Thursday, 9 July 2026
NewsFeed

ผบ.ฉก.นราธิวาส เป็นผู้แทน ผอ.รมน.ภาค 4 ส่งต่อความห่วงใย 'มอบข้าวสารเพื่อน้อง' ให้แก่น้องๆเด็กกำพร้าในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ที่ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นผู้แทน พลโท ศานติ  ศกุนตนาค  แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 มอบข้าวสารหอมมะลิ จำนวน 250 กิโลกรัม แพคบรรจุ ถุงละ 5 กิโลกรัม จำนวน 50 ถุง และ น้ำดื่ม จำนวน 120 ขวด ให้แก่ นางแยน็ะ สะแลแม ผู้ประสานงานกลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุม อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นตัวแทนรับมอบข้าวสาร และน้ำดื่มเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ น้องๆ เด็กกำพร้า ในพื้นที่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส  

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราดประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันกองทัพเรือสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล

( 22 พ.ย.65 ) ที่ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด หรือ กปช.จต.ชั้น 2 พลเรือตรี เทิดเกียรติ จิตต์แก้ง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด พร้อมด้วยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำข้าราชการตุลาการ ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน คณะกรรมการเหล่ากาชาด ผู้แทนสมาคม องค์กรภาคเอกชนในจันทบุรีและตราดร่วมพิธีทำบุญเนื่องในวันกองทัพเรือ ประจำปี 2565 สร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัว อุทิศกุศลผลบุญแก่อดีตทหารหาญที่ล่วงลับไปก่อนโดยมี พระปลัดเดือน คุณวโร เจ้าอาวาสวัดมะขามเป็นประธานนำพระภิกษุสงฆ์ร่วมเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล 

'ซาอุฯ' ประกาศ 23 พ.ย. เป็นวันหยุดแห่งชาติ หลังทีมพลิกชนะ 'อาร์เจนติน่า' ศึกฟุตบอลโลก

กษัตริย์แห่ง ซาอุดิอาระเบีย ประกาศให้วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน เป็นวันหยุดพิเศษของประเทศ เรียบร้อยแล้ว หลังจากทีมชาติของพวกเขาเพิ่งทำผลงานสุดช็อคโลก เอาชนะ อาร์เจนติน่า ไปด้วยสกอร์ 2-1 ในนัดประเดิมศึกฟุตบอลโลก 2022

ซาอุดิอาระเบีย ภายใต้การคุมทีมของ แอร์กเว่ เรอนาร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มช็อคโลกลูกหนัง พร้อมกับสร้างสถิติใหม่ โดยเป็นครั้งแรก ที่เก็บชัยชนะจากเกมนัดประเดิมสนามของตัวเองในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายได้สำเร็จ แถมยังกลายเป็นทีมแรกจากทวีปเอเชียที่คว้าชัยชนะพร้อมเก็บสามแต้มในฟุตบอลโลก 2022 ครั้งนี้อีกด้วย

'หมอนิธิ' โพสต์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์งดรับของขวัญ-งานเลี้ยง แต่ขอเปลี่ยนของขวัญเป็นการแบ่งปันให้ผู้ป่วยยากไร้แทน

(23 พ.ย. 65) ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เข้าช่วงเทศกาล ขอประกาศ นโยบาย เรื่องของขวัญของ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ให้ทุก ๆ ท่านทราบนะครับ เราขอเพียงรอยยิ้ม 😊😊😊😊😊😊 และการแบ่งปันให้ผู้ป่วยด้อยโอกาส และนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นะครับ สำหรับของขวัญและงานเลี้ยง ตามนี้ครับ

“ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีนโยบายงดรับของขวัญของกำนัลและร่วมสังสรรค์รับเลี้ยงกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นหรือมีโอกาสเป็นคู่สัญญากับราชวิทยาลัยทุกประเภททุกกรณี”

ร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์

‘เศรษฐา ทวีสิน’ ผู้มีกลิ่นอายคล้าย ‘ทักษิณ’ หมากใหม่ ‘ตระกูลชิน’ ที่กำลังเร่งแสงเรียกศรัทธา

สำหรับคอการเมืองแล้ว ทุกคนคุ้นหูนักธุรกิจชื่อ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แสนสิริ จำกัด ดี แต่ช่วงนี้ดูเหมือนว่าซีอีโอแสนสิริที่เพิ่งเปิดตัวว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในพรรคเพื่อไทยจะหิวแสงแสวงทัวร์ลงเป็นพิเศษ ซึ่งไม่น่าแปลกใจหรอก เพราะนี่เป็นเพียงยุทธศาสตร์สร้างความสนใจ เพื่อให้เป็นที่กล่าวขวัญถึงในโลกโซเชียลแบบไม่ต้องควักกระเป๋าโปรโมทตัวเองโดยไม่ต้องจ้างทีมพีอาร์แต่อย่างใด  

คนอย่างเศรษฐา รู้จักการใช้สื่อโซเชียลเป็นอย่างดี ไม่ใช่ไก่กามาจากไหน เพราะนิยมใช้สื่อโซเชียล โดยเฉพาะทวิตเตอร์ สื่อสารกับคนรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลา

ล่าสุด โพสต์ข้อความว่า “ถ่ายทอดสดบอลโลก 300 ล้านได้ถ่าย 32 คู่และได้เลือกคู่เด็ดๆ ก่อน 600 ล้านได้ที่เหลือ 32 คู่ ที่นี่ประเทศไทยที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงครับ”0

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นดราม่า รถทัวร์จอดเพียบเต็มพื้นที่ เพราะชาวเน็ตถามว่าทางแสนสิริช่วยออกเงินค่าลิขสิทธิ์บอลโลกกี่บาท ซึ่งเศรษฐาตอบว่า “ไม่ได้ออกครับ” แล้วอ้างว่าบริษัทตนนั้นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เล่นเอาเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่ม ส่วนหนึ่งบอกว่าหากอยากเป็นแคนดิเดตนายกให้เปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนที่จะสร้างกระแสความขัดแย้งให้สังคม เพราะกลุ่มบริษัทที่ช่วยออกเงินก็ไม่ใช่องค์กรสื่อ ธุรกิจอะไรถ้าอยากช่วยเหลือคนไทย ก็สามารถทำได้ทั้งนั้น 

ก่อนหน้าที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเอเปกเพียงแค่วันเดียว เศรษฐา ทวีสินก็ตีปลาหน้าไซ ด้วยการโพสต์ข้อความว่า...“6-8 ปีที่ผ่านมา ผู้นำของเราไม่ได้นำประเทศไทยไปมีจุดยืนในเวทีโลกเลย ผู้นำคนต่อไปผมว่าต้องกล้าที่จะเดินออกไปสู่เวทีโลก” 

มองมาจากดาวอังคารยังเห็นว่า ต้องการดิสเครดิตนายกรัฐมนตรีของไทยที่เป็นเจ้าภาพในการจัดงานใหญ่ระดับโลก เป็นเหมือนการ 'ตีกัน' และ 'ตีกิน' ทางการเมืองของ 'ว่าที่' แคนดิเดตเพื่อไทย แบบมุขห้าบาทสิบบาทก็เอา ขอให้ได้แซะตีกระทบชิ่งบางคน

นี่เป็นหนังตัวอย่างที่ฉายให้เห็น 'ตัวตน' ของว่าที่แคนดิเดตพรรคเพื่อไทย ประเด็นที่น่าคิดคือทำไมต้องพรรคเพื่อไทย รู้ทั้งรู้ว่าหัวคะแนนทางอีสานเชิดชูสเปิร์มพันธ์แท้ของทักษิณ ชินวัตร อย่างอุ๊งอิ๊งสุดหัวใจ ที่น่าจับตามองคือ คนในตระกูลชินวัตรเปิดไฟเขียวพร้อมโบกธงให้เศรษฐาเข้ามาเป็นแคนดิเดตในพรรคอย่างชัดเจน 

ทั้งนี้หากให้ประเมินสถานการณ์ก็น่าจะเป็นความรักลูกสาวคนเล็กที่ตอนนี้กำลังท้องกำลังไส้ ไม่อยากให้เสี่ยงเกินตัว ดังเห็นได้จากการให้เล่นบท ‘หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย’ เท่านั้น แต่ก็นั่นแหละ ขนาดบทบาทนี้ ระดับหัวหน้าพรรคอย่างหมอชนน่านยังโค้งคำนับจนหลังแทบหักมาแล้ว 

การที่หวยมาออกที่เศรษฐา ทวีสิน เพราะภาพลักษณ์ของเศรษฐาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จระดับประเทศ ขณะที่อุ๊งอิ๊งยังเด็กเกินไป การดันเศรษฐาไม่ใช่เรื่องใหม่ คอการเมืองต่างรู้ว่านายใหญ่ดันให้เป็นหนึ่งในรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย มาตั้งแต่ปี 2563 หรือเมื่อ 2 ปีก่อน การดันเถ้าแก่แสนสิริเป็นแคนดิเดตเพราะมีความ ‘เหมือน’ ทักษิณหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารประเทศแบบเดียวกับบริหารบริษัท

60 Plus Bakery & Cafe ขายดี ออร์เดอร์ล้น ขอบคุณคนไทยที่ร่วมให้โอกาสคนพิการ

นับเป็นอีกหนึ่งกระแสหลังจบงานเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อ 60 Plus Bakery & Cafe คาเฟ่จากทักษะกลุ่มผู้พิการได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทยและต่อยอดผลงานมาสู่แบรนด์ดี ๆ แบรนด์นี้ได้อย่างเด่นชัด

(23 พ.ย. 65) เพจเฟซบุ๊ก '60 Plus Bakery & Cafe' คาเฟ่ในความดูแลของมูลนิธิศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก หรือ APCD ผู้เชื่อมั่นในศักยภาพของผู้พิการไทย และตระหนักว่าสิ่งที่ผู้พิการไทยขาดคือการส่งเสริมพัฒนาทักษะ รวมทั้งโอกาสในการแสดงฝีมือ ซึ่งผลิตช็อกโกแลตที่ระลึกสำหรับงาน APEC 2022 ได้โพสต์ว่า...

ประกาศ...เรื่องช็อกโกแลต APEC ล็อตแรกหมดแล้วครับ ล็อตต่อไปจะแล้วเสร็จราววันที่ 6 ธันวาคม 

ท่านที่สั่งไว้ในอินบ๊อกซ์เพจ 60 Plus Bakery and Cafe จะสามารถได้รับช็อกโกแลต APEC ได้ในช่วงเวลาดังกล่าว

แอควา พาวเวอร์ - ปตท. - กฟผ. ร่วมลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนไทย เดินหน้าสู่ฐานการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว

ปตท. เดินหน้าเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไทย ผนึก แอควา พาวเวอร์ - กฟผ. ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนไทย สู่ฐานการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว ตอบรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดของประเทศและภูมิภาคอาเซียนในอนาคต 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน อับดุลอาซิซ อัล-เซาด์ (His Royal Highness Prince Abdulaziz bin Abdulaziz AL-Saud) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (Minister of Energy of the Kingdom of Saudi Arabia) และ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนาและลงทุนในโครงการไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง (Derivatives) เพื่อตอบสนองการใช้พลังงานสะอาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงโอกาสการส่งออกไปยังภูมิภาคใกล้เคียง ระหว่าง บริษัท แอควา พาวเวอร์ จำกัด (ACWA Power) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บ้านปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ

ตามที่รัฐบาลได้ประกาศคำมั่นว่าประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 ประเทศไทยมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะเป็นฐานการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ในอนาคต ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนคาร์บอนตํ่า (Low-Carbon Circular Economy) ของประเทศ และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ท้าทายนี้ แอควา พาวเวอร์ ปตท. และ กฟผ. จึงได้ร่วมกันศึกษาโอกาสการลงทุนด้านพลังงานสะอาด เพื่อจัดตั้งโรงงานขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ ในการผลิตไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย และมีเป้าหมายผลิตไฮโดรเจนสีเขียวในประเทศไทยประมาณ 2.25 แสนตันต่อปี หรือเทียบเท่ากรีนแอมโมเนีย 1.2 ล้านตันต่อปี ด้วยเงินลงทุนประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อตอบรับเทรนด์การใช้พลังงานสะอาดที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก รวมถึงตอบสนองความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และศึกษาโอกาสในการส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน

นายแพดดี้ ปัทมานาทาน รองประธานกรรมการ บริษัท แอควา พาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า การประกาศความร่วมมือกับ ปตท. และ กฟผ. แสดงถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของซาอุดีอาระเบีย ในการสนับสนุนพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การสนับสนุนและร่วมศึกษาโอกาสการลงทุนในโครงการไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen)และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง (Derivatives) ในประเทศไทย ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในทิศทางเดียวกับซาอุดีอาระเบีย ส่งมอบพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและพึ่งพาได้ เป็นการส่งเสริมการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับวาระด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก ความร่วมมือกับ ปตท. และ กฟผ. ในครั้งนี้จะเป็นการวางรากฐานที่จำเป็น รวมทั้งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม ตลอดจนทรัพยากรและความเชี่ยวชาญระหว่างกัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและบรรลุเป้าหมายต่อไป

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. มุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมสร้างเสถียรภาพทางด้านพลังงานแห่งอนาคตให้กับประเทศไทย ตามวิสัยทัศน์ 'Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต' ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ในการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญระดับประเทศและระดับโลก ปตท. จึงตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 15  ภายในปี ค.ศ. 2030  บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2040 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายของประเทศ

‘อลงกรณ์’ รุกเปิด ‘ตลาดเกษตรกร’ 50 เขตในกทม. พร้อมดัน ‘ตลาดน้ำคลองบางซื่อ’ เป็นแลนด์มาร์กใหม่กลางกรุง

‘อลงกรณ์’ ดึง ‘อ.ต.ก.’ ผนึก ‘กทม.’ และการเคหะ เร่งเปิดตลาดเกษตรกร (Farmer Market) 50 เขตและตลาดน้ำคลองบางซื่อ ภายใต้โครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง (Urban Agriculture) เน้นเกษตรปลอดภัยอาหารปลอดภัย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมฯ ครั้งที่ 5/2565 ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting วันนี้ว่าที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ได้ดำเนินการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 

1.) ความคืบหน้าโครงการปลูกต้นไม้ล้านต้นและการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบัน กทม. ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ภาคประชาชน ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ กทม. แล้ว 177,246 ต้น โดยมีเป้าหมายปลูกให้ครบ 1 ล้านต้น ภายใน 4 ปี ในพื้นที่ทั้ง 50 เขต รวมทั้งพื้นที่ต่าง ๆ ในเขตสวนสาธารณะของ กทม.ด้วย ทั้งนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดพื้นที่กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการกรรมการโครงการธนาคารสีเขียว (Green Bank) รวมทั้งมอบหมายให้คณะทำงานอื่น ๆ เช่นคณะทำงานโรงเรียน-วิทยาลัยสีเขียว (Green School-Green College) คณะทำงานมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) เป็นต้นร่วมสนับสนุนโครงการปลูกต้นไม้ในกรุงเทพมหานครและอาจเพิ่มโครงการเป็น 2 ล้านต้นตามข้อเสนอของผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

2.) การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการปลูกผักสวนครัวเกษตรพอเพียงในสวนสาธารณะนำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ 
(1) สวนจตุจักร เขตจตุจักร มีการทำศูนย์เรียนรู้ปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร และเลี้ยงไก่ 
(2) สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) เขตบางคอแหลม มีการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผัก และให้ความรู้ แก่ผู้ที่สนใจ 
(3) สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง ศูนย์เรียนรู้ปลูกพืชผักสวนครัว 
(4) สวนสราญรมย์ เขตพระนคร เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้และศึกษาดูงานแก่ประชาชนและผู้ที่สนใจ 
(5) สวนสันติภาพ เขตราชเทวี เป็นแหล่งเรียนรู้และเปิดรับแลกขยะรีไซเคิล

3.) ความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการตลาดเกษตรกรหรือฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต (Farmer Market ) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มีการขยายตลาดในรูปแบบตลาดเกษตรกรให้ครอบคลุม 50 เขต ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอผู้ว่าราชการฯ ซึ่งมอบหมายสำนักงานสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขต 50 เขต ให้พิจารณาสถานที่ที่เหมาะสม และโครงการปลูกพืชผักเกษตรปลอดสารพิษ 200 แปลง อีกทั้ง กิจกรรม Bangkok Green Market ตลาดสุขใจ ‘Green Clean Craft’ มียอดจำหน่ายในช่วงเดือนตุลาคม - 20 พฤศจิกายน รวม 250,961 บาท ร้านค้าผู้ประกอบการ 185 ร้าน และผู้ใช้บริการฝึกอาชีพจำนวน 1,560 คน

4.) ผู้แทนการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ประชาสัมพันธ์และเชิญร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนาการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งมีการจัดแสดงสินค้าผลผลิตเกษตร และมอบกระเช้าของขวัญแก่ผู้บริหาร และผู้ร่วมงาน ซี่งเป็นผลผลิตจากการดำเนินโครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

5.) ผู้ช่วยผู้ว่าการเคหะแห่งชาติแจ้งว่าการเคหะพร้อมสนับสนุนการจัดตั้งตลาดเกษตรกรในโครงการการเคหะดินแดงซึ่งมีผู้อยู่อาศัย 6,000 ยูนิตรวมทั้งโครงการอื่นๆ

ทั้งนี้ประธานฯ แจ้งว่าจะประสานกับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และคณะอนุกรรมการธุรกิจเกษตรของกระทรวงเกษตรฯ ให้มาสนับสนุนโครงการตลาดเกษตรกรหรือฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต (Farmer Market) 50 เขตในกรุงเทพมหานคร

รวมทั้งการร่วมพัฒนาโครงการตลาดน้ำของอ.ต.ก. ในคลองบางซื่อเป็นตลาดเกษตรกรประเภทตลาดน้ำซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ โดยให้ฝ่ายเลขาประสานงานการลงพื้นที่พร้อมกับผู้ว่ากทม. และผู้ว่าการเคหะฯ สำรวจพื้นที่ตลาดน้ำอตก. และโครงการเคหะดินแดง

นทท.ฝรั่งเศส พร้อมชวนเพื่อนให้มาท่องเที่ยวไทย หลังประทับใจคนไทย เก็บกระเป๋าเงินส่งคืน

เปิดใจเจ้าหน้าที่วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา หลังเก็บกระเป๋าสตางค์นักท่องเที่ยวสาวชาวฝรั่งเศสที่ทำตกไว้ก่อนส่งมอบให้ตำรวจท่องเที่ยวตามหาเจ้าของและติดตามส่งมอบกระเป๋าสตางค์คืนก่อนบินกลับบ้านเกิด ด้านเจ้าของกระเป๋าซาบซึ้งใจ พร้อมขอบคุณคนไทยและตำรวจท่องเที่ยวที่ช่วยเหลือดูแลเป็นอย่างดี ทำให้ได้กระเป๋าคืน และจะนำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเล่าให้เพื่อนที่ประเทศตนฟัง เพื่อชักชวนให้มาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย 

เมื่อวันที่ (22 พ.ย. 65) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับผู้ที่เก็บกระเป๋าสตางค์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้แล้วนำส่งคืนเจ้าของ คือ นางสงบ ควรคะนอง เจ้าหน้าที่ของวัดใหญ่ชัยมงคล โดยนางสงบ เปิดเผยว่า เนื่องจากในวันดังกล่าวมีคนมาเข้าห้องน้ำแล้วเก็บกระเป๋าเงินได้ บอกป้าว่ามีเงินเยอะด้วยฝากป้าไว้หน่อยนะ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นกระเป๋าเงินของชาวต่างชาติหรือเปล่า เพราะไม่กล้าเปิด ป้าก็เก็บใส่ถุงไว้ไม่กล้าเปิด เพราะกลัวว่าลายนิ้วมือของเขาจะหาย จากนั้นจึงรีบแจ้งนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของวัดเอากระเป๋ามาตรวจสอบหาเจ้าของ จึงทราบว่าเป็นกระเป๋าของชาวต่างชาติเลยส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการส่งคืนเจ้าของ

ต่อมา พ.ต.อ.สมชาย ธีรภัทรไพศาล ผกก.2 บก.ทท.1, พ.ต.อ.มิลิน เพียรช่าง ผกก.3 บก.ทท.1, พ.ต.ท.ธนากร ธรรมเมธา สว.ส.ทท.1 กก.2 บก.ทท.1 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อส่งมอบกระเป๋าสตางค์ให้กับ Mrs.Nathalie Jeanne Chaignion ชาวฝรั่งเศส หลังทำหล่นหายที่วัดใหญ่ชัยมงคล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยแจ้งกับทางนักท่องเที่ยวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจากนางสงบ ควรคะนอง เจ้าหน้าที่ดูแลห้องน้ำของวัดใหญ่ชัยมงคลว่า พบกระเป๋าสตางค์ตกหล่นอยู่บริเวณภายในห้องน้ำวัด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของนักท่องเที่ยวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบปรากฏว่ากระเป๋าสตางค์ดังกล่าว เป็นของ Mrs.Nathalie Jeanne Chaignion ชาวฝรั่งเศส จึงได้พยายามติดต่อเพื่อนำกระเป๋าดังกล่าวส่งคืน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ 

จากนั้นได้ทำการตรวจสอบข้อมูลพบว่า Mrs.Nathalie เป็นนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 65 และจะเดินทางกลับในวันที่ 20 พ.ย. 65 เวลา 23.30 น. โดยสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบินที่ Tk069 จึงได้นำฝากไว้กับตำรวจท่องเที่ยวของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อคืนให้กับ Mrs.Nathalie

TGPRO รุกธุรกิจกัญชงต้นน้ำ-ปลายน้ำ จับมือพันธมิตร 'แคนนาเจน' ตั้งเป้ารายได้ 120 ลบ.

TGPRO ส่งบริษัทย่อย เวิลด์ คลาส สมาร์ท ฟาร์ม ผนึกพันธมิตร แคนนาเจน รุกธุรกิจกัญชงต้นน้ำ-ปลายน้ำ เพาะปลูก ผลิต และ จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ช่อดอกกัญชงมาตรฐาน Medical-Grade ด้วยเทคโนโลยี Smart Farm หนุนเทรนด์ความต้องการผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และ เครื่องสำอาง ตั้งเป้าหมายรายได้ 120 ล้านบาท รับรู้ภายในปี 66 

นายรชต ลีลาประชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGPRO ผู้ผลิตและจำหน่ายท่อสแตนเลส ภายใต้เครื่องหมายการค้า 'TGPRO' เปิดเผยว่า บริษัทมีการลงทุนในบริษัท เวิลด์ คลาส สมาร์ท ฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจผลิต และ จำหน่ายเรือนเพาะชำโดยเป็นการต่อยอดธุรกิจผลิตและจำหน่ายท่อสเตนเลส ในการสร้างโรงเรือนเพาะปลูกด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ มีความทนทาน ด้วยมาตรฐานระดับโลก เนื่องจากสเตนเลสทนการกัดกร่อนมากกว่าเหล็ก อายุการใช้งานยืนยาวกว่า อีกทั้งไม่เป็นสนิมและไม่มีผลร้ายต่อผลิตผลที่ได้ และยังรวมถึงการปลูกและจำหน่ายสินค้าเกษตรภายใต้แบรนด์ 'FUJI MEIJI' 

ทั้งนี้ บริษัท เวิลด์ คลาส สมาร์ท ฟาร์ม จำกัด จึงมีความพร้อมในการร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท แคนนาเจน จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการเพาะปลูกกัญชง เพื่อดำเนินการ เพาะปลูก ผลิต และ จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ช่อดอกกัญชงมาตรฐาน Medical-Grade แบบครบวงจร รวมถึงนำผลผลิตมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมต่างๆ โดยการสร้างโรงเรือนพร้อมระบบการจัดการแบบสมาร์ทฟาร์ม

“บริษัทมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับ บริษัท แคนนาเจน จำกัด ด้วยความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัท เชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมการเพาะปลูกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงร่วมกันพัฒนากัญชงสายพันธุ์ใหม่ให้มีความทนทานต่อสภาพอากาศ เพิ่มผลการผลิต ลดความสูญเสียในการเพาะปลูก รวมถึงการเพิ่มมาร์จิ้นจากการต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงพัฒนาบริการใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม” นายรชต กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top