Friday, 17 July 2026
NewsFeed

ผบ.ฉก.นราธิวาส เป็นผู้แทน ผอ.รมน.ภาค 4 ร่วมกิจกรรมรอมฎอนสัมพันธ์เสริมสร้างสันติสุข คืนความสุขสู่ชายแดนใต้ ประจำปีอิจเราะห์ศักราช 1444 ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ณ มัสยิดบ้านบูกิตปาลัส

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ มัสยิดบ้านบูกิตปาลัส ตำบลยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นผู้แทน พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม 'รอมฎอนสัมพันธ์' ละศีลอด (เปิดปอซอ) ในเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1444 กับผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนไทยมุสลิมในพื้นที่ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อต้อนรับเดือนรอมฏอนอันประเสริฐ 

สร้างบรรยากาศที่ดีในห้วงของการปฏิบัติศาสนกิจ ตลอดจนสร้างสภาวะแวดล้อมให้เอื้อต่อการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  พร้อมทั้งเพื่อสนับสนุน และส่งเสริมการปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในห้วงเดือนรอมฎอน เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานรัฐกับผู้นำหมู่บ้าน, ผู้นำชุมชนและผู้นำศาสนาในพื้นที่ โดยก่อนละศีลอด พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และ หัวหน้าส่วนราชการได้พบปะ พูดคุยกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งร่วมกันขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า (ขอดุอาร์) ให้ความสันติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น

รองโฆษก ตร. เตือน สงกรานต์นี้ต้องระวัง 'ภัยออนไลน์หน้าร้อน' ย้ำมิจฉาชีพมาได้ทุกรูปแบบ ขู่!!! รับจ้างเปิด 'บัญชีม้า – เบอร์ม้า' ติดคุก 3 ปี ปรับ 3 แสน !!!

วันนี้ (8 เม.ย.66) เวลา 11.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.หญิง ดร.ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชน ระวังมิจฉาชีพใช้โอกาสเทศกาลสงกรานต์ออกอุบายหลอกลวงออนไลน์

รองโฆษกฯ เปิดเผยสถิติคดีอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนร้องเรียนผ่านแจ้งความออนไลน์ เว็บไซต์ thaipoliceonline.com ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 22,486 คดี ยอดความเสียหายรวมสูงกว่า 1,842 ล้านบาท โดย 5 ลำดับสูงสุด ได้แก่ 1) หลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการที่ไม่เป็นขบวนการ 2) หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ 3) หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานฯ 4) ข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center) และ 5) หลอกให้กู้เงิน

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณฯ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันโจรออนไลน์มักจะออกอุบายตามเทศกาลวันสำคัญตามประเพณี ในช่วงฤดูร้อนนี้ จึงขอแจ้งเตือนถึงรูปแบบอาชญากรรมออนไลน์ที่โจรอาจใช้ในการหลอกลวง ดังนี้

‘ดร.เอ้’ นำทัพ ‘ปชป.’ ลุยเขตประเวศ ช่วย ‘กิตพล’ หาเสียง ชู ‘Delta Works Thailand’ สานต่อนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม

(8 เม.ย. 66) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบายกทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร ส.ส.หมายเลข 1 เขตประเวศ-บึงกุ่ม ลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าที่ตลาดพัฒนาการ เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน และมีพี่น้องประชาชนเข้าทักทายคณะเป็นจำนวนมาก

โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวขอโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครของพรรคได้เข้าไปทำงาน เพื่อผลักดันนโยบายต่าง ๆ ที่ผ่านการตกผลึก และผ่านการคิดนโยบายมาอย่างรอบคอบ ให้ได้นำไปใช้เพื่อพี่น้องประชาชนได้รับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในทุกด้าน ด้วยการ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ส่วนปัญหาน้ำท่วม ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยวิธีแบบเดิม ๆ พิสูจน์มาแล้วว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ น้ำยังคงท่วมอยู่ ตนขอสานต่อนโยบายที่เคยหาเสียงมาตั้งแต่สมัยลงสมัครผู้ว่า กทม.เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม กรุงเทพต้องไม่จมน้ำ ด้วยนโยบาย ‘Delta Works Thailand’ ที่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

ด้านนายกิตพลกล่าวว่า ปัญหาสำคัญในพื้นที่ประเวศ คือปัญหาน้ำท่วม ถนนมีสภาพทรุดต่ำในบางช่วง ทำให้น้ำในคลองสายหลักที่มีระดับสูงไหลเข้าท่วมผิวจราจรโดยแนวทางการแก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วม 8 จุด และจุดเฝ้าระวังน้ำท่วม 3 จุดในพื้นที่ ดำเนินการขุดลอกคูคลองเปิดทางน้ำไหล ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ทำการปรับปรุงถนนและท่อระบายน้ำใหม่แทนของเดิมที่มีการชำรุด ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้ดีขึ้น ก่อสร้าง subgate แทนการบล็อกด้วยกระสอบทราย ก่อสร้างเขื่อนป้องกันดินริมคลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ แนวทางการแก้ปัญหาเหล่านี้ ตนได้ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนาน

ผบ.เด่นสั่งรวบสาวหล่อ อ้างคนสนิทนางเอก ต. คา ด่าน ตม.อรัญประเทศ พฤติกรรมหลอกลวงแฟนคลับ ลงทุนหุ้นเก๊ เสียหายกว่า 40 ล้านบาท

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ส่งชุด PCT5 ร่วมกับสืบสวนนครบาลลุยกัมพูชา ตามล่า “สาวหล่อ” อ้างเป็นแฟนของนางเอกระดับตำนาน ชื่อ ต. รายการนำเที่ยวหลังก่อวีรกรรมสุดแสบตระเวนฉ้อโกงเหยื่อ โดยเจาะตลาดไปที่กลุ่มผู้เสียหายที่เป็นเหล่าแฟนคลับดาราสาว โดยผู้เสียหายบางรายกล่าวว่า สาวหล่อใช้จิตวิทยาเปิดภาพที่ได้ถ่ายกับดาราก่อนจะเชือดเหยื่อให้ลงทุนหุ้นสิงคโปร์ ซึ่งแท้จริงเป็น “หุ้นเก๊” เบื้องต้นพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 20 ราย ซึ่งมีความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ได้มาขอความช่วยเหลือกับ ผบ.ตร. คดีนี้เป็นที่ฮือฮาในแวดวงบันเทิงช่วงปี 2565 จนมีผู้เสียหายบางรายตั้งข้อสังเกตุว่า ตัวนางเอกเอง “อาจมีเอี่ยว” กับสาวหล่อรายนี้หรือไม่

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566  พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. (PCT) , พล.ต.ท.ธิติ  แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. / รอง หน. PCT ชุดที่ 5 , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์  ทองแพ พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.(สอบสวน) บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว , พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี  , พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดที่ 5 , ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) นำกำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัว

น.ส.พาฬ นลินวัชร์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ถ.ประชานิมิต ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับกว่า 4 หมายจับ คือ

1.หมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ จ.126/2565 ลงวันที่ 25 พ.ค. 65 ข้อหา “ฉ้อโกง”
2.หมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ที่ จ.127/2565 ลงวันที่ 25 พ.ค. 65 ข้อหา “ฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
3.หมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ จ.126/2565 ลงวันที่ 25 ก.พ. 65 ข้อหา “ฉ้อโกง”
4.หมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.128/2565 ลงวันที่ 26 ก.พ. 65 ข้อหา “ฉ้อโกง”
โดยกล่าวหาว่า ฉ้อโกง

จับกุมตัวที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองอรัญประเทศ ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.2563 ถึงห้วงกลางปี พ.ศ.2564 ได้เกิดเรื่องฉาวในแวดวงบันเทิง เมื่อได้เกิดเหตุหลอกลวงครั้งใหญ่เกิดขึ้น เหล่าผู้เสียหายได้ทยอยเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้ถูก “สาวหล่อ” ซึ่งอ้างว่าเป็นอดีตแฟนกับดารานางเอก “ระดับตำนาน” หลอกลวงเงิน โดยแผนประทุษกรรมการหลอกลวงเรียกได้ว่าสุดแสบ โดยสายหล่อรายนี้จะแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มแฟนคลับของดาราสาวแล้วทำทีตีสนิท โดยจะโชว์พาวให้กับกลุ่มแฟนคลับว่าตนเองนั้นเป็นแฟนกับดาราสาว 

ซึ่งแรกเริ่มนั้นเหยื่อต่างยังไม่เชื่ออย่างสนิทใจ ซึ่งผู้เสียหายรายหนึ่งได้กล่าวว่า สาวหล่อรายนี้ใช้จิตวิทยาด้วยการเปิด ภาพ ที่ได้ถ่ายกับดาราสาว นอกจากนั้นบางรายสาวหล่อรายนี้ถึงขนาดเปิดเทปบันทึกเสียงการสนทนาของสาวหล่อกับดาราสาวให้ฟัง ซึ่งทำให้เหล่าผู้เสียหายเชื่ออย่างสนิทใจว่าสาวหล่อรายนี้เป็นแฟนของดาราสาวจริงๆ ซึ่งเมื่อเหยื่อเริ่มหลงกลจิตวิทยาของสาวหล่อแล้ว ก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการหลอกลวง เบื้องต้นพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 20 ราย ซึ่งมีความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท โดยข้อมูลจากการสืบสวนสอบสวนสาวหล่อรายนี้จะหลอกลวงให้เหยื่อ “ลงทุน” เล่นหุ้นประเทศสิงค์โปโดยจะใช้จิตวิทยาหว่านล้อมว่าตนเองนั้นเล่นให้กับดาราสาว จากเงิน 40 ล้านบาท สามารถเพิ่มมูลค่าเป็น 100 ล้านบาท ได้ ซึ่งเหยื่อต่างหลงเชื่อ “หอบเงิน” มาร่วมลงทุนกับสาวหล่อรายนี้เป็นจำนวนมาก อันเกิดจากการถูกสาวหล่อใช้จิตวิทยาเล่นกับจิตใจของเหล่าผู้เสียหายที่ลุ่มหลงในตัวดาราสาว ซึ่งแท้จริงไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนหุ้นแต่อย่างใด โดยช่วงแรกนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเรียกตัวสาวหล่อรายนี้มาดำเนินคดี เจ้าตัวได้เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนแต่ต่อมาห้วงเดือน ต.ค. 64  ได้หายตัวไป “เข้ากลีบเมฆ” 

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทยอยออกหมายจับสาวหล่อรายนี้ โดยล่าสุดมีหมายจับที่ยัง ACTIVE อยู่ในระบบกว่า 4 หมายจับ ซึ่งผู้เสียหายบางรายได้ตั้งข้อสังเกตุว่า อาจมีเอี่ยวกับคนในวงการหรือไม่ เนื่องจากดาราสาวมีการส่งทนายมาช่วยเหลือสาวหล่อในชั้นการรับทราบข้อกล่าวหา อีกทั้งหลังจากที่สาวหล่อรายนี้หลอกลวงเหล่าแฟนคลับไปแล้ว ดารานางเอกรายนี้มีการซื้อรถ “ลัมโบร์กินี” จึงเป็นที่คลาบแคลงใจของเหล่าผู้เสียหายเป็นอย่างยิ่ง

สืบสวนนครบาลขยายผลทลายขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดภาคเหนือเข้าสู่ใจกลางมหานคร

ตามนโยบายรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดซึ่งเป็นภัยคุกคามและเป็นหนึ่งในปัญหาชาติที่สำคัญ ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงมอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.สําเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.ชป.5 ศอ.ปส.ตร , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ, พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รอง ผกก.กก.สส.2 บก.สส.บช.น.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน 2 ทำการสืบสวนผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่ รายสำคัญ ให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายลงสู่ชุมชน ได้ร่วมทำการตรวจยึด ของกลาง 

1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 499 กิโลกรัม 
2. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 1,000,000 เม็ด  
3. รถยนต์บรรทุก หกล้อยี่ห้อฮีโน่สีขาวหมายเลขทะเบียน 70-8583 ลำปาง จำนวน 1 คัน

โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1(เมทแอมเฟตามีน) อันเป็นการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ”
สถานที่ตรวจยึด บริเวณริมถนนสิงหวัฒน์ ตำบลบ้านใหม่สุขเกษม อำเภอกงไกรลาศ  จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566 เวลาประมาณ  20.00 น.

เปิดความจริงจากปาก 'เสธ.หิ' เหตุผลที่รัฐประหารต้องบังเกิด และนักวิชาเกินยังลอยชายในวันที่อ้างไทยเป็นรัฐเผด็จการ

ไม่นานมานี้ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตนายทหารชื่อดัง และ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวกับ THE STATES TIMES ถึงเหตุผลในการเกิดรัฐประหาร ยึดอำนาจ เพราะ ‘ลุงตู่’ เผด็จการจริงไหม? ว่า...

คำพูดนี้ ผมเห็นว่าได้มีการกล่าวหาท่านมาตลอดเวลา เราต้องกลับไปดู ว่าทำไมวันนั้นต้องทำการรัฐประหารยึดอำนาจ หากใครที่อยู่ในสมัยนั้นจำได้ ณ เวลานั้น สภาวะของประเทศเรานั้น อยู่ในสภาวะของ ‘รัฐล้มเหลว’ คือ การบริหารงานของรัฐบาลนั้น ไม่สามารถทำได้ นโยบายของรัฐบาลไม่ได้รับการตอบสนองในปฏิบัติการราชการ ขาดภาวะของนิติรัฐ การปกครองประเทศ ณ เวลานั้น ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เลย 

ที่สำคัญที่สุดในเวลานั้น ที่เป็นอันตรายอย่างมาก คือ มีการใช้อาวุธ จนถึงขั้นใช้อาวุธสงครามในการทำลายฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นประชาชนด้วยกันเอง และมีการบาดเจ็บล้มตายรายวัน 

ในกระบวนการหาทางออก ณ เวลานั้น ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามเป็นกาวใจผสานพรรคการเมืองทุกพรรค ผสานบุคคลที่เห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็นขั้วอะไรก็ตาม ให้มาพูดคุยกันหลายครั้งหลายหน แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ต่างคนต่างยืนยันให้ความคิดของตัวเอง และไม่ยอมกัน การยึดอำนาจ ปฏิวัติรัฐประหารในเวลานั้น จึงเป็นทางออกสุดท้ายที่ท่านจำเป็นต้องกระทำ

>> หลังจากรัฐประหาร เกิดอะไรขึ้น? 
หลังจากที่ท่านสามารถนำบ้านเมืองเข้าสู่สภาวะความสงบสุขได้ รัฐฯ สามารถบริหารงานได้ สามารถนำการใช้หลักนิติรัฐมาปกครองบ้านเมืองได้ ประเทศเข้าสู่ความสงบ ท่านก็ดำเนินการเข้าสู่ระบบประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด ในเวลานั้น คือ ได้มีการร่างรัฐธรรมนูญ และรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ได้ผ่านประชามติเสียงข้างมาก กลายเป็นรัฐธรรมนูญ ปี 60 หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ท่านเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 60 ซึ่งทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้เข้าสู่กติกาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้เช่นเดียวกัน

เปิดเหตุผล...ทำไม? ‘ลุงตู่’ ต้องอยู่ต่อ!!  จากปากคนใกล้ชิด 'ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ'

ทำไม? ถึงตัดสินใจร่วมงานกับ ‘ลุงตู่’? นี่คือคำถามที่ THE STATES TIMES ได้สอบถามกับ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตนายทหารชื่อดัง และ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร โดยท่านได้ตอบว่า...

สำหรับผม การที่เลือกมาช่วยงานท่านพลเอกประยุทธ์ เนื่องจาก ผมมีความศรัทธาในตัวท่านในหลาย ๆ เรื่อง เพราะว่าผมได้เห็นท่านมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ๆ 

อันดับแรกเลย คือ ท่านเป็นคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ทหารทุกท่าน และประชาชนทุกคน มีความรักดีต่อสถาบันฯ ร่วมกันอยู่แล้ว 

อันดับที่สอง คือ ท่านเป็นคนที่ทำพวกเราเห็นว่า ท่านเป็นคนที่ทุ่มเทกับการทำงานมากในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนมีผลงานออกมาเป็นรูปธรรมมากมายในสมัยรัฐบาลของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสาธารณูปโภค ในเรื่องความก้าวหน้า ในเรื่องของไอที หรือเรื่องของความสำคัญระหว่างประเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในรัฐบาลนี้ ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งท่านก็สามารถพื้นความสัมพันธ์ได้ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศอเราย่างมหาศาล

อันดับต่อมา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ชัดเจนมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านโดนตรวจสอบไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ เพื่อหาประเด็นตรวจสอบเรื่องทุจริตเกี่ยวกับตัวท่าน แต่ก็ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นรูปประธรรมอย่างชัดเจน ที่จะกล่าวหาท่านได้เลย แม้แต่ที่เราเห็นว่าบุคคลใกล้ชิดท่านหรือใกล้เคียงท่าน ที่มีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตต่าง ๆ นั้น ท่านก็ไม่เคยใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีไปปกป้อง ท่านก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม กระบวนการตรวจสอบ และจะเห็นว่าที่ผ่านมานั้น โครงการอะไรก็ตามที่มีปัญหา หรือมีประเด็นร้องเรียนเรื่องการทุจริต ท่านก็จะรับฟัง ตรวจสอบ และรับโครงการ เพื่อให้มีความโปร่งใส มีความชัดเจน ก่อนที่จะให้โครงการนั้นเดินหน้าต่อไป

อันดับที่สี่ ผมยังเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของ ‘ลุงตู่’ อย่างมาก เห็นชัดเจนได้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา คือ ท่านกล้าที่จะตั้ง ศปค. และสิ่งที่ท่านทำถือเป็นสิ่งใหม่ของประเทศ นั่นคือการที่ท่านนำเอาอาจารย์หมอทั้งหลาย มาเป็นผู้นำของ ศปค. ข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ นักการเมือง มาเป็นผู้สนับสนุนการทำงานของ ศปค. โดยที่มีอาจารย์หมอเป็นผู้นำ สิ่งที่ท่านทำนั้นเป็นผลประจักษ์ ทำให้ WHO นั้น นำไปยกย่องเป็นต้นแบบของการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ของประเทศชาติ

เปิดเหตุผล...ทำไม? ‘ลุงตู่’ ต้องอยู่ต่อ!! จากปากคนใกล้ชิด

ทำไม? ถึงตัดสินใจร่วมงานกับ ‘ลุงตู่’ ? นี่คือคำถามที่ THE STATES TIMES ได้สอบถามกับ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตนายทหารชื่อดัง และ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร โดยท่านได้ตอบว่า...

สำหรับผม การที่เลือกมาช่วยงานท่านพลเอกประยุทธ์ เนื่องจาก ผมมีความศรัทธาในตัวท่านในหลาย ๆ เรื่อง เพราะว่าผมได้เห็นท่านมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ๆ 

อันดับแรกเลย คือ ท่านเป็นคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ทหารทุกท่าน และประชาชนทุกคน มีความรักดีต่อสถาบันฯ ร่วมกันอยู่แล้ว 

อันดับที่สอง คือ ท่านเป็นคนที่ทำพวกเราเห็นว่า ท่านเป็นคนที่ทุ่มเทกับการทำงานมากในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนมีผลงานออกมาเป็นรูปธรรมมากมายในสมัยรัฐบาลของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสาธารณูปโภค ในเรื่องความก้าวหน้า ในเรื่องของไอที หรือเรื่องของความสำคัญระหว่างประเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนในรัฐบาลนี้ ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งท่านก็สามารถพื้นความสัมพันธ์ได้ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศอเราย่างมหาศาล

อันดับต่อมา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความซื่อสัตย์สุจริต ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งที่ชัดเจนมาก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านโดนตรวจสอบไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ เพื่อหาประเด็นตรวจสอบเรื่องทุจริตเกี่ยวกับตัวท่าน แต่ก็ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นรูปประธรรมอย่างชัดเจน ที่จะกล่าวหาท่านได้เลย แม้แต่ที่เราเห็นว่าบุคคลใกล้ชิดท่านหรือใกล้เคียงท่าน ที่มีข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตต่าง ๆ นั้น ท่านก็ไม่เคยใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีไปปกป้อง ท่านก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม กระบวนการตรวจสอบ และจะเห็นว่าที่ผ่านมานั้น โครงการอะไรก็ตามที่มีปัญหา หรือมีประเด็นร้องเรียนเรื่องการทุจริต ท่านก็จะรับฟัง ตรวจสอบ และรับโครงการ เพื่อให้มีความโปร่งใส มีความชัดเจน ก่อนที่จะให้โครงการนั้นเดินหน้าต่อไป

‘ชวน’ นำทีมผู้สมัคร บุก 3 ตลาดใหญ่ กลางเมืองชลบุรี อ้อน ปชช. ขอคะแนน หนุน ‘ปชป.’ ทั้งคน ทั้งพรรค

(8 เม.ย. 66) นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคฯ ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี ที่ตลาดบ้านโรงโป๊ะ ตลาดพระวัดกระทิงลาย เเละตลาดเก่านาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ของพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียง ทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง พร้อมขอคะแนนให้ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.เบอร์ 26 จากประชาชน ก่อนจะขึ้นรถกระจายเสียง เพื่อเดินทางไปตามจุดต่าง ๆ ทั่วจังหวัดชลบุรี ขอคะแนนสนับสนุนให้ผู้สมัครของพรรคฯ และรณรงค์การเลือกตั้ง เชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งคน ทั้งพรรค ทั้งบัตร 2 ใบ ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top