Tuesday, 14 July 2026
NewsFeed

เชือดไก่ให้ลิงดู!! ‘สวนสัตว์พาต้า’ ทุ่ม 1 แสนบาท ตั้งรางวัลนำจับ ล่าผู้บุกรุก หลังโดนมือดีพ่นสีใส่ผนัง จี้ปล่อย กอริลลา ‘บัวน้อย’

เพจ "สวนสัตว์พาต้า" โพสต์คำแถลงการณ์ กรณีการประกาศเรื่องต่อสู้และดำเนินคดีความกับผู้ต่อต้านและบุกรุก พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนบาท เพื่อตามล่ากลุ่มคนทำลายทรัพย์สิน ร้องปล่อยตัวลิงกอริลลา "บัวน้อย" โดยเขียนว่า “Free Buanoi” และอักษรภาษาอื่น ๆ เป็นทางยาวกว่า 20 เมตร

(10 มี.ค. 66) ที่ผ่านมา เพจ "สวนสัตว์พาต้า" ได้ออกมาโพสต์คำแถลงการณ์ กรณีการประกาศเรื่องต่อสู้และดำเนินคดีความกับผู้ต่อต้านและบุกรุก พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนบาท เพื่อตามล่ากลุ่มคนทำลายทรัพย์สิน ร้องปล่อยตัวลิงกอริลลา "บัวน้อย" โดยทางเพจระบุข้อความว่า "เมื่อเวลาประมาณตี 1 ของเช้าวันที่ 6 มีนาคม 2566 ได้มีกลุ่มผู้กระทำความผิด จำนวน 5 คน บุกรุกพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าพาต้า โดยใช้การปีนสะพานลอยผ่านเข้ามายังขอบอาคารชั้น 3 ด้านหน้าห้าง ฯ และ ทำลายทรัพย์สินของบริษัทด้วยการพ่นสีใส่ผนังอาคาร เป็นข้อความในเชิงต่อต้านการครอบครองลิงกอริลลาของสวนสัตว์พาต้า โดยเขียนว่า “Free Buanoi” และอักษรภาษาอื่น ๆ เป็นทางยาวกว่า 20 เมตร

ซึ่งทำให้ตัวอาคารได้รับความเสียหาย และก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัทเป็นอย่างมาก ทั้งที่การประกอบกิจการของสวนสัตว์พาต้านั้น อยู่ในความดูแลของหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องและผ่านขั้นตอนการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยเหตุการณ์การต่อต้านเรื่องการครอบครองลิงกอริลลาของห้างฯ พาต้านั้น มีมานานกว่า 20 ปี และเพิ่งจะได้รับความเข้าใจจากประชาชนโดยส่วนใหญ่เมื่อประมาณ 4 เดือนที่ผ่านมา จากแถลงการณ์ครั้งแรกของบริษัทฯ ถึงเหตุผลต่าง ๆ และที่มาที่ไปของบัวน้อย ลิงกอริลลา เพศเมีย วัยชรา ที่ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีตลอดมา ที่แม้ทางบริษัทจะประสบภาวะขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง แต่ทางผู้บริหารก็ยังไม่เคยทอดทิ้ง หรือ ตั้งราคาบัวน้อยในราคา 30 ล้าน ตามที่เป็นข่าว

ล่าสุดทางฝ่ายบริหารของทั้งห้างและสวนสัตว์พาต้า ได้เคลื่อนไหวในเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยจะขอนำเรื่องการบุกรุกและทำลายทรัพย์สินของบริษัทในครั้งนี้ เป็นกรณีตัวอย่างของการละเมิดสิทธิ์ที่ผิดกฎหมาย ที่บุคคล กลุ่ม หรือองค์กรพิทักษ์สัตว์มากมาย ทั้งในและต่างประเทศได้กระทำกันมาช้านาน

ทั้งการโพสต์โซเชียลมีเดียถึงการวิจารณ์ไปในทางหมิ่นประมาทและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อสวนสัตว์พาต้า, การรวมตัวกันเรียกร้องให้ปิดสวนสัตว์และปล่อยตัวบัวน้อย ด้วยการใช้ภาพถ่ายเน้นลูกกรงให้ดูเศร้า รวมถึงการปรับเล่นกับโทนสีของภาพให้ดูหม่นหมอง เพื่อการเรียกร้อง และนำภาพบัวน้อยไปใช้กันอย่างแพร่หลาย จนนำไปสู่การขอรับบริจาคในโครงการของตนเองหลายต่อหลายครั้ง โดยไม่มีการแจ้งถึงยอดเงินดังกล่าวอย่างเป็นทางการว่าได้นำเงินนั้นไปใช้ในทิศทางใด

และสวนสัตว์พาต้า ขอใช้โอกาสและพื้นที่ตรงนี้เพื่อแจ้งว่า “สวนสัตว์พาต้า ไม่เคยรับทราบถึงที่มาที่ไปของเงินบริจาคดังกล่าว ทั้งในและต่างประเทศ ที่มีการเรี่ยไรกระทำการกันอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย มาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี”
.
รวมไปถึงนักอนุรักษ์สัตว์บางรายที่เคยฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ต่อต้านสวนสัตว์พาต้า โดยกระทำการอบรมให้ข้อมูลแก่เยาวชนถึงในสถานศึกษา เพื่อใช้เด็กและเยาวชนเป็นแรงสนับสนุน มุ่งไปที่การ “ปล่อยตัวบัวน้อย” ให้เด็ก ๆ ซึมซับว่าบัวน้อยได้รับความทุกข์ทรมาน โดยที่เด็กและเยาวชนเหล่านั้น อาจไม่รู้ และไม่เคยมาเที่ยวสวนสัตว์พาต้าเลยสักครั้งในชีวิต ซึ่งถือเป็นการมอมเมาเด็กและเยาวชนจากหลักฐานที่ผู้ต่อต้าน ชี้แนะให้เด็ก ๆ จำนวนมาก เห็นสิ่งที่สวนสัตว์พาต้า กระทำตลอดมา ว่าเป็นความผิด ทั้งที่การประกอบกิจการทั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้กฎหมาย

ตลอดจนให้เด็ก ๆ เหล่านั้นเขียนข้อความ ลงลายมือชื่อ และนามสกุล เพื่อต่อต้านสวนสัตว์พาต้า ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์เหล่านี้ มีผู้ปกครองมากมายไม่ทราบเรื่องราวว่า บุตรหลานของท่านได้ถูกบุคคลนักอนุรักษ์สัตว์ผู้นี้ ชี้นำให้กระทำการต่อต้านในสิ่งที่ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยวุฒิภาวะของตนเอง ทั้งยังให้เด็ก ๆ เหล่านั้น ลงลายมือชื่อ และนามสกุล รวมถึง มีข้อความเรียกร้องให้ปล่อยตัวบัวน้อยออกจาก “คุก !” ไว้เป็นเป็นหลักฐาน ด้วยการชี้นำของตน โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมาในตัวของเด็กและเยาวชนเหล่านั้น ว่าจะสามารถนำไปสู่หลักฐานเพื่อใช้ในการต่อสู้ทางคดีความ ที่จะต้องมีรายชื่อเด็ก ๆ เหล่านั้นอยู่ในสำนวนคดี

ยังไม่นับรวมถึงพฤติกรรมของนักอนุรักษ์สัตว์รายนี้ ที่ได้โพสต์ข้อความว่าได้นำเรื่องราวและหนังสือบัวน้อยที่ตนเองได้สร้างขึ้นเพื่อจำหน่ายไปยังหลายประเทศ และตั้งใจส่งไปรษณีย์ไปเพื่อให้ถึงมือเจ้าชาย George องค์น้อย แห่งราชวงศ์อังกฤษ โดยมีข้อความบางตอนที่โพสต์ว่า “หากท่านทรงเดินทางมาเมืองไทย และทรงแวะเยี่ยมบัวน้อย ท่านคงจะทรงตกพระทัยมิใช่น้อย ที่คนไทยไม่สามารถดูแลมรดกโลกได้ดีไปกว่านี้”

ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สวนสัตว์พาต้า รวมถึงประเทศชาติ ถูกตัดสินความผิดจากความรู้สึกของบุคคลผู้นี้ โดยไม่ยึดในข้อกฎหมายเป็นหลัก และยังเพิ่มความกดดัน โดยการนำเรื่องราวของบัวน้อย ออกไปไกลให้ถึงราชวงศ์ของต่างประเทศอย่างมีนัยยะ ด้วยข้อความที่ดูถูกและดูแคลนศักยภาพ และหน่วยงานผู้ดูแลกิจการ จนถึงผู้ประกอบการสวนสัตว์ของไทยอย่างเป็นหลักเป็นฐาน
.
ซึ่งเหตุการณ์ต่อต้านเรียกร้องมากมายที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในประเทศที่มีกฎหมายและหน่วยงานของการควบคุมการทารุณกรรมสัตว์ ดังเช่นในประเทศไทย และสวนสัตว์พาต้า ขออนุญาตและขออภัยหากข้อความต่อไปนี้ จะถือเป็นการสอนท่านผู้อนุรักษ์สัตว์รายนี้ ว่า “นักอนุรักษ์ที่มีมาตรฐานสูงทั่วโลก จะเริ่มจากพื้นฐานแห่งจิตสำนึกด้วยการไม่ต่อต้านสิ่งที่ถูกกฎหมายบนพื้นแผ่นดินในประเทศของตน

นักอนุรักษ์สัตว์ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี ไร้ซึ่งนัยยะเคลือบแคลง มักจะมุ่งทำประโยชน์ให้กับชีวิตสัตว์ที่น่าสงสารอีกมากมายอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เลือกแม้ตัวตน เพศ ชนิด สายพันธุ์ หรือราคาของสัตว์ตัวนั้น ๆ จนนำไปสู่โอกาสของการสร้างชื่อเสียง รายได้ และการออกสื่อ หรือเข้าถึงบุคคลผู้ทรงเกียรติที่เกี่ยวข้อง เพื่อหน้าตาทางสังคมของตนเป็นนิจ

ชาวโลกระทึก!! ‘นาซา’ เฝ้าตามติด ส่องดาวเคราะห์น้อย ‘2023 DW’ หลังพบมีโอกาสพุ่งชนโลก ในวาเลนไทน์ปี 2046

องค์การนาซา เฝ้าติดตามดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง ที่อาจพุ่งชนโลกในวันวาเลนไทน์ปี 2046

ระบบสุริยะมีดาวเคราะห์น้อยหลายล้านดวง แต่มีดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่งแม้มีขนาดไม่ใหญ่โต แต่ก็มีโอกาสพุ่งชนโลก หลังนักวิทยาศาสตร์พบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน 

สำนักงานอวกาศยุโรป รายงานว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ มีชื่อว่า ‘2023 DW’ ถูกพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และอยู่ในรายชื่อความเสี่ยงขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ในประเภทวัตถุอวกาศที่อาจส่งผลกระทบต่อโลก 

นักวิจัย เชื่อว่า ดาวเคราะห์น้อย ‘2023 DW’ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 50 เมตร หรือประมาณ 1 ใน 10 ของสระว่ายน้ำในกีฬาโอลิมปิก ส่วนสำนักงานอวกาศยุโรป ประเมินว่า โอกาสที่ดาวเคราะห์น้อย ‘2023 DW’ จะพุ่งชนโลกอยู่ที่ 1 ใน 607 และโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนโลกไม่เกินปี 2046 คาดว่า น่าจะเป็นวันวาเลนไทน์ 

ขณะที่ สำนักงานความร่วมมือเพื่อปกป้องดาวเคราะห์ของนาซา กำลังติดตามดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ และความเสี่ยงที่จะสร้างผลกระทบต่อโลกในปี 2046 ยังคงน้อยมาก 

ด้านปิเอโร ซิโคลี นักดาราศาสตร์ เชื่อว่า มีโอกาส 1 ใน 400 ที่ดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนโลก นอกจากนี้ ปัจจุบัน ดาวเคราะห์น้อย 2023 DW อยู่ในมาตราโตรีโน ซึ่งหมายความว่า ไม่มีเหตุที่ประชาชนต้องตื่นตระหนก

รวบคาด่าน!! จนท. สกัดจับ 'ชาวจีน' ที่เชียงราย ลอบข้ามแดนไทย ก่อน 2 ผู้นำชาวไทย พามุ่งหน้าตรงไปเชียงใหม่

จนท.สกัดจับ ชาวจีนนั่งเรือไฟฟ้าลอบข้ามแดนเข้าพักรอเชียงราย ก่อน 2 ผู้นำพาชาวนครนายกและดอยหลวง รับขึ้นรถมุ่งหน้าเชียงใหม่

(11 มี.ค.66) พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตตระกูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.ณัฏฐวุุฒิ ยุววรรณ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายชาวมณฑลฝูเจี้ยน สป.จีน 3 คน คือ นายหวาง เหวิน ซิน อายุ 20 นายอี้ชงฉ่าง อายุ 30 ปี และนายอี้ฟูไห่ อายุ 34 ปี ดำเนินคดีในข้อหาว่า “เป็นต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย”

และผู้ต้องหาคนไทย 2 คน คือนายวงศกร (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ชาว ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จ.นครนายก และนายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ชาวต.ปงน้อย อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ดำเนินคดีในข้อหา “เป็นผู้นำพาต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายฯ”

สองหมื่นกำลังใจร่วมเชียร์!! ‘เฉลิมชัย–เมฆินทร์’ นำ ‘ปชป.’ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณฯ ประกาศกร้าว!! ขอโอกาสรับใช้ปชช. อย่างสุจริต ซื่อตรง

คนสุพรรณฯ กว่าสองหมื่นให้กำลังใจ ‘เฉลิมชัย–เมฆินทร์’ นำทัพ ปชป. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สุพรรณฯ ครบ 5 เขต ด้าน ‘พี่เม’ เผยนโยบายด้านการเกษตร ปชป. สอดคล้องกับ จ.สุพรรณฯ ที่เป็นเมือง ‘รุ่งเรืองเกษตรกรรม’ – ประกาศขอโอกาส ปชช. ทำหน้าที่เป็น ส.ส. รับใช้พี่น้อง อย่างสุจริต ซื้อตรง และมั่นคงในอุดมการณ์ต่อไป

(10 มี.ค.66) ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เปิดเวทีปราศรัยเพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครฯ ส.ส. สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต ณ ลานปราศรัยสามแยกบ่อพลอย ตำบลจรเข้าสามพัน อำเภออู่ทอง โดยมี นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพรรคฯ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 5 เขต ได้แก่ นายสมมาตร วิสุทธิวงษ์ เขต 1 (อ.เมืองสุพรรณบุรี) นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 2 (อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง) นายกิจจา วงศ์ประเสริฐ เขต 3 (อ.อู่ทอง อ.สองพี่น้อง) น.ส.พิรุณวัลย์ บ้านพลูหลวง เขต 4 (อ.ดอนเจดีย์ อ.หนองหญ้าไซ อ.ด่านช้าง อ.เดิมบางนางบวช) และนายภานรินทร์ อินสกุล เขต 5 (อ.ศรีประจันต์ อ.สามชุก อ.เดิมบางนางบวช)   ได้ขึ้นมาปราศรัยถึงนโยบายของพรรคฯ โดยมีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยกว่า 20,000 คน

โดยนายเมฆินทร์  ระบุว่า ต้องขอขอบคุณเลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค ที่ได้มาลงพื้นที่และปราศรัยกับประชาชนชาว จ.สุพรรณบุรี ซึ่งยอมรับว่า การเลือกตั้งใน จ.สุพรรณบุรีในคราวนี้ดุเดือดกว่าทุกครั้ง โดยมีหลายๆพรรค ต่างมุ่งหน้ามาที่ จ.สุพรรณบุรี เพื่อมาขอเสียงสนับสนุนจากชาวสุพรรณฯ ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เอง ก็ได้มีการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี มาพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะนโยบายของพรรคฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เพราะ จ.สุพรรณบุรี ถือเป็นแหล่งอู่ข้าวอู่น้ำอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย สมกับคำขวัญของจังหวัดที่ว่า ‘รุ่งเรืองเกษตรกรรม’ เช่น การสานต่อนโยบายการประกันรายได้และจ่ายเงินส่วนต่าง ของผลผลิต โดยเฉพาะข้าว เพราะที่ จ.สุพรรณฯ ถือเป็นแหล่งปลูกข้าวชั้นดีอีกที่หนึ่งของประเทศ นโยบายชาวนารับ 30,000 บาท เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนาให้มีความสามารถในการพัฒนาตัวเอง การออกโฉนดที่ดิน 1 ล้านแปลง ภายใน 4 ปี ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาของพี่น้องที่ไม่มีที่ดินทำกิน อยู่ในที่รกร้างว่างเปล่า และอีกส่วนหนึ่งก็คือ หากพี่น้องประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่ที่ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ  ทางพรรคฯ ก็มีนโยบายออกกรรมสิทธิ์ทำกินให้กับพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในที่ดินต่างๆ เพราะทางพรรคฯ มองเห็นว่า ที่ดินเป็นหลักประกันของชีวิต จึงควรที่ให้กรรมสิทธิ์เป็นสิ่งที่ยืนยันในการใช้ประโยชน์ ซึ่งทางพรรคฯ ได้มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว ในสมัยที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จนกระทั่งถึงยุคนายนริศ ขำนุรักษ์ ซึ่งเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนให้ความมั่นใจว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล จะเดินหน้าออกโฉนดที่ดินครบ 1 ล้านแปลงภายใน 4 ปี และออกกรรมสิทธิ์ทำกินให้กับประชาชนได้ตามที่พรรคฯ ประกาศไว้  รวมทั้ง ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่ตนมั่นใจว่า จะสร้างประโยชน์ให้กับชาวสุพรรณบุรีทุกคนอย่างแน่นอน

ตำรวจ ปส.(NSB) และ AITF คุมเข้ม สกัดกั้นยาเสพติด การนำเข้าและส่งออกต่างประเทศ

วันที่ (11 มี.ค.66) พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยผลการสกัดกั้นจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดที่ถูกลักลอบซุกซ่อนมากับอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านสายการบินจากต่างประเทศ และการเตรียมส่งออกนอกประเทศ โดย ภายใต้การขับเคลื่อนภารกิจปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร.(กม)/ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.คมสิทธิ์ รังไสย์ ผบก.ปส.3  จัดกำลังสืบสวนตรวจตราจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ที่คอยปรับเปลี่ยนวิธีด้วยการซุกซ่อนลำเลียงขนส่งยาเสพติดในรูปแบบต่างๆ ผ่านระบบ Logistics อาทิ พัสดุภัณฑ์, ไปรษณีย์, ทางท่าเรือ, และทางอากาศ  เพื่อให้ก้าวตามทันขบวนการเหล่านี้ ไม่ใช่เป็นแค่การจับกุมตามเส้นทางถนนซึ่งขบวนการได้ใช้ลำเลียงเป็นหลักเท่านั้น ต้องทำควบคู่กันในทุกมิติ ของการปราบปรามไม่ว่าจะลักลอบลำเลียงด้วยวิธีใดก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถติดตามเฝ้าระวังและสกัดจับได้ในทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจ หน่วยปราบปรามยาเสพติดสุวรรณภูมิ (NSB) ได้ประสานความร่วมมือภายใต้โครงการด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติ หรือ AITF ประกอบด้วย ป.ป.ส.,กรมศุลกากร ,ศรภ. จนสามารถนำไปสู่การสกัดกั้นยาเสพติดในห้วงเดือน ตุลาคม - ปัจจุบัน พ.ศ.2566 ได้หลายรายการ อาทิ ไอซ์ 12 กก., ยาบ้า 11,823 เม็ด, เคตามีน 1.7 กก., โคเคน 5.3 กก., เฮโรอีน 4.2 กก. และยาสำหรับใช้ทางการแพทย์ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง, กล่อมประสาท และยานอนหลับ 79,200 เม็ด มีทั้งนำเข้ามาจาก ต้นทาง เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และประเทศเอธิโอเปีย ขณะที่การส่งออกพบปลายทางไปยังฮ่องกง, ไต้หวัน, เกาหลี และออสเตรเลีย เลี่ยงการถูกจับด้วยการซุกซ่อนไปกับเครื่องครัว, ถุงขนม, หมอนพื้นบ้าน, ตู้ลำโพง, กระเป๋าผ้าพื้นเมืองชาวเขา และ ถุงแป้งทำขนม สำหรับการปราบปรามนี้เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการเร่งรัดการกวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาเสพติด รวมทั้งสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากต่างประเทศไม่ให้เข้ามาสู่พื้นที่ประเทศไทยและพื้นที่ขั้นใน รวมทั้งการส่งออกยาเสพติดไปยังประเทศที่ 3 

ถามว่า เมื่อต้นปี 2566 มีอะไรใหม่เกิดขึ้นในเมืองไทย หนึ่งในนั้นคือ การเปิด “อุโมงค์มหาราช” สิ่งปลูกสร้างที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

ย้อนเล่าความเป็นมาของ ถนนมหาราช-หน้าพระลาน-วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) สถานที่ทั้งสามแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ มีอายุมากกว่าร้อยปี โดยนับแต่อดีต เคยได้รับการทำนุงบำรุงเรื่อยมา กระทั่งวันเวลาผันผ่าน สถานที่ดังกล่าว ได้กลายเป็นจุดที่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ต่างให้ความสนใจ และเดินทางมาเยี่ยมชมปีละหลายล้านคน

 

กระทั่งเมื่อปี 2562 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการอนุรักษ์และพัฒนา กรุงรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโบราณสถานเก่าแก่เหล่านี้ จึงหารือในที่ประชุมเกี่ยวกับการก่อสร้างอุโมงค์ทางเดินลอดถนนหน้าพระลานและถนนมหาราช เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมบริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลานและถนนมหาราช ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยว และเกิดความปลอดภัยในการสัญจร โดยมอบให้กรุงเทพฯ พิจารณาให้มีความเหมาะสม

แก้กฎหมายไม่เป็นธรรม ‘พีระพันธุ์’ ปูพรมหาเสียง ‘ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ’ ชู 5 นโยบายโดนใจ แก้ปัญหาปากท้องประชาชน

รทสช. คิกออฟแคมเปญหาเสียง ‘ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ’ ชู 5 นโยบายโดนใจ เพิ่มสิทธิบัตรสวัสดิการพลัส  ตั้งกองทุนฉุกเฉินประชาชน คืนเงินสะสมชราภาพ ปลดหนี้ด้วยงาน  รื้อกฎหมายไม่เป็นธรรม เตรียมเปิดนโยบายชุดใหญ่ ต้นเมษายนนี้  
.
(11 มี.ค.66) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยนโยบายหาเสียงภายใต้แคมเปญ ‘ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ’ ตามยุทธศาสตร์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคว่า นโยบายภายใตแคมเปญนี้ถือเป็นความตั้งใจของพรรคที่จะสานต่อโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งปรากฏผลชัดเจนว่าทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถช่วยให้ประชาชนคลายความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตไปได้ 
.
 
นายพีระพันธุ์ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะสานงาน “ทำต่อ” ตามยุทธศาสตร์ของ พล.อ.ประยุทธ์ และพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนอีกหลายโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย เพราะความเดือดร้อนของประชาชนไม่สามารถรอได้  ทางพรรคจึงได้นำร่องหาเสียงด้วย 5 นโยบายโดนใจ ที่พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ลดภาระหนี้ สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้ชีวิต และขจัดปัญหาอุปสรรคด้านกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ดังนี้ 
.
1. เพิ่มสิทธิ ‘บัตรสวัสดิการพลัส’ เป็น 1000 บาท/เดือน และ สิทธิเบิกฉุกเฉิน 10,000 บาท/คน   
2. ตั้ง ‘กองทุนฉุกเฉินประชาชน’ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท     
3. คืน 30% เงินสะสมชราภาพ ให้ผู้ประกันตน ตามมาตรา 33  
4. โครงการ ‘ปลดหนี้ด้วยงาน’   
5. รื้อกฎหมายที่รังแกประชาชน และเป็นอุปสรรคการทำกิน  
.
นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายการเพิ่มสิทธิ ‘บัตรสวัสดิการพลัส’ ว่า นโยบายนี้เป็นโครงการ “ทำต่อ” จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีอยู่แล้ว  โดยให้สิทธิเพิ่มเป็น 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจัดสรรจากเงินงบประมาณที่รองรับโครงการนี้อยู่แล้ว  ขณะเดียวกัน ผู้ถือบัตรยังมีสิทธิกู้ฉุกเฉินในวงเงิน 10,000 บาทต่อคน โดยสามารถนำบัตรนี้ไปเป็นหลักประกันเงินกู้กับธนาคารออมสินซึ่งมีโครงการให้สินเชื่อรายย่อยในวงเงิน 10,000 บาทอยู่แล้ว
 .
“บัตรนี้มีความน่าเชื่อถือ เพราะรัฐบาลเป็นคนจ่ายเงิน สามารถใช้เป็นหลักประกันอะไรก็ได้  ขณะที่ทางธนาคารออมสินก็มีโครงการให้เงินกู้แก่ชาวบ้านรายย่อยในวงเงิน 10,000 บาทอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาแทบจะไม่ค่อยได้ปล่อยกู้ เพราะคนที่มาขอกู้ซึ่งเป็นชาวบ้านระดับฐานรากไม่ค่อยมีหลักประกัน  กลายเป็นว่ามีโครงการให้ มีวงเงินให้ แต่ปล่อยกู้ไม่ได้  ก็สามารถใช้บัตรนี้ซึ่งเป็นบัตรที่รัฐจ่ายเงินแน่นอนทุกเดือนอยู่แล้ว ไปเป็นหลักประกันเงินกู้ให้กับธนาคารออมสิน โดยสามารถหักคืนเงินกู้จากบัญชีของผู้กู้ได้เลย ทำให้บัตรใบเดียวสามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง” นายพีระพันธุ์กล่าว 

กลายเป็นกระแส เมื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถูกบรรดานักข่าวถามถึง ทีมเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติ

กลายเป็นกระแส เมื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถูกบรรดานักข่าวถามถึง ทีมเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเชื่อมโยงไปถึงทีมเศรษฐกิจของ (ว่าที่) แคนดิเดตนายกฯ แห่งพรรคเพื่อไทย นามว่า “เศรษฐา ทวีสิน” งานนี้ “ลุงตู่” ถึงกับสวนถามนักข่าวทันควัน “เขาเด่นตรงไหนล่ะ ที่เสนอชื่อเขามา เขาเก่งตรงไหน เขาทำอะไรมา เขาทำธุรกิจ และประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ”

 

เท่านั้นยังไม่พอ ยังเน้นแบบชัดเจนอีกประโยค  จำคำพูดผมเอาไว้นะ คำว่าเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่เศรษฐกิจหรือธุรกิจของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง เข้าใจหรือไม่”

ลุยหาเสียงสาทร!! ‘องอาจ-เดียร์-เอ้’ นำทัพ ‘ปชป.’ ประกาศสงคราม PM 2.5 ทวงคืนอากาศสะอาด ลั่น!! พร้อมสู้ทุกรูปแบบไม่ห่วงแบ่งเขตช้า

‘องอาจ-เดียร์-เอ้’ นำทีม กทม. ลุยหาเสียงสาทร ประกาศสงคราม PM 2.5 ทวงคืนพื้นที่สีเขียวให้คนกรุง ลั่นพร้อมสู้ทุกรูปแบบไม่ห่วงแบ่งเขตช้า

(11 มี.ค.66) เวลา 7.00 น. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. อาทิ น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ เขตปทุมวัน-สาทร-บางรัก นายอภิมุข ฉันทวานิช เขตยานนาวา-บางคอแหลม น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร เขตพญาไท-ราชเทวี นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย เขตบางกะปิ นายจักรวี วิสุทธิผล เขตสวนหลวง เขตหนองจอก น.ส.วณิชชา ม่วงศิริ เขตบางบอน-หนองแขม นายธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ เขตจตุจักร ลงพื้นที่สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย พบปะพูดคุยและร่วมออกกำลังกายกับประชาชนที่มาออกกำลังกายในสวนสุขภาพ ทั้ง รำไท้เก๊ก แบดมินตัน ฮูลาฮูป ฯลฯ

น.ส.อรอนงค์ กล่าวว่า จุดลงพื้นที่วันนี้เป็นสุสานที่ปรับพื้นที่เป็นสวนให้ประชาชนเข้ามาดูแลสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุในช่วงเช้า และคนวัยรุ่นในช่วงเย็น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนที่ชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์อย่างดี

น.ส.วทันยา กล่าวว่า สวนนี้ได้รับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับรัฐเพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้ามาใช้สอย แต่โดยภาพรวมแล้วพื้นที่ กทม. ยังมีความแออัดและพื้นที่สีเขียวที่ต่ำกว่ามาตรฐานโลกเฉลี่ย 6.1 ตร.ม./คน แต่ประชาชนกรใน กทม. เองยังมีประชากรแฝงที่ไม่ได้ถูกรวมไปในผลสำรวจ ทำให้ความเป็นจริงพื้นที่สีเขียวต่ำกว่ามาตรฐานมาก พรรคจึงมีแนวทางเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดฝุ่น ลดอุณหภูมิโลก และเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมให้ประชาชน

ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ทีมประชาธิปัตย์ กทม. ประกาศสงครามชัดเจนกับ PM 2.5 ทุกวันนี้หายใจไม่ได้แล้วจริง ๆ เราจะผลักดันอากาศกฎหมายสะอาดให้เร็วที่สุด และกำหนดเขตพื้นที่มลพิษต่ำ ซึ่งต้องได้รับพลังจากประชาชนร่วมสนับสนุนผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค เพื่อที่จะเข้าไปสภาปกป้องประชาชนจากฝุ่น ให้คุณให้โทษกับคนที่ไม่รับผิดชอบ และดูแลภาษีให้คนที่ช่วยป้องกันการเกิดฝุ่นพิษ รวมถึงย้ายโรงงานอุตสาหกรรมออกจากเขตเมือง

“ม.หัวเฉียว” เราเป็นมากกว่ามหาวิทยาลัย เปิดตัวศูนย์บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร Grand Opening

ที่บริเวณโซนโรบินสัน ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.) และศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ จับมือกันอีกครั้งสรรสร้างพื้นที่ทางการค้าเป็นโซนสุขภาพและความรู้ จัดงาน Grand Opening เปิดตัวศูนย์ดูแลด้านสุขภาพและ ด้านจีนศึกษาแบบครบวงจร ภายใต้ชื่องาน ม.หัวเฉียวฯ เราเป็นมากกว่ามหาวิทยาลัย HCU More than a University ระหว่างวันที่ 9-12 มีนาคม 2566 เวลา 10.30 น.ถึง 20.00 น. 

โดยภายในงานเปิดให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอด 4 วันเต็ม โดยได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดี มฉก. พร้อมด้วย คุณไปรเทพ ซอโสตถิกุล อุปนายกสภา มฉก. และ ดร.จักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารการตลาด บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จากัด (มหาชน) ร่วมเปิดงาน โดยมี อาจารย์ ดร.โจนาธาน อาร์ คาร์รีออน รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาจารย์ฉลอง แขวงอินทร์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาจารย์ทศพร เลิศพิเชฐ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาจารย์ปวินท์ สุวรรณกุล ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อาจารย์ฟาง เวินกั๋ว ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และนิสิตนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เข้าร่วมเปิดตัวศูนย์บริการด้านสุขภาพและด้านจีนศึกษาครบวงจร

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์ อธิการบดี มฉก. ได้กล่าว ม.หัวเฉียวฯ เป็นมากกว่ามหาวิทยาลัย เพราะได้นำความรู้ ความชำนาญ ความเข้มแข็ง ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและด้านจีนศึกษาที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก มาขยายขอบข่ายจัดตั้งเป็นศูนย์ สถาบัน และคลินิก รวม 19 หน่วย ให้บริการวิชาการด้านสุขภาพและให้ความรู้ด้านต่าง ๆ แก่ประชาชน ซึ่งการดูแลด้านสุขภาพของมหาวิทยาลัยแตกต่างกว่าที่อื่น เพราะได้นำศาสตร์การแพทย์แผนจีนมาบูรณาการเข้ากับแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อดูแลรักษาสุขภาพแบบ 4P คือ Health Predictive, Health Promotion, Health Prevention และ Personalized Health Care การจัดงานครั้งนี้ แบ่งเป็น บูธสุขภาพ บูธภาษา บูธให้ความรู้และบริการ รวม 19 บูธ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top