Monday, 20 July 2026
NewsFeed

‘จามา เน็ตเวิร์ค’ เผยผลการศึกษาของ ‘วัคซีนโควิด-19’ ชี้ ประสิทธิภาพต้าน ‘โอไมครอน’ ลดทันทีหลังฉีด 6 เดือน

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 66 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผลการศึกษาใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์จามา เน็ตเวิร์ค (JAMA Network) เมื่อวันพุธ (3 พ.ค. 66) ชี้ว่าวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอนลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเวลาผ่านไป

‘สุชาติ’ ชูนโยบายขั้นสุด!! จัดตั้ง ‘รพ.ประกันสังคม’ 4 ภาค 4 แห่ง พร้อมหนุนลูกผู้ประกันตน สอบชิงทุนเรียนหมอ จบมาพร้อมทำงานที่นี่ได้

เมื่อไม่นานมานี้ จาก TikTok ‘เฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น’ ได้โพสต์วิดีโอ ‘นายสุชาติ ชมกลิ่น’ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน และผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะออกรายการ คนชนข่าว โดยช่วงหนึ่งของรายการ นายสุชาติ ได้กล่าวถึงความไม่เป็นธรรมของระบบประกันสังคมในอดีต จนกระทั่งในยุคตนได้เข้ามาปรับปรุง โดยระบุว่า…

“คนที่ส่งเงินประกันสังคมจากฐานเงินเดือน 15,000 ส่งมา 10 กว่าปี 20 กว่าปี อยู่ ๆ พอเขาต้องเปลี่ยนมาส่ง 39 กลับมาตัดเรทเหลือ 4,800 บาท มาลดเงินชราภาพเขาเฉย มันก็ไม่ถูกต้อง และผมจะเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนประกันสังคม (แต่ปัจจุบันรัฐบาลปรับปรุงแล้วนะ) ถ้าอายุ 55 สมมติได้เงินชราภาพ 5,000 บาทต่อเดือน คิดเป็น 1 ปี ก็คือ 60,000 บาท แต่ถ้าเกิดเสียชีวิตจะได้ 10 เท่าจากเงินที่ได้ต่อเดือน ก็คือได้มา 50,000 รวม ๆ กันก็เป็นแสน แต่เผอิญเงินชราภาพที่เราเคยส่งไว้อยู่มี 2 แสน แบบนี้ผู้ส่งขาดทุนไหม มันตั้งกองทุนประกันสังคมมาเพื่อกินกำไรผู้ประกันตน เราเลยแก้ระเบียบและเราประกาศใช้แล้วนะ คือ ถ้าเสียชีวิต เช่น อายุ 56 เอาเงินอีก 4 ปีจ่ายให้เขาไป”

‘ลูกหมี’ ขอคนไทยเลือก ‘ปชป.’ เป็นผู้นำ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ ย้ำ!! พรรคทำงานด้วยวิถีประชาธิปไตย ‘ไม่โกง-สุจริต-ท้องอิ่ม’

(6 พ.ค. 66) น.ส.รัศมี ทองสิริไพรศรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และทีมโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง กล่าวถึงเหตุผลที่พี่น้องประชาชนต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นการเลือกตั้งที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศได้ อย่าเพียงเลือกไปตามกระแส เพราะประเทศไทยจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีประสบการณ์ จึงจะสามารถนำพาประเทศไปรอดได้

ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองเดียวที่เป็นสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืน และนำเสนอนโยบายครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ด้วย 3 แกนหลัก คือ ‘สร้างเงิน’ คือ การสร้างเงินให้คนไทย สร้างเงินให้ประเทศ ‘สร้างคน’ ด้วยการศึกษา สาธารณสุข เพื่อให้คนไทยมีศักยภาพในการรักษาเงิน และทำงานเพื่อสร้างเงินให้ตนเองและครอบครัวได้ต่อไปในอนาคต ‘สร้างชาติ’ ด้วยการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดมั่นทำงานการเมืองด้วยวิถีประชาธิปไตยสุจริต และประชาธิปไตยท้องอิ่ม 

และภายใต้ 3 แกนหลักดังกล่าว ประกอบด้วย 16 นโยบายที่โดดเด่น สำหรับคนทุกกลุ่ม ดังต่อไปนี้

1.) ประกันรายได้ ‘จ่ายเงินส่วนต่าง’ ข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด
2.) ชาวนารับ 30,000 บาทต่อครัวเรือน
3.) ธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท
4.) อินเทอร์เน็ตฟรี 1 ล้านจุด ทุกหมู่บ้าน ทุกห้องเรียน
5.) เรียนฟรีถึงปริญญาตรี สาขาที่ตลาดต้องการ
6.) ฟรีนมโรงเรียน 365 วัน
7.) ตรวจสุขภาพฟรี รักษาฟรี ใช้บัตรประชาชนใบเดียว
8.) SME มีแต้มต่อ 3 แสนล้าน
9.) ชมรมผู้สูงอายุ รับ 30,000 บาท ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน
10.) ออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี
11.) ออกกรรมสิทธิ์ทำกิน ให้ผู้ทำกินในที่ดินของรัฐฯ
12.) ประมงท้องถิ่นรับ 100,000 บาท ทุกปี
13.) ปลดล็อกประมงพาณิชย์ ภายใต้ IUU
14.) ปลดล็อก กบข. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้ซื้อบ้านได้
15.) 3 ล้านบาท ต่อยอดเกษตร แปลงใหญ่
16.) ค่าตอบแทน อกม. 1,000 บาทต่อเดือน   

น.ส.รัศมี กล่าวอีกว่า ยังมีนโยบายอื่น ๆ อีกที่น่าสนใจ อาทิ การวางรากฐานศึกษาด้วย CODING ซึ่งการศึกษาเป็น DNA ของพรรคประชาธิปัตย์ นโยบาย Delta work Thailand กรุงเทพต้องไม่จมน้ำ และการประกาศสงครามกับปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 การผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด นโยบายเกี่ยวกับสตรี 5 ด้าน เพื่อเสริมเก่งสร้างแกร่งให้ผู้หญิง ขจัดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว ตั้งแต่ด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสร้างสังคมเสมอภาค ส่งเสริมผู้หญิงเป็นพลังทางเศรษฐกิจ วางรากฐานการศึกษา และส่งเสริมให้ผู้หญิงเข้ามามีบทบาททางการเมือง

‘เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่’ เตือน ไม่ควรไปแตะต้องเบื้องบน ลั่น!! คนรักแผ่นดินจะไม่อยู่เฉย เพราะเราคือคนไทยที่แท้จริง

(6 พ.ค. 66) นายวรเชษฐ์ เอมเปีย หรือ ‘เชษฐ์’ มือกลอง ‘สไมล์บัฟฟาโล่’ วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นยุค 90 โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า…

จะทำอะไร ก็ทำไปสิครับ..แต่ไม่ควรไปแตะต้องเบื้องบน..อย่าล้ำเส้น ฮึกเหิมเกินไป..โอ้อวดโชว์เอาดีเข้าตัว โยนความไม่ดีให้คนอื่น ไม่เท่เลยนะ

‘เศรษฐา’ มั่นใจ!! ฐานเสียง ‘พท.’ แข็งแกร่ง สู้กระแส ‘ก้าวไกล’ ได้ ชี้ ผลโพลหลักพันไม่ใช่สะท้อนเสียงของประชาชนทั้งประเทศ

(6 พ.ค. 66) ที่จังหวัดนครราชสีมา นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.)  และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจะแก้เกมกับกระแสของพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่มาแรงทุกโพลอย่างไรว่า คงไม่มีอะไรแก้ เพราะโพลของเราก็มาดี เรายังมั่นใจอยู่ว่าเราจะได้เกินครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับกระแสที่ออกสื่อย้ำๆ นั้นก็เป็นแค่กระแส เพราะเวลาลงพื้นที่แล้วโพลของเราก็ยังมีและดีอยู่แล้ว

เมื่อถามต่อว่าแต่โพลก็มีผลต่อการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่แน่ใจ ตนคิดว่าขึ้นอยู่กับพรรคและนโยบาย รวมถึงผู้นำ ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว จะเล่นกันไม่ได้ ไม่ใช่สนามที่ประลองฝีมือ แต่เป็นของคนที่มีประสบการณ์หรือพรรคที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ว่าสามารถทำนโยบายที่เสนอเป็นจริงได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องที่เราต้องตอกย้ำต่อไป อีกทั้งโพลบางโพลก็ทำแค่ 1-2 พันคน เราควรเอาโพลที่ทำเป็นแสนมาเป็นตัวชี้วัดดีกว่า

เมื่อถามว่า ยังมั่นใจว่ากระแสของพรรคก้าวไกลยังสู้ฐานเสียงของเพื่อไทยไม่ได้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “สู้ไม่ได้ เรามั่นใจครับ เรามั่นใจความแข็งแกร่งของฐานเสียง มั่นใจในนโยบาย มั่นใจในความที่เราเป็นสถาบันทางการเมืองมานาน ที่พิสูจน์ได้ว่าเราทำได้จริง”

เมื่อถามต่อว่า ตอนนี้ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยยังเพียงพอทำให้แลนด์สไลด์ได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าแลนด์สไลด์หมายความว่าอะไร ถ้า 200 กลางๆ ขึ้นไป ตนคิดว่าตนได้อยู่ หรือ 280 เราก็ยังมั่นใจอยู่ แต่จะถึง 300 หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โค้งสุดท้ายว่าจะเป็นเช่นไร แต่ก็ยังมีความหวังอยู่

เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์หรือไม่ ว่าทำไมช่วงโค้งสุดท้ายกระแสก้าวไกลยังพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นเรื่องของโซเชียลส่วนหนึ่ง และอาจเป็นช่วงจังหวะที่ผลโพลออกมา แต่อย่างที่เรียนไปว่า โพลบางโพลสำรวจแค่ 2,000-2,500 คน ซึ่งประเทศไทยมีประชากรที่สามารถโหวตได้ประมาณ 39 ล้านคน ต้องเอานโยบายเป็นหลัก ประวัติศาสตร์ การพิสูจน์ฝีมือมาโดยตลอด และผู้นำที่เคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้ว ทีมงานที่อยู่ด้วยกันมาโดยตลอด ตรงนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนให้ความสำคัญมากที่สุด

เมื่อถามว่า กระแสที่เทไปทางพรรคก้าวไกลส่วนหนึ่งมีการวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะแคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทยมี 3 คน และไม่ชัดเจนว่าเลือกเพื่อไทยแล้วจะได้ใครเป็นนายกฯ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าเป็นประเด็น ตนคิดว่าจะเป็นจุดแข็งมากกว่า เพราะจริง ๆ เรามีทีมที่แข็งแกร่ง ทั้ง 3 คนมีจุดแข็งแตกต่างกัน ดังนั้น นายกฯ จากพรรคเพื่อไทยก็คือ 1 ใน 3 คน รอผลการเลือกตั้งออกมาก่อน ใจเย็น ๆ

'บิ๊กจ๋อ' คว้ารางวัลนักสืบดีเด่น ด้าน 'หนุ่ม-กรรชัย' คว้าผู้ประกาศข่าวดีเด่น จากสมาคมสื่ออาชญากรรมฯ

วันที่ 6 พ.ค. ที่ห้องประชุม อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร พร้อมด้วย นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ นายสมชาย จรรยา อุปนายกฯ และคณะกรรมการบริหารสมาคม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ข้าราชการตำรวจ ที่มีผลงานดีเด่น รางวัลผู้สื่อข่าวภาคสนามดีเด่น รางวัลผู้ประกาศข่าวดีเด่น พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษาแก่บุตร-ธิดาของสื่อมวลชน ในสังกัดสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย 

สำหรับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. รับรางวัล “สาขาบริหารพัฒนาองค์กรดีเด่น” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. “สาขาสืบสวนยอดเยี่ยม” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. “สาขาป้องกันและปราบปรามยอดเยี่ยม” พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. “สาขาจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีเด่น” พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 “สาขาปราบปรามอาชญากรรมดีเด่น” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. “สาขานักพัฒนาองศ์กรดีเด่น” พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. “สาขาปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ดีเด่น” 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. “สาขาปราบปรามคอร์รัปชันดีเด่น” พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. “สาขาสืบสวนอาชญากรรมดีเด่น” พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. “สาขาปราบปรามยาเสพติดดีเด่น” 

ส่วนรางวัลเชิดชูเกียรติต้นแบบ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” สาขาจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดีเด่น ได้แก่ พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.เมือง จ.นครปฐม พ.ต.ต.ประเวศน์ แสงพรหม สว.กก.1 บก.ปคม. ร.ต.อ.หญิง สุธาสินี มีอาษา ร.ต.ท.หญิง ธมลวรรณ ชนะเกียรติ รองสว.ฝสสน.5 บก.สสน.บช.ตชด. และ ส.ต.อ.ภูริวัชร์ ภูสิงห์ ผบ.หมู่ ฝสสน.5 บก.สสน.บช.ตชด. ร.ต.ท.ณัฐสรวง ภู่บำเพ็ญ รองสว.กก.6 บก.จร. ส.ต.ท.วรชัย ศิริอัฐ และ ส.ต.ท.นฤชิต กอพงษ์ ผบ.หมู่ งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. 

'เชียงราย' จับกุมผู้ต้องหาพยายามลักลอบนำรถจักรยานยนต์ 15 คันออกนอกราชอาณาจักรโดย 'ผิดกฎหมาย' ชายแดนแม่สาย

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2566ที่ผ่านมา เวลา 21.00 นาฬิกา หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการ ลาดตระเวนเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามแนวชายแดนในพื้นที่ บ้านแม่สาย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธกำลังจะนำรถจักรยานยนต์  

ลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร บริเวณ บ้านเลขที่ 923 บ้านแม่สาย

‘สมเกียรติ’ ยัน!! ไม่ใช่งูเห่า พร้อมแจงเหตุที่ต้องออกจาก ‘ก้าวไกล’ เผย ตนทุ่มเททำงานมาตลอด แต่พรรคกลับเลือกคนอื่นลง ส.ส.แทน

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 66 นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ หรือ ‘เป้’ อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ปัจจุบันเป็นผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางนา-พระโขนง เบอร์ 9 พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณคอนโดนิรันดร์ ในซอยสุขุมวิท 93 ในขณะกำลังหาเสียง ได้มีประชาชนเข้ามาพูดคุยและสอบถาม ถึงสาเหตุที่นายสมเกียรติได้ออกจากพรรคก้าวไกล

โดยนายสมเกียรติได้ตอบว่า เรื่องที่ตนออกจากพรรคก้าวไกลนั้น ยังมีคนไม่ทราบอีกเยอะ ซึ่งตนคิดว่าไม่น่าจะมีใครไม่รู้ และได้กล่าวว่า จริงๆ แล้วตนไม่ได้อยากลาออกจากพรรคก้าวไกล แต่ทางพรรคได้ส่งหัวหน้าการ์ดผู้ชุมนุมมาลง ส.ส.แทนตน ทั้งที่ตนเป็นผู้ผลักดันให้ผู้ช่วย ส.ส.ของตน ชนะ ส.ก.ในเขตพื้นที่บางนาและพระโขนงให้กับพรรคก้าวไกล ซึ่งนับเป็นผลงานที่ดีที่สุดในพรรค แต่ทางพรรคกลับส่ง นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ ‘โตโต้’ หัวหน้าการ์ดผู้ชุมนุม มาลง ส.ส.แทนตน

ตำรวจไซเบอร์ จับกุมขบวนการ Hybrid Scam : Bidget-coins ตุ๋นเหยื่อสูญเงินกว่า 2.5 ล้าน

กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 จับกุมขบวนการ แอบอ้างเป็นหญิงสาวหน้าตาดี เข้ามาตีสนิทผ่านโลกออนไลน์ จากนั้นชักชวนลงทุนเทรดเงินดิจิทัล ผลตอบแทนสูงร้อยละ 50 จนเหยื่อหลงเชื่อ สูญเงินรวมกว่า 2.5 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา มีประชาชนซึ่งตกเป็นผู้เสียหาย จากการถูกกลุ่มขบวนการ Hybrid Scam หลอกให้รักแล้วลงทุน ใช้โปรไฟล์หญิงสาวหน้าตาดี เข้ามาทักทายตีสนิทผ่านทางเฟสบุ๊ค จากนั้นได้มีการพูดคุยติดต่อกันทางแอปพลิเคชั่น ไลน์ เรื่อยมาประมาณ 1 เดือน และได้เริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนเทรด ซื้อขายเงินสกุลดิจิทัล USDT ซึ่งมีผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 50 ของเงินลงทุน เมื่อผู้เสียหายสนใจ คนร้ายได้ส่งแพลตฟอร์ม Bidget-coins เพื่อให้ผู้เสียหายสมัครสมาชิกเข้าไปลงทุน ซึ่งในช่วงแรกสามารถทำกำไรและเบิกถอนเงินได้ตามปกติ จนกระทั่งผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีคนร้าย จำนวน 7 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 2,588,000 บาท ต่อมาไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ โดยคนร้ายใช้ข้ออ้างต่างๆ เช่น ต้องชำระค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียม หรือ ต้องเพิ่มการลงทุนให้มากขึ้น จึงจะถอนเงินได้ เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกจึงได้มาร้องทุกข์กับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 

ผบ.ตร.ลงพื้นที่ภาคเหนือ ดูแลการเลือกตั้งล่วงหน้า เข้มห้ามมีซื้อสิทธิ์ขายเสียง สั่งกำชับตำรวจวางตัวเป็นกลาง และจัดการจราจรผู้มาใช้สิทธิ เผยยังไม่พบเหตุบ่งชี้ความรุนแรง เตือนห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสุรา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

วันที่ 6 พ.ค.66 เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมติดตามกำชับการดูแลความเรียบร้อยการเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 รอง ผบช., ผบก.ทุกจังหวัดในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 5

ที่ประชุมรายงานการเตรียมความพร้อมการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งล่วงหน้าของตำรวจภูธรภาค 5 ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน) ใช้กำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความเรียบร้อยจำนวน 1,638 นาย มีประชาชนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 132,956 คน จำนวน 79 หน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่มีประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจำนวนมากถึง 66,995 คน รองลงมาคือ เชียงราย 23,783 และ ลำพูน 14,518 ราย 

มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้ามากกว่า 5,000 คน มีทั้งสิ้น 7 แห่ง (เชียงใหม่ 4 เชียงราย 2 ลำพูน 1) โดยเฉพาะจุดศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนม์พรรษา จ.เขียงใหม่ มีประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า 31,220 คน , อาคารหอประชุม อบจ.ลำพูน 13,498 คน , อาคารสายธารธรรม ม.พายัพ จ.เชียงใหม่ 10,915 คน 

สำหรับหน่วยที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าเกิน 1,000 คนขึ้นไป ตำรวจ ภ.5 ได้จัดเจ้าหน้าที่จราจร 20 นาย อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้สิทธิ

ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำ จังหวัดเชียงใหม่ และลำพูน เนื่องจากมีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมาก หวั่นการจราจรติดขัด สั่งการให้ดูแลอำนวยความสะดวกเต็มที่ 

นอกจากนี้ ที่ประชุม รายงานภาพรวม ตำรวจมีความพร้อมในการปฏิบัติ ยังไม่พบเหตุความรุนแรง มีการรายงานการทำลายป้ายหาเสียงห้วง 1 เม.ย.-2 พ.ค. 137  ป้าย กระทำความผิดเกี่ยวกับอาญาช่วงเลือกตั้ง 17 ครั้ง 

ส่วนภาพรวมทั่วประเทศใช้กำลังตำรวจทั่วประเทศ 16,140 นายดูแลความสงบเรียบร้อย มีประชาชนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งสิ้น 2,235,830 คน จำนวนหน่วยเลือกตั้ง 3,486 หน่วย สถานที่เลือกตั้งนอกหน่วยทั้งสิ้น 667 แห่ง แบ่งเป็นในเขต กทม. 116 แห่ง ต่างจังหวัด 551 แห่ง มีจำนวนหน่วยเลือกตั้งที่มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้ามากกว่า 5,000 คน มีทั้งสิ้น 128 แห่ง 

ผบ.ตร.ได้กำชับ ข้าราชการตำรวจวางตัวเป็นกลาง คอยดูแลอำนวยความสะดวก การจราจรให้ประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งด้านหน้าหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะแห่งที่มีประชาชนมาใช้สิทธิจำนวนมาก  ให้ ผกก.หรือ หัวหน้าสถานี ที่มีหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าในพื้นที่ ให้ออกตรวจตรา อำนวยการจราจร และดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวมด้วยตนเอง ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

เน้นย้ำการป้องกัน การสร้างสถานการณ์ เผาทำลายป้าย ที่ยังต้องเพิ่มความเข้มต่อเนื่อง สั่งขยายการระดมกวาดล้างอาชญากรรมจากเดิม 4-10 พ.ค. เป็น 4-13 พ.ค. ให้เพิ่มความเข้มการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายอย่างอื่น รวมทั้งจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ระดับสถานี ให้พร้อมปฏิบัติ เข้าระงับเหตุ ตอบโต้ได้ทันทีท่วงที หากได้รับแจ้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top