๆ แต่บางทีไม่ได้จริงๆ ก็ต้องจัดสักหน่อย”

มีข้อความที่ทนไม่ได้เลยเยอะไหม?
เจมส์ : “เยอะครับ บางทีมามาดจีบก็มีนะครับ ผมก็นั่งอยู่ข่างๆ เนี่ย ผมก็ทนไม่ไหว ยังดูไม่ออกกันอีกเหรอว่าใครเป็นใคร แต่เราก็ต้องจัดระเบียบให้เป็นครับ”

ดูแลอารมณ์ยังไง มีคนมาจีบกลางไลฟ์?
เจมส์ : “บางมีก็หลุดบ้างครับ ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก บางทีผมก็ด่าบ้าง ด่าเลยครับ เหมือนกันเนอะ ก็มีน็อตหลุดบางครั้ง แต่ก็ตัดอารมณ์ตัวเอง เน้นพูดคุย เอาฮาใส่ครับ ขำๆ ไป”

โฟกัสจัดการยังไง ถ้ายังมีคอมเมนต์มาเรื่อยๆ ?
เจมส์ : “โฟกัสเขาเก่งนะครับ เขาเป็นคนที่อยู่เป็น เขาดูแลตัวเองเป็น เขาไม่ปล่อยให้เสียงแบบนี้มาทำร้ายเขา เขาแฮปปี้ได้ผมก็แฮปปี้ครับ”

มีจะดำเนินการใดๆ ไหม?
เจมส์ : “ไม่ครับ ยกเว้นบางอันที่เกินไป ก็มีดำเนินคดีบ้าง ถ้ามันต้องขนาดนั้นก็ทำครับ แต่เราจัดระเบียบได้ ไม่มีปัญหา ผมกับโฟกัสแฮปปี้ครับ”

มีคุยกันไหม ชวนกันไปฟิตให้ดู?
เจมส์ : “มีๆ นี่ๆ มีข่าวดีครับ โฟกัสเองเขาก็อยากจะเริ่มดูแลตัวเองครับ เป็นเพราะสัญญาณหลายๆ อย่าง ก็รอดูครับ ผมก็รอดูเหมือนกัน”

มีข้อเสนอข้อแลกเปลี่ยนกัน?
เจมส์ : “มีแน่นอนครับ ผมมีมานานแล้ว แต่เพิ่งจะมามีปฏิกิริยาครับ ข้อเสนอดีๆ ผมมั่นใจเป็นเรื่องดีแน่นอน ถ้ารักกันดีแน่นอน (กิโลละหมื่น?) ผมกล้าพูดเลยว่าเขาเริ่มเอาจริงแล้ว ถ้าน้องทำได้พี่จะให้รางวัลใหญ่ที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนี้จะให้ได้เลย เต็มที่ครับ เป็นกำลังใจให้น้องเขาเรื่อยๆ ครับ”

เริ่มเร็วๆ นี้ใช่ไหม?
เจมส์ : “อีกไม่กี่วันครับ รออีก 3 วันจะเริ่มกระบวนการแล้ว เดี๋ยวรอดูโฟกัสจะสวยครับ”

อะไรที่ทำให้ทั้งสองคนไม่ริดลบไปตามคอมเมนต์?
เจมส์ : “เพราะว่าเราไม่ได้ยึดติดแง่ลบมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งส่วนเสี้ยวเล็กๆ จริงๆ ทุกอย่างมันดี เราแฮปปี้ ด้านดีๆ มีอีกเยอะ แต่แค่เราไม่ได้พูดถึงมัน เราอย่าไปสนใจกับเรื่องเล็กๆ มีบางทีมันสะกิดใจเรา เหมือนเส้นผมบังภูเขาครับ อย่าไปยึดครับ”

ที่บอกว่ารางวัลใหญ่ที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะให้ได้ หมายถึงจะขอแต่งงานใช่ไหม?
เจมส์ : “อู้ย รอดูครับ ใจพยายามอยู่ (ให้สวยเพื่องานสำคัญ?)ใช่ ต้องสวยเพื่องานสำคัญครับ”

ตั้งเป้าไว้ว่าเมื่อไหร่?
เจมส์ : “ไม่ได้รีบ แต่เร่งหน่อยแล้วกัน ก็พยายามครับ ผมเองก็มีแผนอะไรของผู้ชายเนอะ มีระยะเวลาอยู่เราก็อยากเต็มที่ในส่วนของเรา และเชื่อว่าน้องก็เต็มที่เหมือนกัน แต่น้องเพิ่งเริ่มครับ พร้อมเมื่อไหร่พี่ก็พร้อมเมื่อนั้น”

พูดได้เลยว่าเตรียมแต่งงานแล้ว?
เจมส์ : “คิดว่าครับ แต่อย่าเพิ่งถึงแต่งเลย เอาพิธีเล็กก่อนครับ พี่ธีหมั่นก่อนเนอะ เอาหมั่นให้รอดก่อน (ปีนี้เลยมั้ย?) พยายามให้เป็นปีนี้ครับ สู้อยู่ครับ ฝากเป็นกำให้น้องด้วยครับ ถ้าน้องก็ออกมาสวยปังก็เดี๋ยวรอเจอน้องครับ ผมก็เป็นแฟนที่ดีทำงานในแบบของผม และคอยซัพพอร์ตน้องไปเรื่อยๆ ครับ”

ผู้บัญชาการทหารบก มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ

พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้กับผู้ผลิตรายการคุณภาพ ที่สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ของคนในสังคม  ผ่านสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5  ในโครงการ “สานฝันผู้ยากไร้” ทางรายการ The Diary ที่ บริษัท มังกี้ อีที จำกัด ได้ดำเนินการผลิตขึ้นมานานกว่า 16 ปี  โดยให้การสนับสนุนงบประมาณในการสร้างบ้านพักอาศัย   มอบทุนการศึกษา และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นกับคนในชุมชน โดยผู้บัญชาการทหารบกได้มอบหมายให้แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้แทนในการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณครั้งนี้ 

วันนี้ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า ภายในกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร พลโท พนา แคล้วปลอดทุกข์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ ดร.พัดชา รักตะกนิษฐ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท มังกี้ อีที จำกัด ผู้ผลิตรายการ The Diary ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5 ในโครงการ “สานฝันผู้ยากไร้” ซึ่งเป็นโครงการที่ให้การสนับสนุน ส่งเสริม กิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ของคนในสังคม โดยมอบงบประมาณสนับสนุนการสร้างบ้านพักอาศัยให้แก่ทหารกองประจำการ มอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนในชุมชน และมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับผู้สูงอายุและผู้ที่มีรายได้น้อยภายในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อกว่า 16 ปี  และได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการสร้างบ้านพักอาศัยไปแล้วกว่า 37 ครั้ง ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 โดยในส่วนของกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งสิ้น 9 ครั้ง  เป็นเงินกว่า 450,000 บาท 

ในโอกาสนี้ พลเอก ณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้  ผู้บัญชาการทหารบก จึงได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อเป็นการขอบคุณ  ดร.พัดชา รักตะกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มังกี้ อีที จำกัด  ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ผ่านโครงการ “สานฝันผู้ยากไร้”  ในการสนับสนุนซ่อมแซมบ้านพักให้แก่ทหารกองประจำการ  โดยมี พลตรี นิธิ อิงคสุวรรณ  เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1  ,  พลตรี เอกอนันต์ เหมะบุตร  ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 , พันเอก ธีรยุทธฑ์ เส้งรอด  รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11  ,  พันเอก อภิชัย จูสนิท ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 111 , พันเอก ศรัณยนิษฐ์ สุทธิวัจน์ชินเดช   ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 112 , พันเอก นรินทร์ภัทร์ ศิริวรรณ ผู้บังคับการกรมสนับสนุนกองพลทหารราบที่ 11 , และ คุณ รสิตารัชธ์  กรีวงษ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท รสิตา ซีฟู้ดส์ จำกัด  ตลอดจนคณะนายทหารและส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแสดงความยินดีในพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้

แยบยลจัด!!! สืบนครบาลรวบนายรณ หัวหิน หัวใส หลอกสั่งซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ตามออนไลน์ อ้างเป็นบัญชีม้าของเพจชื่อลูก น้ำจร้า

วิธีการแยบยล คนร้ายเข้ามาสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 11 สีขาวบน Facebook ราคา 14,800 บาท ชื่อ “ชื่อลูก น้ำจร้า” และขอให้ผู้เสียหายส่งโทรศัพท์ไปให้ที่ร้านโทรศัพท์จะขอเช็คเครื่องโทรศัพท์ก่อน ต่อมาผู้เสียหายได้จ้างขนส่ง Grab เพื่อฝากส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวไปยังร้านแล้วแต่ไม่ได้รับการโอนเงิน จึงโทรไปสอบถามเจ้าของร้านพบว่า ร้านโทรศัพท์ได้รับซื้อโทรศัพท์มือถือดังกล่าวและได้มีการโอนเงินค่าโทรศัพท์ให้กับคนร้าย สืบนครบาลจึงได้เร่งรัดสืบสวนจับกุมตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์

เมื่อวันที่  15 ส.ค.66 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.นิวัฒน์ พึ่งอุทัยศรี รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.รัฐนันท์ สมวงศ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.นิทัสน์ มีทอง สว.กก.สส.4ฯ, ร.ต.อ.วีระพงษ์ คุณสมิตปัญญา รอง สว.กก.สส.4ฯ, ด.ต.ชาญฤทธิ์ นิลทการ, ด.ต.ธีรพันธ์ โพยนอก, จ.ส.ต.สรายุทธ ยศสกุล,  ส.ต.อ.กานต์ สรรพกิจจำนง ผบ.หมู่ กก.สส.4ฯได้ร่วมกันจับกุมตัว​

นายรณรงค์  ทองรักษา อายุ 28 ปี ที่อยู่ 16/3 ซ.หมู่บ้านตะเกียบ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.480/2566 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

สถานที่จับกุมบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 16/3 ซ.ตะเกียบ 5 ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผู้เสียหายได้ทำการโพสต์ขายโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ iPhone 11 สีขาวบน Facebook เพื่อขายให้ผู้ที่สนใจในราคา 14,800 บาทต่อมาได้มีบัญชี Facebook ชื่อ “ชื่อลูก น้ำจร้า” ได้ทักมาหาผู้เสียหายว่าสนใจโทรศัพท์ดังกล่าวและขอให้ผู้เสียหายส่งโทรศัพท์ไปให้ก่อน แล้วจะโอนเงินให้ทีหลังโดยอ้างว่าจะจะขอเช็คเครื่องโทรศัพท์ก่อนโดยบัญชี Facebook ดังกล่าวให้ผู้เสียหายส่งโทรศัพท์ไปที่ร้านวีณา ช็อป 15/6 ซอยเปรมสมบัติ แยก2 แขวงดินแดง เขตดินแดงกรุงเทพ ซึ่งเป็นร้านขายโทรศัพท์ ต่อมาผู้เสียหายได้ติดต่อรถรับจ้างขนส่ง Grab เพื่อฝากส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวไปยังร้านวีณา ช็อป เมื่อผู้เสียหายส่งโทรศัพท์ดังกล่าวไปแล้ว ไม่ได้รับการโอนเงินตามราคาที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายจึงโทรไปสอบถามร้านวีณา ช็อป 

จึงได้ทราบจากนางสาววีณาฯ เจ้าของร้านว่า รับซื้อโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายมาจากบัญชี Facebook ชื่อ “ชื่อลูก น้ำจร้า” ดังกล่าวอีกทีนึงและได้มีการโอนเงินค่าโทรศัพท์มือถือดังกล่าวไปยังบัญชีธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เลขบัญชี 7012334682 ชื่อบัญชีนายรณรงค์ ทองรักษา ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายจึงมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุดทรัพย์ที่ถูกประทุษร้าย รวมเป็นเงินสดจำนวนกว่า 14,800 บาท

ชั้นจับกุมผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยรับว่า  ได้อ้างว่าเป็นบัญชีม้ารับจ้างเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง โดยได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 500 บาท  ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูล นายรณรงค์ ทองรักษา ผ่าน www.blacklistseller.com พบว่าเป็นบุคคลที่มีการขึ้นบัญชีในการหลอกขายสินค้าหลายรายการ

จากการตรวจสอบพบหมายจับในระบบ CRIMES อีกจำนวน 1  หมายจับ  
1.หมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.39/2566 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”หน่วยงานที่รับผิดชอบ สภ.นากุง และเคยมีประวัติคดี คดีอาญาที่ 1110/2553 สภ.หาดใหญ่ ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง คดีอาญาที่ 880/2556 สภ.หัวหิน ข้อหา  มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คดีอาญาที่ 2171/2560 สภ.หาดใหญ่ ข้อหา เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดีต่อไป

‘อ.พงษ์ภาณุ’ มอง!! ความท้าทายอาเซียนในสมรภูมิโลก หลากเงื่อนไขทาง ‘ภูมิรัฐศาสตร์-ศก.’ ที่ยังฉุดให้โตช้า

ทีมข่าว THE STATES TIMES / THE TOMORROW ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES เมื่อวันที่ 27 ส.ค.66 เกี่ยวกับประเด็นไทยในอาเซียน โดย อ.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า...

อาเซียนเป็นการรวมกลุ่มเศรษฐกิจภูมิภาคที่สำคัญและใกล้ชิดที่สุดของไทย แม้ว่าในทางการเมือง ยังมีปัญหาอยู่ค่อนข้างมากในบางประเทศ ทั้งเรื่องความรุนแรงและความไม่สงบ เช่น ในเมียนมา หรือแม้แต่ประเด็นความขัดแย้งกับจีนเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ แต่ในด้านเศรษฐกิจ อาเซียนก็ได้มุ่งมั่นผลักดันให้เกิดการรวมตัวทางเศรษฐกิจ (Economic Integration) ในระดับที่สูงขึ้นตามลำดับ เพียงแต่ก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงได้กับสหภาพยุโรป (European Union) ที่ได้เข้าสู่ความเป็นสหภาพการเงิน (Monetary Union) ที่มีเงินยูโรสกุลเดียวมากว่า 20 ปีแล้ว

สำหรับก้าวแรกของการรวมตัวทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเมื่อปี 2535 เมื่อนายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรีไทยในขณะนั้น เสนอในการประชุมผู้นำอาเซียนให้จัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area - AFTA) โดยประเทศสมาชิก 10 ประเทศสามารถขจัดอุปสรรคทางการค้า ทั้งที่เป็นภาษีและไม่ใช่ภาษีได้ภายในปี 2008 ก่อให้เกิดตลาดการค้าเดียว อันเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจการลงทุนมากมาย

วันนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อาเซียนอยู่ในห้วงแห่งความท้าทายทางเศรษฐกิจ แม้เกิด AFTA (เขตการค้าเสรีอาเซียน) แต่ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าผู้นำอาเซียนจะสามารถผลักดันความร่วมมือที่มีนัยสำคัญได้เลย เพราะการเปิดเสรีด้านการค้าบริการก็ไปไม่ถึงไหน เนื่องจากประเทศสมาชิกยังคงยึดมั่นปกป้องธุรกิจบริการของตน ส่วนการเปิดเสรีแรงงานเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดน ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์เพราะเป็นสังคมสูงอายุ ก็ไม่คืบหน้า ทั้ง ๆ ที่มีแรงงานอพยพ (Migrant Workers) ในอาเซียนอยู่แล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน 

สุดท้ายด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของทุกประเทศ ก็มีลักษณะแข่งขันกันเองมากกว่าที่จะร่วมมือกัน ความหวังที่จะให้เกิด ASEAN Single Visa ทำนองเดียวกับกลุ่ม Schengen ยังเป็นแค่ความฝัน

ฉะนั้นในวันนี้ ในวันที่อาเซียนยังหาผู้นำไม่เจอ จึงยังไม่สามารถนำอาเซียนสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจได้ในระดับที่สูงขึ้น 

‘เสี่ยเฮ้ง’ สั่งตรวจสอบ-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย กรณีลูกจ้างถูกหัวหน้าไล่ออก หลังขอลาไปงานศพแม่ 

(17 ส.ค. 66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึง กรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข่าวลูกจ้างสาวรายหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊ก โดยนำภาพแชตคุยกับหัวหน้าที่ทำงาน กรณีขอลางานเนื่องจากแม่ป่วยหนักและใกล้จะเสียชีวิต แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ลางาน ว่า ผมได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ในเบื้องต้น พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 34 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้กำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน และให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันลากิจเพื่อกิจธุระอันจำเป็น เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 3 วันทำงาน เนื่องจากการลากิจธุระอันจำเป็น เป็นสิทธิพื้นฐานที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดสิทธิให้ลูกจ้างทุกประเภทมีสิทธิลากิจได้ แม้จะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวัน และลูกจ้างประเภทอื่น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม ผมได้กำชับให้พนักงานตรวจแรงงานเร่งสอบข้อเท็จจริงจากนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป โดยกระทรวงแรงงานจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน

ด้าน นายนิยม สองแก้ว อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา (สสค.นครราชสีมา) ซึ่งเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย หากลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงาน สามารถปรึกษา ร้องทุกข์ ร้องเรียน ได้ที่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานคร 10 พื้นที่ หรือโทรสายด่วน 1506 กด 3 หรือ 1546

‘บิ๊กตู่’ เปรียบประเทศไทยเป็นรถไฟ ต้องเดินไปข้างหน้า หัวขบวนต้องดี ไม่งั้นล้มทั้งขบวน

(17 ส.ค. 66) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางตรวจราชการ จ.สระบุรี เข้าตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ ณ พื้นที่โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ฯ สถานีรถไฟหินลับ ตำบลมวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 

ทั้งนี้ระหว่างรับฟังบรรยายสรุปนายกฯ กล่าวว่า ให้ผู้มีรายได้น้อยได้เข้าใจว่ารัฐบาลได้ทำอะไรให้เขาต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจนี่คืออนาคตประเทศ ซึ่งหลายๆอย่างทำมาได้ดีแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหน้าทำอะไรได้มากกว่า ซึ่งรัฐบาลวางยุทธศาสตร์ไว้แล้ว ต้องขอบคุณกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งมีหลายเรื่องเดินตามยุทธศาสตร์ชาติไม่ใช่ไปห้ามใครทำอะไรอยากจะทำอะไรก็ทำไปตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ 6 ข้อ ก็สามารถทำได้หมด เพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า และทั้งหมดตอบคำถามได้ก็จบ ไม่ได้ไปห้ามให้ทำอะไร ยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับได้ตลอดเวลา ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ชาติก็จะเดินสะเปะสะปะไป ซึ่งก็แล้วแต่แล้วกัน หลายคนก็บอกว่ามีไว้ทำไม ขอให้อ่านดูก่อน ทุกเรื่องถ้าไปจับเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่เข้าใจกัน ต้องอ่านกฎหมายก็ต้องอ่านให้หมด

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ขึ้นขบวนรถไฟหมายเลข 3 บชส.1221 จัดเฉพาะระยะทาง 300 เมตร ไปยังบริเวณอุโมงค์ผาเสด็จ โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้นั่งมาหลายปีแล้ว ซึ่งเราชอบขนมอาหารที่ขาย ข้างทางรถไฟเช่น ข้าวเหนียวเนื้อ

ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกภูมิใจหรือไม่กับผลงานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องภูมิใจไปด้วยกัน ไม่ใช่จะว่ากันไปกันมามันก็จะไม่เสร็จ เมื่อถามว่าถือเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของรัฐบาลนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อะไรสุดท้ายมีตั้งหลายขบวน รถไฟมันไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าไม่มีวันสิ้นสุดอยู่แล้ว ถ้าทุกคนช่วยกันทำมันก็ไปข้างหน้าได้ มันถึงเกิดได้ไงฉะนั้นรถไฟยังมีหัวขบวน ถ้าหัวขบวนดีก็ไปได้ตลอด ถ้าหัวขบวนไม่ดีก็ล้มทั้งขบวน มันไปไม่ได้เข้าใจหรือเปล่า เข้าใจไหม

เมื่อถามว่าจะฝากไปถึงรัฐบาลใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ไปเกี่ยวกับเขาหรอก ก็เรื่องของเขาสิ เราทำไว้ให้หมดแล้ว

เมื่อถามว่าวันนี้ถือว่าอากาศดีแล้วใช่หรือไม่ เพราะบนท้องฟ้าพระอาทิตย์กำลังทรงกลด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เหรอ โชคดีของพวกเธอ ขอให้ประเทศชาติโชคดีด้วยก็แล้วกัน

เมื่อถามว่าถือว่าโครงการรถไฟนี้เป็นไปตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าก็ใช่ ในเร็ว ๆ นี้ก็จะเสร็จอีกหลายช่วง มันก็ไม่ง่ายนักการก่อสร้างอะไรแต่ละอย่าง ซึ่งจากเดิมวิ่ง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เวลานี้วิ่งได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้เป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ได้สรุปให้ฟัง การเดินทางจะเร็วขึ้น และจะไปเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงด้วย ที่จังหวัดหนองคายคู่ขนานกันไปจะทำให้คอขวดจุดนี้หายไป เพราะก่อนหน้านี้ตรงนี้เป็นพื้นที่คอขวดที่เดินทางขึ้นเขาไม่ได้ การเดินทางช้า ขอให้ลงรายละเอียดจะได้เข้าใจกัน การที่เราพูดเยอะเพราะอยากให้ได้รับรู้รายละเอียด ถ้าจับตรงนั้นตรงนี้ของคนนั้นคนนี้มาพูดมันก็ตีกันอยู่อย่างนี้ สื่อก็ต้องช่วยกันหาเหตุผลว่ามันใช่หรือไม่ใช่ มันเป็นอย่างไรข้อเท็จจริงก็จะไม่ทะเลาะกันเข้าใจหรือไม่ สิ่งนี้ใครได้ประโยชน์ นายกฯ ได้หรือ ตรงนี้นายกฯ ไม่ได้ แต่คนที่ได้คือประชาชนรัฐบาลก็ต้องทำแบบนั้น ใช้งบประมาณให้เกิดความสมดุลพูดง่าย ๆ

เมื่อถามว่าเป็นการฝากไปยังรัฐบาลใหม่ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ต้องฝากก็ส่งต่อไปบางอันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและบางอันเป็นโครงการอยู่แล้วก็หวังว่าเขาจะทำต่อ

จากนั้นขบวนรถไฟได้เคลื่อนตัวออก ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่าขบวนรถไฟนี้ยังมีเสี่ยหนูนั่งอยู่ด้วย ขณะที่ นายอนุทิน นั่งอยู่ด้านหลังนายกฯ ถึงกับหัวเราะเสียงดังชอบใจ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะต่อขบวนกันไปแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่า พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม 

เมื่อถามย้ำว่าจะฝากนายอนุทินไปสานงานต่อในรัฐบาลหน้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝากทุกคนนั่นล่ะ ฝากเสี่ยหนูก็ฝาก 

เมื่อถามว่าฝากไปถึงรัฐบาลหน้าด้วยหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไปถามนายกฯ ใหม่เขานู้น จังหวะนี้ทำให้นายอนุทินถึงกับหัวเราะ ก่อนที่นายอนุทินจะพูดกระเซ้านักข่าวพร้อมโบกมือกล่าวว่า “ลาก่อน”

‘นิวยอร์ก’ สั่งแบน ‘ติ๊กต๊อก’ บนอุปกรณ์ของรัฐฯ อ้าง ห่วงความปลอดภัยต่อเครือข่ายของเมือง

(17 ส.ค. 66) นครนิวยอร์กสั่งห้ามการใช้งาน ‘ติ๊กต๊อก’ แอปพลิเคชันดังของจีนบนอุปกรณ์ของรัฐบาล โดยอ้างข้อห่วงกังวลด้านความปลอดภัย ทำให้นิวยอร์กกลายเป็นเมืองล่าสุดในสหรัฐฯ ที่มีคำสั่งห้ามดังกล่าว หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีหลายรัฐในสหรัฐฯ ที่มีคำสั่งห้ามดังกล่าวไปก่อนหน้านี้

‘ติ๊กต๊อก’ เป็นแอปที่มีการใช้งานในหมู่ชาวอเมริกันมากกว่า 150 ล้านคน เป็นของบริษัทไบท์แดนซ์ ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีของจีน ต้องเผชิญกับข้อเรียกร้องและแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐที่ต้องการให้มีการสั่งห้ามการใช้งานทั่วประเทศ เนื่องจากกังวลต่ออิทธิพลของจีนที่อาจเกิดขึ้นตามมา

‘อีริค อดัมส์’ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ระบุในแถลงการณ์ว่า ติ๊กต๊อกเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยต่อเครือข่ายทางเทคนิคของเมือง แม้ว่าติ๊กต๊อกจะยืนยันว่า ไม่ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานในสหรัฐฯ กับรัฐบาลจีน และยังมีการกำหนดมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งานติ๊กต๊อกอีกด้วย

ภายใต้คำสั่งล่าสุดนี้ หน่วยงานในนครนิวยอร์กจะต้องลบแอปติ๊กต๊อกออกภายใน 30 นาที และพนักงานจะไม่สามารถเข้าถึงแอปและเว็บไซต์บนอุปกรณ์และเครือข่ายใดๆ ของเมืองได้อีกต่อไป

‘ดร.เอ้’ ย้อนคลิป เคยเตือนเรื่องความปลอดภัยการก่อสร้าง ปมแผ่นเหล็กสะพานหล่นทับคนงานดับ บริเวณแยกลำสาลี

(17 ส.ค. 66) จากกรณี แผ่นเหล็กร่วงใส่คนงาน ที่บริเวณสะพานข้ามแยกลำสาลี ตัดเสรีไทย โดยเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย เมื่อเวลา 01.50 น. ของวันที่ 17 ส.ค. 66

ล่าสุด นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้แชร์ข่าวดังกล่าว และให้ความเห็นว่า…

“ขนลุก!!! ผมเคยบอกไปแล้วว่า สะพานของ กทม. ข้ามแยกบางกะปิ การก่อสร้างอันตรายมาก ระวังของร่วงลงมาทับคน วันนี้มีคนตายจนได้ ไม่น่าเกิดเลยครับ ผมเสียใจมากจริงๆ”

ทั้งนี้ ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอที่ได้โพสต์เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่พาไปดูการก่อสร้างสะพานที่หน้าตลาดบางกะปิ ว่าคอนกรีตร่อนลงมา และสามารถตกใส่หัวคนได้เลย ขณะที่ที่กันของ และบอกว่า เซฟตี้ไม่เคยมาก่อนเลย หล่นใส่ใครถึงตายได้

ทั้งยังได้โพสต์ข้อความว่า “ผมเคยเตือนเมื่อเดือนเมษายน งานก่อสร้างสะพานข้ามแยกบางกะปิ หวาดเสียว ไม่ใส่ใจคน ไม่ได้มาตรฐาน วันนี้คนตายจนได้ นี่คือเรื่องใหญ่ในสังคมไทย เราไม่ควรเพิกเฉย อันตรายใกล้ตัวกว่าที่ท่านคิด อาจเกิดกับใครก็ได้ #สะพานบางกะปิ #แผ่นเหล็กหล่น #องค์กรเพื่อความปลอดภัยสาธารณะ”

ฤาทางออก 'การคลังไทย' จะไปรอดได้ในสังคมผู้สูงอายุ หากให้สวัสดิการ เฉพาะกับคนที่เสียภาษีให้รัฐเท่านั้น?

(17 ส.ค.66) จากเฟซบุ๊ก 'Chalermporn Tantikarnjanarkul' โดยคุณเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ได้โพสต์แสดงความเห็นถึงแนวทางที่จะทำให้การคลังไทยไปรอดในสังคมผู้สูงอายุ ไว้ว่า...

ความจริงที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ ถ้าอยากให้ฐานะการคลังของไทยไปรอดในสังคมผู้สูงอายุ ทางที่ดีที่สุด ยุติธรรมที่สุด ไม่ใช่หาเงินมาทำสวัสดิการถ้วนหน้า หรือเลือกช่วยเฉพาะคนลำบากยากเข็ญ เพื่อลดรายจ่ายลงให้ได้มากที่สุดแบบที่พยายามทำ

แต่เป็นการให้สวัสดิการ เฉพาะกับคนที่เสียภาษีให้รัฐเท่านั้น จ่ายมาเกินกี่ปี ถึงได้สิทธิก็ว่าไป

ใครจ่ายก็ได้ ใครไม่จ่ายก็อด ก็ตรงไปตรงมา

แต่ไม่มีใครกล้าบอกแบบนี้ เพราะจะกลายเป็นคนใจร้าย ไร้น้ำใจ 

ปัญหาคือถ้านับในปัจจุบัน คนที่ไม่เคยเข้าระบบภาษีเงินได้เลยน่าจะมีอยู่มาก และอาจมีจำนวนไม่น้อยที่อยู่ไม่ได้ หากไม่พึ่งสวัสดิการ หากทำแบบนี้ อาจจะเป็นการปล่อยคนเป็นล้าน ๆ คนให้จมน้ำโดยไม่เหลียวแล

ถ้าทำเลยไม่ได้ เราอาจใช้การประกาศล่วงหน้า เช่น ในอีก 10 ปีข้างหน้า ใครที่ไม่เคยเสียภาษี ไม่มีสิทธิได้รับสวัสดิการใด ๆ แล้วนะ ระหว่างนี้ ก็อุดรูรั่วทางภาษี เอาคนมาเข้าระบบให้หมด ให้ฐานรายได้กว้างขึ้น จะได้มีเงินมากพอไปช่วยคนที่จนมาก เอาตัวไม่รอดจริง ๆ

แต่แน่นอน ก็จะมีคำถามตามมาว่า ถ้าเข้าระบบภาษีแต่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี เลยไม่ต้องเสียเลย ฉันอยู่กลุ่มไหน?

และคำถามคลาสสิกตลอดกาลอย่าง

ถึงไม่เคยเสียภาษีเงินได้แต่ฉันก็เสียภาษีมูลค่าเพิ่มนะเฟ้ยยยย ใครบอกฉันไม่เสียภาษี!

ผมว่าเราเลิกเพ้อฝันแล้วอยู่กับความจริง แล้วเริ่มทำทุกอย่างให้มันถูกร่องถูกรอยเสียตั้งแต่วันนี้ ยอมรับก่อนว่ายังไง ฐานภาษีตอนนี้ ก็แบกทุกคนไม่ไหวแน่ ๆ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เข้ามาช่วยกันแบก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top