Thursday, 9 July 2026
NewsFeed

เตือน!! ‘พริตตี้-เน็ตไอดอล’ รับงานช่วงบอลโลก หากเข้าข่ายชวนเล่นพนัน มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

วันที่ 26 พ.ย. 65 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษก ตร. แจ้งเตือนบุคคลที่มีชื่อเสียง ศิลปิน ดารา พริตตี้ เน็ตไอดอล และนักพากย์เสียง ให้ใช้ความรอบคอบและระมัดระวังในการรับงานโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โปรโมตเว็บไซต์ต่างๆ ต้องตรวจสอบรายละเอียดของงานและหลีกเลี่ยงงานที่มีความเสี่ยง ถ้าถูกนำไปใช้เพื่อการโฆษณาหรือชักชวนประชาชนให้เล่นการพนันทายผลแข่งขันฟุตบอล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 

'ดร.ปิติ' หวั่น!! Patani Colonial Territory ล้างสมองเด็ก จี้!! ฝ่ายความมั่นคงควรสอบ 'มูลนิธิคณะก้าวหน้า'

ไม่นานมานี้ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจระหว่างประเทศ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า...

เห็นการประชาสัมพันธ์บอร์ดเกม Patani Colonial Territory ที่ได้รับการสนับสนุนจากคณะก้าวหน้า แล้วค่อนข้างห่วงกังวล โดยเฉพาะประเด็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

อาทิ ภาพการ์ดในเกมที่นำมาประชาสัมพันธ์ยังมีการทำซ้ำในประเด็นอ่อนไหว เรื่อง 'เอ็นร้อยหวาย' ที่ปัจจุบันในวงวิชาการยอมรับว่าเป็น 'เรื่องเสริมแต่งเพิ่มในภายหลัง' ที่ไม่เป็นความจริง แต่เป็นเรื่องราวที่สร้างขึ้นเพื่อสร้างความเกลียดชัง 'รัฐสยาม'

แต่ในเกมยังเอาเรื่องราวสร้างความหวาดกลัวนี้มาใช้ในการประชาสัมพันธ์

ผมไม่เห็นด้วยในการใช้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ outdate มาสร้างความสุ่มเสี่ยงประเด็น Misinformation/Disinformation ในพื้นที่อ่อนไหวทางความมั่นคง ผ่านสื่อที่เข้าถึงเยาวชนที่อาจจะยังไม่รู้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

เรื่องนี้ ฝ่ายความมั่นคงควรนำมาพิจารณาครับ

สามารถอ่านข้อค้นพบทางประวัติศาสตร์ได้จากบทความนี้

https://so05.tci-thaijo.org/index.php/rusamelae/article/download/127668/96233/

จากการตรวจสอบเพจเฟซบุ๊ก Urban Creature พบข้อความระบุว่า...

Patani Colonial​ Territory บอร์ดเกมที่ชวนทุกคนตามรอยประวัติศาสตร์ที่หายไปของปาตานี

Patani (ปาตานี) คือพื้นที่ที่ครอบคลุมจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางอำเภอในจังหวัดสงขลา ผู้คนที่อาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวมลายูและมุสลิม อาณาจักรปาตานีเคยรุ่งเรืองเมื่อสี่ร้อยปีก่อนจะถูกสยามยึดครองในช่วงต้นของยุครัตนโกสินทร์ และแบ่งพื้นที่สืบต่อมาเป็นจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้เช่นปัจจุบัน

‘Patani Colonial​ Territory’ คือบอร์ดเกมที่เป็นผลผลิตจากกลุ่ม ‘Chachiluk​ (จะจีลุ)’ ร่วมกับสำนักพิมพ์ KOPI และได้รับทุนสนับสนุนโดย Common School มูลนิธิคณะก้าวหน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งต่อประวัติศาสตร์ของอาณาจักรนี้ไม่ให้หายไป

กลุ่มจะจีลุเล่าถึงที่มาของชื่อกลุ่มว่ามาจากการละเล่นพื้นบ้านของเด็กๆ ในพื้นที่ปาตานี โดยเหตุผลที่ใช้ชื่อนี้เพราะอยากทำหน้าที่เป็นตัวแทนความสนุกสนาน และหวังเป็นสื่อในการเชื่อมต่อผู้คนให้ได้รับรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ รวมถึงนำเสนอเรื่องราวของปาตานีผ่านความสนุกในโลกของบอร์ดเกมที่จะชวนผู้เล่นมาประลองไหวพริบและกระตุ้นเตือนความทรงจำ ​ท้าทายให้ทุกคนได้ลองร้อยเรียงลำดับเหตุการณ์​การผนวก​รวมปาตานีเข้ากับสยาม โดยเกมนี้จะใช้จำนวนผู้เล่น 3 - 5 คน กับระยะเวลาเล่นราว 15 - 30 นาที

ในบอร์ดเกมหนึ่งชุดนั้นประกอบด้วย...

1) การ์ดเกม 52 ใบ โดยแบ่งออกไปเป็น 4 สี สีละ 13 ใบ
2) โทเคน 30 ชิ้น ประกอบด้วยโทเคนที่มีตัวเลข 1 - 5 สีละหนึ่งชุด และโทเคนไม่มีตัวเลข 5 สี บรรจุในถุงผ้า
3) ใบกำกับกติกาการเล่นแบบ 2 กติกา พร้อมกระดานนับคะแนนที่อยู่ในแผ่นเดียวกัน แบ่งเป็นแผ่นหน้าและหลัง

บอร์ดเกม Patani Colonial​ Territory ผลิตออกมาทั้งหมด 50 ชุด ซึ่งในช่วงเริ่มต้นนี้ทางทีมงานได้มีมติว่า จะแจกบอร์ดเกมทั้งหมดให้องค์กรต่างๆ กลุ่มนักศึกษา และกลุ่มอื่นๆ ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนมูลนิธิ กรุงเทพมหานคร เรื่อง จดทะเบียนจัดตั้ง 'มูลนิธิคณะก้าวหน้า'

โดยประกาศดังกล่าวมีใจความว่า ด้วยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิคณะก้าวหน้า ต่อนายทะเบียนมูลนิธิกรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการศึกษา วิจัย ด้านสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และอื่นๆ ส่งเสริมการแปลหนังสือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย เผยแพร่ความรู้หรือผลงานการศึกษาวิจัยด้านสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และอื่นๆ ให้แพร่หลายแก่ประชาชน ส่งเสริมเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ดำเนินกิจกรรมค่ายศึกษาอบรมเกี่ยวกับการเสริมสร้างค่านิยมประชาธิปไตย ส่งเสริมและให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่ยากไร้ ส่งเสริมและสนับสนุนการสังคมสงเคราะห์ที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้สูงอายุคนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมการกีฬาทุกประเภทส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความเป็นกลาง และไม่ให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือทรัพย์สินแก่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใด

Runway 3 ยกระดับสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดใช้งาน ปี 67 พร้อมเตรียมแผนพื้นที่รองรับอาคาร SAT 2 ในอนาคต

(26 พ.ย.65) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

พอดีผมไปเจอคลิปประชาสัมพันธ์โครงการ Runway 3 สุวรรณภูมิ ของทาง ทีมที่ปรึกษาโครงการ กลุ่มบริษัท AEC ซึ่งสรุปรายละเอียดโครงการไว้ได้ดีมาก

ดูได้จากลิ้งค์นี้ครับ
https://youtu.be/Kpk7H-aG8uM

โดยเมื่อ Runway 3 เสร็จ จะเพิ่มความสามารถในการรองรับเครื่องบิน จากเดิม จาก 68 เป็น 94 เที่ยวบิน/ชม ซึ่งสอดคล้องกับแผนการพัฒนาสนามบินในส่วนอื่นๆ เพื่อให้รองรับผู้โดยสารได้ 65-80 ล้านคน/ปี
—————————
รายละเอียดงานก่อสร้าง Runway 3 ประกอบไปด้วยงานย่อย ทั้งหมด 6 ส่วน คือ...

1. งานก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และทางขับขนาน                                                                    

ก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 ความยาว 4,000 เมตร กว้าง 60 เมตร ทางด้านตะวันตกขนานกับระบบทางวิ่งเส้นปัจจุบัน (ทางวิ่งเส้นที่ 1) โดยทางวิ่งเส้นที่ 3 จะใช้สำหรับการบินร่อนลงเป็นหลัก ส่วนทางวิ่งเส้นปัจจุบันจะใช้สำหรับการบินขึ้น ทั้งนี้ ทางขับขนาน (Parallel Taxiway) จะอยู่ขนานกับทางวิ่งเส้นที่ 3 โดยจะมีทางขับออกด่วนเชื่อมต่อถึงกัน          

2. งานก่อสร้าง Rapid Exit Taxiway และทางขับเชื่อม                                                                           

การก่อสร้าง Rapid Exit Taxiway หรือทางขับออกด่วน จะมี 7 เส้น เพื่อให้อากาศยานที่ร่อนลงบนทางวิ่งเส้นที่ 3 ไม่ต้องเสียเวลาอยู่บนทางวิ่งนาน และสามารถเคลื่อนตัวออกจากทางวิ่งเข้าสู่ทางขนานได้รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้สามารถรองรับจำนวนเที่ยวบินได้มากขึ้น

3. งานก่อสร้าง Perimeter Taxiway                         

ก่อสร้าง Perimeter Taxiway ต่อจากทางขับขนานไปทางทิศใต้ โดยเชื่อมระหว่าง Taxiway F และ Taxiway D เพื่อใช้เป็นทางขับให้อากาศยานสามารถขับเคลื่อนไปยังลานจอดได้สะดวก โดยไม่ต้องเคลื่อนตัดผ่านทางวิ่งเส้นปัจจุบันด้านตะวันตก (ทางวิ่งเส้นที่ 1)

.
4. งานก่อสร้าง Taxiway D Extension

การก่อสร้าง Taxiway D Extension เป็นการต่อขยายทางขับเดิม เพื่ออำนวยความสะดวกให้อากาศยานสามารถขับเคลื่อนออกจากทางวิ่งไปยังลานจอดได้โดยตรง                 
.                                                                     

5. งานผิวทางของทางวิ่งเส้นที่ 3 และทางขับต่างๆ                                                                          

รูปแบบผิวทางของทางวิ่งและทางขับ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ...       

- Flexible Pavement ผิวทางแอสฟัลต์ สำหรับทางวิ่งและทางขับทั่วไป                                                   

- Rigid Pavement ผิวทางแบบคอนกรีต ผิวทางชนิดนี้จะสามารถรองรับน้ำหนักและแรงเฉือนได้ดี โดยจะก่อสร้างที่บริเวณจุดจอดรอก่อนเข้าทางวิ่ง (Holding Position) บนทางขับขนาน เพื่อให้บริเวณดังกล่าวมีความคงทนมากยิ่งขึ้น และก่อสร้างบริเวณ Taxiway D Extension-1

6. งานปรับปรุงคุณภาพดิน บริเวณลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 (SAT 2) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

งานปรับปรุงคุณภาพดินบริเวณลานจอดอากาศยานประชิดอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 มีพื้นที่รวมประมาน 917,000 ตร.ม.

โดยใช้เทคนิคการปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธี PVD Conventional Consolidation (PVD) พื้นที่ประมาณ 666,000 ตร.ม.

การปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธี Vacuum Consolidation Method (VCM) พื้นที่ประมาณ 251,000 ตร.ม.

'ท่านใหม่' ขอบคุณ 'นายกฯ-รมว.ศึกษา' ปรับหลักสูตรใหม่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย

เมื่อวันที่ 26 พ.ย.65 ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ 'ท่านใหม่' โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่า...

รับฟังสิ่งดีๆ กันบ้างนะครับ ไม่ใช่มัวแต่ด่าท่านนายกฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลของท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ในที่สุด กระทรวงศึกษาธิการฯ ในรัฐบาลในยุคปัจจุบัน ก็จะได้ออกประกาศแล้ว ที่จะจัดให้มี การเรียน การสอน วิชาประวัติศาสตร์ของชาติไทยเรา ในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย (ถ้าเข้าใจไม่ผิด) โดยแยกออกมาเป็นรายวิชา ไม่รวมซ่อนอยู่ในวิชาสังคมศึกษา

เพราะวิชาประวัติศาสตร์ ของชาติไทยเรา จะทำให้ นักเรียน นิสิตนักศึกษา รู้ถึงรากเหง้า และความเสียสละของบรรพบุรุษ จะได้มีความสำนึกในความเป็นไทยกันบ้าง ไม่มากก็น้อย

จริงๆ ผมเห็นด้วยมานานแล้ว แต่ไม่มี รมว.ศึกษา คนไหน ในรัฐบาลไหนเลยที่ผ่านมา ให้ความสำคัญเลย เกี่ยวกับประวัติศาสของชาติไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมขอฝากความหวังไว้ที่คุณครู อาจารย์ ผู้ปลูกฝังให้ นักเรียน นิสิตนักศึกษาซึ่งเป็น คนรุ่นใหม่จะได้รับรู้เรื่องราว ประวัติศาสตร์ สมัยบรรพบุรุษ ของพวกเรา ซึ่งการเรียนประวัติศาสตร์จะไม่ใช่การเรียนเพื่อไปสอบเอาคะแนนอีกต่อไป แต่เพื่อเรียนให้รู้ว่าเราเป็นใครและเข้าใจในความเป็นชนชาติของเรา

'บิ๊กตู่' หนุน SMEs ไทย บุกตลาดสินค้าออนไลน์ไต้หวัน ยก 'PChome-PINKOI' ช่องทางเหมาะต่อผู้ประกอบการไทย

'ทิพานัน' ชวน SMEs บุกตลาดสินค้าออนไลน์ไต้หวัน ผ่านแพลตฟอร์ม PChome และ PINKOI เพิ่มโอกาสสร้างรายได้และต่อยอดส่งออกสินค้า ย้ำ 'พล.อ.ประยุทธ์' สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางหรือขนาดย่อม (SMEs) ไทยใช้ช่องทางออนไลน์ขายสินค้าไปยังต่างประเทศว่า ล่าสุดกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ทำการสำรวจโอกาสลู่ทางการส่งออกให้กับสินค้าไทยเข้าสู่ไต้หวันผ่านช่องทางการค้าออนไลน์ที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมในไต้หวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ขายสามารถใช้แพลตฟอร์มพีซีโฮม (PChome) และพินคอย (PINKOI) ที่มีสาขาสามารถติดต่อในได้ประเทศไทย สะดวกสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติในการเปิดร้านและรับจ่ายเงินค่าสินค้า เป็นแพลตฟอร์มที่สินค้าไทยเป็นสินค้าต่างชาติประเทศที่ 2 ที่ได้รับความนิยมรองจากญี่ปุ่น ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการทดลองตลาดก่อนในระยะที่ยังไม่มีผู้นำเข้า

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับแพลตฟอร์ม PChome Thai Shopping นั้นเป็นโอกาสที่ดีมาก เพราะกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ประสานเปิดร้าน TOPTHAI เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าไทยไปไต้หวัน และยังมีแผนขยายธุรกิจโดยคัดเลือกสินค้าที่ได้รับความนิยมใน PChome Thai Shopping มาวางจำหน่ายใน PChome 24h  ซึ่งมีฐานลูกค้าที่ใหญ่กว่า โดยร้อยละ 98 ของรายได้ของ PChome มาจาก PChome 24h และได้เริ่มนำสินค้าแบรนด์ไทยเข้ามาวางจำหน่ายแล้ว 

ที่ผ่านมาทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เปิดร้าน TOPTHAI ขึ้นใน PChome Thai Shopping เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายสินค้าจากไทยไปยังไต้หวันได้โดยตรง และทางแพลตฟอร์มก็มีนโยบายที่จะจัดซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการไทยโดยตรงและจะเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคไต้หวันโดยตรงด้วย และหากเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก PChome Thai ก็จะจัดซื้อเป็นล็อตใหญ่มาเก็บไว้ในคลังสินค้าและส่งให้ลูกค้าเมื่อมีการสั่งซื้อ นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์ม PINKOI ที่เน้นงานฝีมือ งานหัตถกรรม ลูกค้าบนแพลตฟอร์มนี้เป็นคนรุ่นใหม่ที่นิยมสินค้ามีดีไซน์ ปัจจุบันมีสินค้าไทยวางขายบน PINKOI กว่า 3,600 รายการแล้ว

มินนี่ G-idle ชวนคนเกาหลีเที่ยวไทย ผ่านบทเพลงสุดไพเราะที่เจ้าตัวแต่งเอง

(27 พ.ย.65) เพจ Open Up ได้โพสต์ข้อความว่า...

ล่าสุดผมได้มีโอกาสดูโฆษณาของสายการบินเกาหลีที่เขานำศิลปินนักร้องประจำชาติต่างๆ มาทำคลิปโปรโมทแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าตัวแทนประจำชาติไทยในครั้งนี้ก็ตกไปอยู่กับ มินนี่ G-idle 

โดยในโฆษณามินนี่จะร้องเพลงเป็นภาษาเกาหลี ที่เนื้อเพลงเป็นการโปรโมตการท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านจังหวัดต่างๆ เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, พัทยา, หัวหิน, กระบี่ บอกได้เลยว่าคนเกาหลีดูก็แทบอยากจะจองตั๋วเครื่องบินมาไทยช่วงสิ้นปีนี้กันเลยทีเดียว แถมแอบได้ยินมาว่าเพลงที่อยู่ในโฆษณาตัวนี้ยังเป็นเพลงที่เจ้าตัวแต่งเองอีกด้วย สุดยอดจริงๆ 55555

นอกจากนี้นะครับมินนี่เองยังมาในลุคของชุดไทยที่บอกได้เลยว่า 'หวานกรุบ' มากๆ แต่ก่อนหน้านี้มินนี่เองก็เคยแต่งชุดไทยมาแล้ว ตอนที่โปรโมท Kakao Webtoon และได้แต่งเป็นนางวันทอง แล้วหลังจากนั้นยอดคนอ่านเรื่องวันทองไร้ใจใน Kakao Webtoon ที่เกาหลีก็เพิ่มสูงขึ้นมากๆ ชาวเกาหลียังบอกอีกด้วยว่าชุดไทยเป็นอะไรที่งดงามมากๆ และยิ่งพอมินนี่แต่งก็ดูน่ารักไปอีกกก 

ซึ่งโฆษณาตัวนี้ผมว่าก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยเลยนะ การที่สายการบินเกาหลีต้องถึงขนาดต้องทำโฆษณาโปรโมตให้คนมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ก็แสดงให้เห็นเลยว่าคนเกาหลีนั้นสนใจในประเทศไทยมากๆ และยิ่งการได้มินนี่มาโปรโมท ก็นับว่าเป็นกุญแจสำคัญทางเศรษฐกิจที่จะทำให้ไทยเติบโตขึ้นอย่างมากเลยก็ว่าได้ครับ

'ลินดา ค้าธัญเจริญ' จากไปอย่างสงบ หลังล้มป่วยมาตั้งแต่ปี 2547

หลังจากที่นักแสดงรุ่นใหญ่ ลินดา ค้าธัญเจริญ ล้มป่วยตั้งแต่ปี 2547 จนทำให้ร่างกายเป็นอัมพฤกษ์ ซ้ำยังตรวจพบเป็นโรคมะเร็งที่โคนลิ้นอีก ทำให้ต้องรักษาตัวมาโดยตลอด แต่งานนี้เพื่อนรักอย่าง  ตุ๊ก-เดือนเต็ม สาลิตุล ก็ไม่เคยทิ้ง  กลับดูแลช่วยเหลือกันมาตลอด แวะเวียนไปเยี่ยมให้กำลังใจเสมอ

และล่าสุดเมื่อเพื่อนรักได้จากไปอย่างสงบ ตุ๊ก เดือนเต็ม ก็ขอทำหน้าที่เพื่อเพื่อนรักอีกครั้ง โดยการออกมาแจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊กว่า

“อาลัยรัก ลินดา ค้าธัญเจริญ 27 พฤศจิกายน 2565 ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเรา ต่างเดินทางผ่านช่วงเวลาที่สวยงาม ช่วงเวลาที่ทุกข์ร้อน ผ่านร้อนผ่านหนาว จนถึงก้าวสุดท้ายของชีวิต

ลินดาเพื่อนรักได้เดินทางผ่านทุกสิ่งดังกล่าวมาแล้วอย่างสวยสง่างาม ในวันที่ลินดามีชื่อเสียงเป็นดาราอันดับหนึ่งของประเทศ ลินดาสวยเก๋ที่สุดเป็นที่รักของทุกคน จนถึงวันนี้ลินดาก็ยังสวยที่สุด ใบหน้าอิ่มสวยไม่มีเปลี่ยนแปลง

ก้าวสุดท้ายในโลกมนุษย์ของดาจบลงแล้ว ขอให้ก้าวใหม่ของดาเดินทางสู่ภพภูมิที่สวยงาม ในโลกใบใหม่ที่พวกเราต่างต้องเดินทางไปถึงด้วยกันทุกคน

'เพื่อไทย' จวกรัฐปล่อย ‘กัญชาคาเฟ่’ ผุดกลางเมือง ย้ำชัด!! ขอหนุนแค่กัญชาการแพทย์เท่านั้น

(27 พ.ย.65) นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้อมูลที่ได้รับจากคนในพื้นที่รวมทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอว่า มีการเปิด กัญชาคาเฟ่ ในหลายจังหวัด ย่านถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร มีร้านหลายร้านเปิดขายกัญชาในลักษณะสันทนาการ มีการจัดเก้าอี้นั่ง และระบบระบายควันในห้องอย่างหรูหรา ลูกค้า 90% เป็นชาวต่างชาติ 10% เป็นคนไทย ที่เข้ามาบริโภคเครื่องดื่มที่เป็นผลิตภัณฑ์จากกัญชา โดยเฉพาะจากช่อดอก โดยผู้ประกอบการอ้างว่ามีใบอนุญาตและในการขออนุญาตก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมการแพทย์แผนไทยฯเข้ามาตรวจสถานที่ก่อน

ทั้งๆ ที่ขัดต่อกฎกระทรวงสาธารณสุขข้อ 3 (5) ห้ามจําหน่ายสมุนไพรควบคุมเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการ เว้นแต่การจําหน่าย โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับแรกที่ประกาศเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ไม่มีบทลงโทษ ทำให้เกิดร้านกัญชาสันทนาการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด นี่คือกัญชาทางการแพทย์ตรงไหน

นางสาวตรีชฎา กล่าวว่า ในสภาวะสุญญากาศที่ไม่มีกฏหมายออกมารองรับ ทั้งเพื่อการควบคุมการใช้และการกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนการจำหน่ายกัญชา ยังหลักลอยไร้การวางมาตรการป้องกันการเข้าถึงกัญชาได้โดยง่าย ขณะนี้กัญชาถูกปลดล็อคไม่ใช่สารเสพติดให้โทษ มีแต่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมาแต่ไม่มีผลในการควบคุมและลงโทษในทางปฏิบัติ จะเกิดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนยากที่จะป้องกันแก้ไข นี่คือความห่วงใยของพรรคเพื่อไทยและคนไทยทั้งประเทศ รัฐบาลผสมจากหลายพรรคจะมีท่าทีอย่างไรต่อการที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันนโยบายกัญชาเสรีโดยที่ไม่มีมาตรการที่รัดกุมในการป้องกัน พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันว่า...

1.สนับสนุนกัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ใช้บำบัดรักษาโรคภัยต่างๆ เท่านั้น ไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการ

2.ไม่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกัญชา

3.ทวงคืนอนาคตลูกหลานไทยจากกัญชา ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากการปล่อยกัญชาเสรี มีกัญชาฟรีทุกบ้าน

'อลงกรณ์' โต้ 'สนธิ ลิ้ม' ไม่ยอมให้ใครผูกขาดทุเรียนไทย วอนออกข่าวอะไรให้นึกถึงความสัมพันธ์ที่ดี 'ไทย-จีน' ด้วย

'อลงกรณ์' โต้ 'สนธิ ลิ้ม' ประกาศชัดไม่ยอมให้ใครผูกขาดทุเรียนไทย พร้อมชนทุนผูกขาด ลั่นใครเอี่ยวฟันเด็ดขาด มั่นใจผลงานทีมประชาธิปัตย์ 3 ปีดันทุเรียนไทยผงาดแชมป์จีนสร้างรายได้ทะลุแสนล้านเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
.
(27 พ.ย.65) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ชี้แจงวันนี้ว่า...
.
ตามที่นายสนธิ ลิ้มทองกุลออกรายการ Sonthitalk (ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง) เผยแพร่ทางยูทูปเรื่อง 'แฉทุนจีนสีเทาผูกขาดทุเรียนไทย' นั้น ต้องขอบคุณที่ให้ความสนใจนำเสนอเรื่องดังกล่าวและได้ให้คำแนะนำในเรื่องการป้องกันการผูกขาดและการค้าทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพรวมทั้งปัญหาล้งนอมินีที่อาจกระทบต่อทุเรียนไทยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับข้อห่วงใยของคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (ฟรุ้ทบอร์ด) เช่นเดียวกันโดยได้ให้กรมวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นปัญหาที่หมักหมมสะสมมานานให้ลุล่วงโดยเร็วที่สุด
.
ทั้งนี้จากผลการบริหารจัดการผลไม้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ จนยกระดับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลไม้ไทยโดยเฉพาะทุเรียนจนประสบความสำเร็จ ทำให้ผู้บริโภคจีนเชื่อมั่นในคุณภาพผลไม้ไทย ส่งผลให้ราคาทุเรียนหน้าสวนและหน้าล้งดีต่อเนื่องมากว่า 2 ปีทำรายได้เพิ่มให้กับชาวสวนทุเรียนของไทยแม้ว่าต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด19 และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนซึ่งต้องทำงานด้วยความยากลำบาก แต่ก็ฝ่าฟันมาได้
.
เป็นผลให้ในปีที่ผ่านมาผลไม้ไทยสามารถครองใจผู้บริโภคชาวจีนจนครองส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ในประเทศจีนเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 40% ตามมาด้วยชิลีที่เป็นอันดับ 2 ซึ่งครองสัดส่วนตลาด 15% และเวียดนามครองอันดับที่ 3 ด้วยสัดส่วนตลาด 6% สามารถสร้างรายได้จากตลาดจีนกว่า 2 แสนล้านบาท
.
ยิ่งกว่านั้นทุเรียนสดของไทยยังสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดโลกกว่า 70% และครองส่วนแบ่งในตลาดจีนสูงเกินกว่า 90 %ด้วยปริมาณการส่งออกไปตลาดจีนกว่า 8 แสนตันคิดเป็นมูลค่าทะลุ 1 แสนล้านบาทเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
.
สำหรับปีนี้ได้ส่งออกทุเรียนสดไปจีนแล้วกว่า 7 แสนตันมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาทระหว่างวันที่ 1 ก.พ.ถึง 17 พ.ย.2565
.
ความสำเร็จข้างต้นเป็นผลมาจากยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตและยุทธศาสตร์ 3s (Safety / Security / Sustainability) โดยรูปแบบการทำงานเชิงรุกล่วงหน้าบูรณาการทุกภาคส่วนด้วยกลยุทธ์การตลาดใหม่ๆ แบบออนไลน์ออฟไลน์และการทำพิธีสารส่งออกนำเข้าผลไม้ไทย—จีนฉบับใหม่จนเปิดด่านจีนได้เพิ่มขึ้นเป็น 10 ด่านและสามารถเพิ่มการขนส่งทางรางด้วยรถไฟจีน-ลาวได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยกำลังขยายเป้าหมายเส้นทางขนส่งผลไม้และสินค้าเกษตรของไทยไปยังเอเซียกลาง ตะวันออกกลางและยุโรป
.
“ส่วนหนึ่งของความสำเร็จเป็นผลมาจากนโยบายยกระดับคุณภาพมาตรฐานและมาตรการป้องกันการปนเปื้อนโควิดของผลไม้ไทยโดยเฉพาะการปราบปรามทุเรียนอ่อนทุเรียนด้อยคุณภาพและทุเรียนสวมสิทธิ์อย่างเด็ดขาดของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานฟรุ้ทบอร์ดโดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ  กรมวิชาการและกรมส่งเสริมการเกษตรทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง สมาคมผลไม้ สหกรณ์และตัวแทนเกษตรกร โดยต้องไม่ให้ลูบหน้าปะจมูกเช่นกรณีการแอบอ้างเป็นที่ปรึกษาหรือคนรู้จักกับฝ่ายการเมืองไม่ว่าพรรคฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องไม่ละเว้นให้ดำเนินคดีให้หมดทุกราย
.
"และหากนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือนอกพื้นที่ทุจริตต่อหน้าที่โดยเรียกรับผลประโยชน์จะถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด ยืนยันว่าไม่มีฝ่ายการเมืองในกระทรวงเกษตรฯ.ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนจีนสีเทา จึงขอให้กลั่นกรองข่าวสารข้อมูลอย่างถ้วนถี่หรือตรวจสอบข้อมูลกับฟรุ้ทบอร์ดหรือตนได้ตลอดเวลาทั้งในและนอกเวลาราชการ"
.
ส่วนกรณีใบรับรอง GAP จำนวน 8 หมื่นฉบับที่ต้องปรับรหัสตามระบบใหม่เพื่อให้การบริหารข้อมูล GAP ของประเทศไทยและประเทศจีนทันสมัยมากขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การทำงานแบบใหม่
.
ทางอธิบดีกรมวิชาการรายงานต่อฟรุ้ทบอร์ดว่าได้จัดหน่วยพิเศษเพิ่มขึ้นเพื่อดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยทันฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึงแน่นอน
.
“การบริหารจัดการผลไม้ยังต้องแก้ไขปัญหาอีกมากทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบไม่ใช่ว่า 3 ปี จะแก้ไขได้หมดทุกเรื่องทุกประเด็นโดยเฉพาะเรื่องปัญหาคุณภาพมาตรฐานและปัญหาระบบการค้าเพราะเป็นปัญหาที่หมักหมมสะสมมานานหลายสิบปีรวมทั้งการยกระดับการป้องกันการปนเปื้อนของโควิด19 เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด19ระลอกใหม่อย่างรุนแรงในประเทศจีนในช่วงนี้และยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใดก็ต้องสร้างความพร้อมในการรับมือเผชิญหน้ากับปัญหาผลผลิตเพิ่มและคู่แข่งใหม่ๆภายใต้แผนบริหารจัดการผลไม้5ปีอย่างต่อเนื่อง
.
สำหรับประเด็นที่ว่ากลุ่มทุนจีนสีเทาวิ่งเต้นอยู่เบื้องหลังการย้ายผอ.สวพ.6 เพื่อเปิดช่องให้ขบวนการค้าทุเรียนอ่อนสมประโยชน์นั้น ยืนยันว่า ไม่มีใครมาวิ่งเต้นให้ย้ายผอ.สวพ.6 ซึ่งเหตุผลการโยกย้ายเป็นไปตามที่อธิบดีกรมวิชาการได้แถลงชี้แจงไปแล้วอยู่จังหวัดเดียวมา 30 กว่าปีมีประสบการณ์ความรู้ควรไปช่วยทุกภาคเพื่อประโยชน์ของผลไม้ทั้งประเทศวันหน้าเป็นรองอธิบดีเป็นอธิบดีได้ ไม่อยากให้ลาออก หรืออาจจะไปเล่นการเมืองเป็น ส.ส.แบบพี่ชายก็ห้ามกันไม่ได้ ขออย่างเดียวอย่าเอาการเมืองมาปั่นจนกระทบการค้าการส่งออกทุเรียนไปจีนที่กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี การออกข่าวหรือเคลื่อนไหวอะไรให้ตระหนักถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยกับจีน และความรู้สึกของคนจีนที่มีความรักคนไทยและผลไม้ไทยมิฉะนั้นจะกลายเป็นทุบหม้อข้าวชาวสวนผลไม้ไทยทั้งประเทศ
.
ทั้งนี้ฟรุ้ทบอร์ดได้กำชับให้กรมวิชาการต้องทำงานแก้ไขปัญหาทุเรียนอ่อนทุเรียนด้อยคุณภาพทุเรียนสวมสิทธิ์ให้ดีกว่าเดิมยิ่งๆ ขึ้นไปอีกที่ผ่านมาจับกุมดำเนินคดีได้น้อยมาก ตรวจแล้วปล่อยก็มีและคดีก็ช้าผิดปกติซึ่งได้มอบให้รองปลัดกระทรวงเกษตรและผู้ตรวจราชการกระทรวงลงไปช่วยสนับสนุนการทำงานในพื้นที่อีกแรงหนึ่งเพราะยิ่งตลาดดีราคาดีคนก็มาปลูกมาค้าทุเรียนมากขึ้นมีมือใหม่ๆเพิ่มขึ้นเนื่องจากเห็นเป็นโอกาสทองของทุเรียนไทยโดยฟรุ้ทบอร์ดพร้อมส่งเสริมคนไทยให้เป็นผู้ประกอบการล้งอย่างต่อเนื่องและจะมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบปัญหาการขายสวนทุเรียนให้ต่างชาติ ปัญหาทุนสีเทา ปัญหานอมินีและเรื่องสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประกอบการล้งต่อไป

'สุทิน' เชื่อคำวินิจฉัย 'ศาล รธน.' 30 พ.ย.ชี้ทิศทางประเทศ จี้รัฐ 4 เดือนนี้ ควรเร่งทำตามนโยบายหาเสียง อย่าเกียร์ว่าง

(27 พ.ย.65) นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน และส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัยกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 30 พ.ย. ว่า...

คิดว่าสิ่งที่รัฐสภาดำเนินการไปนั้น พิจารณาเป็นลำดับด้วยความรอบคอบ ตั้งแต่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะรัฐมนตรี มาจนถึงรัฐสภา คำวินิจฉัยที่ออกมานั้น เชื่อว่าจะเป็นทางออกของประเทศ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่หลายส่วนมีความกังวลว่าถ้าคำวินิจฉัยออกมาทางลบ ก็ต้องไปคิดกันต่อว่าจะแก้ไขที่จุดไหนถึงจะนำไปสู่การเลือกตั้งได้ เช่น กรณีกฎหมายลูกขัดรัฐธรรมนูญ ต้องดูว่าจะแก้ที่กฎหมายลูกหรือที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งสองทางจะมีปัญหาเรื่องเงื่อนเวลาที่อาจไม่เพียงพอต่อกรอบเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐบาล

เมื่อถามว่าหากที่สุดแล้วต้องออกเป็น พ.ร.ก. ฝ่ายค้านรับได้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า "เรายังไม่มั่นใจว่าการใช้พ.ร.ก.จัดการเลือกตั้งนั้นจะสามารถทำได้และชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะไม่เคยมีการทำเช่นนี้มาก่อน คงต้องมีองค์กรใดออกมาชี้เพื่อให้มั่นใจว่าทำได้จริงแล้วค่อยเดินหน้าไปทางนั้น ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top