Friday, 3 July 2026
NewsFeed

สวนนงนุชพัทยา 12 สิงหา พาแม่เที่ยวฟรี!!!

วันแม่แห่งชาติ ตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระพันปีหลวง ซึ่งมีพระชนมพรรษา 90 พรรษา สวนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จึงได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสุด สำหรับในวันแม่ปีนี้ แม่ที่มากับครอบครัว เที่ยวชมสวนนงนุชฟรี!!!!  เพื่อเป็นการร่วมฉลอง วันคล้ายวันพระราชสมภพ

ทั้งนี้โปรโมชั่นแม่เที่ยวฟรี มีเฉพาะวันที่ 12 สิงหาคม2565 ที่มาเป็นครอบครัวเท่านั้น และส่วนของโปรโมชั่นในเดือนสิงหาคม ยังคงมีโปรโมชั่นเดิม เพียงซื้อบัตรผ่านประตู 1ใบแถมฟรี1ใบ เด็กที่มีความสูงไม่เกิน 140 ซม. เข้าฟรีและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์                  
            
 

ตึกร้างสร้างไม่เสร็จเกลื่อน ‘สีหนุวิลล์’ หลังทุนจีน ส่อทิ้งไปแล้วไม่หวนกลับ

‘สีหนุวิลล์’ เมืองท่าตากอากาศของประเทศกัมพูชา ที่ตั้งใจปลุกปั้นให้เป็นเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสู้กับเมืองท่าท่องเที่ยวทางทะเลในภูมิภาคอาเซียน อย่างพัทยา ดานัง และภูเก็ต

โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมาสีหนุวิลล์เติบโตอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาลงทุนของเอกชนจีน ที่เรียกได้ว่าทั้งเมืองนี้สร้างมาเพื่อคนจีนก็คงจะไม่ผิด เพราะอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ โรงแรม รีสอร์ท คอนโดมิเนียม รวมทั้งคาสิโน ล้วนแต่เป็นการลงทุนจากชาวจีนแทบทั้งสิ้น

‘จาง เจียเหว่ย’ นายกสมาคมธุรกิจจีนในเมืองสีหนุวิลล์ ได้พูดคุยกับทาง Nikkei ว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของเมือง ส่งผลกระทบทำให้ราคาที่ดินพุ่งสูงอย่างมาก สะท้อนถึงต้นทุนค่าเช่าอาคารที่แพงขึ้น ซึ่งกำลังส่งสัญญาณฟองสบู่ภาคอสังหาอย่างชัดเจนของเมืองนี้

ในเดือนสิงหาคมจะครบ 3 ปี ที่การเติบโตของเมืองสะดุดลงหลังจากเกิดโรคระบาดใหญ่ การก่อสร้างมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในสีหนุวิลล์ การพัฒนาอย่างรวดเร็วและไม่มีการตรวจสอบได้เปลี่ยนสิ่งที่เคยเป็นจุดหมายปลายทางริมทะเลยอดนิยมของนักเดินทางแบ็คแพ็ค ให้กลายเป็นคาสิโนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คอนโด โรงแรม และห้างสรรพสินค้า

แรงบันดาลใจของสีหนุวิลล์ต้องการวางยุทธศาสตร์ของเมืองให้เป็น "มาเก๊าแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" การเติบโตของอุตสาหกรรมการพนันออนไลน์ซึ่งเริ่มตั้งขึ้นในเมืองประมาณปี 2017 และดึงดูดคนงานหลายแสนคนให้มาทำงานที่เมืองแห่งนี้

แต่แล้วธุรกิจที่กำลังเติบโตกลับหยุดชะงัก เมื่อเดือนสิงหาคม 2019 รัฐบาลกัมพูชาที่ได้รับแรงกดดันจากรัฐบาลปักกิ่งให้ควบคุมอาชญากรรมและเงินที่ผิดกฎหมายที่หมุนเวียนอย่างมหาศาลในสีหนุวิลล์ มีคำสั่งห้ามเล่นการพนันออนไลน์ ผู้คนในอุตสาหกรรมนี้ตกงานเป็นจำนวนมหาศาล

อีกทั้งโรคระบาดได้ซ้ำเติมทำให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากชื่อเสียงของเมืองแย่ลงไปอีก โดยเกิดการลักลอบเปิดบริษัทการพนันออนไลน์ซึ่งผู้ที่เข้ามาคุมกิจการเต็มไปด้วยแก๊งอาชญากรที่ดำเนินการหลอกลวงเหยื่อบนเว็บทั่วโลกด้วยแรงงานที่ถูกบังคับจากการลักลอบเข้ามาในประเทศ

และในช่วงที่เกิดการระบาดใหญ่ กลุ่มทุนจีนได้ทิ้งเศษซากต่าง ๆ เอาไว้แล้วหอบเงินกลับประเทศจีน ส่งผลทำให้เมืองนี้เต็มไปด้วยอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จถึง 1,155 หลัง ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ การก่อสร้างส่วนใหญ่ได้หยุดลง ทิ้งปัญหาความเสื่อมโทรมของโครงสร้างพื้นฐานในเมืองเอาไว้มากมาย ทั้งถนน ทางเท้า และระบบระบายน้ำ ที่สุดท้ายแล้วรัฐบาลกัมพูชา ต้องมาตาล้างตามเช็ดสร้างขึ้นหลังจากการพัฒนาของเมืองอย่างรวดเร็วเกินไปได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของเมืองไปมาก

ในความพยายามที่จะหาทางเดินต่อไปข้างหน้า นักพัฒนาชาวจีนหลายคนได้พบกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกัมพูชาในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อเรียกร้องให้ทางการลดภาษีและสร้างดัชนีมูลค่าที่ดินเพื่อช่วยในการเจรจาสัญญาเช่า

พวกเขายังต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขข้อพิพาทกับเจ้าของที่ดินดั้งเดิมโดยชักชวนให้กลายเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการ

นักพัฒนาชื่อ Qiu ซึ่งเดินทางมาถึงสีหนุวิลล์จากประเทศจีนในปี 2017 เป็นหนึ่งในนักธุรกิจที่มีปัญหาข้อพิพาททางกฎหมายกับเจ้าของที่ดินชาวกัมพูชา

โรงแรมสูงระฟ้ามูลค่า 3 ล้านดอลลาร์ของเขาบนถนนอินดิเพนเดนซ์อเวนิว สร้างเสร็จประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2020 หลังจากการก่อสร้างนานถึง 18 เดือน แต่ยังไม่สามารถเปิดกิจการได้ และมีปัญหาพัวพันกับค่าเช่าและข้อพิพาททางกฎหมายกับเจ้าของที่ดินที่ต้องการจะควบคุมโครงการทั้งหมด ทั้งที่เขาคือหนึ่งคนที่สร้างธุรกิจในจีนได้เติบโต แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาอาจคิดผิดที่มาลงทุนในสีหนุวิลล์

Ivan Franceschini นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ซึ่งศึกษาการลงทุนของจีนในเมืองสีหนุวิลล์กล่าวว่า ในประเทศที่การทุจริตในระดับท้องถิ่นและการเก็งกำไรที่ดินโดยชนชั้นสูงที่เชื่อมโยงกันนั้นมีอยู่มากมาย ข้อเสนอของนักพัฒนาไม่น่าดึงดูดใจนัก

แต่หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติพากันทิ้งเมืองไป ตอนนี้เริ่มเห็นปัญหา ทำให้เจ้าของที่ดินเริ่มรู้ตัวว่า สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ง้อ และทิ้งไว้ซึ่งตึกรามบ้านช่อง อาคารมากมายที่สร้างไม่เสร็จ และหวังเพียงว่านักลงทุนรายใหม่จะกลับมาเพื่อฟื้นฟูเมืองแห่งนี้ ซึ่งเขามองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

รัฐบาลได้มอบหมายให้สถาบันการวางผังเมืองและการออกแบบของเซินเจิ้นดำเนินการตามแผนแม่บทที่ "ทะเยอทะยาน" เพื่อเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็น "ศูนย์กลางการค้า บริการ และโลจิสติกส์"

แต่ในทางปฏิบัติระดับท้องถิ่น กลับมีผลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับโครงการที่หยุดชะงักหลายร้อยโครงการ ส่วนหน่วยงานระดับจังหวัดต่างก็ล้มเหลวในการดำเนินงานตามแผน

สอท. บุกบางกอกน้อย – บางพลัด ชูนโยบายท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม พร้อมสร้างงาน สร้างรายได้แบบยั่งยืน

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ ร่วมกับนายสุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีต ส.ส. กทม. เปิดศูนย์ประสานงานพรรค เขตบางกอกน้อย-บางพลัด โดยมีนายพัลลภ ปิยะตระกูล เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่ 

พรรคสร้างอนาคตไทย ได้มีข้อเสนอในการพัฒนาเขตบางกอกน้อย-บางพลัด ให้เป็นชุมชนแห่งการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมต่อผู้นำชุมชนในพื้นที่อีกด้วย  เนื่องจากเขตบางกอกน้อย - บางพลัด มีศิลปวัฒนธรรมที่แฝงอยู่ในชุมชนมากมาย โดยเฉพาะนาฏศิลป์โขน ซึ่งเป็นการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย และหาชมได้ยากในปัจจุบัน จึงอยากจะช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นหลังมีความสนใจที่จะเรียนรู้และร่วมกันสืบสานอนุรักษ์ให้คงอยู่สืบไป  ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากชุมชน เพราะหากเราสามารถนำภูมิปัญญาที่เรามีมาเป็นจุดขายให้กับพื้นที่  ก็จะสามารถเพิ่มรายได้และอาชีพให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย  

นอกจากนี้ นายพัลลภ ยังเคยเป็นผู้ผลักดันนโยบายค่าตอบแทนแก่ผู้นำชุมชน เนื่องจากเห็นว่าผู้นำชุมชนและคณะกรรมการทำงานดูแลชุมชนด้วยจิตอาสามาตลอด แต่ไม่เคยมีค่าตอบแทน ซึ่งผู้นำชุมชนที่มาร่วมงานในวันนี้ก็ให้การสนับสนุนและอยากให้มีการผลักดันในเรื่องค่าตอบแทนแก่คณะทำงานของชุมชนตามความเหมาะสม

นายสุรนันทน์  กล่าวว่า จะนำข้อเสนอต่างๆ เข้าหารือกับคณะทำงาน เพื่อผลักดันให้เป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรม ทั้งการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม, สวัสดิการด้านการศึกษา และ เศรษฐกิจชุมชน โดยจะหาแนวทางที่เหมาะสมร่วมกันต่อไป

'นิพิฏฐ์' แซะ!! 'เต้น' หวังเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ระวังซ้ำรอย 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' หนีออกนอกประเทศ

วันที่ 8 ส.ค. 65 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กสวนกลับกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวพาดพิง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในการปราศรัยที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า แลนด์สไลด์หรือครับ ระวังมิดจมหัวนะ ตนได้ฟัง นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ไปพูดที่ภาคเหนือ บอกให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ถ้าพูดแค่นั้น ตนก็ไม่ว่าไร แต่นายณัฐวุฒิกลับพาดพิงไปถึง ดร.สมคิด, ดร.อุตตม และคุณสนธิรัตน์ ว่า ตอนบุคคลทั้งสามอยู่พรรคพลังประชารัฐ ท่านเหล่านี้เคยพูดว่า จะทำให้คนจนหมดไป ซึ่งที่เขาพูดนั้น ความหมายก็คือ จะทำให้คนไทยพ้นจากเส้นความยากจน และหากได้ทำอย่างจริงจัง ก็สามารถทำได้ แต่บุคคลทั้งสามพูดได้ไม่นานก็ต้องลาออกจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เขาลาออกทำไม ทำไมไม่อยู่ทำนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้ถึงเวลาเลือกตั้งเถอะ ตนจะพูดให้ฟัง 

นายนิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า เวลานี้ ดูเหมือนณัฐวุฒิจะ 'คึก' เป็นพิเศษ นั่งดีดลูกคิดรางแก้ว เหมือนว่าก่อนเลือกตั้ง พูดอย่างนี้ ปากอย่างนี้ ถูกใจเจ้านาย กำลังจะถูกรางวัลที่ 1 ยังไงยังงั้น ส่วนเรื่องแลนด์สไลด์ หรือ? เป็นไปได้ ตนไม่ดูแคลนหรอก แต่ณัฐวุฒิ อย่าลืมว่า เวลาฝนตกแล้วแลนด์สไลด์ มันจะมีน้ำ มีดิน มีโคลน ไหลลงมา เขาจึงเรียกว่า 'แลนด์สไลด์' ในทางธรณีวิทยา มวลดินจะฝังกลบทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางที่มันแลนด์สไลด์ลงไป 

'ทิพานัน' แจ้งนายจ้างเร่งยื่น Name List เผยนายกให้ความสำคัญ ลดปัญหาขาดแรงงาน

'ทิพานัน' เตือนนายจ้าง-สถานประกอบการเร่งยื่น Name List จ้างแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ภายใน (15 ส.ค.) เผยนายกฯ เห็นความสำคัญแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย ลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน คุ้มครองสิทธิ-สวัสดิการ ชี้เป็นกลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจ-ประเทศชาติ

ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ (5 กรกฎาคม 2565) ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบ เรื่อง การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อรองรับการฟื้นฟูประเทศภายหลังการผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงขอให้นายจ้างและสถานประกอบการ ดำเนินการยื่นรายชื่อแจ้งความต้องการจ้างแรงงาน 4 สัญชาติ ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2565 นี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 7 วันเท่านั้น เพื่อให้แรงงานต่างด้าวสามารถอยู่และทำงานต่อในไทยได้อีกจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า โดยเมื่อนายจ้างยื่นบัญชีรายชื่อแจ้งความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว หรือ Name list ต่อกรมการจัดหางานผ่านระบบอนุญาตทำงานคนต่างด้าวทางอิเล็กทรอนิกส์เว็บไซต์ e-workpermit.doe.go.th แล้ว ต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวภายใน 60 วัน หลังยื่น Name List และชำระค่าธรรมเนียมค่ายื่นคำขอฉบับละ 100 บาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานฉบับละ 900 บาท ให้คนต่างด้าวใช้ใบรับคำขอดังกล่าวคู่กับใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าคนต่างด้าวได้รับการผ่อนผันให้ทำงานได้จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งหลังดำเนินการตามขั้นตอนเสร็จสิ้นจะทำงานและอยู่ได้ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2566 หากต้องการทำงานต่อไปให้ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยนายทะเบียนจะอนุญาตให้ทำงานคราวละ 1 ปี รวม 2 ครั้ง ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เช่นเดียวกัน
.

ศ.สุชาติ! ไม่เห็นด้วยที่มีผู้เสนอให้ขึ้นดอกเบี้ยเยอะ ๆ​ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ​ เพราะไทยยังอยู่ในวัฏจักร​เศรษฐกิจ​ที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว

ศ​าสตราจารย์​ ดร.สุชาติ​ ​ธา​ดา​ธำ​รง​เวช​ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวว่า

1. เราต้องแยกแยะ​เงินเฟ้อที่เกิดขึ้นว่า​ เป็นด้านพิมพ์เงินมาใช้มากเกินไป​แบบสหรัฐ​ฯ (Demand​ pull inflation) หรือด้านต้นทุนนำเข้า (Cost push inflation) ออกจากกัน ประเทศไทยเป็น​ Cost push inflation หากขึ้นดอกเบี้ย​ ก็จะลดเงินเฟ้อได้น้อยมาก​ ราคาน้ำมัน, ราคาปุ๋ยก็คงไม่ลดลง​ แต่จะทำเศรษฐกิจ​ที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว​กลับไปถดถอย​ ทำให้ประชาชนยากจนลงเพราะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น​ เศรษฐกิจ​ไทยจะแย่ลง​ คนตกงานและรายได้ประชาชนลดลง​

2. รัฐบาลต้องดูแลประชาชนให้มีงานทำ​ มีรายได้​​เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น​ การแนะนำให้ขึ้นดอกเบี้ยมากๆ​ เพื่อ (ก) เพิ่มต้นทุนการกู้ยืมของประชาชน​ ลดการบริโภค​ ลดการลงทุน​ ลดรายได้ภาษี​รัฐบาล​ (ข)​ เพื่อทำค่าเงินบาทให้แข็ง​ขึ้น เพื่อลดความสามารถในการส่งออกและในการดึงดูดคนต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว​ ทั้ง​ 2 ประการจะทำให้​เศรษฐกิจ​จริง (GDP)​ ลดลง​ ทำให้ประเทศไม่พัฒนา​ ประชาชนไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้​ และยากจนลงมากขึ้น

'หมอปลาย' แสดงความเสียใจต่อเหตุไฟไหม้ ชาวเน็ตแชร์!! เป็นไปตามคำทำนายก่อนออกบวช

พระภิกษุณี สุทัสสนา หรือหมอปลาย พรายกระซิบ ส่งคลิปแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ไฟไหม้มีผู้เสียชีวิต แสดงความเสียใจ และเตือนสติ จงอยู่ด้วยความไม่ประมาท ทำตามกฏระเบียบ

จากกรณี ที่หมอปลายพรายกระซิบ ได้เคยทำนายก่อนจะไปบวชเป็นพระภิกษุณีที่ประเทศศรีลังกา ว่า ครึ่งปีนี้จะเกิดไฟไหม้กลุ่มควันจำนวนมาก และมีการสูญเสีย และก็เป็นไปตามคำทำนายไว้ จนเป็นกระแสข่าวดังกล่าว

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ (7 ส.ค. 65) พระภิกษุณีสุทัสสนา หรือหมอปลายพรายกระซิบ ได้อัดคลิปส่งต่อมายังผู้สื่อข่าว โดยได้เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ไฟไหม้ ทางตนเพิ่งได้ทราบเรื่องจากโยมทางเมืองไทยส่งเหตุการณ์มาให้ดูว่า มีคลิปที่พระเคยทำนายเอาไว้ตั้งแต่สมัยเป็นโยม และเหตุการณ์นี้ได้มีการสูญเสียค่อนข้างเยอะ และประเทศของเราก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องไฟก็หลายครั้งอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม ภิกษุณีก็ขอแสดงความเสียใจและขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบุคคลที่เสียชีวิต และบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บที่โน้น ก็ขอให้ร่างกายหายเร็วๆ ฟื้นฟูเร็วๆ ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เป็นอุบัติเหตุที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ อย่าไปโทษสิ่งที่มองไม่เห็นแล้วกัน

สื่อมะกัน แฉ อาวุธที่ตะวันตกมอบให้ยูเครน พบถึงแนวหน้าแค่ 30% ที่เหลือลือถูกขายต่อตลาดมืด

แม้สหรัฐ อเมริกา และพันธมิตรให้สัญญามอบแรงสนับสนุนด้านการทหารแก่ยูเครนแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่รายงานข่าวของสำนักข่าวซีบีเอสนิวส์เมื่อเร็ว ๆ นี้ บ่งชี้ว่าในบรรดาอาวุธที่ตะวันตกจัดหาให้นั้น มีเพียงแค่ราว ๆ 30% ที่ถูกส่งถึงมือแนวหน้า ท่ามกลางข่าวลือเกี่ยวกับการถูกทิ้งไว้โดยเปล่าประโยชน์ คอร์รัปชันและนำไปขายต่อทำกำไรในตลาดมืด

สหรัฐฯ อนุมัติความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและทางทหารแก่ยูเครนไปแล้วมากกว่า 54,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ส่วนสหราชอาณาจักรสัญญามอบความช่วยเหลือด้านการทหารเกือบ ๆ 3,000 ล้านดอลลาร์ และอียูส่งมอบอาวุธแก่ยูเครนอีก 2,500 ล้านดอลลาร์ โดยอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ไล่ตั้งแต่ปืนไรเฟิล ระเบิด ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง ไปจนถึงระบบจรวดหลายลำกล้อง ถูกลำเลียงออกจากคลังแสงของตะวันตกมุ่งหน้าสู่ยูเครน เกือบทั้งหมดผ่านทางโปแลนด์

อย่างไรก็ตาม มีน้อยครั้งมากที่การส่งมอบจะเป็นไปอย่างราบรื่น รายงานของซีบีเอสนิวส์เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "ทั้งหมดถูกลำเลียงข้ามชายแดน และจากนั้นมีบางอย่างเกิดขึ้น มีแค่ราว ๆ 30% ไปที่ถึงจุดหมายปลายทาง" โจนาส โอห์มาน ผู้ก่อตั้งองค์กรจัดหาเสบียงแก่ทหารยูเครน ที่มีฐานบัญชาการในลิทัวเนีย กล่าวกับซีบีเอสนิวส์ พร้อมระบุว่าการนำพาอาวุธไปมอบเหล่าทหารนั้น พัวพันกับเครือข่ายอันซับซ้อนของบรรดาผู้ทรงอิทธิพล ผู้มีอำนาจและผู้มีบทบาททางการเมือง

"ไม่มีข้อมูลจริง ๆ ว่าอาวุธกำลังถูกส่งไปที่ไหน" โดนาเคลลา โรเวรา ที่ปรึกษาอาวุโสขององค์การนิรโทษกรรมสากลบอกกับซีบีเอสนิวส์ "มีความกังวลอย่างแท้จริงในบางประเทศ ว่าการส่งมอบอาวุธไม่เป็นไปอย่างที่คิด และพวกเขามีหน้าที่รับผิดชอบต้องกำหนดกลไกกำกับดูแลที่แข็งขันอย่างยิ่งขึ้นมา"

ยูเครน ยืนกรานว่าพวกเขาติดตามอาวุธแต่ละชิ้นและทุกชิ้นที่ข้ามเข้าสู่ชายแดนของพวกเขา โดย ยูริ ซัค ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สเมื่อเดือนที่แล้ว ว่า รายงานข่าวต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกัน "อาจเป็นส่วนหนึ่งของสงครามข้อมูลข่าวสารของรัสเซีย เพื่อทำให้พันธมิตรนานาชาติท้อใจ ไม่อยากมอบอาวุธแก่ยูเครน"

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางส่วนในตะวันตกยังคงส่งเสียงแสดงความกังวล โดยแหล่งข่าวด้านข่าวกรองของสหรัฐฯ เปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นในเดือนเมษายน ว่า วอชิงตันแทบไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาวุธเหล่านั้น และให้คำจำกัดความการส่งมอบอาวุธว่าเป็น "การหย่อนลงสู่หลุมดำขนาดใหญ่" ครั้งที่อาวุธเหล่านี้ถูกส่งเข้าไปในยูเครน ส่วนแหล่งข่าวแคนาดาก็ระบุเช่นกันเมื่อเดือนที่แล้ว ว่า พวกเขาไม่รู้ว่าอาวุธที่ส่งมอบไปนั้น แท้จริงแล้วไปจบลงที่ไหน

สำนักงานตำรวจสหภาพยุโรป (ยูโรโพล) อ้างว่าอาวุธบางส่วนไปจบลงในมือขององค์การอาชญากรรมกลุ่มต่าง ๆ ในอียู ส่วนรัฐบาลรัสเซียเตือนว่าพวกมันกำลังไปโผล่ที่ตะวันออกกลาง ทั้งนี้จากการตรวจสอบของสำนักข่าวอาร์ทีนิวส์เมื่อเดือนมิถุนายน พบตลาดออนไลน์หลายแห่งที่มีการนำยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยของตะวันตก อย่างเช่นจรวดเจฟลิน และระบบต่อต้านรถถัง NLAW รวมถึงโดรนสวิตช์เบลด ออกวางจำหน่ายในราคาดอลลาร์

ยูเครนติดอันดับชาติที่มีการคอร์รัปชันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกต่อเนื่องมาหลายปี มีคะแนน 122 เต็ม 180 ใน "ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI)" ประจำปี 2021 ขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ โดย 180 เป็นตัวแทนของการคอร์รัปชันมากที่สุดและ 0 เป็นตัวแทนของการคอร์รัปชันน้อยที่สุด

‘บิ๊กป้อม’ ลงใต้แก้ปัญหาน้ำท่วม – ภัยแล้ง สั่งเร่งระบายน้ำตรัง รับมือก่อนเข้าฤดูฝน

‘บิ๊กป้อม’ ล่องใต้ ลุย ตรัง-พัทลุง ติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง ก่อนเข้าช่วงมรสุม หวังสร้างความอยู่ดี กินดี ของประชาชนในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.ตรัง และพัทลุง ติดตามสถานการณ์น้ำ และความพร้อมรับมือฤดูฝนภาคใต้ รวมถึงปัญหาพื้นที่ภัยแล้ง 

โดยรับฟังสรุปภาพรวม สถานการณ์น้ำภาคใต้ในจ.ตรัง มีลำน้ำย่อย 5 สาย มีปัญหาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก 4 จุดสำคัญ คือ พื้นที่วัดท่าจีน อ.เมือง พื้นที่ตลาดนาโยง อ.นาโยง พื้นที่อนุสาวรีย์ฯ อ.เมือง และ พื้นที่ตลาดย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จากปัญหาแม่น้ำตรัง รับปริมาณน้ำสูงจากฝนตกในพื้นที่ รวมทั้งจากเทือกเขาบรรทัด และ อ.ทุ่งสง โดยอยู่ระหว่างดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในแม่น้ำตรัง 

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แสดงความขอบคุณ และเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกคนในการทำงาน พร้อมทั้งย้ำว่า แม่น้ำตรัง มีความสำคัญกับการระบายน้ำและการเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ จึงต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ไม่ให้เกิดภาวะน้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เน้นการป้องกันเชิงรุก พร้อมทั้งสั่งการให้กรมชลประทาน เร่งรัดก่อสร้างโครงการระบายน้ำแม่น้ำตรังให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย.65 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในฤดูฝนที่จะมาถึง และให้เร่งเตรียมความพร้อมโครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำตรัง รวมถึงช่องลัด และคันกั้นน้ำ เพื่อให้สามารถสร้างได้ในปี 67 โดยให้ สทนช.ยกระดับเป็นโครงการสำคัญ เพื่อให้สามารถบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ครอบคลุม 7 ตำบลใน 4 อำเภอ 

'โฆษกพท.' ยัน!! พรรคพร้อมแก้วิกฤติให้บ้านเมือง หลัง 'รัฐบาลประยุทธ์' ทำเละเป็นซากมา 8 ปีแล้ว

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2565 พี่น้องประชาชนชาวเชียงรายและทั่วประเทศต่างเรียกร้องให้เพื่อไทยกลับมาแก้วิกฤตบ้านเมือง ด้วยความเชี่ยวชาญของพรรคเพื่อไทยที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ เราคิดได้และทำเป็น ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ‘พร้อมแล้ว’ ที่จะใช้เวลา 6 เดือนแรกหลังเป็นรัฐบาล รื้อถอนซากปรักหักพังของประเทศจากฝีมือการบริหารของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สร้างเอาไว้ให้คนไทยจมทุกข์มาตลอดระยะเวลา 8 ปี

ส่วนกรณีที่นายธนกร หวังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความพยายามพูดย้ำ ซ้ำเรื่องเดิมว่าเพื่อไทยต้องการแลนด์สไลด์ เพื่อนำบุคคลสำคัญกลับมานั้น คงเป็นคำพูดที่ไม่มีราคามากนัก เพราะหากต้องการเพียงเท่านั้น พรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องมีการวางแนวนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชน ไม่ละทิ้งคนรากหญ้า กระจายอำนาจมายังประชาชน ดึงศักยภาพคนไทยด้วยการใช้ Soft Power ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการเกษตร เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์แม่นยำและผลผลิตสูง ปรับเปลี่ยนภาครัฐและภาคเอกชนด้วยระบบ Digital Transformation ครั้งใหญ่ และเตรียมคนไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง ทั้งหมดเป็นแนวนโยบายเพียงบางส่วนเท่านั้นที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจทำเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top