Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

‘พาที’ คัมแบ็ก!! เปิดตัวสายการบินใหม่ ‘Really Cool Airlines’ ชู จุดขายฟูลเซอร์วิส เตรียมเปิดบินปลายปีนี้

คัมแบ็กกลับมาสร้างความฮือฮาในแวดวงการบินเมืองไทยอีกครั้ง สำหรับ "พาที สารสิน" อดีต CEO นกแอร์ ล่าสุด ได้ฤกษ์ เปิดตัว Really Cool Airlines สายการบินเทียบชั้นการบินไทย พร้อมเปิดให้บริการปลายปี 66

(22 มี.ค.66) หลังจากที่ "พาที สารสิน" ได้โบยบินออกจากบ้านนกแอร์ ก็ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในชื่อ บริษัท เรียลลี เรียลลี คูล จำกัด หรือ Really Really Cool ล่าสุดเตรียมประกาศคัมแบ็กธุรกิจสายการบินอีกครั้ง ด้วยการปั้นสายการบิน Really Cool Airlines โดยเป็นการวางจุดยืนเป็นสายการบินแบบฟูลเซอร์วิสเทียบชั้นกับการบินไทย เน้นใช้เครื่องบินลำใหญ่ เน้นเที่ยวบินต่างประเทศ โดยเฉพาะระยะทางไกล เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา รวมถึงตลาดเอเชียตะวันออกอย่างจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นด้วย คาดว่าจะเริ่มบินได้ช่วงไตรมาส 4 ของปี

นายพาที สารสิน แถลงข่าวเปิดตัว Really Cool Airlines อย่างเป็นทางการ โดยเปิดเผยว่ามีความตั้งใจจะให้สายการบินใหม่นี้เป็นสายการบินที่แตกต่างมีจุดเด่น และตรงกับแนวคิดตามชื่อสายการบินคือ Really Cool และยังหวังว่าสายการบินใหม่นี้จะเป็นสายการบินที่ช่วยยกระดับการเดินทางของผู้โดยสาร มอบประสบการณ์ที่ประทับใจ และช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ฟื้นตัวหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด

สำหรับการดำเนินงานสายการบินใหม่นี้ แนวคิดเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา มีการเริ่มคุยกับภาคส่วนต่างๆ และดำเนินการโดยตลอด จนกระทั่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยแนวคิดของสายการบินนั้นจะเป็นสายการบินไลฟ์สไตล์ ฟูลเซอร์วิส เน้นการใช้เทคโนโลยีมาผสานกับการบินทำให้เกิดการบริการรูปแบบใหม่ ใช้เครื่องบินลำตัวกว้างที่มีพิสัยการให้บริการได้ไกล สามารถให้บริการเส้นทางทั้งระยะไกลได้

โดยสายการบิน Really Cool Airlines วางแผนที่จะประกาศรุ่นของเครื่องบิน จุดหมายปลายทาง และเครือข่ายเส้นทางภายใน 8-10 เดือนข้างหน้า และคาดว่าจะเริ่มทำการบินได้ภายในสิ้นปี 2566

สาวไต้หวัน พิชิต ‘ข้าวมันไก่ไจแอนท์’ คนที่ 37 ซัดหมดเกลี้ยง ภายในเวลาเพียง 35 นาทีเท่านั้น

และแล้วเราก็ได้ผู้พิชิต คนที่ 37 ซึ่งเป็นสาวจากไต้หวัน ที่สามารถจัดการข้าวมันไก่จานยักษ์ของร้านศรีเหลืองโภชนา ได้หมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียง 35 นาที !

(22 มี.ค.66) เฟซบุ๊กของร้าน "ศรีเหลืองโภชนา สะพานควาย-ข้าวมันไก่ไจแอนท์” ได้โพสต์ภาพและข้อความของผู้พิชิตข้าวมันไก่จานยักษ์รายล่าสุดได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งเป็นสาวสวยจากไต้หวัน โดยระบุว่า

“ผู้พิชิตข้าวมันไก่ไจแอนท์คนที่ 37 นักเรียนสาวจากไต้หวัน JAI-WEI-KU ใช้เวลากิน 35 นาที น่ารักมาก”

ทั้งนี้ สาวไต้หวัน ถือเป็นผู้พิชิตข้าวมันไก่จานยักษ์ได้เป็นรายที่ 37 โดยนอกจากอิ่มแปล้แล้ว ยังได้รับจานที่ระลึกจากทางร้าน เพื่อรับรองว่า “ท่าน คือ ผู้พิชิต” ที่สามารถกินข้าวมันไก่ไจแอนท์ หมดตามเวลาที่กำหนด ซึ่งในหนึ่งจานประกอบไปด้วย ข้าวมัน 2 กิโลกรัม เนื้อไก่ต้ม 1 กิโลกรัม

สำหรับ “ศรีเหลืองโภชนา” สะพานควาย เป็นร้านที่มีจุดขาย คือ ข้าวมันไก่จานใหญ่ยักษ์ไว้ให้ลองชิม ซึ่งร้านเดิมเปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2523 สมัยก่อนอยู่ในซอยโรงหนังพหลโยธินรามา แต่ปัจจุบันย้ายมาอยู่ตรงถนนสาลีรัฐวิภาค ใกล้กับแยกสะพานควาย ซึ่งที่นี่นอกจากจะมีข้าวมันไก่ไซส์ยักษ์ ก็ยังมีแบบปกติให้ชิม แล้วก็มีไก่ทอด ไก่ย่าง และก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นให้ลองลิ้มกันด้วย

สวนนงนุชพัทยา ปรับภูมิทัศน์สถานทูตภูฏาน 1 ใน 13 สวนมิตรภาพฉันพี่น้อง

วันนี้ 22 มี.ค.66  สวนนงนุชพัทยา นำโดย นายกัมพล ตันสัจจา  ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้นำทีมนักจัดสวนมากกว่า 100 คน เข้าปรับปรุงภูมิทัศน์สถานเอกอัครราชทูตภูฏาน ประจำประเทศไทย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เป็นครั้งที่ 2 บนเนื้อที่ 3 ไร่ ในแนวคิด Friendship Garden จัดสวนแห่งมิตรภาพ ฉันพี่น้อง โดยมี นายคินซัง ดอร์จี (H.E.Mr. Kinzang Dorji) เอกอัครราชทูตภูฏาน ประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับ

 

นายกัมพล ตันสัจจา กล่าวว่าไทยกับภูฏาน มีความสัมพันธ์ทางการทูตมายาวนาน ที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2561 สวนนงนุชพัทยา ได้เข้ามาปรับภูมิทัศน์ภายในสถานทูตแห่งนี้มาแล้ว และในวันนี้ได้เข้ามาปรับภูมิทัศน์อีกครั้ง ภายใต้แนวคิด Friendship Garden ในการจัดสวนแห่งมิตรภาพ ฉันพี่น้อง ที่เจริญเติบโตและมั่นคง ดั่งต้นไม้ที่ปลูกขึ้นทุกต้นในสถานที่แห่งนี้ สำหรับการปรับปรุงภูมิทัศน์ในครั้งนี้ นับเป็นสถานทูตแห่งที่ 2 ของปี 2566

 

ทั้งนี้สวนนงนุชพัทยา ได้เริ่มดำเนินการจัดสวนในสถานทูต ตั้งแต่ปี 2560 รวมเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปี และยังคงมุ่งมั่นในการจัดสวนแห่งมิตรภาพตลอดไป

 

โดยมี 13 สวนสถานทูตประจำประเทศไทย ที่ทางสวนนงนุชพัทยา เข้าไปดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ ได้แก่ สถานทูตฝรั่งเศส,สถานทูตอินโดนีเซีย,สถานทูตภูฎาน ,สถานทูตปากีสถาน,สถานทูตลาว,สถานทูตเนปาล,สถานทูตกัมพูชา,สถานทูตพม่า,สถานทูตรัสเซีย,สถานทูตเบลเยียม,สถานทูตอุซเบกิสถาน, สถานทูตสวิตเซอร์แลนด์และสถานทูตอิหร่าน
 

'เศรษฐา' ขอบคุณ 'ทักษิณ' ชมเป็นนายกฯได้ ด้าน 'ชลน่าน' ออกตัวยังไม่เคาะชื่อแคนดิเดตฯ

‘เศรษฐา’ เผย รู้สึกเป็นเกียรติ ‘ทักษิณ’ ชม ชี้ ยังมีข้อต่างอีกเยอะ ลั่น หากเป็นนายกฯ จะไม่ตั้งคณะกรรมการซ้อนกรรมการ แก้ปัญหาปชช. ชู หลักคิดเร็ว ทำเร็ว ด้าน ‘ชลน่าน’ บอก เรื่องแคนดิเดตเป็นแค่ความเห็นของ ‘อดีตนายกฯ’

(22 มี.ค. 66) ที่จ.นนทบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปราศรัยในเวทีแรก หลังนายกฯประกาศยุบสภาฯ ว่า จัดเต็มทุกเวที ไม่มีข้อยกเว้น เราเสนอนโยบายตามความเป็นจริงทุกอย่าง ทั้งนี้ สำหรับเวทีที่นนทบุรี เราจะเน้นหลายประเด็น ซึ่งเหมือนทุกจังหวัดที่เน้นเรื่องความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความล้มเหลว ขณะนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของกระบวนการคืนอำนาจสู่ประชาชน และขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเยอะๆ

เมื่อถามว่า มองประเด็นที่เมื่อคืนนี้ (21 มี.ค.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปรียบเทียบนายเศรษฐา เหมือนตอนที่นายทักษิณเข้ามาทำงานการเมืองแรกๆว่าอย่างไร นายเศรษฐา กล่าวว่า เราก็มีความเหมือนกันได้ แต่เมื่อมีความเหมือนก็มีความแตกต่างในตัวของมันเอง ถือเป็นเกียรติเพราะท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่ประสบความสำเร็จ และได้รับความนิยมชมชอบมาตลอดกาล ส่วนในความแตกต่างที่ตนพูดถึงนั้นมีหลายอย่าง ท่านเองเป็นคนที่ก่อร่างสร้างตัวมา ตนมาช่วยเติมเต็ม ท่านวางรากฐานมาไว้ดีอยู่แล้ว และเรามีบุคคลที่มีคุณภาพในพรรค

เมื่อถามว่า การที่นายทักษิณ ชมนายเศรษฐาเช่นนั้นอนาคตจะชูเป็นแคนดิเดตใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ขอให้เป็นขั้นเป็นตอนไป คณะกรรมการบริหารก็จะประชุมกันในเร็ววันนี้ ขอให้อดใจรออีกนิด เพราะมีคนที่มีคุณภาพอยู่หลายคน ขอเวลาเล็กน้อย ให้เป็นไปตามขั้นตอนดีกว่า

เมื่อถามว่า หากเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกจะทำได้ดีเหมือนนายทักษิณหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อย้อนหลังไป 20 ปี ที่ผ่านมา ตนมองว่าธุรกิจที่ท่านทำประสบความสำเร็จมากกว่าตนเยอะ ท่านก่อร่างสร้างตัวจากตรงนั้นก็เป็นอะไรที่น่าชื่นชม และเป็นอะไรที่เปรียบเทียบกับตนยังไม่ได้

เมื่อถามต่อว่า ทั้งนายทักษิณและนายเศรษฐามาจากภาคธุรกิจเช่นกัน ในทางการเมืองจะนำวิธีการทำงานอะไรของนายทักษิณมาปรับใช้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นหลักการคิดเร็ว ทำเร็ว และต้องมีการวิเคราะห์ถึงความเสี่ยง เปรียบเทียบกับความเร่งด่วนว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไร ไม่ใช่การตั้งคณะกรรมการซ้อนกรรมการ ถ้าทำแบบนั้นปากท้องแห้งพอดี

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่กองเชียร์พรรคเพื่อไทย ออกปากเชียร์ทั้งนายเศรษฐา และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นแคนดิเดตนายกฯ นายเศรษฐา กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่กองเชียร์ไม่ได้เอ่ยชื่อ เพียงแต่ตนอาจจะได้การสนับสนุน หรือออกสื่อมากหน่อย อาจจะเป็นเพราะตัวสูงมองเห็นง่าย แต่ตนก็รู้สึกว่ายังต้องเจียมตัว เพราะผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนล้วนมีความสุดยอดทั้งนั้น

สาวโพสต์คลิป หลังกินแมลงทอดครั้งแรก เกิดแพ้หนัก หากถึงมือหมอช้ากว่านี้สิ้นชีพแน่ เตือน!! คนแพ้อย่าประมาท

(23 มี.ค.66) ผู้ใช้ TikTok ชื่อ ‘@miniladyyy’ ได้โพสต์คลิปวีดีโอเพื่อเตือนภัย หลังเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะแค่เปิดใจกินแมลงทอด จนเกิดอาการแพ้รุนแรง ซึ่งเป็นแมลงทอดที่ปรุงรสเอง และเป็นครั้งแรกที่เปิดใจเนื่องจากตัวเธอกลัวหนอนโดยระบุข้อความว่า 

“ครั้งนี้รอดมา เหมือนได้เกิดใหม่ อย่าประมาทนะคะทุกคน เสี้ยวนาที จริงๆ ช้ากว่านี้ สิ้นชีพ 100% ถึงหมอช้า 5 นาที นี่ก็เกือบ ICU เป็นห่วง #คนแพ้ เพราะ #คนแพ้ต้องดูแลตัวเอง จริงๆ”

‘เมย์ รัชนก’ ถอนตัวจากการแข่ง ‘โยเน็กซ์ สวิส โอเพ่น 2023’ หลังป่วยเป็นไข้หวัด ร่างกายยังไม่เต็มร้อย ขอหยุดเส้นทางไว้ที่รอบแรก

(23 มี.ค.66) ‘เมย์’ รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันขวัญใจชาวไทย มืออันดับ 8 ของโลก และมือวางอันดับ 3 ของรายการ ต้องหยุดเส้นทางไว้ที่รอบแรก 2 รายการติดต่อกัน หลังจากฝืนไม่ไหว ขอถอนตัวในการแข่งขันแบดมินตันเวิลด์ทัวร์ ระดับซูเปอร์ 3000 รายการ 'โยเน็กซ์ สวิส โอเพ่น 2023' ชิงเงินรางวัลรวม 210,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,140,000 บาท ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม

ในการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก หรือรอบ 32 คนสุดท้าย รัชนก อินทนนท์ ลงสนาม พบกับ ริโกะ กึนจิ มือ 36 ของโลกจากญี่ปุ่น โดยในเกมแรก รัชนก ที่มีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ เป็นฝ่ายแพ้ไปก่อน 15-21  จากนั้น น้องเมย์ แข่งต่อไม่ไหว และขอถอนตัวออกจากการแข่งขัน ทำให้หยุดเส้นทางไว้ที่รอบแรก

‘โอลีฟ’ ปรึกษาทนาย ปมถูกอ้างชื่อปล่อยคลิปหลุด ยัน!! ไม่ใช่ตัวเอง รู้ตัวคนทำ ขอดำเนินคดีถึงที่สุด

(23 มี.ค.66) โอลีฟ แม่ค้าขนมโตเกียวเนยกรอบ หรือ น.ส.อรัญญา อภัยโส เปิดเผยว่า ได้มีคนแจ้งมาว่ามีขบวนการถ่ายคลิปโป๊เผยแพร่ลงในโซเชียล และพาดหัวว่า 'โอลีฟ แม่ค้า' โดยมีคลิปหลุดร่วมรัก และยังใส่เสื้อโนบาร์สีส้ม เบลอหน้าฝ่ายหญิง แต่ไม่เบลอหน้าผู้ชาย ทำให้โอลีฟเสียหาย ในคลิปคือรู้เลยว่ามากจาก OnlyFans และโอลีฟ รู้ด้วยว่าเป็นใครด้วยที่กระทำแบบนี้ ยืนยันไม่ใช่โอลีฟอย่างแน่นอน

น.ส.อรัญญา ระบุว่า การกระทำอ้างชื่อตนเองก็ขอออกมาปกป้องตัวเอง ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียใจอย่างมาก บอกได้เลยว่า บุคคลในคลิปนั้นไม่ใช่โอลีฟแน่นอน เพราะโอลีฟ จะมีรอยสักอยู่ด้านหลังเห็นเด่นชัด แต่คนแสดงคลิปไม่มีรอยสัก ตอนนี้โอลีฟ ได้ปรึกษาทนายแล้ว ทนายเก่งที่ดูแลคดีของพี่เอ๋ มิรา ว่าจะทำอย่างไรได้บ้างกับบุคคลพวกนี้ สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นหากินโดยไม่สุจริต ไม่ถูกต้อง

‘กู้ภัยจีน’ เร่งช่วยเหลือ ‘ชาย 80 ปี’ ติดผาสูง 30 เมตร เหตุ!! มีอาการอ่อนแรงขณะเก็บสมุนไพร โชคดีไร้บาดเจ็บ

(23 มี.ค. 66) สำนักงานข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ 18 มี.ค. เกิดเหตุชายชราอายุ 80 ปี ติดค้างบนหน้าผาสูง 30 เมตร เนื่องจากมีอาการอ่อนแรงขณะขึ้นภูเขาไปเก็บสมุนไพรในชุมชนหงเตี้ยน ตำบลต้าฮว่า อำเภอปกครองตนเองต้าฮว่า กลุ่มชาติพันธุ์เหยา เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน

‘กรณ์’ ปล่อยนโยบาย ‘Dark Economy’ จัดโซนนิ่ง ‘ฟ้ามืด’ ส่งเสริมคุ้มครองอุทยานท้องฟ้ามืด เพิ่มโอกาส-สร้างรายได้ให้คนไทย

ปล่อยนโยบายสร้างความฮือฮาอย่างต่อเนื่องสำหรับพรรคชาติพัฒนากล้า โดยล่าสุดได้ส่งนโยบาย 'Dark Economy' เป็นจุดขาย ซึ่งหนึ่งในชุดนโยบายเฉดสี Spectrum Economy ที่เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้

(23 มี.ค. 66) นายกรณ์ จากติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึงนโยบาย Dark Economy ว่า เป็นการท่องเที่ยวแนวใหม่โดยจัดโซนนิ่งฟ้ามืด ทั้งนี้ต้องถามตัวเองว่า ครั้งสุดท้ายที่เราเห็นดาวแบบเต็มท้องฟ้าคือเมื่อไร เพราะโลกหมุนเร็ว ไม่เฉพาะในเมืองที่มีแสงสว่างจนบดบังความงามของดวงดาวบนท้องฟ้า แม้แต่ต่างจังหวัดเองก็หาพื้นที่ที่มืดสนิทจริง ๆ ได้ยากขึ้นทุกวัน

‘อนุชา’ เผย ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโต สะท้อนผลสำเร็จมาตรการของ รบ. ผลักดันไทยเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

(23 มี.ค. 66) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบและยินดีที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ถึง 317,502 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.47 จากช่วงเดียวกันของปี 2565 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญของไทยในการเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต และเป็นผลสำเร็จจากการดำเนินมาตรการเชิงรุกของรัฐบาลที่สนับสนุนให้เกิดการผลิตและใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศมากขึ้น โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 3 ประเภท ในกลุ่มรถยนต์นั่ง ล่าสุดในเดือน ก.พ. มียอดจดทะเบียนสะสม 331,885 คัน ยอดจดทะเบียนสูงสุดคือรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle: HEV) รองลงมาได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid Electric Vehicle: PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top