Friday, 3 July 2026
NewsFeed

วธ. เผยยอดสั่งซื้อผ้าไทย งาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” ทะลุเป้า 463 ล้านบาท

ผู้ประกอบการพอใจการจัดงานเตรียมเดินหน้าลุยงานจับคู่เจรจา Business Matching ในทุกงานแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) 

กระทรวงวัฒนธรรม ปลื้มงาน “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” สร้างมูลค่าเจรจาการค้าในงานพุ่งทะลุ 463 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 200 ล้านบาท พร้อมเผยผู้ประกอบการและผู้ชมงานต่างชื่นชมจัดงาน ทั้งการจัดโซนคูหาแสดงสินค้า การนำเสนอนวัตกรรมผ้าไทย รวมถึงการผลักดันการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า การจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 “ภูษาศิลป์ จากท้องถิ่นสู่สากล” ซึ่งเป็นงานแสดงและจัดจำหน่ายสุดยอดผ้าไทยครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี โดยในปีนี้มีความพิเศษเป็นครั้งแรกที่ได้จัดให้มีกิจกรรมการจัดงานที่มีการค้าและการเจรจาธุรกิจ ในรูปแบบ B2B (Buiness to Business) ภายในงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหัตถอุตสาหกรรมผ้าไทยได้ใช้เป็นเวทีทางการค้า ขยายช่องทางการตลาด โดยกลุ่มผู้ประกอบการหลักที่ให้ความสนใจเข้าร่วมงานครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการในประเทศ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมหัตถกรรมสร้างสรรค์ สภาอุตสาหกรรม สมาคมสตรีเพื่อสตรี สโมสรซอนต้ากรุงเทพ ห้องเสื้อผ้าไทย ร้านค้าปลีกผ้าไทยชั้นนำ และกลุ่มนักออกแบบ เป็นต้น” 

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมการค้าส่งเสริมหัตถกรรมไทย (THTA) และสมาคมส่งเสริมและพัฒนาหัตถกรรมอาเซียน (AHPADA) จัดกิจกรรม “Thai Traditional Textiles Hybrid Presentation” เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมานั้น ซึ่งเป็นกิจกรรมการเจรจาธุรกิจกับกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศในรูปแบบออนไลน์ โดยมีองค์กรและผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงการหัตถรรมโลกเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวมากมาย อาทิ ผู้แทนจากสภาหัตถกรรมโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค (World Craft Council Asia Pacific Region), กรรมการบริหารจากสภาหัตถกรรมกรุงเดลี ประเทศอินเดีย Delhi Crafts Council, ประธานจาก Craft Revival Trust รวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจและกลุ่มนักออกแบบจากประเทศต่างๆ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น” 

“ในภาพรวมของการเจรจาการค้าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เกิดการเจรจาการค้า 347 คู่ มีเงินสะพัดจากคาดการณ์ซื้อขายภายใน 1 ปีกว่า 463 ล้านบาท ในมูลค่านี้มียอดซื้อขายทันทีภายในกว่า 9 ล้านบาท จากกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นทั้งนักธุรกิจไทยและต่างประเทศ โดยมีสินค้าที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ผ้าผืน เสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ เป็นต้น นอกจากนี้ในคู่เจรจาได้มีการเซ็นสัญญาออเดอร์สินค้าภายในงาน รวมถึงได้มีการนัดหมายเพื่อตรวจดูแหล่งผลิตสินค้าอีกด้วย” 

'อลงกรณ์' นำทัพ ก้าวใหม่ “เกษตร-ศึกษา” จับมือขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนในโรงเรียนและวิทยาลัย

วันนี้ (18 ส.ค. 65) นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ได้ให้เกียรติเป็นประธานในงานปิดกิจกรรมโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ในพื้นที่โรงเรียนและในพื้นที่วิทยาลัย (Green School & Green College) รุ่นที่ 1 จาก 10 โรงเรียนต้นแบบนำร่อง เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยนายอลงกรณ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมือง ในพื้นที่โรงเรียนและในพื้นที่วิทยาลัย (Green School & Green College) ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนให้ความสำคัญกับ ดิน น้ำ ป่า และสิ่งแวดล้อม โดยนำแนวคิดที่ได้กลับไปลงมือทำเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวและการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนภายในโรงเรียนและวิทยาลัย รวมถึงขยายผลไปยังโรงเรียนและวิทยาลัยต่าง ๆ มากขึ้น

สำหรับรุ่นที่ 1 โรงเรียนนำร่อง มีโรงเรียนชั้นนำเข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนวัดนางสาว (ถาวรราษฎร์บำรุง) โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โรงเรียนเกษมพิทยา โรงเรียนไทยคริสเตียน โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และโรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน

ล้างหนี้ กยศ. ไม่ใช่การแก้ปัญหาหนี้ แต่ยิ่งทำให้ผู้กู้ขาดวินัยทางการเงิน

สนง.คณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุ ล้างหนี้ กยศ. ไม่ใช่การแก้ปัญหาหนี้ แต่ทำให้ผู้กู้ขาดวินัยทางการเงิน

จากกรณีที่ #ล้างหนี้กยศ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ เนื่องมาจากมีการออกมาล่ารายชื่อ 10,000 รายชื่อ เพื่อยื่นแก้ไขกฎหมายกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยให้รัฐบาลเป็นลูกหนี้แทนผู้กู้ โดยมีการลงชื่อผ่านเว็บไซต์ “ศูนย์วิจัยรัฐสวัสดิการ”

ระบุไว้ว่า ปัจจุบันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ กยศ. สูงมากกว่า 60% และก่อหนี้โดยเฉลี่ย 150,000-200,000 บาทต่อคน ใช้เวลาผ่อนชำระถึง 15 ปี และส่วนที่ชำระสูงสุดอาจถึง 50% ของค่าจ้างขั้นต่ำ หรือ 30% ของเงินเดือนปริญญาตรีเริ่มต้น สภาพหนี้สินได้ลดแรงจูงใจในการเริ่มชีวิตประกอบธุรกิจ รวมถึงการเข้าแหล่งทุนเพื่อการลงทุนต่าง ๆ ในช่วงเวลาสำคัญที่สุดของชีวิต แถมยังระบุด้วยว่า เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน และละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งขัดกับในรัฐธรรมนูญมาตรา 4 แห่งราชอาณาจักรไทย สมควรปรับปรุง พ.ร.บ.กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โดยแก้ไข มาตรา 44 เพิ่มเติม วรรคที่ 5 ให้ผู้ทำการกู้ที่สำเร็จการศึกษาเกิน 2 ปี และยังคงมียอดกู้คงเหลือให้ถือว่าสิ้นสุดสัญญาเงินกู้ โดยให้กองทุนเก็บยอดหนี้คงค้างจากรัฐบาลต่อไป

'มดดำ' แฉ!! พิษแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ดาราซูเปอร์สตาร์ เสียหายกันเยอะกับคดีนี้

‘มดดำ’ อ่านข่าว ‘พิ้งกี้’ แล้วพูดไม่ออก ไม่รู้จะเป็นยังไงต่อ เพราะพิ้งกี้รับละครอยู่ 4 เรื่อง แต่บอกดาราโดนเพียบ พิษแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ไล่ชื่อจะตกใจ มีดาราที่น่าสงสารที่สุด

กรณีศาลอาญาไม่ให้ประกันตัวนางเอกชื่อดัง ‘พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช’ กับแม่ ฐานฉ้อโกงประชาชนคดี Forex-3D ส่งตัวเข้าเรือนจำทันที พร้อมพวกอีก 16 คน ซึ่งกลายเป็นข่าวช็อกของวงการบันเทิงในวันนี้ (18 ส.ค.)

รายการแฉ วันที่ 18 ส.ค. มดดำ คชาภา ตันเจริญ ก็ได้พูดถึงประเด็นนี้ โดยเผยว่า ถ้ายังจำกันได้ เป็นคดีที่ ‘จ๊ะ นงผณี มหาดไทย’ โดนคนเดียว 20 ล้าน ช่างแต่งหน้าทำผมในวงการบันเทิงโดนกันหมด รวมทั้งช่างแต่งหน้าของ ‘เอมมี่ มรกต แสงทวีป’ ก็โดนไปหนึ่งแสน

พร้อมเผยว่าแรกๆ ได้เงินจริง จุดเริ่มต้นใช้นายแบบหลายๆ คน มีดารานักแสดงเข้าไปเกี่ยวข้องมากมาย Forex-3D กลายเป็นที่พูดถึง จนวันนึงทุกอย่างค่อยล่มสลาย เจ้าของบริษัทโดนจับไปแล้ว ตลอดระยะเวลา มีคนพูดถึงว่าพิ้งกี้อาจโดนจับด้วย เพราะพี่ชายพิ้งกี้เคยทำงานกับ Forex-3D แต่ไม่รู้ว่าพิ้งกี้น่าจะเป็นผู้ลงทุน ไปหาคนมาร่วมลงทุนแล้วจะได้เงินนี้คืน แรกๆ ลงทุน 100 ได้คืน 120 บาท ซึ่ง Forex คือการกินส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงิน

พร้อมเผยว่าเป็นข่าวที่ช็อกและตกใจ ครั้งหนึ่งพิ้งกี้เคยมาตอบประเด็นนี้ในรายการแฉ และตนก็ถามว่าจากที่มีเงินเก็บ อยู่ดีๆ ไม่เหลืออะไรเลย รู้สึกยังไง ตอนนั้นพิ้งกี้ตอบว่าไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะเหมือนล้มไปถึงจุดต่ำสุด แล้วเดี๋ยวจะดีขึ้นมา เหมือนลูกบาส เด้งไป ยิ่งแรงก็กระเด้งขึ้นสูง ไม่ได้หมายถึงเราต้องสำเร็จแต่คือเรื่องที่มนุษย์ต้องเผชิญ มองเป็นเรื่องธรรมดา

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 19 สิงหาคม 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

แม่ค้า-พ่อค้าไทย เซ็ง!! เจอชาวจีนไลฟ์ขายของแข่ง โปรฯ ลดแลก-แจกแถมเพียบ!! บ่นอุบ เริ่มอยู่ยาก

อีกขั้นของแม่ค้าสาวชาวจีน ไลฟ์ขายกระเป๋าผ่าน TikTok ในราคาแสนถูก แถมโปรโมชันอีกเพียบ พ่อค้า-แม่ค้าไทย สู้ไหวไหมบอกมา!?

งานนี้เริ่มอยู่ยาก ล่าสุดโลกออนไลน์ได้มีการพูดถึงคลิป TikTok ของสาวจีนรายหนึ่ง ที่ออกมาไลฟ์สดขายกระเป๋า แข่งกับแม่ค้าคนไทยที่รับของมาจากจีน

ที่น่าจับตามองอย่างมากคือ วิธีขายที่พัฒนาไปอีกขั้นของเธอ คือนอกจากตั้งโกดังขายแล้ว ตอนนี้อัปเกรดมาเป็นไลฟ์ขายของแข่งกับคนไทย ด้วยราคาที่ถูกแสนถูกกว่าทุกร้านที่เคยขาย จนรายอื่นต้องร้องจ๊าก!!

โดยในคลิปขายของของเธอ สะท้อนให้เห็นภาพลักษณ์ แม่ค้าชาวจีนหน้าตาน่ารัก พูดไทยไม่ชัดมาก แต่พร้อมงัดไม้เด็ดโปรโมชั่นลดแลก-แจกแถม จัดหนักจัดเต็มให้ลูกค้าคุ้มเงิน

แถมยังมีการอำนวยความสะดวกเก็บเงินปลายทาง ทำให้งานนี้มีสาวกคนแห่กดติดตามกว่า 75,000 คนในเวลาอันรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน บรรดาพ่อค้าแม่ขายออนไลน์ชาวไทย ต่างบ่นระงมกันในโซเชียลฯ ว่า อยู่ยากขึ้นทุกวัน

'จ่าพิชิต' ต้าน ล้างหนี้ กยศ. กู้มา ก็ต้องใช้ เพื่อคนรุ่นต่อไป ติง!! พวกมีเงิน แต่ชอบออกสื่อโจมตีว่าไม่เห็นใจคนจน

เพจเฟซบุ๊กดัง 'Drama-addict' ซึ่งมี นพ.วิทวัส ศิริประชัย หรือ 'จ่าพิชิต ขจัดพาลชน' เป็นเจ้าของเพจ ได้ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านการ #ล้างหนี้กยศ อย่างชัดเจน โดยระบุว่า...

เมื่อกู้มาก็ต้องใช้คืน ไม่ใช่เรียกร้องให้ยกหนี้ แถม กยศ.ยังมีดอกเบี้ยถูกมาก (ปีละ 1%) และระยะเวลาใช้คืนถึง 15 ปี หลังเริ่มทำงาน แถมหากมีไม่พอ ก็สามารถไกล่เกลี่ย ทยอยจ่ายได้อีก ดังนั้นจึงไม่ใช่ข้ออ้างที่จะมาเรียกร้องให้ล้างหนี้ และคนที่เรียกร้องควรคิดถึงคนรุ่นต่อไปด้วย

ตอนนี้กำลังมีประเด็นการ #ล้างหนี้กยศ ที่มีการผลักดันกฎหมาย ยกเลิกหนี้ให้คนที่ติดหนี้ กยศ. บอกว่ามีหนี้สินแล้วไร้แรงจูงใจในการเริ่มต้นชีวิต บลาๆ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ บลาๆ

อันนี้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ในฐานะที่ จ่าก็เป็นคนนึงที่เรียนจบมาด้วยการกู้ กยศ. ขอบอกว่า การกู้หนี้ กยศ. นี่ช่วยสร้างอนาคตให้คนจำนวนมากทั่วประเทศ

แต่มันมีคนเห็นแก่ตัวจำพวกนึง ซึ่ง บ้านไม่จน แต่กู้หนี้ กยศ. มาจ่ายสุรุ่ยสุร่าย ออกรถ ออกมือถืองี้ อันนี้มีตั้งแต่รุ่นจ่าละ คนที่เดือดร้อนจริงๆ ก็นั่งตาปริบๆ เพราะกู้ไม่ได้ เงินกองทุนเกลี้ยง เจอคนพวกนี้ชิงกู้ไปซะเยอะ

แล้วพอมีปัญหาเงินกองทุนหมด รุ่นต่อไปกู้ไม่ได้ เพราะไอ้พวกนี้แม่งไม่ยอมคืนเงิน ไม่ยอมผ่อนชำระ ทั้งที่ กยศ. ให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกมาก ถูกที่สุดแล้ว แต่พวกนี้ก็ยังไม่ยอมจ่าย บางคนแม่งตีมึนบอกว่า อ้าว ต้องจ่ายด้วยเหรอ นึกว่าเงินให้ฟรี ... เฮ้ย เงิน "กู้" แปลว่ามึงต้องจ่ายคืน

จนมีช่วงนึง กยศ. ต้องดำเนินการทางกฎหมาย ฟ้องร้อง ยึดทรัพย์กัน ไอ้พวกนี้ถึงจะเริ่มยอมจ่าย แต่บางคนก็ยังทำมึน ไม่ยอมจ่าย ทั้งที่มีเงินออกรถออกบ้าน พอถึงเวลาถูกยึดบ้าน ก็ทำเป็นร้องห่มร้องไห้ ออกสื่อโจมตี กยศ. บอกว่าไม่เห็นใจคนจน บลาๆ

จริงๆ กยศ. นี่ ถ้าสมมุติคุณจบมาแล้ว ยังหางานทำไม่ได้ สามารถเข้าไปคุยกับ กยศ. เพื่อไกล่เกลี่ย ปรับการชำระหนี้ หรือถ้าหางานไม่ได้จริงๆ กยศ. ก็ยังช่วยหาลู่ทางทำมาหากินให้ด้วย

'รองโฆษกรัฐฯ' เผย จัดเก็บภาษีแพลตฟอร์มต่างประเทศ 10 เดือนแรกของปีงบฯ 65 ได้เกือบ 6 พันล้านบาท

(19 ส.ค. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามผลการจัดเก็บภาษีจากการค้าดิจิทัลของผู้ประกอบการต่างประเทศ ซึ่งเป็นมาตรการใหม่ เริ่มจัดเก็บเมื่อ 1 ต.ค. 2564 ซึ่งกรมสรรพากรรายงานว่า จากที่ได้มีการปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษี ให้ผู้ประกอบการและอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์มในต่างประเทศต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ใช้บริการในประเทศไทยที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีรายได้จากการให้บริการดังกล่าวเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

น.ส.รัชดา กล่าวว่า กรมสรรพากรได้เปิดให้จดทะเบียนผ่านระบบ VAT for Electronic Service (VES) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 ปัจจุบันมีมาจดทะเบียนแล้ว 138 ราย มีมูลค่าบริการทางอิเล็กทรอนิกส์รวม 85,015 ล้านบาท คิดเป็นรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่มสะสม 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 (ต.ค. 64 - ก.ค. 65) จำนวน 5,951 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ของทั้งปีงบประมาณ 2565 ที่ 5,000 ล้านบาท

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีการขายสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) กรมสรรพากรมีหน่วยงานที่ติดตามการจัดเก็บภาษีจากธุรกิจที่อยู่นอกระบบภาษี ซึ่งรวมตั้งแต่การขายสินค้าทางออนไลน์ต่าง ๆ ไปจนถึง Youtuber,  Blogger Content Creator และธุรกิจอื่น ๆ โดยได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งภายในและภายนอกร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสำรวจผู้ประกอบการหรือผู้มีเงินได้ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Data Analytics การทำ Web Scraping การทำ Text Mining เป็นต้น ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการทำ data analytics จะบ่งชี้ผู้เสียภาษีให้เจ้าหน้าที่สามารถให้คำแนะนำและการออกหนังสือเตือน (Notification Letter) เพื่อให้ผู้อยู่นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ ที่ผ่านมาได้ช่วยให้จัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นกว่า 800 ล้านบาท รวมทั้งกรมฯ ยังมีการเปิดระบบแจ้งเบาะแสหลีกเลี่ยงภาษีผ่าน Website on Mobile ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสำรวจแหล่งภาษี ซึ่งช่วยให้จัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นกว่าปีละ 200 ล้านบาท

'กยศ.' ยืดเวลามาตรการลดหย่อนหนี้ สามารถชำระหนี้ได้ ถึง 31 ธ.ค. 65

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ขยายระยะเวลามาตรการลดหย่อนหนี้ 5 มาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ที่จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2565 เลื่อนเป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2565 รวมระยะเวลา 6 เดือน​ โดยมีเงื่อนไขมาตรการ ดังนี้

1.) ลดดอกเบี้ย จากเดิม 1% ต่อปี เป็น 0.01% ต่อปี (สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้)

2.) ลดเงินต้น 5% กรณีชำระหนี้ปิดบัญชี (สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้)

บีโอไอ เผย ไทยขยับใกล้ขึ้นเป็นฮับ EV คาดต้นปี 66 ยอดผลิตแตะ 1 ล้านคัน

เผยยอดขอบีโอไอรถ EV ทะลุเป้า 830,000 คัน คาดต้นปี 2566 ผลิตได้แตะ 1 ล้านคัน ล่าสุด BYD จากจีนได้บีโอไอ ทุ่ม 17,891 ล้านบาท เริ่มผลิตปี 2567 จับตาค่ายจีน ยุโรป เตรียมยื่นขอส่งเสริมอีกเพียบ

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นโยบายสนับสนุนให้เกิดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ขึ้นในประเทศไทย โดยอาศัยมาตรการต่าง ๆ เข้ามาช่วยเป็นเครื่องมือผลักดันให้เกิดการลงทุน ซึ่งจากสถิติยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งหมดที่ผ่านมาของ XEV หรือรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบปลั๊กอิน (HEV) แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และแบบแบตเตอรี่ (BEV) ได้รับการอนุมัติไปแล้วถึง 26 โครงการ จาก 17 บริษัท มีกำลังการผลิตแบบเต็ม (capacity) 830,000 คัน ซึ่งหากเป็นเฉพาะ BEV เพียว มีจำนวน 256,000 คัน นับว่าเป็นจำนวนที่สูง

ล่าสุดคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานบอร์ด ยังได้อนุมัติการลงทุนให้กับบริษัท BYD จากประเทศจีน ซึ่งจะเป็นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ BEV และรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก PHEV มูลค่าการลงทุน 17,891 ล้านบาท ที่จะต้องลงทุนในกรอบเวลา 3 ปี นับจากได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น คาดว่า BYD จะเริ่มผลิตในปี 2567

ซึ่งตามเงื่อนไขการลงทุนนั้น จะต้องใช้แบตเตอรี่ในประเทศ จะเป็นการลงทุนเอง ดึงพาร์ตเนอร์ให้เข้ามาลงทุนเพื่อผลิตให้กับโครงการที่ได้รับอนุมัติก็ได้ หรือจะใช้แบตเตอรี่ที่มีผู้ผลิตอยู่แล้วในประเทศก็ได้ เพื่อประเทศไทยจะได้อานิสงส์จากการลงทุนครบทุกด้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top