Thursday, 16 July 2026
NewsFeed

‘ปชป.’ เปิดตัว ‘ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.106 เขต’ สู้สนามภาคกลาง พร้อมปรับยุทธศาสตร์หาเสียง เน้นโซเชียลฯ หวังเข้าถึง ปชช.

(28 มี.ค.66) เวลา 13.30 น. ที่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคฯดูแลภาคกลาง ร่วมกันเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ภาคกลาง รวม 26 จังหวัด 106 เขต โดยในช่วงเช้า พรรคฯภาคกลาง ได้เชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มาให้รายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายเลือกตั้ง และกฎระเบียบต่างๆ ของ กกต. ให้กับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคกลาง เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ และเป็นเจตจำนงสำคัญของพรรคฯที่ต้องการให้ผู้สมัครทุกคนได้ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของ กกต. โดยเคร่งครัด 

นอกจากนั้นได้มีการซักซ้อมถึงยุทธศาสตร์ นโยบายของพรรค เพื่อให้ว่าที่ผู้สมัครได้นำไปใช้ในการหาเสียงและสื่อสารกับประชาชน หรือเพื่อไปทำหน้าที่ ‘ลำโพงประชาธิปัตย์’ ในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งเข้ารับเอกสารรับรองการเป็นผู้สมัครของพรรคปชป. ซึ่งลงลายเซ็นโดยหัวหน้าพรรค สำหรับนำไปยื่นสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 3 เม.ย.นี้

ทั้งนี้นายจุรินทร์ กล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 106 เขต ล้วนเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพ และพรรคได้คัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี หากพี่น้องประชาชนให้โอกาสก็พร้อมจะทำหน้าที่ ส.ส.ที่ดีได้ต่อไป ซึ่งผู้สมัครดังกล่าว ประกอบไปด้วย คนรุ่นใหม่ นักธุรกิจ ผู้นำเกษตรกร นักวิชาการ สื่อสารมวลชน รวมทั้งผู้นำสตรี ซึ่งในจำนวน 106 คน เป็นสตรีถึง 11 คน และในจำนวนนี้ เป็นรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรี 3 คน คือ นายสาธิต  ปิตุเตชะ รมช. สาธารณสุข เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ระยอง นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 เพชรบุรี นายธีระ สลักเพชร อดีต รมว.วัฒนธรรม เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ตราด นอกจากนี้ ยังมีอดีต ส.ส. ของพรรค 13 คน ไม่ว่าจะเป็น นายกัมพล สุภาแพ่ง นายอภิชาติ สุภาแพ่ง จ.เพชรบุรี นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร จ.กาญจนบุรี นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จ.จันทบุรี นางพจนารถ แก้วผลึก จ.ชลบุรี นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ จ.นครนายก นายมนตรี ปาน้อยนนท์ นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช จ.ประจวบคีรีขันธ์ นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ นายธารา ปิตุเตชะ จ.ระยอง นายนิติรัฐ สุนทรวร จ.สมุทรสาคร และ นายปรพล อดิเรกสาร จ.สระบุรี 

“ทั้งหมดนี้เป็นทัพหน้าของประชาธิปัตย์ ที่จะลงพื้นที่บุกเขตเลือกตั้ง เพื่อนำชัยชนะมาสู่พรรคในพื้นที่ภาคกลางในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ผมขอฝากไว้กับพี่น้องภาคกลางทุกจังหวัด ขอให้ช่วยสนับสนุนประชาธิปัตย์ ทั้งคนทั้งพรรคในการเลือกตั้งที่จะมาถึง” นายจุรินทร์กล่าว 

นายสาธิต กล่าวว่า ขณะนี้ภาคกลางมีความพร้อม 100% เพื่อเดินหน้าไปสู่การรับสมัครในวันที่ 3 เม.ย.นี้ โดยผู้สมัครของพรรค มีความหลากหลายตั้งแต่ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำเกษตรกร ผู้นำสตรี อดีตรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ที่จะมีส่วนในการสร้างอนาคตอีกด้วย ดังนั้นถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ของเรามีความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งแล้วอย่างเต็มที่ 

จากนั้นนายสาธิตให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า วันนี้เปิดตัวทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงอีก 4 เขต คิดว่าไม่มีปัญหา โดยในวันพรุ่งนี้ (29 มี.ค.) จะทำไพรมารีและส่งให้คณะกรรมการสรรหารับรองต่อไป ซึ่งถือว่าทุกคนเป็นคนรุ่นใหม่มีความสามารถ โปรไฟล์ดี พร้อมที่จะต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้แน่นอน

เมื่อถามว่า การปรับยุทธศาสตร์ในการหาเสียง เนื่องจากพื้นที่ภาคกลางมีการต่อสู้กันสูง นายสาธิต กล่าวว่า มีการอบรมกติกาและระบบการเลือกตั้งให้กับว่าที่ผู้สมัคร ซึ่งทุกเขตต้องมีศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ซึ่งการหาเสียงจะใช้วิธีเดิมไม่ได้ จะต้องมีทั้งระบบเครือข่ายอยู่ในทุกพื้นที่ เพื่อนำข้อมูล ผลงานของพรรคฯและผู้สมัครเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด รวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อให้ข้อมูลผู้สมัครอยากนำเสนอเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งเป็นระบบที่พรรคฯได้วางให้ผู้สมัครทุกคนได้ทำในแพตฟอร์มเดียวกัน ถือว่าเป็นการวางระรบบให้เข้าถึงเพื่อจูงใจประชาชน ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ

เมื่อถามว่าในส่วนของภาคกลางได้ตั้งเป้าว่าจะได้ส.ส.เท่าไหร่ นายสาธิต กล่าวว่า เดิมในพื้นที่ภาคกลางพรรคปชป.ได้ 8 คน ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะได้ส.ส.ให้มากที่สุด เพราะการประเมินยังทำได้ยาก เนื่องจากเวลาเราลงพื้นที่แม้จะมีคนตัดสินใจไปแล้ว นับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้เบอร์ ยังมีผู้ยังไม่ได้ตัดสินใจเยอะ จึงมั่นใจว่าความขยัน และระบบการหาเสียงที่ใช้เทคโนโลยีรูปบบแบบใหม่ จะจูงใจให้คนที่ยังไม่ตัดสินใจมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์และผู้สมัครของเราได้ ทั้งนี้การหาเสียงรูปแบบใหม่เวลาปราศรัยไม่จำเป็นต้องมีคนเยอะ และจะไม่ทำผิดกฎหมายเพราะขณะนี้มีการไลฟ์สดออกโชเชียลมีเดียได้ ถ้าเราโพสต์ในเฟสบุคก็ซื้อไลฟ์ได้ แต่ต้องแสดงค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่เราต้องนำมาใช้ให้ทันยุคสมัย

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพ สังเกตการณ์ฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถี ฮาร์พูน บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร

วันที่ 28 มีนาคม 2566  พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น - สู่ - พื้น แบบ Harpoon Block 1C โดย เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เป็นเรือยิงหลัก และ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรือยิงสำรอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2566 โดยมี พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พลอากาศเอก ชานนท์  มุ่งธัญญา รองผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมสังเกตการณ์บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ในพื้นที่ทะเลอันดามัน บริเวณระยะ 55 ไมล์  จาก แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต   โดยมี พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พลเรือเอก เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้อำนวยการ การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2566 ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ในกองอำนวยการฝึกฯ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ให้การต้อนรับ

กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำรงความพร้อมของหน่วยต่าง ๆ ในการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ แบ่งการฝึกเป็นวงรอบทุก 2 ปี ตามสถานการณ์ที่ถูกกำหนดขึ้น  สำหรับการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2566 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ถึง 22 มิถุนายน 2566 มีพื้นที่การฝึกทั้งในทะเลและบนบกโดยแบ่งการฝึกเป็น 2 ส่วน คือ การฝึกปัญหาที่บังคับการ (Command Post Exercise: CPX) มีระยะเวลาการฝึกรวม 3 สัปดาห์ ทำการฝึกระหว่าง วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 17 มีนาคม 2566  มีวัตถุประสงค์ เพื่อฝึกการควบคุมบังคับบัญชา และทดสอบแนวความคิดในการใช้กำลังและหลักนิยมต่าง ๆ ของหน่วยบังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ และการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise: FTX) ทำการฝึกระหว่างวันที่ 20 มีนาคม - ถึง 12 พฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นการฝึกปฏิบัติการของหน่วยกำลังรบประเภทต่าง ๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและประสบการณ์ให้กับกำลังพล รวมทั้งเป็นการทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการต่าง ๆรวมถึงการยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น - สู่ - พื้น แบบ Harpoon Block 1C  ในครั้งนี้    

นอกจากนั้น ยังมีการฝึกในหัวข้อสำคัญ ที่จะทำการฝึกในห้วงต่อไป คือ การปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก การยิงอาวุธประจำหน่วย และการฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ของกำลังภาคพื้นดิน ทั้งกำลังจากหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง รวมทั้งกองทัพบก และกองทัพอากาศที่ได้จัดกำลังเข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ด้วย ในขณะเดียวกัน ได้มีการฝึกด้านการส่งกำลังบำรุง (Logistics Exercise: LOGEX) เพื่อทดสอบขีดความสามารถด้านการส่งกำลังบำรุงและการปฏิบัติของหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ พร้อมกันไปด้วย และที่สำคัญ คือ การฝึกในครั้งนี้ ได้มีการเชิญ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล( ศรชล. ) กองทัพบก และกองทัพอากาศ จัดกำลังเข้าร่วมการฝึกในหัวข้อการฝึกต่าง ๆ อีกด้วย

สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูน ได้พัฒนาโดยบริษัท McDonnell Douglas Astronautics Company ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นอาวุธปล่อยนำวิถี แบบ พื้น - สู่ - พื้น และอากาศ - สู่ - พื้น เพื่อใช้ทำลายเรือผิวน้ำ  ด้วยความเร็ว 60 ไมล์ทะเล ต่อชั่วโมง มีคุณสมบัติ ถูกออกแบบให้มีหัวรบมีอำนาจทำลายสูง ด้วยดินระเบิดขนาด 500 ปอนด์ สามารถโจมตีเป้าหมายซึ่งมองเห็นได้ หรือที่อยู่ไกลเกินขอบฟ้า สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ สภาวะอากาศ เครื่องค้นหาเป้ามีสมรรถภาพสูง ตรวจจับเป้าได้ในระยะไกล มีขีดความสามารถติดตามเป้าในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี ซึ่งระยะยิงของอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูน ที่ไกลที่สุด คือ 75 ไมล์ทะเล และสามารถค้นหาเป้าเรือผิวน้ำภายในพื้นที่รัศมีวงกลมได้มากกว่า 17,500 ตารางไมล์ สามารถทำการยิงได้จากเรือผิวน้ำ ด้วยการใช้แท่นยิงที่ติดตั้งบนเรือผิวน้ำซึ่งอาจจะเป็นแท่นยิงของตัวระบบฮาร์พูนเองหรือแท่นยิงของระบบอาวุธอื่น ๆ ซึ่งได้ปรับปรุงให้สามารถทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูนได้

ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้เริ่มนำอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูน แบบพื้น - สู่ - พื้น เข้าประจำการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2529 โดยติดตั้งมากับเรือคอร์เวตชุด เรือหลวงรัตนโกสินทร์ ต่อมาได้ทำการปรับปรุง เครื่องบินแบบ F - 27 MK 200 เมื่อปี พ.ศ.2533 ให้สามารถติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูน แบบอากาศ - สู่ - พื้น เพื่อใช้โจมตีเรือผิวน้ำ ต่อมาเรือที่เข้าประจำการในกองทัพเรือหลายลำ ก็ได้รับการติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูนเป็นอาวุธหลัก ได้แก่ เรือฟริเกต ชุด เรือหลวงนเรศวร 2 ลำ ( เรือหลวงนเรศวร และ เรือหลวงตากสิน ปัจจุบันประจำการอยู่ใน กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ) เรือฟริเกตชุด เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก 2 ลำ เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกและเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย ปัจจุบันปลดประจำการ)  โดยการยิงอาวุธปล่อย นำวิถี ฮาร์พูน ในครั้งนี้ ใช้เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เป็นเรือยิง มี พลเรือตรี วรพาท รัตตะสังข์ ผู้บัญชาการกองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ เป็น ผู้บังคับหมวดเรือ ยิงอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูน   ซึ่งผลจากการยิง อาวุธปล่อยนำวิถี สามารถทำลายเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไป 55 ไมล์ ( 101.86 กิโลเมตร) ได้อย่างแม่นยำ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของอาวุธปล่อยนำวิถีชนิดนี้  นอกจากนั้นการยิง อาวุธปล่อยนำวิถีพาพูน ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก ที่มีการยิงจากเรือ ที่ต่อขึ้นเองภายในประเทศ โดย เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เป็นเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 ที่กองทัพเรือขออนุมัติกระทรวงกลาโหมดำเนินการต่อขึ้นจากแบบเรือที่กองทัพเรือมีใช้ราชการ ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ด้วยการน้อมนำและยึดถือการพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร   โดยใช้แบบเรือของเรือหลวงกระบี่ ที่กองทัพเรือได้ต่อขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมพรรษา 84 พรรษา เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2554 เป็นแบบพื้นฐาน

จำคุก 13 ผู้ชุมนุม ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง หลัง ‘ม็อบ 3 นิ้ว’ ป่วนศาล-ดูหมิ่นผู้พิพากษา

ศาลจำคุก 13 ผู้ชุมนุม ‘ม็อบรีเด็ม’ มวลชนกลุ่มหัวรุนแรงแนวร่วมเยาวชนปลดแอก ชุมนุมก่อความวุ่นวายหน้าศาลอาญา-ดูหมิ่นผู้พิพากษากดดันปล่อยเพนกวินยกฟ้อง 2 คน รอลงอาญาหมดทุกคน

(28 มี.ค.66) ที่ห้องพิจารณา 916 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีม็อบREDEM หมายเลขดำอ.1423/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายร่อซีกิน นิยมเดชา, นายชาติชาย แกดำ (จำเลยที่15) กับพวกรวม 15 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

โดยอัยการระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2564 เวลากลางวัน ได้มีการร่วมชุมนุมกลุ่มREDEM จากการเชิญชวนของผู้ใช้เฟซบุ๊กกลุ่มเยาวชนปลดแอก -(Free YOUTH) ให้มาชุมนุมที่ศาลอาญา ประมาณ 300-500 คนโดยนำรถยนต์ติดตั้งขยายเสียง โจมตี เรียกร้องให้ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวนายพริษฐ์ หรือเพกวิน ชิวารักษ์ กับพวกรวม 7 คน ฐานดูหมิ่นสถาบันฯ โดยพวกจำเลยได้กล่าวโจมตี การทำงาน ดูหมิ่นศาล หรือผู้พิพากษา ย้ายแท่นแบริเออร์บริเวณเกาะกลางถนนเพื่อเปิดจุดกลับรถหน้าศาลอาญา แล้วชุมนุมจนเต็มพื้นที่ถนน ใช้ไข่ไก่ มะเขือเทศ ของเหลวสีแดง สาดใส่ป้ายป้ายสำนักงานศาลยุติธรรม และป้ายศาลอาญา เสียหาย เปรอะเปื้อน

นอกจากนี้จำเลยที่ 1-2 กับพวกรวม 50 คน ได้เดินข้ามถนน ไปบริเวณปากซอย รัชดาภิเษก 32 ต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน(คฝ.) ใช้หนังสติ๊ก ลูกแก้ว อุปกรณ์โลหะ ประทัดยักษ์ ขว้างเข้าใส่ รวมทั้งผู้ชุมนุม ใช้ท่อนไม้ หิน ขวดโซดา ขวดแก้วใสน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีเศษผ้า ขว้างปาใส่รถเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับติดตามมา 4 คันได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 983,200 บาท และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 4 คันได้รับความเสียหาย จึงขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย

คดีนี้พวกจำเลยปฏิเสธ และได้ประกันตัว ศาลอาญาพิจารณาพยานหลักฐานแล้ว ในส่วนของจำเลยที่ 1,2 พยานโจทก์ที่นำสืบมามีความสงสัยตามสมควร จึงให้ ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 1,2 ในส่วนของจำเลย 3-15 พยานหลักฐานรับฟังได้ว่า การกระทำของจำเลย 3-15 กับพวกเป็นความผิดตามฟ้อง ยกเว้นความผิดฐานไม่ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง และฐานไม่ขออนุญาตจัดการชุมนุม เพราะ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า จำเลย 3-15 เป็นผู้จัดกิจกรรมการชุมนุม ส่วนที่จำเลยที่ 3-15 นำสืบอ้างว่า เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ นั้น แม้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้รับรองเสรีภาพในการชุมนุมไว้ก็ตาม แต่ต้องไม่กระทบสิทธิหรือเป็นการละเมิดต่อบุคคล เมื่อข้อเท็จจริง ฟังได้ว่า ในระหว่างการชุมนุมของจำเลยที่ 3-15 กับพวก มีการใช้กำลังประทุษร้าย และเป็นการก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ด่าทอ ดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดีอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่นจึงมิใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

ครม. รับทราบ 9 แนวทาง สืบสานสงกรานต์วิถีไทย พร้อมผลักดัน สู่มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ครม.รับทราบ ‘สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล’ 9 แนวทาง ย้ำ รัฐบาลผลักดัน มรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้

(28มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงบานว่า คณะรัฐมนตรี ( ครม.) รับทราบแนวทางรณรงค์เพื่อสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรม เนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2566 ภายใต้แนวคิด ‘สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล’ ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม เสนอ เพื่อกำหนดแนวทางรณรงค์เพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ และแนวทางการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ประเพณีสงกรานต์ในโอกาสที่ไทยเสนอเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก รวมทั้งการดูแลทรัพย์สิน สุขอนามัย และความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญเพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับความสุข จากประเพณีสงกรานต์นี้

ศูนย์อำนวยการ ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3(ศอ.ปกป.ภาค 3 )

วันอังคารที่ 28 มีนาคม  เวลา 10.00 น.  ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองจังหวัดเชียงราย รายงานขอรับการสนับสนุน อากาศยานดับไฟป่าจาก ศอ.ปกป.ภาค 3 ซึ่งได้จัดส่ง ฮ.แบบ KA-32 ของ กรม ปภ.เข้าสนับสนุนเมื่อ 27 มี.ค.66 แต่ติดสภาพทัศนวิสัยที่จำกัด ไม่สามารถปฏิบัติการได้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้าตรวจเยี่ยมกระบวนการ NRM หลังริเริ่มใช้งานจริง ดูแลเหยื่อจากการค้ามนุษย์ทั้งครบกระบวนการ

วันนี้ (28 มี.ค.66) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินการตามกระบวนการกลไกส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) ซึ่งวันนี้ได้มีการเข้าตรวจเยี่ยมจำนวน 2 จุด ได้แก่ ภ.จว.ชุมพร และ สภ.จุฬาภรณ์ ภ.จว.นครศรีธรรมราช โดยมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ อาทิ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ,สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด , แรงงานจังหวัด , ประมงจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ยุติธรรมจังหวัด และป้องกันจังหวัด ร่วมประชุมชี้แจงความคืบหน้าในคดี การเยียวยา ดูแลผู้ถูกคัดกรอง โดยในส่วนของ ภ.จว.ชุมพรนั้น ได้มีการรับดำเนินการตามกระบวนการ NRM จากกรณีเมื่อวันที่ 23 มี.ค.66 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้จับกุมผู้ต้องหาชาวไทยจำนวน 2 ราย ลักลอบขนบุคคลต่างด้าวจำนวน 77 คนเข้ามาในราชอาณาจักร คดีอยู่ในความรับผิดชอบของ สภ.หลังสวน ภ.จว.ชุมพร และอีกคดีหนึ่งเป็นกรณีเมื่อวันที่ 16 มี.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จุฬาภรณ์ ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้จับกุมบุคคลต่างด้าวถูกทิ้งไว้ขณะหลบหนีเข้าเมืองจำนวน 42 คน รายละเอียดตามที่สื่อมวลชนได้เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

โดยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์​ ฯ​ได้ติดตามความคืบหน้าของคดีทั้งสองราย โดยให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขยายผลผู้ต้องหาในขบวนเพิ่มเติม สำหรับ สภ.ปากน้ำชุมพรนั้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ราย ซึ่งทำหน้าที่ขับรถนำ และขับรถขนคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง

‘ชัยวุฒิ’ ขอไม่โต้ ‘โทนี่’ ยึดสโลแกนก้าวข้ามความขัดแย้ง  ยัน พปชร. ไม่ขัดแย้งกับใคร ชี้ทำงานบางเรื่องก็ต้องตัดสินใจร่วมกัน

(28 มี.ค.66) พรรคพลังประชารัฐ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาตอบโต้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ผ่านทวิตเตอร์ว่า พรรคเพื่อไทยไม่โง่พอที่จะยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้กับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐว่า พปชร.มีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง และไม่ขัดแย้งกับทุกพรรค จึงไม่อยากตอบโต้เรื่องนี้ ซึ่งการทำงานในทางการเมืองมันก็ทำงานตามสถานการณ์ บางครั้งไม่ได้ฉลาดทุกครั้ง ต้องมีบางเรื่องที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน 

เมื่อถามว่า มองว่าการปรามาสครั้งนี้ ให้รอวันที่ผลการเลือกตั้งออกเลยใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นเรื่องของประชาชน ยืนยันว่า แต่ละพรรคต่อสู้กันเต็มที่ เสนอนโยบายและลงพื้นที่เข้าหาพี่น้องประชาชน ผู้สมัครแต่ละเขต แข่งกันเต็มที่ไม่มีการจับมือกัน หรือ ตกลงกันว่า ใครจะเป็นรัฐบาลหรือเป็นนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบประชาธิปไตย 

เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่ปฏิเสธที่จะจับมือร่วมรัฐบาลกับใครใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐก้าวข้ามความขัดแย้ง ฉะนั้นไม่มีเงื่อนไขที่จะต้องขัดแย้งกัน อะไรที่เป็นประโยชน์หรือประชาชนยอมรับเราเราก็ทำงานร่วมกันได้ อะไรที่เป็นความขัดแย้งหรือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ก้าวข้ามไป 

นักวิชาการ ชี้!! PM2.5 ภาคเหนือ ถือเป็นภัยพิบัติ แนะ 4 แนวทางที่ควรทำอย่างเร่งด่วน เพื่อสุขภาพปชช.

นักวิชาการ เสนอวิธีแก้ปัญหา PM2.5 ภาคเหนือ ถือเป็นภัยพิบัติ ต้องสั่งอพยพด่วน เพื่อป้องกันสุขภาพ แนะกำหนดช่วงเวลาวันเผา พร้อมลงโทษไม่รับซื้อผลิตผลทางการเกษตร

เมื่อวันที่ (27 มี.ค.66) เฟซบุ๊ก ‘Sonthi Kotchawat’ หรือ สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้โพสต์ข้อเสนอแนะป้องกันและแก้ไขฝุ่นPM2.5 โดยระบุข้อความว่า "มุมมองในการป้องกันและแก้ไขฝุ่นPM2.5ในภาคเหนือ

ด.ต.น้ำใจงาม เจอชายไร้บ้านคุ้ยขยะหาข้าวกิน ไม่รอช้าพาเลี้ยงข้าว เผยอยากให้สังคมดูแลกัน

‘คนเราต้องหิวขนาดไหน ถึงทำแบบนี้’ เปิดใจ ด.ต.น้ำใจงาม เจอชายไร้บ้านหาเศษอาหารในถังขยะกิน พาไปเลี้ยงข้าว บอก ‘แค่นี้พอแล้วครับ’ โซเชียลแห่ชื่นชม

เมื่อไม่นานมานี้ กรณีที่ ด.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ โพสต์คลิปวิดีโอและข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “คนเราต้องหิวขนาดไหน ถึงทำแบบนี้” วันนี้ผมเรียนเสร็จก็มาออกกำลังกาย เจอน้องคนนึงกำลังยืนเลือกอะไรสักอย่างอยู่ที่ถังขยะ ทีแรกผมนึกว่าน้องเขามาเก็บขวดพลาสติก จึงยืนดูน้องเขา น้องผู้ชายเลือกที่จะหยิบแต่ถุงอาหาร ขึ้นมาดมดูว่าอันไหนบูดหรือไม่บูดเท่านี้ล่ะครับผมก็ตัดสินใจเดินเข้าไปถามน้องเขาว่า

“น้องทานข้าวหรือยัง น้องตอบว่ายังครับ ผมบอกแล้วว่าเอาทิ้ง เอาทิ้ง มันบูดแล้ว ตามพี่มาเดี๋ยวพี่ซื้อให้กินไหม ผมพาน้องเดินมาที่ตู้ขายบะหมี่ขายขนม ซึ่งอยู่ห่างจากพี่น้องอยู่ไม่กี่เมตร บอกผมว่าเอาบะหมี่ต้มยำ 1 ถ้วย ผมบอกน้องคนขายว่า เอาบะหมี่ต้มยำ 2 ถ้วย

ผมถามน้องว่า เอาอะไรเพิ่มอีกไหม น้องตอบผมว่า ไม่เอาแล้วครับพอแล้วครับ เอา 2 ถ้วยพอ ผมก็เลยสั่งบะหมี่ที่ยังไม่แกะเพิ่มให้อีก 4 ถ้วย ผมขอแม่ค้าว่า ให้น้องเขามากดน้ำร้อนที่ร้านได้ไหม คนขายบอกว่าได้ครับพี่ สิ่งที่ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนเราต้องหิวขนาดไหน ถึงต้องมาหาอาหารที่ถังขยะแบบนี้”

หลังจากที่คลิปเผยแพร่ออกไปได้มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมกันจำนวนมาก

(28 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวเดินทางไป หนองประจักษ์ศิลปาคม หลังสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ถนนเทษา เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบกับ ด.ต.เจริญ จันทร์รักษ์ ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองอุดรธานี พาไปดูบริเวณถังขยะที่พบชายเร่ร่อนเดินมาหาของกินในถังขยะ

‘ส.ว.อุปกิต’ โต้ไม่ได้มอบตัว เพียงชี้แจงข้อเท็จจริง ยันไม่มีการหลบหนี ขอสู้จนได้ความยุติธรรมคืน

‘ส.ว.อุปกิต’ โต้ไม่ได้มอบตัว เพียงแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันไม่หลบหนี 

(28 มี.ค.66) นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการเข้าพบพนักงานสอบสวนกรณีถูกกล่าวหาดำเนินคดีและสื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าว เป็นการชิงมอบตัว โดยยืนยันว่า ไม่ใช่การไปมอบตัว เพราะในข้อเท็จจริงเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่า ทั้งนายรังสิมันต์ โรม และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ กล่าวหาตนและเข้าไปให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน รวมถึงพยายามสร้างกระแสเพื่อเร่งรัดกระบวนการยุติธรรม จึงเป็นสิทธิโดยชอบของตนที่จะเดินทางไปชี้แจงข้อเท็จจริง และแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมจะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม เพื่อปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของตนเองและวงศ์ตระกูล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top