Friday, 3 July 2026
NewsFeed

ILINK เปิดโผ กำไรไตรมาส 2/65 พุ่งแตะ 91.50 ล้านบาท จับตาคว้างานใหญ่เติม Backlog อัพไซส์ธุรกิจ

ILINK โกยรายได้ครึ่งปีแรกรวม 3,055.84 ล้านบาท พร้อมทำกำไรพีคต่อเนื่อง ล่าสุดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/65 มีรายได้รวม 1,628.32 ล้านบาท และกำไรสุทธิพุ่งแตะ 91.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.21% ด้านยอดขายธุรกิจจัดจำหน่ายโตแรง 13.08% จับตารอเดินหน้าคว้างานใหญ่เติม Backlog คาดแนวโน้มทำกำไรสูงทะลุเป้า เร่งดันทุกธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

นางสาววริษา อนันตรัมพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสายสัญญาณที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และผู้นำเข้า และค้าส่งอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ เปิดเผยว่า “ผลประกอบการไตรมาส 2/65 ของ ILINK มีรายได้รวม 1,628.32 ล้านบาท เติบโตขึ้น 37.11% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 91.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มั่นใจแนวโน้มรายได้และกำไรทะลุเป้าที่ตั้งไว้ รวมถึงเร่งผลักดันทุกธุรกิจภายใต้กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ ให้เติบโตอย่างทรงประสิทธิภาพ และตอบสนองกับกระแสยุคสมัยที่ขับเคลื่อนพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว”

ธุรกิจจัดจำหน่าย (Distribution) ไตรมาส 2/65 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 574.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตราการเติบโตของยอดขายในงวดนี้มีความโดดเด่นต่อเนื่องและเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ปัจจัยสนับสนุนยังคงมาจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโครงข่ายพื้นฐาน โดยเฉพาะอุปกรณ์ใช้สายซึ่ง ILINK เป็นผู้จัดจำหน่ายสายสัญญาณชั้นนำของประเทศไทยมายาวนานกว่า 30 ปี และมีการรับประกันที่ยาวนานที่สุดในตลาด จึงทำให้ลูกค้าทุกภาคส่วนเกิดความต้องการปรับปรุงระบบ และพัฒนาโครงข่ายให้มีคุณภาพมากขึ้น พร้อมตอบโจทย์การใช้งานอย่างถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูงสุด นอกจากนี้ กระแสของการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Cell) ยังมาแรงต่อเนื่อง ทำให้ในงวดนี้ยอดขายสินค้ากลุ่มสายโซล่า (Solar Cable) เติบโตขึ้น 63.41% ในขณะที่กลุ่มอุปกรณ์เครือข่ายส่งสัญญาณ (Networking) และกลุ่มสาย UTP (LAN Cable) เพิ่มขึ้น 22.12% และ 13.65% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ตามลำดับ

ธุรกิจโทรคมนาคม (Telecom) ไตรมาส 2/65 มีรายได้จากการให้บริการรวม 842.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.72% จากงวดเดียวกันของปีก่อน การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้เป็นผลสำเร็จจากการต่อยอด New S-Curve ซึ่งผลักดันรายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่ายพุ่งแตะ 484.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 403.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยงานโครงการติดตั้งสำคัญที่รับรู้รายได้ในงวดนี้ คือ โครงการ Smart CCTV จำนวน 211.03 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ มีลูกค้าขนาดใหญ่เข้ามาใช้บริการโครงข่ายเพิ่มจำนวนมาก รวมถึงการขยายสาขาของลูกค้าเดิมก็ช่วยผลักดันให้รายได้จากธุรกิจนี้เติบโตดีต่อเนื่อง

ไข่มุกขอบคุณทุกคะแนนเสียงพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

'ไข่มุก' เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ว่าที่ นายก อบจ.กาฬสินธุ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง พร้อมทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ย้ำหลังได้รับการรับรอง พร้อมเดินหน้านำทีมงานลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ และจะปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายที่ให้ไว้อย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่บ้านพักส่วนตัว ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล หรือ“ไข่มุก”ว่าที่ นายกอบจ.กาฬสินธุ์ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่พี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ได้มอบความไว้วางใจเทคะแนนให้อย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยได้คะแนน 249,093 คะแนน ทิ้งห่างนายชานุวัฒน์ วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์สมัยที่แล้วถึง 98,650 คะแนน 
นางเฉลิมขวัญ กล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้มอบความไว้วางใจและให้โอกาสตนชนะในการเลือกตั้งและเข้าไปทำงานครั้งนี้ ซึ่งทุกคะแนนที่ได้รับถือว่าเป็นแรงผลักดันที่จะส่งเสริมกำลังใจให้ตนทำงานอย่างเต็มที่ และเต็มความสามารถ ตามนโยบายที่ให้ไว้ในตอนหาเสียง อย่างมุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ผันแปร และอย่างจริงใจ  

นางเฉลิมขวัญ กล่าวอีกว่า สิ่งแรกที่อยากทำจะได้จับมือ 4 ประสาน กับภาครัฐ ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกๆด้าน ลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนต้องตอบแทน และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาชาวกาฬสินธุ์ โดยหลังได้รับการรับรองจาก กกต.แล้ว จะนำทีมงานลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอทันที

สำหรับนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล  เป็นลูกสาวนายยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เกิดวันที่ 26 มิถุนายน 2522 ปัจจุบันอายุ 42 ปี  การศึกษาปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ปริญญาโท  บริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ปริญญาโท ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต (การจัดการภาครัฐและกฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยนครพนม ประสบการณ์ทำงานเป็นอดีตผู้อำนวยการกองส่งเสริมสุขภาพ อบจ.กาฬสินธุ์, อุปนายกสมาคมกีฬา จ.กาฬสินธุ์, ที่ปรึกษา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์และประธานหอการค้า จ.กาฬสินธุ์

นักวิชาการ มข.ระบุ พรรคเล็กถูกหลอก หลัง สภาล่ม 2 ครั้งซ้อน ต้องกลับไปใช้สูตรหาร 100 เช่นเดิม

นักวิชาการ มข.ระบุ พรรคเล็กถูกหลอก หลัง สภาล่ม 2 ครั้งซ้อน ต้องกลับไปใช้สูตรหาร 100 เช่นเดิม เชื่อ พปชร. และพท. ต้องการวัดฐานกำลังในฐานะพรรคใหญ่ โดยไม่แคร์พรรคเล็ก สุดท้ายแคนดิเดตนายกฯ จะเหลือเพียง “ลุงตู่-ลุงหนูและอุ้งอิ้ง”เท่านั้น 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ (15 ส.ค. 2565) ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. รศ.ดร.สถาพร เริงธรรม อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า เหตุการณ์สภาล่มที่เกิดขึ้น เป็นเกมส์การเมืองระหว่าง 2 พรรคใหญ่ ที่ต้องการสัดส่วน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาการพยายามผลักดันให้เกิดสูตรหาร 500  ตามกฎหมายที่ยื่นอภิปราย กลับมาถูกแก้เกมส์และเล่นเกมส์กันจนเกิดสภาล่ม ถึง 2 นัดซ้อน ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปคือกลุ่มพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ถูกพรรคการเมืองใหญ่หลอก อย่างชัดเจน เพราะในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาก็เกิดสถานการณ์ลิงกินกล้วยกันแล้ว และพรรคขนาดใหญ่ก็ยื้อและพยายามที่จะทำตามที่พรรคเล็กระบุ แต่ถึงเวลาจริงก็คือการไม่เห็นด้วยที่จะเอาสูตรหาร 500 และกลับไปที่สูตรหาร 100 เช่นเดิมเพราะสูตรหาร 100 นั้นต้องยอมรับว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นสูตรที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้ผลและเป็นต่อชัดเจน

ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา และ เอไอเอส ผนึกกำลังต่อเนื่องพัฒนา Smart Terminal นำร่องเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ท่าอากาศยานนานาชาติ อู่ตะเภา ระยอง-พัทยา ร่วมกับ เอไอเอส  นำเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนา Smart Terminal เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ระบบคมนาคมขนส่ง ด้วยนวัตกรรมใหม่ ต่อเนื่อง ช่วยเสริมการพัฒนาให้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติเชิงพาณิชย์ที่ทันสมัย ในช่วงก่อนการสร้างและเปิดใช้อาคาร 3 ให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ลำดับแห่งที่ 3 ของกรุงเทพมหานครในอนาคต ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งผู้โดยสารและสินค้ากับสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ตามแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) หนึ่งในแผนยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้นโยบาย Thailand 4.0

โดยล่าสุดได้มีการลงนาม MOU ความร่วมมือต่อเนื่องในการนำดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาและเสริมขีดความสามารถของท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อยกระดับสู่ Smart Terminal อย่างเต็มรูปแบบ ตอบสนองกับนโยบายของภาครัฐ ในการเป็นประตูหน้าด่านในการเปิดประเทศ ส่งเสริมทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ขนส่ง คมนาคม ให้แข็งแกร่ง โดยได้รับเกียรติจาก พลเรือเอกวรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา และคุณศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ กลุ่มลูกค้าทั่วไปเอไอเอส ร่วมลงนาม พลเรือเอก วรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการ การท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวว่า “การท่าฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมมือกับภาคเอกชนในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่สร้างสรรค์ด้วยคนไทย เข้ามายกระดับการให้บริการและการบริหาร ท่ากาศยานอู่ตะเภาให้ทันสมัย เป็นอาคารผู้โดยสารอัจฉริยะ หรือ Smart Terminal  อันสอดคล้องตามแนวนโยบายดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Digital Economy) ของรัฐบาล ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล เพื่อช่วยต่อยอดท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 3 ของกรุงเทพมหานคร ที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เชื่อมโยงการขนส่งผู้โดยสารกับสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นAviation Hub ในภูมิภาคนี้”

‘นิพนธ์’ ประสานทุกความร่วมมือเดินแนวทาง "น้ำเสีย อยู่คู่ชุมชนได้” ชี้ความสำเร็จอยู่ที่การร่วมมือทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ในงานครบรอบ 27 ปี สถาปนาองค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.)

เมื่อวันที่ (15 ส.ค. 65) ที่ศูนย์บริหารจัดการคุณภาพน้ำเทศบาลเมืองแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและมอบนโยบายเนื่องในวาระครบรอบ 27 ปี วันสถาปนาองค์การจัดการน้ําเสีย(อจน.) โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ,  รองนายกเทศมนตรีเมืองแพรกษา , นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย, ผู้บริหาร, เจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทย, เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ผู้นำชุมชน และประชาชน ร่วมให้การต้อนรับ



นายนิพนธ์ กล่าวว่า  การจัดกิจกรรมเนื่องในวาระครบรอบ 27 ปี วันสถาปนาองค์การจัดการน้ําเสียในวันนี้ นับว่าเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งท่ี ภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันจัดกิจกรรมให้ชุมชนได้ตระหนักถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชน ทำอย่างไรให้น้ำเสียสามารถอยู่คู่กับชุมชนได้ และทำอย่างไรให้ทุกคนได้มีส่วนในการรับผิดชอบในการจัดการน้ำเสียในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชน เยาวชนได้มาร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ําเสีย เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยความรู้ ความเข้าใจ และให้ความร่วมมือในการลดความสกปรกของน้ําเสียจากแหล่งกําเนิดซึ่งจะช่วยให้คุณภาพน้ําของแหล่งรองรับน้ําในพื้นท่ีดีข้ึน 

'มาดามเดียร์’ ลาออก 'สมาชิก-ส.ส.พลังประชารัฐ' พ้อ!! รัฐสภายังเป็นที่พึ่งให้ประชาชนอยู่หรือไม่?

(16 ส.ค. 65) น.ส.วทันยา บุนนาค ส.ส.บัญชีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือมาดามเดียร์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

เมื่อสภาที่ควรเป็นที่พึ่งให้ประชาชน กลับเล่นเกมการเมือง ทำลายศรัทธาประชาชน ไม่สามารถตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนที่ฝากความหวังให้ ส.ส.ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถแล้ว ผู้แทนปวงชนก็ไม่อาจหลีกหนีความรับผิดชอบ เดียร์ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอพิจารณาตนเองตัดสินใจลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่และการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

จากวันแรกที่เดียร์ก้าวเข้ามาร่วมทำงานกับพรรคพลังประชารัฐภายใต้อุดมการณ์ที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง ทั้งๆ ที่ประเทศเรามีต้นทุนที่ดี เป็นแหล่งในการผลิตอาหารของโลก มีภาคการเงินที่เข้มแข็ง เอกชนที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่ทว่าในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมาเรากลับติดหล่มปัญหาทางการเมืองจากความขัดแย้งภายในประเทศ การพัฒนาประเทศจึงเป็นไปได้ช้าและยากเพราะเหตุจากการขาดเสถียรภาพทางการเมืองของเราเอง 

ภายหลังจากที่กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้ ประเทศไทยกลับเข้าสู่บรรยากาศนับถอยหลังสู่การเลือกตั้ง แม้กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 จะมีเนื้อหาบางส่วนที่กลายเป็นข้อถกเถียงสำหรับผู้คนในสังคม กระทั่งหลายคนออกมาวิจารณ์ถึงการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย แต่อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศช่วงเวลานั้นก็คือ “อำนาจสูงสุดกำลังเริ่มต้นนับหนึ่งกลับคืนสู่มือของประชาชนอีกครั้ง” เสียงของประชาชนที่เคยแผ่วเบาลงไปในช่วงเวลาหนึ่งกำลังจะกลับมาดังขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจกากบาทเลือก ส.ส.ที่เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนของตนเอง แม้กติกาจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรแต่ “เดียร์ยังคงศรัทธาและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่สุดท้ายแล้วจะสามารถคัดกรอง พร้อมทั้งสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นได้ในที่สุด”  และนั่นจึงเป็นเหตุผลที่เดียร์ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐด้วยการลงสมัครเป็น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 19 เพื่อสร้างพรรคทางเลือกใหม่ให้ประชาชน ออกจากวังวนของความขัดแย้งระหว่างพรรคใหญ่ 2 ขั้วเดิม

ทว่านับตั้งแต่วันแรกของการเปิดประชุมรัฐสภา 22 พฤษภาคม 2562 จนกระทั่งวันนี้ 16 สิงหาคม 2565 ครบรอบการทำงานของสภา 3 ปีเต็มเข้าสู่ปีสุดท้ายตามวาระของรัฐบาล ตลอดช่วงระยะกว่า 3 ปีที่ผ่านมาภายใต้บริบทการเมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง การต่อสู้ทางความคิดหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง ทั้งบนถนนและในรัฐสภา ที่สุดท้ายแล้วทุกฝ่ายก็ต่างใช้เวทีรัฐสภาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ของตน ดังที่เกิดการนำเสนอรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเข้าสู่กระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ การอภิปราย วิพากษ์การทำงานของรัฐบาลทั้งในยามสถานการณ์ฉุกเฉิน และสถานการณ์ปรกติผ่านการทำงานของ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเกิดข้อพิพาท ถกเถียงอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ดำรงเห็นได้ชัดเจนคือ “การใช้เวทีรัฐสภาเป็นเครื่องมือและที่พึ่งให้แก่ประชาชน” 

'อดีตทูตฯ' เบรกแชร์ข้อมูลความมั่นคงชายแดนใต้ในกลุ่มไลน์ เพราะเจ้าหน้าที่จะตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มโจรได้

(16 ส.ค. 65) นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์เฟซบุ๊ก 'Fuangrabil Narisroj' ว่า...

ต้องขอเตือนเพราะพบเห็นในกลุ่มไลน์ มีการนำเอารายงานของจนท.ฝ่ายความมั่นคง เกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมกับนำภาพผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต พร้อมข้อมูลจนท.ปฏิบัติการในพื้นที่ ชื่อ ตำแหน่ง มือถือ เอามาเผยแพร่ทางกลุ่มไลน์

ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและไม่สมควรอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นเรื่องปกปิดทางราชการ

ยิ่งข้อมูลแพร่ออกไปมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้การทำงานของจนท.ลำบากมากขึ้น และทำให้เข้าทางโจรแยกดินแดนมากขึ้น จนท.ปฏิบัติงานจะกลายเป็นเป้าหมายให้กลุ่มโจรโดยใช่เหตุ !!!

'บิ๊กตู่' ยินดี นักลงทุนญี่ปุ่นเชื่อมั่นศักยภาพ EEC เร่งเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านการลงทุนเพิ่ม

เมื่อวันที่ (16 ส.ค. 65) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่นักลงทุนชาวญี่ปุ่นเชื่อมั่นในศักยภาพของ EEC และความพร้อมในการสร้างความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ มุ่งพัฒนาการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพต่อไป

ทั้งนี้ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นอันดับ 1 ที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจากภาพรวมการลงทุนชาวญี่ปุ่นในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) พบว่า นักลงทุนญี่ปุ่นที่ได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI (Board of Investment) ในปี 2564 มีมูลค่ารวม 19,445 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2565 มีมูลค่าการออกบัตรส่งเสริมฯ แก่นักลงทุนญี่ปุ่นรวม 3,240 ล้านบาท 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อมูลจากสถานเอกอัครทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยพบว่า นักลงทุนญี่ปุ่นยังให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จากศักยภาพการเติบโตของไทย ทั้งยังได้เปรียบด้านพื้นที่ยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน มีต้นทุนจากสภาพแวดล้อม ทรัพยากรมนุษย์ สะดวกต่อการลงทุนเพิ่มและพร้อมพัฒนาในอุตสาหกรรมใหม่ สอดคล้องกับที่นักลงทุนญี่ปุ่นกล่าวถึง EEC ว่ามีศักยภาพ เหมาะสมแก่การลงทุนแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งภายหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และการเปิดประเทศของไทย มีการติดต่อเจรจาธุรกิจระหว่างกันทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง

'คนเพื่อไทย' ซัด!! รบ.ประยุทธ์แก้ปัญหาน้ำล้มเหลว แนะ!! ไปศึกษาโครงการจากสมัยยิ่งลักษณ์ได้

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัครส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมหนักในหลายจังหวัดโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือว่า วันนี้น้ำท่วมกลับมาเป็นปัญหาหลักของประเทศอีกครั้งหนึ่ง แต่นอกจากประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลน้อยมากแล้ว การสั่งการให้ความช่วยเหลือในระดับจังหวัดก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้เห็นว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์นั้นไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องปัญหาน้ำท่วมของประชาชนเลย 

ทั้งนี้ เมื่อมองไปที่การจัดสรรงบประมาณ ก็เป็นไปในทิศทางที่ตอบสนองต่อการเมืองแต่ไม่ได้จัดสรรเพื่อแก้ไขปัญหาที่แท้จริงให้กับประชาชนในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาจึงไม่ตรงจุด ทั้งรัฐบาลยังไม่มีโครงการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบในระดับโครงสร้างของประเทศเพื่อรองรับทั้งสถานการณ์น้ำท่วม และน้ำแล้ง ขณะที่มีการเบิกจ่ายใช้งบประมาณไปกว่าล้านล้านบาทแล้วแต่ประเทศไทยไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้เลย

“ปีนี้เกิดน้ำท่วมเนื่องจากพายุมู่หลาน ทำให้ลุ่มน้ำปิงได้รับผลกระทบหนัก เกิดน้ำท่วมที่จังหวัดเชียงใหม่ ลุ่มน้ำน่านเกิดน้ำท่วมหนักที่จังหวัดน่าน และต่อจากนี้พายุเมียรี กำลังจะพัดกะหน่ำเข้ามาอีกจะทำให้ลุ่มน้ำยมได้รับผลกระทบโดยจะเริ่มที่จังหวัดแพร่ต่อด้วยสุโขทัย และจะไปหนักที่พิษณุโลกเช่นทุกปี ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการแก้ไขจริงจัง พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาฉุกเฉินให้กับประชาชนมิใช่ปล่อยให้ประชาชนถูกลอยแพเหมือนทุกปีที่ผ่านมา” นายวรวัจน์ กล่าว

ด้าน นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนและคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่อยากเสนอรัฐบาลนี้คือ อยากให้ท่านกลับไปดูโครงการเมื่อปี 2555 พรรคเพื่อไทยเคยออก พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศอย่างเป็นระบบทั้งประเทศ โดยจะกำหนดได้เลยว่า น้ำจะไปอยู่ตรงไหน จะไปพักได้ที่ไหน เพราะเรามองว่า การใช้งบประมาณในแต่ละปีแต่ไม่เป็นระบบไม่สามารถจัดการระบบน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาว่า บางปีน้ำมากก็เกิดน้ำท่วม บางปีน้ำน้อยก็เกิดภัยแล้ง เมื่อเกิดภัยแล้งก็ส่งผลกระทบต่อภาคอื่น ๆ ไปด้วย เท่ากับว่า น้ำเยอะไปก็ไม่ดี น้ำน้อยไปก็ไม่ดี การออก พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อจัดการน้ำ ปีไหนน้ำเยอะก็เก็บ ปีไหนน้ำน้อยเราก็ใช้น้ำที่เราเก็บไว้ นี่เป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทยมาตลอด

'นายกฯ' ปลื้ม!! ดันข้าวซอยขึ้นแท่น Soft Power หลังถูกยกเป็นน้ำซุปที่อร่อยที่สุดในโลก

นายกฯ ชิมข้าวซอย โปรโมตซอฟต์เพาเวอร์ หลังถูกยกเป็นน้ำซุปที่อร่อยที่สุดในโลก พร้อมปัดตอบตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่ ไม่เกี่ยวกับข้าวซอย ฉุนสื่อ!! ถามข้อพิพาท 'พีระพันธุ์-ไพบูลย์' บอกถามคำถามอื่นไม่เป็นหรือไง พวกนี้เป็นโรคอะไรกัน ด้าน 'บิ๊กป้อม' ไม่ทักสื่อ

ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีร่วมกิจกรรมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชาสัมพันธ์ส่งเสริม ซอฟต์ พาวเวอร์ อาหารไทย และสนับสนุนสินค้าของคนไทย ผ่าน Thailandpostmart โดยนายกรัฐมนตรีได้ชิมข้าวซอยเนื้อจากร้านชื่อดัง 

พร้อมกันนี้ ได้ขอให้มีการส่งเสริม และฝาก Thailandpostmart ให้ทำประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง YouTube และ อินฟลูเอนเซอร์ 

หลังจากนั้น สื่อมวลชนสอบถาม นายกรัฐมนตรี ถึงกรณีนางวทันยา บุนนาค ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ทำให้ลำดับถัดไปคือนายธนากร วังบุญคงชนะ โฆษกรัฐบาลถูกเลื่อนลำดับขึ้นมา จะมีการแต่งตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่หรือไม่

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ไม่ตอบ เพราะไม่เกี่ยวกับข้าวซอย ฉันไม่ตอบอะไร อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์อย่าพึ่งถาม"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top