Wednesday, 15 July 2026
NewsFeed

'โบว์-ณัฏฐา' โพสต์ข้อความชวนคิด หากรักลุงตู่เลือกลุงตู่ แต่ถ้ารักประเทศไทย มองหาตัวเลือกอื่นๆ ไว้บ้างก็ดี

(16 มี.ค. 66) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ 'ประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งของพล.อ.ประยุทธ์ จะมีผลต่อสนามเลือกตั้ง โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม' ระบุว่า...

ความเป็นนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์เริ่มนับ 6 เม.ย.60 วันเลือกตั้งคือ พ.ค.นี้ (ถ้าเขาให้เลือก) หลังจากนั้นกว่าจะประกาศผล กว่าจะเจรจารวมเสียง กว่า 250 สว. กับ 500 สส. จะมาร่วมเลือกนายกกัน กว่าจะได้ฟอร์ม ครม. กว่าจะได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ .. ถ้าได้เป็นต่อก็เหลือเวลาปีเศษตามรัฐธรรมนูญ

โดยปกติ ช่วงท้าย ๆ ของตำแหน่ง คนก็เริ่มเกียร์ว่างใส่อยู่แล้ว ทำอะไรได้ไม่เต็มที่

‘ภูมิธรรม’ เชียร์ ปชช. กาเพื่อไทย ทะลุ 310 เสียง ยัน!! เพื่อไทยพร้อมทลาย ‘ระบบประยุทธ์’ ให้สูญสิ้น

(16 มี.ค. 66) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ‘การเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์เพื่อไม่ให้คะแนนสูญเปล่า : หยุดระบอบประยุทธ์’ มีเนื้อหาดังนี้…

การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของพี่น้องประชาชนที่ต้องการหลีกให้พ้นจากความบอบช้ำในการบริหารประเทศของระบอบประยุทธ์

เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจของประชาชนเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงหยุดระบอบประยุทธ์ซึ่งกัดเซาะ บั่นทำลาย ความหวังของประชาชน ด้วยการเลือกพรรคการเมือง อย่างพรรคเพื่อไทยให้เกิน 310 เสียง

ทำไมต้องเลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อหยุดระบอบประยุทธ์

เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนมาเป็นอันดับ 1 ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งนับตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย เป็นเวลาเกือบ 20 ปี

เพราะพรรคเพื่อไทย และ ทีมของเพื่อไทย มีประสบการณ์เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ แก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชน ได้ฝากผลงานเชิงประจักษ์มาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย อย่างเช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเปลี่ยนโครงสร้างของระบบสาธารณสุขครั้งใหญ่ของประเทศ นโยบายกองทุนหมู่บ้านที่ใช้หลักการกระจายอำนาจอย่างเป็นรูปธรรมด้วยการกระจายเงินและการตัดสินใจโดยตรงไปที่ประชาชนในทุกหมู่บ้าน เป็นต้น

เพราะพรรคเพื่อไทยมีความพร้อมของบุคลากรทางการเมืองทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซึ่งมีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารจัดการปัญหาทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน และเชื่อมประสานได้กับทุกภาคส่วน /มีผู้สมัคร ส.ส แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งมีทั้งผู้มีประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ และคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ / โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีตัวแทนผู้สมัคร ส.ส เขต ที่ถือเป็นด่านหน้าที่สำคัญในการเป็นสะพานเชื่อมประสานระหว่างพรรคกับพี่น้องประชาชนในแต่ละเขตพื้นที่ ซึ่งพรรคให้ความสำคัญและพิถีพิถันในการคัดเลือกคนที่ใช่ที่สุดในการเป็นผู้แทนเข้าไปทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน

‘ศาลปากีสถาน’ เบรกจับกุมตัว ‘อิมรอน ข่าน’ อดีตนายกฯ หวังลดแรงปะทะระหว่าง ‘ตำรวจ-ผู้สนับสนุน’

(16 มี.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปากีสถานล่าถอยออกจากบริเวณบ้านพักของอดีตนายกรัฐมนตรีอิมรอน ข่าน และมีคำสั่งศาลระงับปฏิบัติการจับกุมชั่วคราว เพื่อลดความตึงเครียดจากการปะทะรุนแรงระหว่างตำรวจและผู้สนับสนุน

ทางการแคว้นปัญจาบ กล่าวว่า จำเป็นต้องถอนกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถจัดการแข่งขันคริกเก็ต และแม้สถานการณ์สงบลง แต่มีผู้สนับสนุนรวมตัวด้านนอกบ้านพักของอิมรอน ข่าน เพื่อเฉลิมฉลองที่สามารถขัดขวางการจับกุมได้สำเร็จ

‘พปชร.’ พร้อมปราศรัย ลานคนเมือง กทม. 18 มี.ค.นี้ มั่นใจ!! ปชช. 5 พันคน รอฟังนโยบายแก้ปากท้อง-การจราจร

(16 มี.ค. 66) ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรค พปชร. กล่าวถึงการจัดเวทีปราศรัยของพรรค พปชร. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. ในวันที่ 18 มี.ค.นี้ ว่า มีความพร้อมหมดแล้ว ขณะนี้เตรียมประชุมเกี่ยวกับการวางตัว และดูแลเรื่องแสง สี เสียง สำหรับการจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.มีครบ และเกินด้วยซ้ำ จึงรอการแบ่งเขตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ชัดเจนและจัดคนลงได้ทันที

ผู้สื่อข่าวถามว่า จัดขุนพลปราศรัยบนเวทีอย่างไร นายสกลธี กล่าวว่า จัดขุนพลสำคัญไว้หมดแล้ว และเตรียมเก้าอี้ไว้รับผู้ปราศรัยประมาณ 3 พันคน ถ้ารวมประชาชนที่ยืนน่าจะมีประมาณ 5 พันคน

เมื่อถามถึงนโยบายเฉพาะในพื้นที่ กทม. นายสกลธี กล่าวว่า มีแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ขนส่งสาธารณะ จากที่ทำโพลพบว่าปัญหาอันดับ 1 ใน กทม. คือ ปัญหาด้านการจราจร รถติด ที่ต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย

‘ศุภชัย’ วอน แยกแยะกรณีพบบ้องกัญชาในเหตุ ‘สารวัตรคลั่ง’ ยืนยัน!! ผลศึกษาไม่มีใครพี้กัญชาแล้วคลุ้มคลั่ง

(16 มี.ค. 66) ที่พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ ‘สารวัตรคลั่งสายไหม’ มีบ้องกัญชาอยู่ในที่เกิดเหตุ ว่า อยากฝากสังคมให้แยกแยะระหว่างแก่นกับกระพี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าว มีอาการป่วยทางจิต จึงมีความเป็นไปได้ที่จะหาทุกอย่างในสากลโลกมาเสพก็ได้ และบ้องกัญชาที่มีอยู่เขาอาจไม่ได้เสพก็ได้

ดังนั้น ภาพที่ปรากฏมันไม่ได้แสดงว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ของกัญชาที่มีอยู่มากมายมหาศาล จะกลายเป็นสิ่งไม่ดีไป เพียงเพราะบ้องกัญชาที่อยู่ข้างสารวัตรคนดังกล่าว

จีนส่ง ‘ดาวเทียมทดลอง’ ดวงใหม่ สู่วงโคจรสำเร็จ เตรียม ‘สำรวจทรัพยากรดิน-วางผังเมือง-ป้องกันสาธารณภัย’

(16 มี.ค. 66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมทดลองดวงใหม่จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วเฉวียนทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันพุธ (15 มี.ค.) ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าดาวเทียมซื่อเยี่ยน-19 (Shiyan-19) ถูกปล่อยจากศูนย์ฯ ตอน 19:41 น. ตามเวลาปักกิ่ง โดยจรวดขนส่งลองมาร์ช-11 (Long March-11) และเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดไว้สำเร็จ

‘ธนเดช’ ชม ‘ทอ.’ เปิดพื้นที่ให้ทุกพรรคหาเสียง ชี้!! นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี พากองทัพเป็นกลางทางการเมือง

(16 มี.ค. 66) ร.ท.ธนเดช เพ็งสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตลาดพร้าว พรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีที่ พล.อ.อ. อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เตรียมเปิดพื้นที่สโมสรกองทัพอากาศ สนามกีฬากองทัพอากาศ และหอประชุมกองทัพอากาศ ให้พรรคการเมืองสามารถเข้ามาหาเสียงกับกำลังพลได้ ว่า ในกรณีนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่กองทัพอากาศออก มานำร่องก่อนเหล่าทัพอื่น ในการให้พื้นที่แก่พรรคการเมือง เป็นการแสดงบทบาทวางตัวอย่างเหมาะสมและเป็นกลาง

ร.ท.ธนเดช กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวยังเป็นนโยบายสำหรับเพียงกองทัพอากาศเท่านั้น ยังไม่ได้ครอบคลุมถึงเหล่าทัพอื่น ๆ ทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือ ซึ่งหากพูดถึงแต่เฉพาะกองทัพบก เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้เพิ่งมีนโยบายออกมาจากผู้บัญชาการทหารบก ไม่ให้แม้กระทั่งใช้พื้นที่ของกองทัพเป็นหน่วยเลือกตั้งด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง เพราะเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกับคำกำชับของผู้บัญชาการทหารบกเอง ที่บอกว่ากองทัพต้องเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งสำหรับตนแล้ว ไม่มีอะไรที่จะแสดงออกถึงความเป็นกลางของกองทัพได้ดีไปกว่าการเปิดพื้นที่ให้ทุกพรรคการเมืองได้เข้าไปแสดงออกรณรงค์

กก.วิเคราะห์ข่าวฯ สอท.3 รวบแก๊งแอบอ้าง เป็นตำรวจ หลอกติดตั้งแอพ 'DSI ปลอดภัย' ดูดเงินเกลี้ยงบัญชี

ตามสั่งการของผู้บังคับบัญชา กองบังคับการตำรวจ สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.3) กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ให้ระดมกวาดล้างผู้ต้องหาตามหมายจับ ในคดี ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม และเกิดผลความเสียหายที่กระทบต่อประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ สอท.3 ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว น.ส.ปณิตาหรือมิ้น บุญประสงค์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 1 ต.จระเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลอาญา ที่ 496/2566 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 โดยกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ,ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ,โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ,ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และร่วมกันฟอกเงิน ”

‘ชุดปฏิบัติการ SITF’ ตรวจยึดเฮโรอีน 18 กก. ซุกพัสดุ เตรียมส่งออสเตรเลีย เร่งขยายผลหาผู้อยู่เบื้องหลัง

(16 มี.ค. 66) ​นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า "ชุดปฏิบัติการ SITF ตามโครงการความร่วมมือด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าเรือ (Seaport Interdiction Task Force : SITF) ประกอบด้วย ป.ป.ส, บช.ปส., ศุลกากร และ ศอ.ปส.ทร. ตรวจยึดพัสดุระหว่างประเทศ จำนวน 3 กล่อง ภายในบรรจุเครื่องชั่งน้ำหนักขนาดใหญ่ ซุกซ่อนเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 18 กิโลกรัม เตรียมส่งไปออสเตรเลีย เหตุเกิดที่ บริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่ง เขตวังทองหลาง กทม.

จากการสืบสวนทราบว่า เส้นทางพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีน ถูกลำเลียงมาจากพื้นที่ชายแดนด้าน จ.หนองคาย โดยใช้บริการบริษัทขนส่งเอกชน - บริษัทขนส่งเอกชน เขตวังทองหลาง กทม. - เตรียมส่งไปประเทศออสเตรเลีย ผ่านการขนส่งทางเรือ"

ตร. ทำ MOU ม.หอการค้าไทย มอบทุนตำรวจเรียนปริญญาตรี 200,000 บาท ต่อคน และร่วมพัฒนาหลักสูตรอาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันประชาชน

(16 มี.ค.66) เวลา 10.00 น. ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านวิชาการ การจัดการศึกษาสำหรับข้าราชการตำรวจ ด้านทรัพยากร การฝึกอบรมและป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นผู้แทนจากมหาวิทยาลัยหอการค้า ร่วมลงนาม ในการนี้ โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ยิ่งยศ  เทพจำนงค์ ผบช.สกพ. พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.สยศ.ตร. และ พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง รอง ผบช.ศ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้แก่ รศ.ดร.สถาพร อมรสวัสดิ์วัฒนา รองอธิบการบดีอาวุโสสายงานวิชาการและงานวิจัย อาจารย์สมพงษ์ แก้วเจริญไพศาล รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และกิจการพิเศษ ผศ.ดร.ณัฐริกา แชน คณบดีคณะนิติศาสตร์ และ รศ.ดร.เสาวลักษม์ กิตติประภัสร์ ผอ.หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ เข้าร่วมพิธี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือระหว่างกันในทางด้านวิชาการ การวิจัย และขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ข้าราชการตำรวจ เพื่อให้เปิดโอกาสเข้าถึงการศึกษาในสาขาต่าง ๆ  ที่หลากหลาย ทั้งในรูปแบบของหลักสูตรปริญญาบัตร หรือหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นต่าง ๆ อันนำไปสู่การสร้างเครือข่ายทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเรียนรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จึงได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาและเป็นหน่วยงานในการกำกับดูแลของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยที่ผ่านมาได้จัดทำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต ให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลจำนวน 2,900 นาย   

โดยบันทึกความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับความร่วมมือ กระชับความสัมพันธ์ทางด้านวิชาการ ขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับกำลังพลครอบคลุมทุกหน่วยงานในสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรวิชาเฉพาะ เพื่อสนับสนุนนโยบายและยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดยมีความร่วมมือระหว่างกัน ดังนี้ 

1) สนับสนุนทุนการศึกษา (ด้วยการยกเว้นค่าเล่าเรียน) สำหรับข้าราชการตำรวจ เป็นมูลค่า 200,000 บาทต่อคน (จำนวน 500 ถึง 1,000 ทุน ต่อปีการศึกษา) คงเหลือค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 95,000 บาท ตลอด 3 ปี จนจบหลักสูตร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top