Saturday, 4 July 2026
NewsFeed

ต่างชาติหอบเงินลงทุน 7 ด.แรกกว่า 7 หมื่นลบ. ชี้ เกิดการจ้างงานคนไทยแล้วกว่า 3 พันคน

แรงงานไทยเฮ! รัฐบาล อวด ตัวเลขเงินลงทุนต่างชาติ 7 เดือนแรก สูงเกือบ 7.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่แรงงานไทยได้ประโยชน์จากการจ้างงานแล้วกว่า 3 พันคน

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในไทยสูงถึงกว่า 7 หมื่นล้านบาท ในช่วง 7 เดือนแรก ปี 2565 (มกราคม – กรกฎาคม) และคาดการณ์ว่าช่วงเดือนที่เหลือยังคงมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนเล็งเห็นศักยภาพของไทย และนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนในทุกมิติ ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2565 ไทยอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย จำนวน 323 ราย โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และจีน ตามลำดับ คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้นกว่า 73,635 ล้านบาท เกิดการจ้างงานคนไทยกว่า 3,308 คน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2564 ช่วงเดือนเดียวกัน พบว่า มีการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มเกือบ 28,925 ล้านบาท

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 2 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

'แอปฯ เป๋าตัง' คว้ารางวัล The Disruptor ตอกย้ำผู้นำดิจิทัลแพลตฟอร์มแห่งปี

แอปพลิเคชัน 'เป๋าตังค์' รับรางวัลด้านเทคโนโลยีชั้นนำแห่งปี ในงาน Techsauce Global Summit 2022 

โดยนายจักรกฤษณ์ กลิ่นสมิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้เป็นผู้แทนธนาคารรับรางวัลด้านเทคโนโลยีชั้นนำแห่งปี ในงาน Techsauce Global Summit 2022 ซึ่งแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ได้รับรางวัล The Disruptor จากความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการดิจิทัล ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทุกกลุ่มในทุกมิติ สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม ตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนเศรษฐกิจยั่งยืน

สำหรับ แอปฯ เป๋าตัง นั้น สามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ทั้งในด้านการลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนเศรษฐกิจยั่งยืน เป็น Thailand Open Digital Platform ที่ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท อินฟินิธัส บาย กรุงไทย (Infinitas by Krungthai) เปิดกว้างให้ทุกคนใช้งานโดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย สามารถเชื่อมต่อกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นในทุกวัน ผ่านบริการ G-wallet กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ ช่วยขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งต่อมาตรการรัฐให้ถึงมือประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง โปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำ

ประธานบริษัทน้ำมันรายใหญ่รัสเซียดับปริศนา หลังร่วงตกหน้าต่างโรงพยาบาลในกรุงมอสโก

ราวิล มากานอฟ ประธานบริษัทลุคออย ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของรัสเซีย เสียชีวิตในวันพฤหัสบดี (1ก.ย.) หลังร่วงตกลงมาจากหน้าต่างของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก จากการเปิดเผยของแหล่งข่าว 2 คน กลายเป็นนักธุรกิจรัสเซียรายล่าสุดที่ตายอย่างกะทันหันและไม่สามารถอธิบายได้

แหล่งข่าวยืนยันรายงานข่าวจากสื่อมวลชนรัสเซียหลายแห่ง ระบุว่านักธุรกิจวัย 67 ปีรายนี้ ตกลงมาเสียชีวิต แต่กรณีแวดล้อมของเหตุตกหน้าต่างโรงพยาบาลนั้น ยังไม่เป็นที่ชัดเจน

สำนักข่าวทาสส์ นิวส์ สื่อมวลชนแห่งรัฐของรัสเซีย รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ระบุว่าเหตุเสียชีวิตครั้งนี้เป็นการฆ่าตัวตาย และแหล่งข่าวเผยด้วยว่า มากานอฟ เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หลังมีอาการหัวใจวายและกำลังใช้ยารักษาโรคซึมเศร้า

รอยเตอร์บอกว่าไม่สามารถยืนยันรายละเอียดเหล่านี้ พร้อมอ้างแหล่งข่าว 3 คนที่เป็นคนรู้จักใกล้ชิดกับ มากานอฟ ไม่เชื่อว่าประธานบริษัทลุคออยจะฆ่าตัวตาย

แหล่งข่าวอีกคนที่ใกล้ชิดกับบริษัท บอกกับรอยเตอร์ ระบุมีความเชื่อภายในระดับผู้บริหารของลุคออย ว่าเขาฆ่าตัวตายจริง แต่แหล่งข่าวรายนี้ไม่พบเห็นหลักฐานหรือเอกสารที่สนับสนุนความเชื่อดังกล่าว

สำนักข่าวรอยเตอร์ติดต่อสอบถามไปที่ตำรวจมอสโก แต่ทางตำรวจบอกว่าคำถามต่าง ๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิตของมากานอฟ ให้ไปสอบถามที่คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย

ลุคออย เป็นบริษัทเอกชนที่แข่งขันกับ รอสเนฟต์ รัฐวิสาหกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย และในถ้อยแถลงของบริษัทระบุว่า มากานอฟ เสียชีวิตตามหลังมีอาการป่วยร้ายแรง "พนักงานหลายพันชีวิตของลุคออย เสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่น่าเศร้านี้ และขอแสดงความเสียใจด้วยความจริงใจถึงครอบครัวของ ราวิล มากานอฟ"

ก่อนหน้านี้มีนักธุรกิจชาวรัสเซียอย่างน้อย 6 คน ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน เสียชีวิตอย่างกะทันหันในกรณีแวดล้อมที่ไม่ชัดเจน ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

'บิ๊กตู่' สั่งกำลังทหารรับมือน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมขอบคุณที่ช่วยกันทำให้ประชาชนปลอดภัย

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ย. 65 พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม พร้อม รมช.กลาโหม และ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาและการปฏิบัติงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพในพื้นที่

โดยรมว.กลาโหม ได้เดินทางไปยังวัดกษัตราธิราชเจ้า รับฟังสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งการเตรียมการป้องกันสถานที่สำคัญๆ ชุมชนและการรับมือกับปริมาณน้ำในแม่น้ำที่เพิ่มขึ้น ก่อนที่จะเดินทางต่อไปสังเกตการณ์สถานการณ์น้ำและการสนับสนุนของหน่วยทหารในพื้นที่พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย และพื้นที่บริเวณพระตำหนักสิริยาลัย พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหาร รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่

'วิโรจน์' ตั้ง 8 ข้อสงสัยผู้บริหารกทม.ชุดเก่า ปมหนี้ BTS ทั้งที่เงินสะสมมีพอ แต่เหตุใดจึงปล่อยให้หนี้พอก

ภายหลังจากที่มีการฟ้องร้องข้อพิพาทรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ BTSC ฟ้องกรุงเทพมหานคร และกรุงเทพธนาคม (KT) ที่ศาลปกครอง ในกรณีที่ BTSC เรียกร้องให้ กทม. จ่ายเงินที่ค้างชำระค่าเดินรถและค่าซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า BTS ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 เป็นเงิน 11,755 ล้านบาท ซึ่งค้างมาตั้งแต่ผู้บริหาร กทม. ชุดที่แล้ว

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่ากทม.พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าตนและทีมงานพรรคก้าวไกลก็ได้เข้าไปสังเกตการณ์ในกรณีนี้ด้วย ซึ่งวิโรจน์ ได้ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีนี้ 8 ประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้...

1. ผู้บริหาร กทม. ชุดก่อน ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร คสช. เคยร้องขอต่อสภา กทม. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหาร คสช. ให้มีการอนุมัติเงินสะสมของ กทม. มาจ่ายหนี้ค่ารถไฟฟ้า แต่สภา กทม. ในขณะนั้นกลับไม่อนุมัติให้นำเอาเงินสะสมมาจ่ายหนี้ให้แก่ BTSC ทำให้หนี้ค่าจ้างเดินรถ และค่าซ่อมบำรุง สะสมทบต้นทบดอก จนเป็นภาระหนี้สินที่หนักมากขึ้น ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสัยมาก เพราะ กทม. มีเงินสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก เพียงพอต่อการใช้หนี้ ไม่จำเป็นต้องเบี้ยวหนี้ จนดอกเบี้ยทบต้นทบดอก

2. มีสัญญาระหว่างกรุงเทพธนาคม กับ BTSC อยู่ 2 ฉบับ ที่เป็นสาระสำคัญ ที่ กทม. ควรพิจารณาเปิดเผยต่อสาธารณะ ได้แก่ สัญญาจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุง ส่วนต่อขยายที่ 1 ที่ กทส.006/55 ลงวันที่ 3 พ.ค. 2555 และสัญญาจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุง ส่วนต่อขยายที่ 2 ที่ กทส.024/59 ลงวันที่ 1 ส.ค. 2559 ซึ่งตัวเลขหนี้สินต่าง ๆ ที่ กทม. และกรุงเทพธนาคม ค้างจ่ายให้กับ BTSC ล้วนคำนวณมาจากสัญญา 2 ฉบับนี้

3. สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเส้นหลัก ที่มีอายุสัญญาสัมปทาน 30 ปี จะสิ้นสุดลง ณ วันที่ 4 ธ.ค. 2572 แต่สัญญาจ้างเดินรถ และซ่อมบำรุง ทั้ง 2 ฉบับข้างต้น ยังคงผูกพัน กทม. และกรุงเทพธนาคม ไปจนถึงปี พ.ศ. 2585 นั่นหมายความว่าสัญญาทั้ง 2 ฉบับนี้ มีผลกระทบอย่างมากต่อการเปิดประมูลสัมปทานใหม่ ดังนั้นการอ่านทานสัญญาทั้ง 2 ฉบับนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง

‘สุวัจน์’ เปิดตัว ‘กรณ์’ ร่วมทีมศก.พรรคชาติพัฒนา อาสา ‘กู้-แก้’ วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ

(2 ก.ย. 65) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา แถลงเปิดตัวนายกรณ์ จาติกวนิช หัวหน้าพรรคกล้า เข้ามาร่วมทำงานเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคชาติพัฒนาเพื่ออาสาทำหน้าที่กอบกู้และแก้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ หลังจากพิษโควิด-19 ระบาดหนักได้กระทบต่อภาคเศรษฐกิจของไทยหลายด้าน โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ที่ส่งผลให้ผู้คนตกงาน ขาดรายได้ เข้าสู่การกู้หนี้ยืมสิน เป็นหนี้กันถ้วนหน้า ขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลก ที่ได้รับผลพวงจากสงครามรัสเซียยูเครน ทำให้ราคาพลังงาน และสินค้าอื่นสูงขึ้นตามไปด้วยนั้น ก็เป็นการตอกย้ำประชาชนอีกระลอก

“พรรคชาติพัฒนา มีความตั้งใจและหวังจะเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ และหวังได้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมาทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ จึงเห็นควรที่จะเชิญชวน นายกรณ์ มาร่วมเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจของพรรค ด้วยดีกรีทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ซึ่งมั่นใจว่าจะเข้าถึงการแก้ปัญหาของประชาชนได้” สุวัจน์ กล่าวเสริม

ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำเป็นต้องทำงานด้วยความยืดหยุ่นเพื่อให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติ สร้างความมั่นคงเศรษฐกิจ เกิดความหวังแก่คนรุ่นใหม่ นำมาสู่ความอยู่ดีกินดีของประชาชน โดยการติดสินใจในวันนี้ เป็นการตัดสินใจที่ได้พูดคุยกับคนในพรรคกล้าแล้ว และทุกคนก็ต่างเห็นดีเห็นงาม ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถบอกได้ ว่าสมาชิกในพรรคกล้าจะตามมาอยู่ร่วมกับพรรคชาติพัฒนาหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม มีการยืนยันว่าการแถลงข่าวครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการการรวมพรรคระหว่างพรรคกล้า กับพรรคชาติพัฒนา ขณะที่นายกรณ์ ได้ยืนยันด้วยว่า ‘พรรคกล้า’ ยังไม่ยุบ

'สมชัย' เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง 'บิ๊กป้อม' ช่วยส่งสัญญาณให้รัฐสภาฯ รื้อทิ้งอำนาจส.ว.

เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย และเป็นอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะคณะผู้รณรงค์แก้ไข ม. 272 ได้เขียนจดหมายเปิดผนึก ถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการนายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอเสียงสนับสนุนอย่างจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ ม. 272 โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

“วันที่ 6 และ 7 กันยายน พ.ศ.2565 นี้ ประธานรัฐสภาได้กำหนดให้เป็นวันประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยในเรื่องด่วน วาระที่ 6 เป็นข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของประชาชน 64,151 รายชื่อ เพื่อแก้ไขในบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ประเด็นการตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปีแรกของรัฐสภา

หลักการแก้ไขดังกล่าว เป็นการทำให้ประเทศคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่เป็นสากลและเคยเป็นหลักปฏิบัติในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทุกฉบับ ตลอดจนความจำเป็นที่ต้องมีรัฐบาลที่วุฒิสภาร่วมให้ความเห็นชอบเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงานตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศนั้นสิ้นสุดลงแล้ว โดยอิงจากรายงานผลการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ได้ระบุถึงความสำเร็จของการดำเนินงานในทุกเรื่อง และจะสิ้นสุดในปลายปี พ.ศ. 2565 นี้

BYD ปักธงไทย แห่งแรกในอาเซียน ทุ่ม 1.7 หมื่นล้าน ตั้งโรงงานผลิตรถ EV ใน EEC

BYD รถยนต์ EV สัญชาติจีน ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลก เซ็นสัญญาซื้อที่ดินตั้งโรงงานแรกในพื้นที่ EEC และถือเป็นแห่งแรกในอาเซียน ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท

Reporter Journey เผยว่า BYD รถยนต์ไฟฟ้าจีนพร้อมลงทุนใน EEC โดยวันที่ 8 กันยายน จะเซ็นสัญญาซื้อที่ดิน WHA นิคมฯ ระยอง 36 เพื่อสร้างโรงงานแห่งแรกในอาเซียนมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท

รายงานจากบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 กันยายนนี้ บริษัทเตรียมจัดพิธีเซ็นสัญญาซื้อ-ขายที่ดินระหว่าง WHA Group และ บริษัท บีวายดี ออโต้ อินดัสทรี จำกัด (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลกจีน ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตรถ EV แห่งแรกของ BYD ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นิคมอุตสาหกรรมระยอง 36 ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

'หนุ่ย พงศ์สุข' ยืดอก!! ขอโทษนักศึกษาฝึกงาน ยอมรับโพสต์แขวน ปม 'ไม่ทัก' ไม่เหมาะสม

(2 ก.ย. 65) จากกรณีที่ 'หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์' พิธีกรด้านไอทีชื่อดัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึงพฤติกรรมของนักศึกษาฝึกงานที่ไม่ทัก ไม่สื่อสารกับใครในออฟฟิศ แม้จะทำงานที่ตนเองรับผิดชอบได้ดี ซึ่งมองว่าเป็นการเสียโอกาสที่ไม่ได้สายสัมพันธ์ ออกสังคม สะสมคอนเน็คชั่น ตามคุณค่าที่คนทำงานทุกคนพึงได้รับ และเมื่อ COO (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ) ของบริษัทฯ คุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาพบว่า นักศึกษาฝึกงานมีพฤติกรรมสองบุคลิกกับที่สถาบันเช่นกัน ซึ่งทาง COO ก็กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ตัดสินในยุติการฝึกงาน เพราะเห็นว่าทำงานดี ไม่มีอะไรเสียหาย แต่มารยาททางสังคมสอบตก ปรากฎว่าโพสต์ดังกล่าวถูกทัวร์ลงอย่างหนัก เพราะเห็นว่าเป็นการเอานักศึกษาฝึกงานไปแขวนประจาน ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดหรือเสียหาย และเห็นว่าควรพูดต่อหน้ากันตรง ๆ ดีกว่ามาโพสต์ลับหลังแบบนี้ จนภายหลังหนุ่ย ได้ลบโพสต์ดังกล่าวออกไป

ล่าสุด 'หนุ่ย พงศ์สุข' ได้โพสต์ข้อความขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น ระบุว่า...

แม้ “คุณค่าที่ยึดถือ” เป็นคนละแบบ แต่การแสดงออกของผมก็ผิด 

- ผิดที่เอาเรื่องนี้มาเล่า 
- ผิดที่เอาน้องไปแขวน 

แม้ไม่มีการระบุชื่อเสียงเรียงนาม แต่ผมก็ผิดอย่างมากที่ทำการสื่อสารเรื่องราวนี้อย่างไม่สมควรด้วยประการทั้งปวง

ตลอดสองคืนนี้ ผมได้อ่านความคิดเห็นของผู้คนมากมาย ทั้ง Gen Y, Z และย้อนกลับมาที่ Gen X ช่วงวัยผมด้วย ผมยอมรับความจริง ยอมรับความต่าง แล้วตกผลึกความคิดกับการเปลี่ยนผ่าน 

คนแต่ละเจนฯ โตมาในโลกที่มีโฉมหน้าต่างกัน เราจึงยอมรับในเนื้อหาและบริบทที่ต่างกันออกไป แล้วก็เป็นสิทธิที่ทุกคนจะคิดหรือปฏิบัติอย่างไรต่อกันก็ได้หากยังอยู่ภายใต้กฎหมาย 

ในนามบริษัท เราได้ขอพบน้องทั้งคู่เมื่อวาน และกล่าวคำขอโทษตรงหน้ากับการกระทำนี้ของผม ผมเขียนบันทึกภายในส่งในไลน์กลุ่มองค์กรที่มีพนักงานทุกคนอยู่พร้อมเพื่อแสดงความขอโทษ และความผิดพลาดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ไม่ว่ากับใครหรือกับบุคคลสถานะไหน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top