Tuesday, 7 July 2026
NewsFeed

'หมอยง' เตือน 'ไข้ปวดข้อยุงลาย' กำลังระบาดหนักใน กทม.

‘หมอยง’ เตือน ไข้ปวดข้อยุงลาย กำลังระบาดหนักในกรุงเทพมหานคร แนะทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ระวังไม่ให้โดนยุงกัด

(4 พ.ย. 65) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคที่นำโดยยุงกำลังระบาดมาก

โรคไข้ปวดข้อยุงลาย chikungunya กำลังระบาดมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

เดิมโรคนี้ เมื่อกว่า 10 ปีก่อน จะนำโดยยุงลายสวน (Aedes albopictus) ระบาดมากในสวนยางและทางปักษ์ใต้ แต่ตั้งแต่มี 2561 เป็นต้นมา การเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของไวรัส ปรับตัวให้เหมาะสมข้าวกับยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เป็นยุงชนิดเดียวกันที่นำโรคไข้เลือดออก ไข้ไวรัสซิกา ทำให้การระบาดเข้าสู่ในเมืองรวมทั้งกรุงเทพฯ การระบาดเกิดขึ้นมากในปี 2561 จนถึง 2562 หลังจากการระบาดของ covid 19 โรคอยู่เหมือนลดลง แต่ก็ยังพบได้ตลอด จนมาถึงเดือนที่แล้วและเดือนนี้ พบผู้ป่วยไข้ปวดข้อยุงลาย ไข้ไวรัส zika และไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แม้ในกรุงเทพฯ

ไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่และสูงอายุ จะมีอาการไข้และปวดข้อ มีผื่นตาแดง บางครั้งรักษาอาการก็แยกกันยากกับไวรัสซิก้า และ ไข้เลือดออก การระบาดมักจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในกรุงเทพฯ เอง

‘อัษฎางค์’ ตบหน้า ‘ฝ่ายค้าน’ ปลุกปั่นรัฐกู้จนถังแตก ทั้งที่ทุนสำรองอยู่สูงกว่าหนี้ต่างประเทศถึง 3 เท่า

(4 พ.ย. 65) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ ‘ฝ่ายค้านเบี่ยงประเด็นหรือไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจการเงิน’

ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีฐานะทางการเงินที่ดี จากระดับเงินสำรองฯ ที่อยู่ประมาณ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ 

ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีเงินสำรองฯ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 12 ของโลก 

และเมื่อเทียบเงินสำรองฯ ต่อ GDP จะคิดเป็น 48% ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 6 ของโลก 

รวมถึงยังสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นของไทยถึงเกือบ 3 เท่า

ที่ออกมายุยง ปลุกปั่นว่า ‘กู้จนถังแตก’ นั้นคือ ยอดหนี้ 10 ล้านล้านบาทใช่มั้ย

แล้วที่รัฐบาลมีเงินสำรองฯ อยู่ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ (ย้ำว่า หน่วยคือ แสนล้านดอลลาร์) คืออะไร...ทำไมไม่พูดถึง?

เรามีเงินทุนสำรองฯ อยู่สูงกว่าหนี้ต่างประเทศถึงเกือบ 3 เท่า...ทำไมไม่พูด?

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่อุบัติขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2019 ได้สร้างผลกระทบรุนแรงทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ, สังคม ความเป็นอยู่ของผู้คน

IMF รายงานว่า สภาวการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอและถดถอยไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในเมืองไทย แต่กระทบไปทั่วโลก โดยส่งผลให้ภาระหนี้เอกชนและภาครัฐในหลายประเทศทั่วโลกเพิ่มขึ้น 35% หรือกว่า 355% ของ GDP

ภาระหนี้สิ้นทั่วโลกที่เพิ่มสูงขึ้นนี้มาจากภาครัฐเกินครึ่งหนึ่ง อันเป็นผลจากการใช้มาตรการในหลายด้าน ทั้งการสนับสนุนทางการเงินให้กับระบบสุขภาพ การเยียวยาให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ รวมทั้งการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่ลดลง

สำหรับประเทศไทย หนี้รัฐบาลก็เป็นเงินกู้เพื่อใช้ในมาตรการรับมือกับโควิด เช่น การสนับสนุนทางการเงินให้กับระบบสุขภาพ การเยียวยาให้กับภาคครัวเรือนและเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ 

ฝ่ายค้านไร้ความรู้ในเรื่องเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองแบบนี้ ประชาชนยังหลงเชื่อให้ทำหน้าที่บริหารประเทศอยู่ได้อย่างไร

หรือว่าฝ่ายค้านรับรู้สถานการณ์อย่างดี แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้และพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อยุยง ปลุกปั่นให้ประชาชนหลงเชื่อ ว่ารัฐบาลกู้เงินมาผลาญ หรือบริหารราชการผิดพลาดจนล้มละลาย จะได้ล้มรัฐบาลลงโดยง่าย

‘คอนโดปะการัง’ ระบบนิเวศแห่งใหม่ใต้แท่นขุดน้ำมัน ที่พี่ไทยคิดไว้แล้ว ผ่านแนวคิด 'ทะเลเพื่อชีวิต'

(4 พ.ย. 65) เพจ Open Up ได้โพสต์เรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับ ‘บ้านหลังใหม่ของเหล่าสัตว์ทะเล’ ที่สร้างระบบนิเวศแห่งใหม่ด้วยการเปลี่ยนแท่นขุดน้ำมันเป็นปะการังเทียมให้เหล่าน้อง ๆ ไว้ว่า...

ส่วนใหญ่คนมักจะคิดว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันเป็นเหมือนกับปราสาทของเหล่าตัวร้ายจากในการ์ตูนหรือหนัง เพราะคนยังติดภาพจำที่ว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันเหล่านี้อาจจะไปสร้างทับบ้านของเหล่าน้อง ๆ สัตว์ทะเลหรือไม่ก็ทำให้ระบบนิเวศในบริเวณนั้นเกิดความเสียหาย 

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ถ้าจะบอกว่าแท่นขุดน้ำมันเหล่านี้มันถูก ‘คิดค้น’ มาเพื่อเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตทางทะเลด้วยนะ 

เรื่องมันเป็นอย่างนี้ เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนผมได้ไปเจอเข้ากับวิดีโอตัวหนึ่งในยูทูป เขาเล่าเกี่ยวกับเรื่องของโครงการ 'Rigs-to-Reef' หรือการเปลี่ยนแท่นขุดเจาะที่ปลดประจำการแล้วให้กลายเป็นปะการังเทียมเพื่อให้สิ่งมีชีวิตทางทะเลได้เข้ามาตั้งรกรากใต้แท่นขุดเจาะ 

แล้วมันมีข้อดีอะไรหลาย ๆ คนอาจจะสงสัย เพราะถ้าพูดถึงของเทียมมันก็ต้องดีไม่เท่าของแท้อยู่แล้ว แต่ผมบอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้นถึงจะขึ้นชื่อว่าปะการังเทียมแต่จริง ๆ แล้วมันมีข้อดีมากกว่าปะการังแท้ ๆ อีกนะ ก็อย่างเช่น ...

‘หลวงตาบุญชื่น’ สั่งปิดบัญชีรับบริจาคแล้ว ขอประชาชนมารอรับไม่ต้องนำอะไรมาถวาย

หลวงตาบุญชื่นสั่งปิดบัญชีรับบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยโรงพยาบาล ตั้งเป้า 1,300 ล้านบาทแล้ว พร้อมขอให้ขบวนการขายน้ำเปล่า- พวงมาลัย หยุดพฤติกรรม เอาเปรียบประชาชน ย้ำประชาชนที่เดินทางรอรับไม่ต้องนำสิ่งใดติดตัวมา 

สำหรับความคืบหน้า ‘หลวงตาบุญชื่น’ อายุ 74 ปีเดินจาริก ธุดงค์ด้วยเท้าเปล่าจากอำเภอหาดใหญ่ไปจังหวัดนครพนม ระยะทาง 3,415 กม.และมีข่าวการรับบริจาคตั้งกองทุนช่วย รพ.ขาดแคลน โดยมีการตั้งเป้ารับบริจาคไว้ที่ 1,300 กว่าล้านบาท พร้อมมีการไลฟ์สดขอบริจาคเงินเข้ากองทุนเพื่อพระนิพพาน-ชมรมคณะลูกหลานศิษย์ หลวงพ่อวัดวีระโชติฯ

ส.ส.เพื่อไทย ขยี้ปม ‘นักท่องเที่ยว’ รอคิวแน่นสุวรรณภูมิ ซัด!! รัฐบาลหวังการท่องเที่ยวฟื้น แต่กลับไม่เตรียมพร้อม

(4 พ.ย. 65) จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากวันที่ 30 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ปรากฏภาพข่าวจากสื่อต่างประเทศและโซเชียลมีเดีย มีการแชร์ภาพนักท่องเที่ยวจำนวนมากรอเข้ารับการตรวจหนังสือเดินทางที่ด่านขาเข้าของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น

จากการตรวจสอบพบว่า ขณะนี้มีการให้บริการจากสายการบิน จำนวน 76 เที่ยวบิน เฉลี่ยมีผู้ใช้บริหารชั่วโมงละ 3,000-4,000 คน คิดเป็น 40,000 - 50,000 คน/วัน ส่วนตัวมีความเห็นดังนี้

1.) ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการท่องเที่ยวไทย ที่จำนวนนักท่องเที่ยวและจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มมากขึ้น
2.) รัฐบาลที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ไม่มีการเตรียมแผนรองรับตั้งแต่แรก ทั้งที่รัฐบาลเองคาดหวังจะฟื้นฟูเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น การดำเนินการเป็นไปด้วยความล่าช้าในแต่ละขั้นตอน คนแน่นล้นแออัด จนนักท่องเที่ยวต้องโวยวายจนออกสื่อ จนสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อการท่องเที่ยวไทย

สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของไทย ถือว่าเป็นห้องรับแขกห้องแรกของประเทศที่ไว้คอยต้อนรับและสร้างความประทับใจแรกในการมาเยือน เคยติดอันดับที่ 5 ในปี พ.ศ. 2558 ในฐานะสนามบินที่ดีที่สุดในโลก ในหมวดสนามบินที่ให้บริการผู้โดยสาร 40-50 ล้านคนต่อปี จากการจัดอันดับและมอบรางวัลของ สกายแทร็กซ์ (Skytrax) หากไม่รีบแก้ไข อันดับสนามบินที่ดีของสุวรรณภูมิอาจจะร่วงกว่านี้ไปอีกแน่นอน

รมว.สุชาติ เร่งขับเคลื่อนระบบประกันสังคมให้ทันสมัย ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ประกันตน

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการจัดงานประชุมวิชาการประกันสังคม 5 ภาค ประจำปี 2565 (ภาคกลาง) Modernizing SSO 2022 : ก้าวสู่ระบบประกันสังคมที่ทันสมัย พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง 'นโยบายการพัฒนา และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน' โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานให้การต้อนรับ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

นายสุชาติ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจความสำคัญของงานประกันสังคมแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อรับฟังความคิดเห็นในการพัฒนางานประกันสังคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสำนักงานประกันสังคมสามารถนำไปใช้ขยายผลได้ในอนาคต โดยรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็ว ภายหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการช่วยเหลือนายจ้าง และผู้ประกันตนมาโดยการลดอัตราเงินสมทบ การนำส่งเงินสมทบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ การปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ตลอดจนสิทธิประโยชน์และการให้บริการทางการแพทย์กรณีโรคโควิด-19 

 ผบ.ตร.สั่งการชุด PCT รวบแก๊งแขกดำตุ๋นขายเพชรเก๊ 16 ล้าน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ (3 พ.ย. 65) มีผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสน.บางขุนนนท์ ว่าประมานวันที่ ฝ15 มิ.ย. 65 ถึง 20 ต.ค. 65 ได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง โดยเอาเพชรปลอมมาจำนำครั้งละ 1-2 เม็ด ตามร้านสาขาต่าง ๆ รวม  21 ครั้ง ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า 16 ล้านบาท          

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ มีผู้ร่วมขบวนการเป็นชาวต่างชาติ และแหล่งผลิตทำเพชรปลอมนำเข้ามาจากต่างประเทศ พร้อมทั้งมีการทำใบรับรอง หรือที่เรียกว่า 'ใบเซอร์' ตบตาทางร้านได้อย่างแนบเนียนจนทางร้านผู้เสียหายหลงเชื่อ รับจำนำเพชรในราคาที่สูง แต่ได้ 'เพชรปลอม' สูญเงินจำนวนมาก จากแผนประทุษกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างยิ่ง     

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.
ศปอส.ตร (PCT) ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก จึงเร่งรัดสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว

เมื่อวันที่ (3 พ.ย. 65) เวลาประมาณ 15.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5  พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง , พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ , พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี , พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ เสวกวัง , ร.ต.อ.ปรมา ปราณี, ร.ต.ท.พุฒิพงศ์ กองแก้ว , จ.ส.ต.สรศักดิ์ ด้วงชู, ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย ร่วมกันจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ผู้ต้องหาจำนวน 2 รายเป็นชาวต่างชาติ 1 และชาวไทย 1 ราย คือ

1. Mr.Sajan Dilpkumar Shah หรือ นายซาจัน ดิบคูมาร์ อายุ 32 ปี สัญชาติ อินเดีย ผู้ต้องหา
ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.549/2565 ลงวันที่ 3 พ.ย. 65 
2. นายธนะสิทธิ์ สถิตมงคลไพศาล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/436 ซ.ศาลธนบุรี 29/2 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ จ.กรุงเทพฯ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.548/2565 ลงวันที่ 3 พ.ย. 65 

โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม พร้อมตรวจยึด 
1. ตั๋วรับจำนำจำนวน 10 ฉบับ 
2. วัตถุคล้ายเพชรอีกเป็นจำนวน 18 รายการ 
3. ใบรับรองเพชร จำนวน 19 ฉบับ 
4. โทรศัพท์มือถือ Sumsang Galaxy S22 Ultra สีชมพู จำนวน 1 เครื่อง 
5. สมุดบัญชีธนาคารชื่อบัญชี Mr.Sajan Dilipkumar จำนวน 1 เล่ม 
6. นามบัตรของ Mr.Sajan Shah (Sajji) S.D.Diamond จำนวน 4 ใบ
7. นาฬิกาข้อมือโลหะสีเงิน จำนวน 1 เรือน
8. โทรศัพท์มือถือ Sumsung Galaxy F62 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง
9. เอกสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชรจำนวน 7 ฉบับ

จับกุมตัว Mr.Sajan Dilpkumar Shah ได้ที่ ถนนในซอยอินทรพิทักษ์ 1 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์กล่าวคือ ภายหลังผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT ชุดที่ 5 ได้วิเคราะห์แผนประทุษกรรมโดยละเอียดของกลุ่มคนร้ายจะใช้การลบแก้ไขข้อความบางส่วน โดยทำลายบริเวณของคำว่า 'LABGROWN' คือเพชรที่ทำสังเคราะห์ขึ้นในห้องปฎิบัติการ โดยลบให้เหลือแค่คำว่า “BGROW” ซึ่งยังมองเห็นด้วยกล่องที่ส่องกำลังขยาย และจะมีการยิงเลเซอร์ที่ขอบเพชร ให้ตรงกับหมายเลขประจำใบรับรอง หรือ 'ใบเซอร์' ซึ่งทั้งตัวเพชรและใบเซอร์ต่างถูกปลอมขึ้นทั้งสิ้น เมื่อผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบโดยละเอียด ตามขนาดของเพชรที่นำมาจำนำมีความแตกต่างของขนาดไปจากข้อมูลบนใบรับรอง , บริเวณขอบเพชรพบว่ามีการทำลายบริเวณของคำว่า “LABGROWN” ให้เหลือเพียง “BGROW” , ตำหนิภายในของเพชรที่นำมาจำนำพบว่าไม่ตรงกับข้อมูลบนใบรับรอง , ลักษณะของใบรับรองปลอมแปลงที่แตกต่างไปจากใบรับรองตัวจริงจากสถาบัน GIA  ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT ชุดที่ 5 ลงพื้นที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด จนสามารถพิสูจน์ทราบผู้ร่วมขบวนการทั้ง 2 คน ได้คือ Mr.Sajan Dilpkumar Shah หรือ นายซาจัน ดิบคูมาร์ อายุ 32 ปี สัญชาติ อินเดีย และ นายธนะสิทธิ์ สถิตมงคลไพศาล อายุ 45 ปี สัญชาติไทย  ผู้ต้องหาทั้ง 2 จะเดินทางมาก่อเหตุหลอกจำนำเพชรที่ร้านรับจำนำพร้อมกันทุกครั้ง และจากข้อมูลการสืบสวนทราบว่า Mr.Sajan จะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทย – อินเดีย เป็นจำนวน 4 ครั้ง ในช่วงเดือน ต.ค. 65 ที่ผ่านมา  เพื่อลักลอบนำเพชรปลอมเหล่านี้มาจากต่างประเทศ  

‘ผู้ผลิตสุราพื้นบ้าน’ ดีใจ หลังรัฐปลดล็อก ‘ผลิตสุรา’ เตรียมแผนโปรโมตสุราท้องถิ่น - สร้างรายได้ให้ชุมชน

ผู้ผลิตสุราพื้นบ้านวิสาหกิจชุมชนใน จ.ขอนแก่น เตรียมตัวทำการตลาดเพิ่มยอดขาย มองเป็นเรื่องดีหลังปลดล็อกการผลิต วอนรัฐลดภาษี

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 นายบวน การสร้าง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มตะกัวป่าสาโทไท อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น กล่าวถึงกรณีการประกาศกฎกระทรวงการ ‘ผลิตสุรา’ พ.ศ. 2565 ว่า

มองเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากปัญหาก่อนหน้าจะประกาศกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 นั้น การขออนุญาตค่อนข้างซ้ำซ้อน เมื่อหมดอายุใบขออนุญาตก็ต้องเริ่มดำเนินการใหม่ ทำให้เสียเวลาการทำเอกสาร และในส่วนการเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องจักร จำนวนแรงม้า และการให้มีคนงานมากขึ้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากชุมชนจะได้เพิ่มการผลิตเพื่อให้ทันความต้องการของลูกค้า

ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มตะกั่วป่าสาโทไท กล่าวต่ออีกว่า ในการเสียภาษีสรรพสามิตที่ทางวิสาหกิจชุมต้องเสียซ้ำซ้อน โดยปัจจุบันต้องเสียภาษีขาย ทั้งขายส่ง และขายปลีก รวมไปถึงเสียภาษีทั้งรายปีและรายเดือน ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง จึงอยากให้รัฐบาลช่วยดูแลและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนขนาดเล็ก เพื่อการพัฒนาการแข่งขันทางธุรกิจด้วย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน รุดเริ่มโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการภาคอีสาน มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ 'สร้างชีวิต' พร้อมมอบจักรยาน ในโครงการ 'จักรยานเพื่อน้องสัญจร' ครั้งที่ 3 นำหน่วยแพทย์ ออกบริการประชาชนฟรี..ที่จ.สุรินทร์

วานนี้ (3 พ.ย.65) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายสุรพงศ์ เสรฐภักดี กรรมการและรองเหรัญญิก เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์  กรรมการ ร่วมในพิธีมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และ นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วยคณะมูลนิธิสุรินทร์สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ ร่วมในพิธี  ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานร่วมในพิธี พร้อมด้วยคณะมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ ร่วมในพิธี ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์  อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมมูลนิธิฯ มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนทั้งสิ้น 2 จังหวัด 31 ครัวเรือน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น จำนวน 456,140 บาท (สี่แสนห้าหมื่นหกพันหนึ่งร้อยสี่สิบบาทถ้วน) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพแก่ครัวเรือนยากจนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ "บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ" ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย โดยมี ทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมด้วย นายวาทิต โสภา (วิน-วาทิต) อาสาสมัครศิลปิน ร่วมในพิธี

นอกจากนี้  ณ บริเวณหอประชุมจังหวัดสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบรถจักรยาน ในโครงการจักรยานเพื่อน้องสัญจร ครั้งที่ 3 จำนวน 100 คัน หน้ากากอนามัย 2,500 ชิ้น แอลกอฮอล์ 5 แกลอน และค่าพาหนะเดินทางแก่โรงเรียนๆละ 1,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 174,867.50 บาท (หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นสี่พันแปดร้อยหกสิบเจ็ดบาทห้าสิบสตางค์) ให้กับโรงเรียนชนบทที่ขาดแคลน จำนวน 5 โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนที่ประสบปัญหาในการเดินทางได้ยืมเรียน รวมถึงเป็นการแบ่งเบาภาระค่าพาหนะแก่ผู้ปกครองได้อีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเสริมสร้างให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย เรียนรู้กฎจราจร เรียนรู้การแบ่งปัน และดูแลรักษาสาธารณสมบัติร่วมกัน รวมถึง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำโดย นางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมแพทย์อาสา เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ให้บริการประชาชนฟรี ประกอบด้วย บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป จ่ายยา ตรวจวัดสายตาพร้อมแจกแว่น คัดกรองเบาหวาน และบริการตัดผม โดยมีประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก

เช็กเลย!! สิทธิประโยชน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำเดือน พฤศจิกายน 2565

👉วันที่ 1 พ.ย. 65
✨ซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค 200/300 บาท/เดือน
✨ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า รถโดยสาร บขส. รถไฟ อย่างละ 500 บาท/เดือน
✨ก๊าซหุงต้ม-บุคคล 100 บาท/3 เดือน
✨ก๊าซหุงต้มหาบเร่แผงลอย 100 บาท/เดือน

👉วันที่ 18 พ.ย. 65
✨ค่าไฟฟ้า 315 บาท/เดือน
✨ค่าน้ำประปา 100 บาท/เดือน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top