Friday, 17 July 2026
NewsFeed

‘เพื่อไทย’ ลั่น!! ‘สร้างโอกาสใหม่ เพื่อฟุตบอลไทย’ ขอยกระดับมาตรฐานวงการทัดเทียมนานาชาติ

‘เพื่อไทย’ ประกาศแผน 100 วันแรก ดันกีฬาฟุตบอล ชูนโยบาย ‘สร้างโอกาสใหม่ เพื่อฟุตบอลไทย’ ยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย ส่งนักกีฬาไทยไประดับโลก

(7 เม.ย.66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะที่ปรึกษานโยบายกีฬา พรรคเพื่อไทย แถลงนโยบาย ‘สร้างโอกาสใหม่ เพื่อฟุตบอลไทย’ โดย นายพิมล กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าหมายใหญ่โดยจะยกระดับมาตรฐานกีฬาฟุตบอลไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ สร้างนักกีฬาสมัครเล่นไปสู่นักกีฬาฟุตบอลอาชีพระดับโลกด้วยการพัฒนาสภาพแวดล้อมของวงการฟุตบอลอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างรายได้ สร้างงานอย่างมั่นคง นอกจากนักกีฬามืออาชีพ ยังมีทั้งผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา

ทั้งนี้ ในอดีตพรรคไทยรักไทยได้ริเริ่มโครงการ ‘สตรีท ซอคเกอร์’ (Street soccer) ทั่วประเทศ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้จุดประกายให้เยาวชนที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลให้หันมาเล่นกีฬานี้อย่างจริงจัง นักกีฬาที่จัดอยู่แถวหน้าของการแข่งขัน ได้รับโอกาสไปฝึกซ้อมในต่างประเทศกับทีมชั้นนำ เช่น ทีมฟูแลม (Fulham F.C.) ซึ่งนโยบาย ‘สร้างโอกาสใหม่ เพื่อฟุตบอลไทย’ จะมาต่อยอดจากนโยบายนี้

ตำรวจไซเบอร์ ห่วงใยเยาวชนไทยห้วงสงกรานต์ จับฉีดวัคซีนป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หวั่นตกเป็นเหยื่อ พร้อมให้ความรู้ขับขี่ปลอดภัย ปิดเทอม ไม่แว้น ไม่ซิ่ง ไม่แข่ง มอบหมวกกันน็อก แทนความห่วงใย

วันที่ 7 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมโรงเรียนไตรรัตน์วิทยาคาร ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 และ ทีมวิทยากรวัคซีนไซเบอร์ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา มูลนิธิเมาไม่ขับจังหวัดนครราชสีมา ชมรมฮักเขาใหญ่ และคณะครูนักเรียน โรงเรียนไตรรัตน์วิทยาคาร 

ร่วมเปิดกิจกรรม 'เตือนภัยไซเบอร์ ห่วงใยเด็กไทย ปลอดภัยสงกรานต์ ๒๕๖๖' รวมรณรงค์ สวมใส่หมวกกันน็อก โดยมี เด็กนักเรียน โรงเรียนไตรรัตน์วิทยาคาร จำนวน 150 คน และภาคประชาชน เครือข่ายความปลอดภัยบนท้องถนน เมาไม่ขับ โดยมีการอบรมให้ความรู้เรื่องพิษภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะหวันเกรงเด็กเยาวชนตกเป็นเหยื่อ จากทีมงานตำรวจไซเบอร์

‘บิ๊กป้อม’ กร้าว!! 3 ปี ดันเน็ตชุมชน 24,654 แห่ง มุ่งเป้าครอบคลุม ‘หมู่บ้าน-โรงเรียน-โรงพยาบาล’

(7 เม.ย.66) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผ่านระบบ VTC ณ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ 

ที่ประชุมรับทราบ เรื่องสำคัญประกอบด้วย ผลการดำเนินงานของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานภายใต้คำสั่งแต่งตั้งของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ระบบบริหารความเสี่ยง ระบบบริหารจัดการสารสนเทศ และระบบบริหารทรัพยากรบุคคล 

ต่อจากนั้น ได้ร่วมพิจารณาและเห็นชอบหลักการ การใช้จ่ายเงินตามมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.2560 และพิจารณาอนุมัติโครงการ ตามมาตรา 26 (3) ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยอนุมัติ โครงการบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะและบำรุงรักษา โครงข่ายเน็ตชุมชนและส่วนต่อขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสาธารณะ (WI-FI) ประจำหมู่บ้านในพื้นที่ที่มีการใช้งานจริง จำนวน 24,654 แห่ง และขยายโครงข่ายต่อไปยังโรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสุขศาลาพระราชทาน จำนวน 1,671 แห่ง มุ่งสนับสนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อยและแออัดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และโครงการสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับนักเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนออนไลน์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาและอาชีวะ ภายใน ปี 69 

‘ธรรมรักษ์’ ติวเข้มผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ พปชร. เน้นก้าวข้ามความขัดแย้ง ตามเจตนารมณ์ ‘บิ๊กป้อม’

(7 เม.ย.66) พล.อ. ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ลงพื้นที่จ.ชัยภูมิ ให้กำลังใจ และแนะนำผู้สมัครส.ส.ชัยภูมิ 7 คน ได้แก่นางจิตราภรณ์ กล้าแท้ เบอร์ 3 เขต 1 อ.ชัยภูมิ (ยกเว้น ต.ห้วยต้อน ต.ท่าหิน ต.ชับสีทอง), น.ส.สุนทรี ชัยวิรัตนะ เบอร์ 4 เขต 2 อ.จัตุรัส อ.เนินสง่า อ.บ้านเขว้า อ.ซับใหญ่, นายสนั่น พัชรเตชโสภณ เบอร์ 7 เขต 3 อ.บำเหน็จณรงค์ อ.เทพสถิต อ.หนองบัวระเหว, น.ส.กาญจนา จังหวะ เบอร์ 5 อ.หนองบัวแดง อ.ภักดีชุมพล อ.เมืองชัยภูมิ (เฉพาะต.ห้วยต้อน) อ.เกษตรสมบูรณ์ (เฉพาะต.หนองข่า), นายสุขสันต์ ชื่นจิตร เบอร์ 6 เขต 5 อ.เกษตรสมบูรณ์ (ยกเว้น ต.หนองข่า) อ.คอนสาร, นายพีระพล ติ้วสุวรรณ เบอร์ 7 เขต 6 อ.ภูเขียว อ.บ้านแท่น และนายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ เบอร์ 7 เขต 7 อ.แก้งคร้อ อ.คอนสวรรค์ อ.เมืองชัยภูมิ (เฉพาะ ต.ท่าหินโงม และต.ซับสีทอง) โดยมีนายอร่าม โล่ห์วีระ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยภูมิ พร้อมด้วยชาวบ้านให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

พล.อ.ธรรมรักษ์ กล่าวว่า ผู้สมัครของพรรคพปชร. ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยขอให้ประชาสัมพันธ์หมายเลขของพรรคให้ประชาชนรับทราบ พร้อมกับเดินหน้าลงพื้นที่เพื่อชูนโยบายของพรรคให้ทุกคนเข้าใจ นอกเหนือจากการดูแลปากท้องชาวบ้านให้อยู่ดีกินดี มีรายได้เพิ่มขึ้น ยังต้องมุ่งเข้าไปดูแลปัญหาทางสังคมให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ป้องกันเด็กและบุคลากรทางการศึกษาให้ห่างไกลจากยาเสพติด และที่สำคัญต้องสร้างให้สังคมไทยก้าวข้ามความขัดแย้งตามนโยบายของ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มุ่งมั่นมาโดยตลอด

‘ส.ว.’ ชี้!! มอบรางวัลให้ผู้ต้องหาคดี ‘ม.112’ ผู้จัดไม่โดดเดี่ยว แต่ผู้สนับสนุนเอี่ยวผิดด้วย

(7 เม.ย.66) นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการมอบรางวัล The People Awards 2023 ซึ่งมอบให้กับ 10 คนต้นแบบ ผู้พร้อมสำหรับอนาคตที่จะมาถึง ภายใต้คอนเซปต์ ‘People of Tomorrow’ โดยมีชื่อ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ‘ตะวัน’ และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ ‘แบม’ สองแนวร่วมม็อบ 3 นิ้ว ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 รวมอยู่ด้วย ดังนี้...

#พลาดอย่างแรง
#มอบรางวัลผู้ต้องหาคดี112
#คำขอโทษคงไม่พอ

การมอบรางวัล The People Awards 2023 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ให้กับ 10 คนต้นแบบ โดยเฉพาะกับรางวัลที่มอบให้ผู้ต้องหาความผิดมาตรา112 นั้น ดูท่าว่าการจบเรื่องด้วยคำการขอพักงานตัวเองหรือปิดเว็บไซต์ชั่วคราว 7 วัน หรือคำชี้แจงจากองค์กรเจ้าของผู้ถือหุ้นหรือผู้สนับสนุนการจัดงาน อาจไม่พอต่อความผิดมหันต์อันอาจเกิดในคดีความสำคัญนี้แล้วกระมัง

ด้วยความผิดในคดีของผู้ต้องหาดังกล่าวนั้นเป็นความผิดอุกฉกรรจ์อันเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ในหมวด 1 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

และมาตรา 116 ในหมวด 2 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ที่มีระวางโทษสูงจำคุกไม่เกิน 7 ปี และมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี และกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมไทย

ถึงแม้ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาในคดียังไม่ได้รับคำพิพากษาถึงที่สุด แต่ผู้ต้องหายังคงมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องและอาจจะมีการกระทำผิดเพิ่มเติมขึ้นอีกได้

‘พิธา’ ลุยพื้นที่สมุทรปราการ อ้อนขอคะแนน ปชช. ชูนโยบาย ‘หวยใบเสร็จ’ กระตุ้นเศรษฐกิจรายย่อย

(7 เม.ย.66) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย วรรณวิภา ไม้สน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส. สมุทรปราการ พรรคก้าวไกลในหลายเขตพื้นที่ โดยตลอดการหาเสียง มีพี่น้องประชาชนให้การต้อนรับและร่วมพูดคุยอย่างคึกคัก ก่อนที่ในช่วงเย็น พรรคก้าวไกลจะจัดเวทีปราศรัยย่อย เพื่อแนะนำนโยบายพรรคและผู้สมัคร ส.ส. ณ ตลาดครุในไนซ์มาร์เก็ต อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

สำหรับช่วงเช้า เริ่มต้นที่ตลาดสุขอนันต์คลองด่าน พิธา และ ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 8 พรรคก้าวไกล เดินตลาดเพื่อทักทายประชาชนในพื้นที่ ระหว่างหาเสียง มีประชาชนเข้ามาพูดคุยและร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกจำนวนมาก จากนั้นหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ในหลายเขตพื้นที่ ได้ขึ้นรถแห่รอบตลาดตำหรุ พื้นที่เขตบางปู ร่วมกับ รัชนก สุขประเสริฐ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคก้าวไกล เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมฟังปราศรัยย่อยในช่วงค่ำ ระหว่างเดินทักทายประชาชน ได้รับเสียงตอบรับจากพ่อค้าแม่ขายและคนในพื้นที่เป็นอย่างดี

ด้านวรรณวิภา ในฐานะอดีตแรงงานที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมปราศรัยขอคะแนนพี่น้องประชาชน ให้ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านการเลือกตั้ง กาก้าวไกลเพื่อให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม ให้คนใหม่ได้เข้าไปทำงานในสภาฯ ให้พิธาเป็นนายกฯ

‘อาจารย์มศว.’ ผุดไอเดีย ช่วยนักศึกษาได้รู้จักตัวเอง สั่งงานหัวข้อออกไปใช้ชีวิต-ไปเที่ยว เพื่อสร้างแรงบัลดาลใจ

ออกไปใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ! โซเชียลฯ แชร์ อาจารย์สั่งงานนิสิต ด้วยหัวข้อสุดฉีกให้นิสิตออกไปใช้ชีวิต-ออกไปเที่ยว สร้างแรงบันดาลใจ

เมื่อไม่นานนี้ กลายเป็นที่ให้ความสนใจ หลังผู้ใช้ทวิตเตอร์ ‘@marchyblue’ โพสต์ใบสั่งงานจากอาจารย์ ของคณะมนุษยศาสตร์ เอกจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จนกลายเป็นไวรัลในหัวข้อ “ให้นิสิตออกไปใช้ชีวิต” และกลับมาเขียนแรงบันดาลใจการออกไปใช้ชีวิตมาส่ง

โดยในโพสต์อาจารย์ให้ความคิดอิสระเสรีกับนิสิต เพื่อให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นอีกด้วย งานนี้เรียกได้ว่าตอบโจทย์มีผู้สนใจเพียบ

“ประกาศๆ พรุ่งนี้ เป็นการให้นิสิตออกไปใช้ชีวิตนะครับ โดยโจทย์ คือ การให้นิสิตได้ออกไปเที่ยว เน้นย้ำว่าออกไปเที่ยว ไม่ใช่แค่อ่าาห์ ฉันขี้เกียจ ฉันนอนไปค่อนวัน ฉันเดินไปหน้าปากซอยซื้อข้าวกลับมากิน…เย้

เปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในศึกเลือกตั้ง 2566

เปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในศึกเลือกตั้ง 2566

 

พรรครวมไทยสร้างชาติ
1.พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
2.พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

พรรคพลังประชารัฐ
1.พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พรรคก้าวไกล
1.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

พรรคประชาธิปัตย์
1.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
.
พรรคภูมิใจไทย
1.อนุทิน ชาญวีรกูล

ทีเส็บ จัดโรดโชว์โครงการ ‘ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย’ เปิดประตูสู่ภาคตะวันออก เยือนพัทยาสร้างความมั่นใจ จัดกิจกรรมไมซ์ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย

‘ทีเส็บ’ เปิดตัวโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” ให้งบสนับสนุนองค์กร จัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลภายในประเทศจำนวน 1,000 กลุ่ม หวังสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาท จัดโรดโชว์ปลายทางเมืองไมซ์ซิตี้ทั่วประเทศ กระตุ้นตลาดไมซ์ในประเทศ ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย ณ โรงแรมอมารี พัทยา จังหวัดชลบุรี


ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “ทีเส็บได้ให้การสนับสนุนหน่วยงาน หรือองค์กรที่ดำเนินการจัดประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 โดยในปี 2566 นี้ ทีเส็บได้เดินหน้าให้การสนับสนุนต่อภายใต้ชื่อโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เพื่อเร่งกระตุ้นนักเดินทางไมซ์และสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยใช้กลไกการสนับสนุนเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการจัดงานไมซ์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ทุกภูมิภาคอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไมซ์ ชุมชน รวมถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไมซ์ได้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ก่อเกิดเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ


สำหรับงานโรดโชว์ในครั้งนี้ที่พัทยา เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็น 1 ใน 10 “เมืองแห่งไมซ์” ด้วยความพร้อมของสถานที่จัดประชุมสัมมนา เหมาะสำหรับการจัดกิจกรรมไมซ์ และการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลให้กับพนักงาน รวมถึงการจัดงานไมซ์ในสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช พัทยา (PEACH) ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา (NICE) ที่ได้รับมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย TMVS (Thailand MICE Venue Standard) สามารถรองรับผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงานได้อย่างครบครัน พัทยาจึงมีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้านที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานไมซ์ได้อย่างยอดเยี่ยม


ภายในงานโรดโชว์ได้รับเกียรติจาก คุณนิติ วิวัฒน์วานิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน และคุณทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา ร่วมเปิดงาน โดยมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การเสวนาในหัวข้อ “กระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยกิจกรรมประชุมไมซ์ในประเทศ” โดย คุณสุวิมล ตวงวุฒิกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดชลบุรี  คุณสรรเพ็ชร ศุภบวรเสถียร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก และ คุณบุญอนันต์ พัฒนสิน นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา โดยมี คุณรัตนชัย สุทธิเดชานัย ผู้แทนการตลาดด้านอุตสาหกรรมไมซ์ ภาคตะวันออก มาให้ข้อมูลโครงการประชุมเมืองไทยฯ และ คุณนราศักดิ์ ม่วงแก้ว ผู้จัดการส่วนงาน MICE Innovation ร่วมให้ข้อมูลเรื่องแพลตฟอร์ม Thai MICE Connect

 
นอกจากนี้ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “จับตาชีพจรไมซ์ปี 2566” โดย คุณภูมินทร์ มีถาวรกุล ผู้ปฏิบัติการอาวุโส ฝ่าย MICE Intelligence และ นวัตกรรม และยังมี Thai MICE Connect: Exclusive Clinic คลินิกให้คำปรึกษาการใช้งาน Thai MICE Connect แบบตัวต่อตัวอีกด้วย


สำหรับโครงการ “ประชุมเมืองไทย เร่งสร้างเศรษฐกิจไทย” เป็นโครงการสนับสนุนด้านงบประมาณการจัดงานไมซ์ให้แก่ผู้ประกอบการและนิติบุคคลตามกฎหมายที่มีแผนการจัดการประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลในประเทศ โดยต้องมีการจัดกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งใน 7 ประเภท ได้แก่ กิจกรรมการประชุม (Meetings) กิจกรรมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentives) กิจกรรมสัมมนา (Seminars) กิจกรรมการอบรม (Training) กิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) กิจกรรมพนักงานสัมพันธ์ (Outing) และกิจกรรมศึกษาดูงาน (Field trip)

‘เศรษฐา’ แจงปม ‘เป๋าตังดิจิทัล 1 หมื่นบาท’ มั่นใจ!! เศรษฐกิจโต ปีละไม่ต่ำกว่า 5%

(7 เม.ย.66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบายพรรค พท. และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค พท. นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรค แถลงกรณีมีการตั้งข้อสงสัยกระเป๋าตังค์ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท 

นายเศรษฐา กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากที่พรรค พท. แถลงนโยบายกระเป๋าตังค์ดิจิทัลวอลเลตเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเอาเงินมาจากไหน ช่วงเวลา 8 ปีที่ผ่านมาประเทศเราบอบซ้ำมาเยอะโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนมีรายได้ลด รายจ่ายเพิ่ม จนกระทั่งอยู่ในภาวะที่เรียกว่าซึมลึก ซึมนาน ซึมยาว รัฐบาลปัจจุบันก็ค่อยๆ หยอดน้ำข้าวต้มมาเรื่อยๆ เป็นจำนวนเงินเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจที่เหมาะสม พรรค พท.เราคิดใหญ่ทำเป็น โดยจำนวนเงิน 10,000 บาทนั้น เราจะให้เป็นเงินดิจิทัล 10,000 บาทเลย ที่ต้องให้เป็นกระเป๋าตังค์ดิจิทัลไม่ให้เป็นเงินสด เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่เราสามารถจำกัดวิธีการใช้ได้ หากให้เป็นเงินสดก็อาจจะใช้ไปในทางอื่นที่ไม่เหมาะสม เช่น เรื่องของการพนัน ยาเสพติด การใช้หนี้นอกระบบ เทคโนโลยีจะสามารถบอกได้ว่าไปใช้อะไรบ้าง ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่าหากเป็นหนี้สถาบันการเงิน จะสามารถนำไปใช้ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่เราต้องลงพื้นที่เพื่อสอบถามความต้องการ หากเป็นความต้องการเราก็จะนำมาพิจารณาอีกครั้ง 

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ส่วนระยะเวลาที่เราให้ใช้ภายใน 6 เดือนนั้น เพราะเราต้องการกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องให้ความสำคัญ อีกเรื่องคือระยะรัศมีในการใช้ตามบัตรประชาชน 4 กิโลเมตรนั้น หากพื้นที่ไหนที่ไม่มีร้านค้า ก็สามารถขยายระยะทางออกไปได้ ส่วนคนที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แต่บัตรประชาชนอยู่ต่างจังหวัดจะสามารถใช้ได้หรือไม่นั้น เราตอบชัดเจนว่าไม่ได้ เพราะเราอยากให้กลับไปใช้เงินที่บ้าน เพื่อที่จะไปกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ไม่ใช่มากระจุกตัวที่หัวเมืองอย่างเดียว หากภายใน 6 เดือนนั้นไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเลย เงินก็จะหายไป ฉะนั้นคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ให้พี่น้องได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ภูมิลำเนาและไปกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนด้วย 

เมื่อถามว่ามีนักวิชาการมองว่าเป็นนโยบายประชานิยมสุดขั้ว พร้อมตั้งคำถามว่าเงินมาจากไหน และจะกระทบหนี้สาธารณะของประเทศ นายเศรษฐา กล่าวว่า นโยบายนี้จะทำให้ภาครัฐเก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น นี่จะตอบคำถามได้ว่าเงินมาจากไหน ยืนยันว่าเม็ดเงินมาจากการจัดสรรงบประมาณ การจัดเก็บภาษี VAT ที่ได้เพิ่มมากขึ้น และการจัดเก็บภาษีนิติบุคคล รวมทั้งสวัสดิการรัฐที่ลดน้อยลง ตนไม่อยากให้ใช้คำว่าประชานิยมสุดโต่ง แต่เป็นความจำเป็นและความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ต้องการการช่วยเหลือเวลานี้

เมื่อถามว่างบประมาณปี 67 ที่ตั้งไว้ 3.35 ล้านล้านบาท ถ้าเป็นรัฐบาลและนำเสนอนโยบายนี้ จำเป็นต้องปรับลดงบประมาณกระทรวงอื่นๆ อย่างเช่นกระทรวงกลาโหม หรืองบประมาณลงทุนหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีจะได้เพิ่มมากขึ้นกว่า 2 แสนล้าน ส่วนงบประมาณอื่นๆ นั้น จะต้องดูงบประมาณในส่วนอื่นๆ ไม่ใช่งบประมาณกระทรวงกลาโหมเท่านั้น ว่าอะไรเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน 

เมื่อถามว่าจำนวนเงินที่ได้สามารถนำไปใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ได้ทั้งหมด ยกเว้นซื้อบุหรี่หรือใช้หนี้นอกระบบ 

เมื่อถามว่าร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไปร่วมโครงการได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทั้งหมด ไม่กีดกั้นใครคนใดคนหนึ่ง เราเสมอภาคเท่าเทียม 

เมื่อถามว่าคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปสามารถใช้ได้ แล้วจะใช้งบประมารณเท่าไร นายเศรษฐา กล่าวว่า จะมีประชาชนกว่า 50 ล้านคนที่ได้รับสิทธิ์ ซึ่งจะใช้งบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาท คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ช่วงไตรมาส 3 หากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งจะเริ่มได้ประมาณวันที่ 1 ม.ค.67 

เมื่อถามว่าคาดหวังการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า ภายใน 4 ปี การเติบโตของจีดีพีเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี 

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายนี้มองประชาชนเป็นยาจก นายเศรษฐา กล่าวว่า “ผมไม่เคยมองประชาชนเป็นยกจก เป้าหมายของของพรรค พท. คือช่วยประชาชนพ้นหลุมดำของความยากจน ถ้าเกิดว่าดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เป็นจุดสตาร์ทให้ประชาชนลุกขึ้นเดิน ลุกขึ้นทำมาหากินได้อีกครั้งหนึ่ง ผมถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top