Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

ศึกการเงินโลกเริ่มเดือดขึ้นไปอีกขั้น  จับตาดอลลาร์ vs 'ทองคำ-หยวน-Bitcoin'

⚠️ ตอนนี้ศึกการเงินโลกเริ่มเดือดขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ! เมื่อจีน-รัสเซียกำลังเร่งเดินหน้าทุกวิถีทางเพื่อพยายามทำลายค่าเงินและอำนาจของเงินดอลลาร์ลงให้ได้ ! ซึ่งคำถามสำคัญคือใครจะเป็นผู้ชนะกันแน่ ?!? ระหว่างเงินดอลลาร์, ทองคำ, เงินหยวน หรือ Bitcoin ?

(4 เม.ย.66) World Maker เผยว่า ปัจจุบันเงินดอลลาร์ยังคงครองการค้าโลกอยู่ราว 88% ของสัดส่วนสกุลเงินทั้งหมดที่ใช้ในการซื้อขายสินค้าและบริการต่าง ๆ ในขณะที่เงินหยวนของจีนมีสัดส่วนเพียง 3-7% เท่านั้น (แต่ล่ะสื่อรายงานตัวเลขไม่เท่ากันแต่อยู่ใน Range ระหว่างนี้)

บางคนมองว่าอีกไม่นานหยวนจะมีสัดส่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทนดอลลาร์ได้ในที่สุด ? แต่ก็มีอีกฝั่งที่มองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากนโยบายการบริหารประเทศของจีนและภาคการเงินนั้นเป็นระบบที่ค่อนข้างปลายปิด ซึ่งไม่อนุญาตให้เงินไหลเข้า-ออกประเทศได้อย่างอิสระ

และแม้จะมีข่าวว่าซาอุฯ กำลังเล็งขายน้ำมันบางส่วนเป็นเงินหยวน ทำให้หลายคนกำลังตั้งความหวังที่จะเกิด Petroyuan แทน Petrodollar แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจยังห่างไกลกันมาก โดยเฉพาะเมื่อสกุลเงินของประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางมีความอ่อนไหวต่อค่าเงินดอลลาร์มากเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกัน แม้ว่าจีนจะเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นคู่ค้าที่สำคัญมาก ๆ ของหลายประเทศ แต่โดยรวมแล้วการค้าโลกก็ยังถูกเงินดอลลาร์ครองตลาดอยู่ทิ้งห่างลิ่วจากสกุลเงินหยวน แม้จีนจะพยายามผลักดันการใช้เงินหยวนมาหลายปี แต่สุดท้ายแล้วดูเหมือนว่าความต้องการเงินดอลลาร์จะยังคงสูงกว่าจนถึงปัจจุบันนี้

อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตจีนมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองและเปิดกว้างสำหรับตลาดเงินหยวนมากขึ้น และแนวโน้มการเติบโตของเงินหยวนในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีโอกาสที่การครอบงำตลาดของเงินดอลลาร์จะลดลงในะระยะยาว แม้ว่าในระยะสั้นนี้จะยังไม่เห็นภาพก็ตาม

📌 ส่วนทางด้านของทองคำนั้น ดูเหมือนจะเป็นคู่ฟัดที่ดูมีโอกาสมากที่สุดในการทุบอำนาจของเงินดอลลาร์ โดยทั่วโลกกำลังจับตาว่าทองคำจะยืนเหนือระดับ 2,000 $/Oz ได้หรือไม่ ? เพราะถ้ายืนได้ก็มีโอกาสที่จะทะลุเพดานไปอีก แต่ถ้ายืนไม่ได้ราคาทองคำโลกก็อาจร่วงลงมาอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

โดยรัสเซียนั้นได้กลายเป็น 1 ในประเทศที่กำลังผลักดันให้โลกกลับไปสู่ระบบการเงินที่หนุนหลังด้วยทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นเพียงไม่กี่ทางเลือกที่รัสเซียจะสามารถหลีกหนีการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกไปได้ ซึ่งปัจจุบันรัสเซียกำลังร่วมมือกับอิหร่านในการทดลองใช้ Token ดิจิทัลที่หนุนหลังด้วยทองคำเพื่อทดแทนระบบเงินดอลลาร์ ขณะที่จีนเองก็มีข่าวว่าได้เข้าตุนทองคำเอาไว้เป็นปริมาณมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทุบอำนาจดอลลาร์ที่โลกฝั่งคอมมิวนิสต์ต้องการ

ธนาคารต่าง ๆ ในรัสเซียถูกรัฐบาลสั่งให้คิดค่าดอกเบี้ยในธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับดอลลาร์สูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เกิดสงครามยูเครนและโดนคว่ำบาตร ในขณะเดียวกันก็ออกกฏหมายหนุนให้ผู้คนหันไปหาเงินหยวนและทองคำมากขึ้นแทน ทำให้ Demand ทองคำจากผู้บริโภคในรัสเซียสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่นั้นมา

โดยรวมในปี 2022 พบว่า Demand ทองคำทั่วโลกพุ่งขึ้นราว +18% สู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ซึ่งปัจจัยหลักมาจากการเข้าซื้ออย่างมหาศาลของธนาคารกลาง ซึ่งหากคิดเฉพาะ Demand จากธนาคารกลางจะถือว่าเข้าซื้อมาที่สุดในรอบราว 50 ปีเลยทีเดียว

นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่าธนาคารกลางรัสเซียน่าจะเป็นผู้ซื้อรายสำคัญ แต่ไม่มีข้อมูลทางสถิติออกมายืนยันเพราะรัสเซียหยุดรายงานความเคลื่อนไหวในการซื้อขายทองคำและปริมาณตุนสำรองไปหลังจากที่สงครามยูเครนเริ่มต้นขึ้น

ขณะที่จีนก็พยายามผลักดันทองคำอยู่แบบเงียบ ๆ พร้อมกับการดันเงินหยวนให้มีความเป็นสากลมากขึ้น นั่นทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าโลกคอมมิวนิสต์กำลังปฏิบัติการเพื่อทำลายค่าเงินดอลลาร์อยู่ โดยใช้ทองคำเป็น 1 ในอาวุธหลัก เนื่องจากเหตุผลว่ามันคือ Safe Haven ที่รักษามูลค่าได้ตลอด 5,000 ปีที่ผ่านมา

แต่จะสามารถล้มอำนาจของดอลลาร์และดึงโลกกลับไปสู่มาตรฐานทองคำได้หรือไม่นั้น ? ก็คงต้องรอดูกันต่อไปในฉากหน้า ! โดยทั้งนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็มีความพยายามในการดัน Gold Standard กลับมาเรื่อย ๆ แต่ปรากฏว่าโลกก็ยังไม่ได้กลับไปใช้ทองคำหนุนหลังค่าเงินอยู่ดี นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เราต้องลุ้นกันว่าครั้งนี้จะสำเร็จหรือคว้าน้ำเหลว ?

⚠️ อีกอาวุธหนึ่งที่มักจะถูกพูดถึงว่าจะนำมาใช้ล้มอำนาจของเงินดอลลาร์ก็คือ Bitcoin และ Crypto ซึ่งราคาของ Bitcoin ได้ปรับตัวสูงขึ้น +71% ในไตรมาสแรกของปี 2023 นี้ ! และท่ามกลางวิกฤต Bank Run ที่เกิดขึ้นก็พบว่าราคา Bitcoin ยังคงดีดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเทรดอยู่ราว ๆ 28,300 $/BTC ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่านี่จะใช่การกลับมาผงาดของมันหรือไม่ ? หลังจากเป็นกระแสข่าวแล้วราคาร่วงยับในก่อนหน้านี้

หลายสื่อรายงานว่าสภาพคล่องในตลาด Bitcoin กำลังอยู่ในภาวะ “แห้งเหือด” แม้ราคาจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง Trading Volumes ที่ลดลงหมายความว่าผู้ถือครองรายใหญ่จะสามารถปั่นราคาเหรียญได้ง่ายกว่าเดิมโดยใช้ปริมาณเงินน้อยกว่าเดิม ดังนั้นก็อาจเป็นไปได้ว่าที่ราคาปรับตัวขึ้นมาได้เมื่อเร็ว ๆ นี้อาจเป็นเพราะ Volumes ที่ลดลง ?

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เชื่อมั่นใน Bitcoin มองว่าอนาคตของมันยังอีกไกล ? และ Bitcoin จะไม่ใช่แค่แทนที่ดอลลาร์ ? แต่จะแทนที่ทองคำด้วย ? ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ? เพราะสำหรับขาเชียร์ Bitcoin พวกเขาก็จะ Discredit ระบบเงิน Fiat และทองคำเป็นเรื่องปกตินับตั้งแต่ Bitcoin ยังเป็นกระแสจนราคาร่วงยับ -70%

อนึ่ง ในช่วงที่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ กำลังเร่งตรวจสอบอุตสาหกรรมคริปโตอยู่นี้ พบว่าทางฮ่องกงก็กำลังเร่งเดินหน้าดันตัวเองให้กลายเป็น 1 ในศูนย์กลางคริปโตระดับโลก ! กลับลำ 180 องศาจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนออกมาประกาศก้องโลกว่าจะไม่เอา Crypto และยังสั่งให้ประชาชน-ธุรกิจต่าง ๆ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเหรียญเหล่านี้

ดังนั้นก็คงต้องรอดูว่าอนาคตของ Crypto จะถูกกำหนดออกมาอย่างไร เพราะปัจจัยที่สำคัญมาก ๆ ก็คือการยอมรับจากหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ ซึ่งคงต้องพิจารณาควบคู่กับการมาถึงของ CBDC ว่าจะให้ Crypto อยู่ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกต่อไป หรือว่าจะแบนทิ้งกันแน่ ? ส่วนเรื่องที่ Bitcoin จะแทนที่ดอลลาร์รักษามูลค่าไปเรื่อย ๆ ได้หรือไม่นั้น ? ก็คงต้องคุยกันหลังจากประเด็นนี้ผ่านก่อน

📌 ขณะเดียวกันนี้ ทาง OPEC+ ได้ตกลงกันที่จะลดกำลังผลิตน้ำมันดิบลงกว่า -1 ล้านบาร์เรล/วัน นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ OPEC+ กล่าวว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจโลก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการดันราคาน้ำมันให้สูงขึ้นตามไปด้วย

แน่นอนว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะเป็นการสร้างเงินเฟ้อให้แก่โลกไปด้วย ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะทำลายเศรษฐกิจของประเทศตะวันตกด้วยการดันให้เงินเฟ้อเกิดขึ้นในระดับสูงอย่างที่นักวิเคราะห์ฝ่ายโปรรัสเซียส่วนใหญ่พยายามออกมาชี้ในก่อนหน้านี้ว่าประเทศตะวันตกจะต้องเผชิญเงินเฟ้อครั้งใหญ่จากการทำสงครามกับรัสเซีย ?

ราคาน้ำมันดิบโลกอย่าง WTI และ Brent ดีดขึ้นราว +6% ในวันนี้กลับมาอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์/บาร์เรลอีกครั้งหลังมีการประกาศลดกำลังผลิตจากกลุ่ม OPEC+ ซึ่งก็ต้องรอดูว่าหลังจากนี้ราคาน้ำมันดิบโลกจะพุ่งสูงขึ้นอีกหรือไม่ ? เพราะหากเศรษฐกิจและภูมิภาคโลกยังมีความตึงเครียดอยู่ ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลก็ไม่ได้ถือว่าไกลเกินเอื้อมเลยสำหรับน้ำมัน

'ก้าวไกล' ตบเท้า ยื่น 92 บัญชีรายชื่อ  ด้าน 'พิธา' ลั่น!! พรรคส้มไม่ได้ส้มหล่น

(4 เม.ย.66) ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางมาสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และแคนดิเคตนายกรัฐมนตรี

นายพิธา กล่าวว่า ตนจะเป็นผู้จับหมายเลขด้วยตนเอง เบอร์อะไรก็ได้ เพราะเราตั้งใจทำงานให้กับประชาชน ตามยุทธศาสตร์ของเรา ซึ่งการเลือกตั้งในครั้งนี้ เราต้องระบุเบอร์ในแต่ละเขต เพราะในบัตรเลือกตั้งแบบเขตไม่มีโลโก้พรรคและรายชื่อ ต้องดูว่าจะทำอย่างไรในการสื่อสารกับประชาชน เพื่อไม่ให้สับสน แต่ตนคิดว่าประชาชนจำโลโก้พรรคได้ หากได้เบอร์ 9 "อย่างที่ก้าวไกลให้ไทยก้าวหน้า"ก็จะดี 

เมื่อถามว่าวันนี้ได้เตรียมตัวมาแตกต่างกับเมื่อวานหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า วันนี้เตรียมเอกสารมาสมัครเอง เมื่อวานเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์  "วันนี้พิธามาสมัครงานกับพี่น้องประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป"

เมื่อถามว่ากดดันหรือไม่ เพราะเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีกรณีพรรคไทยรักษาชาติแล้ว นายพิธากล่าวว่า ไม่กดดัน ที่ทุกคนคิดการอาจจะไม่เป็นความจริงทั้งหมด ว่าเราเป็นพรรคส้มหล่น ต้องขอเรียนกับประชาชนว่า "พรรคส้มไม่ได้ส้มหล่น" มีหลายพื้นที่ ที่มีบ้านใหญ่ แต่อดีตพรรคอนาคตใหม่ก็ชนะ ทำให้เห็นว่ามีประชาชนจำนวนมาก ที่ต้องการการเมืองแบบใหม่ ต้องการปลี่ยนแปลงประเทศ ที่อยู่ในระบบอุปถัมภ์ และต้องการกระจายอำนาจ เลือกตั้งผู้ว่าราชการด้วยตนเอง และต้องการงบประมาณท้องถิ่นเพื่อจัดการด้วยตนเอง

เมื่อถามว่า มั่นใจว่ากระแสพรรคจะดีกว่าพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ดีขึ้นทุกวัน เราไม่ได้แข่งขันกับอนาคตใหม่ เราแข่งขันกับตนเอง พรรคอนาคตใหม่คือพรรคของเรา และเพื่อนของเราในตอนนี้ที่จะสนับสนุน ให้เราสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับครั้งแรกที่เริ่มแคมเปญ ตนคิดว่าได้การตอบรับที่ดี มากขึ้นทุกวันที่เราหาเสียง และเรายังมีเวลาก่อนถึงการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชน ที่จะทำให้ได้รับการยอมรับและทำให้ประชาชนเชื่อ เชื่อในสิ่งที่เราจะทำให้ประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ และหวังว่าในที่สุดจะได้รับโอกาส และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

‘บิ๊กป้อม’ นำทัพลูกทีม จับเบอร์ปาร์ตี้ลิสต์ ลั่น!! ขอสัก 20 เก้าอี้ พร้อมกำหมัดข้างขวา สู้ๆ

(4 เม.ย.66) ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมแกนนำพรรค เดินทางมาสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดย พล.อ.ประวิตร ชูมือสองข้างทักทายกองเชียร์และสื่อมวลชล จากนั้นได้เดินขึ้นบันไดมายังหน้าอาคารไอราวัตพัฒนา พร้อมกำหมัดข้างขวาขึ้น เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าสู้ๆ

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อครั้งแรกเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตร ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม เมื่อถามว่า เหนื่อยหรือไม่วันนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นนักการเมืองก็ต้องเข้มแข็ง เราต้องทำตามหน้าที่

สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์ที่ 27 - 31 มี.ค.66  จับตาปัจจัย ‘บวก-ลบ’ พร้อมแนวโน้ม 3 - 7 เม.ย.66

ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น จากนักลงทุนคลายความวิตกต่อวิกฤติภาคธนาคาร ประกอบกับท่อขนส่งน้ำมันดิบ Kirkuk - Ceyhan (0.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ที่สูบถ่ายน้ำมันดิบจากเขตปกครองพิเศษเคอร์ดิสถานทางตอนเหนือของอิรักสู่ตุรกีปริมาณ 4 - 4.5 แสนบาร์เรลต่อวัน ต้องระงับการสูบถ่ายชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 66 หลังอิรักชนะอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทการส่งออกน้ำมันเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 66 

อย่างไรก็ดี วันที่ 2 เม.ย. 66 รัฐบาลอิรักและรัฐบาลท้องถิ่นเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Regional Government: KRG) บรรลุข้อตกลงกลับมาส่งออกน้ำมันดิบแล้ว และคาดว่าจะเริ่มส่งออกน้ำมันได้ในวันที่ 3 เม.ย. 66

สัปดาห์นี้ ทางเทคนิคคาดว่าราคา ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 80 – 88 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากอุปทานน้ำมันมีแนวโน้มตึงตัว หลังประเทศสมาชิก OPEC+ จำนวน 7 ประเทศ ประกาศลดการผลิตน้ำมันดิบโดยสมัครใจ ปริมาณรวม 1.15 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ค. - ธ.ค. 66 เพิ่มเติมจากโควตาเดิมของ OPEC+ ซึ่งลดการผลิต 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน พ.ย. 65 - ธ.ค. 66 ประกอบกับรัสเซียประกาศลดการผลิตน้ำมันดิบ 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน มี.ค. - ธ.ค. 66 ซึ่งจะสนับสนุนราคาน้ำมัน โดย Goldman Sachs ปรับประมาณการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent ในปี 66 และ 67 เพิ่มขึ้น 5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากคาดการณ์เดิม มาอยู่ที่ 95 และ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ตามลำดับ

'รบ.เมียนมา' ดัน 'เทศกาลตะจ่าน' ขึ้นเป็นมรดกโลก เรื่องดีๆ ที่ถูกฝ่ายประชาธิปไตยดิสเครดิตแบบไร้สติ

'ตะจ่าน' หรือ 'ติงจ่าน' ถือเป็นเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของชาวเมียนมา โดยตรงกับช่วงวันสงกรานต์ของไทย 

ดังนั้นสำหรับช่วงเวลานี้รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดยาว 10 วัน เพื่อให้ผู้คนได้เดินทางกลับไปยังภูมิลำเนาของตน ซึ่งบางคนต้องใช้เวลาเดินทางถึง 2 วันเต็มๆ ในการเดินทาง
ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทศกาลนี้ คือ ล่าสุดทางกระทรวงกิจการวัฒนธรรมและศาสนาของเมียนมากำลังจัด

ทำเอกสาร เพื่อยื่นขอจดทะเบียน 'เทศกาลตะจ่าน' เป็นมรดกทางวัฒนธรรม โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและสนับสนุนการท่องเที่ยวในเมียนมาในระยะยาว  

แต่สุดท้ายก็ไม่วายที่จะถูกสำนักข่าวฝั่งตรงข้ามใส่สีตีข่าวเพื่อดิสเครดิต!!

หากมองกันตามตรงโดยไม่เอาอคติเรื่องเผด็จการหรือประชาธิปไตยมาตั้ง ถามว่าการกระทำครั้งนี้ของรัฐบาล ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและมองการณ์ไกล ขณะเดียวกันในช่วงเวลานี้ทางรัฐบาลได้ประกาศขอความร่วมมือในการงดดื่มสุราของมึนเมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของเทศกาลนี้ ซึ่งในขณะเดียวกันก็จะช่วยลดการบาดเจ็บและสูญเสียจากการดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเช่นกัน

ทว่าในข่าวฝั่งประชาธิปไตยพยายามตีแผ่ว่า ในเทศกาลตะจ่านที่ผ่านมา มีคนเล่นน้ำน้อย เพราะไม่มีใครอยากเล่นน้ำในรัฐบาลเผด็จการ ซึ่งความจริงนั้นตรงกันข้าม...

ทางเพจ Look Myanmar เคยนำเสนอเรื่องราวในช่วงเทศกาลตะจ่านปีก่อนไว้ว่า การที่คนไม่เล่นน้ำตามบูธที่รัฐบาลจัด เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเองมากกว่า เนื่องจากในช่วงเวลานั้นในเมืองใหญ่อย่าง ย่างกุ้งหรือมัณฑะเลย์ ก็ยังมีเรื่องระเบิดให้เห็นอยู่ประปราย 

ดังนั้นคนจึงเลือกเดินทางออกไปยังต่างจังหวัด เช่น ทะเล หรือ น้ำตก เพื่อพักผ่อนในช่วงเวลาดังกล่าว และปีนี้ก็เช่นกัน มีการรายงานว่าที่พักที่ชายหาดชองตาและชายหาดงุยเซาในรัฐอิรวดีได้เต็มหมดแล้ว เช่นเดียวกับที่ชายหาดงาปาลีก็เต็มแล้วเช่นกัน  

‘บิ๊กป้อม’ พอใจเบอร์ 37 ชี้ เป็นเลขมงคล สอดคล้อง 3 นโยบายพรรค-บัตรประชารัฐ 700 บ.

(4 เม.ย.66) ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์หลังจับสลากหมายเลขพรรค ได้เลข 37 ว่า 37 ถือเป็นเลขดี บวกกันแล้วได้ 10 และไม่กังวลว่าจะเป็นเลขที่อยู่ลึกแต่ก็จำง่าย และตนพอใจ ขอให้ประชาชนเลือกหมายเลข 37 เพราะ 37 เป็นเลขดี หมายถึง 3 นโยบายหลัก และบัตรประชารัฐ 700 บาท

ผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจในการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะได้ ส.ส. 20 ที่นั่ง ตามเป้าหมายหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เหมือนเดิม 

เมื่อถามว่า จะไปถึง 37 ที่นั่งหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า “เอาให้ได้เท่าเดิมก่อน”

‘บิ๊กบี้’ ปลื้ม ชายไทยแห่สมัครทหาร ยอดพุ่ง 4,600 คน กำชับหน่วยลดข้อจำกัดการตรวจเลือก เชื่อยังคงสมัครต่อเนื่อง 

(4 เม.ย.66) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้ง 4/66 กล่าวว่า การตรวจเลือกทหารกองประจำการ จากรายงานวันที่ 1-2 เมษายน มีผู้สมัครถึง 4,600 คน เชื่อว่าจะมีผู้สมัครอย่างต่อเนื่องกำชับให้หน่วยสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร​ การปรับปรุงระบบตรวจเลือกทหารให้ครอบครัวได้รับทราบ พยายามลดข้อจำกัด และอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้ารับการตรวจเลือก​ ใช้เวลาตรวจเลือกให้น้อยที่สุด การตรวจเลือกต้องสุจริต ยุติธรรม โปร่งใส   

หนุ่มโพสต์คลิปเป็นลม หลังจับทหารได้ใบแดง เผย ต้องตัดใจทิ้งงานราชการที่เพิ่งสอบได้

หนุ่มโพสต์คลิปเป็นลม หลังจับได้ใบแดง ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร พร้อมเผยเรื่องราวสุดเศร้าที่เจ้าตัวนั้นสอบติดพนักงานราชการ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข ซึ่งกำลังจะได้เซ็นสัญญา แต่ต้องมีเอกสารการเกณฑ์ทหาร จึงจำเป็นต้องยกเลิกทั้งหมดเพราะจับได้ใบแดง ด้านชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจ

เมื่อวานนี้ (3 เม.ย.66) ผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า ‘Pollawattt’ โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ตนเข้าการคัดเลือกทหารที่ จ.บึงกาฬ เจ้าตัวถึงกับเป็นลมหลังจับได้ใบแดง ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร จนมีเจ้าหน้าที่คอยประคองอยู่ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “เข่าทรุด ร้องไห้ เป็นลม งานที่ได้ เรื่องการสอบที่จะไป = ยกเลิกหมดเลย” 

อย่างไรก็ตาม ทราบว่าสาเหตุที่ชายในคลิปเป็นลมเพราะเจ้าตัวนั้นสอบติดและเตรียมทำสัญญาพนักงานราชการ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุข แต่จำเป็นต้องยกเลิกทั้งหมดเพราะจับได้ใบแดง

‘Major-ITC’ เปิดโปรเจกต์ ‘i-Tail PET CINEMA’  โรงหนังสำหรับคนรักสุนัข-แมว สามารถดูหนังร่วมกับน้องได้

หลายปีที่ผ่านมาเทรนด์ Pet Humanization ครอบครัวที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกคนสำคัญในครอบครัวเติบโตอย่างมาก จนกลายเป็นเมกะเทรนด์ทั่วโลก ซึ่งมาจากสังคมยุคใหม่มีขนาดเล็กลง เป็นโสดมากขึ้น มีลูกน้อยลงหรือบางครอบครัวเลือกที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนลูก

สัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมสูงครองอันดับต้นๆ มาตลอด ต้องยกให้ “น้องหมา” และ “น้องแมว”  ที่บรรดาเจ้าของ พร้อมเปย์ทั้งเงินและเวลา ดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่อาหารการกิน สุขภาพ หาของเล่น เสื้อผ้า พาไปท่องเที่ยวพักผ่อนด้วยทุกที่

ทำให้สินค้าและบริการต่างๆ ต้องออกโปรดักท์มาเอาใจทาสหมา ทาสแมว ล่าสุด คุณวิศรุต พูลวรลักษณ์ รองประธานกรรมการ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับ คุณพิชิตชัย วงศ์ปิยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในเครือไทยยูเนี่ยน เตรียมเปิด “i-Tail PET CINEMA” โรงภาพยนตร์สำหรับคนรักสุนัขและแมวแห่งแรกในประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top