Friday, 3 July 2026
NewsFeed

‘นายกฯ’ ปลื้มสัญญาณบวกท่องเที่ยวไทยแรง หลังต่างชาติค้นหาที่พัก Airbnb ในไทยพุ่ง 180%

‘นายกฯ’ พอใจตัวเลขนักเดินทางต่างชาติค้นหาที่พัก Airbnb ในไทยเพิ่มขึ้น 180% ผลจากความเชื่อมั่นในการผ่อนคลายมาตรการของรัฐ ผลักดันการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง พร้อมวางเป้าหมายท่องเที่ยว 3 ซีนาริโอ ปี 2566

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ Airbnb ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจองที่พักระดับโลก พบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการค้นหาที่พักเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวมายังประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นกว่า 180% เมื่อเปรียบเทียบระหว่างไตรมาส 1 ของปี 2564 กับปี 2565 อันเป็นผลสะท้อนสอดรับกับการที่รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ด้านการเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรียินดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมทั้งชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว ผ่านการประกาศ “ปีส่งเสริมท่องเที่ยวไทย 2565-2566” หรือ Visit Thailand Year 2022-2023 เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยมากขึ้น 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบจากการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในการทำงานทางไกลและมีจำนวนของ Digital Nomad เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเข้าพักระยะยาวเพิ่มสูงขึ้น (การเข้าพัก 28 วันหรือมากกว่า) โดยจากข้อมูลล่าสุดของ Airbnb 5 จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา (ชลบุรี) เชียงใหม่ และเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี) 

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวมีความสนใจอยากออกไปสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ มากขึ้น อาทิ เกาะลันตา (กระบี่) ตราด ปาย (แม่ฮ่องสอน) และชะอำ (เพชรบุรี) โดยนักท่องเที่ยวที่มีการค้นหาเพื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากที่สุด ได้แก่ นักท่องท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ตามลำดับ 

นายธนกร กล่าวว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามายังประเทศไทยแล้วกว่า 2.7 ล้านคน โดยคาดหมายว่าตลอดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน ตามเป้าที่ตั้งไว้ และสำหรับในปี 2566 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางเป้าหมายพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่หมุดหมายการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นคุณค่าและความยั่งยืน มีรายได้จากนักท่องเที่ยวทั้งเที่ยวในประเทศและต่างชาติเที่ยวไทยอยู่ที่ระหว่าง 1.25-2.38 ล้านล้านบาท ผ่านการวางเป้าหมายเชิงเศรษฐกิจ 3 ซีนาริโอ ได้แก่

หนุ่มมะกันหัวร้อน ชักปืนยิงพนง.แม็คโดนัลด์ เหตุไม่พอใจเสิร์ฟเฟรนช์ฟรายส์เย็นชืด

ชายคนหนึ่งในนิวยอร์ก ถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า หลังก่อเหตุยิงพนักงานคนหนึ่งของแม็คโดนัลด์ ด้วยความโมโหที่เสริฟมันฝั่งทอดเย็นชืดให้แม่ของเขา จากการเปิดเผยของตำรวจ

เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุยิงกันหลาย ๆ เหตการณ์ที่เกิดขึ้นในนิวยอร์กแทบทุกวัน ตามรายงานของเอเอฟพี

ในคดีล่าสุด ไมเคิล มอร์แกน วัย 20 ปี ก่อเหตุยิงใส่พนักงานแม็คโดนัลด์ รายหนึ่ง วัย 23 ปี ในบรูคลิน เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ (1 ส.ค.) จากข้อมูลของตำรวจและหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ ทั้งนี้เหยื่ออาการสาหัสและกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการโต้เถียงกันระหว่างผู้หญิงวัย 40 ปีรายหนึ่งกับเหยื่อ โดยฝ่ายหญิงกล่าวหาพนักงานของร้านแม็คโดนัลด์ เสิร์ฟเฟรนช์ฟรายส์เย็นชืดให้เธอ

ดร.สามารถ ไขปริศนาปมประมูล ‘สายสีส้ม’ ชี้ ผลปรับแก้ทีโออาร์ ช่วย 'ผู้เดินรถไฟฟ้าเกาหลี' โผล่ชิง

(4 ส.ค. 2565) ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชำนาญด้านโครงการและแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนและท่าอากาศยาน โพสต์เฟซบุ๊กว่า ไขปริศนา ! "ผู้เดินรถไฟฟ้าเกาหลี" แหวกม่านชิง “สายสีส้ม” เป็นปริศนาที่หลายคนค้างคาใจว่า เหตุใดผู้เดินรถไฟฟ้าเกาหลีจึงสามารถจับมือกับผู้รับเหมาไทยเข้าประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ครั้งที่ 2 ได้ ทั้ง ๆ ที่ในการประมูลครั้งที่ 1 ซึ่งถูก รฟม. ยกเลิกไป (ต่อมาศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยว่าเป็นการยกเลิกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย) ผู้เดินรถไฟฟ้าต่างชาติเข้าไม่ได้เลย หาคำตอบได้จากบทความนี้

ผู้เดินรถไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบสำคัญของผู้ยื่นประมูล เนื่องจากจะต้องให้บริการการเดินรถไฟฟ้าสายสีส้มตลอดเส้นทางจากบางขุนนนท์-มีนบุรี เป็นระยะเวลาถึง 30 ปี การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จึงได้กำหนดคุณสมบัติของผู้เดินรถไฟฟ้าไว้ดังนี้

1. การประมูลครั้งที่ 1 ผู้เดินรถไฟฟ้าจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ?
ในการประมูลครั้งที่ 1 รฟม. ให้ความสำคัญต่อผู้เดินรถไฟฟ้าไว้อย่างมาก โดยได้กำหนดคุณสมบัติไว้ดังนี้

1.1 ประสบการณ์ในการจัดหาหรือผลิตระบบรถไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง
(1) จะต้องมีประสบการณ์ในการจัดหาหรือผลิตระบบรถไฟฟ้าพร้อมติดตั้งที่แล้วเสร็จภายในช่วงระยะเวลา 25 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ โดยผลงานต้องมีลักษณะและความซับซ้อนเทียบเท่ากับโครงการนี้ มีมูลค่าสัญญาเดียวหรือรวมกันหลายสัญญาไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านบาท

(2) ผลงานดังกล่าวจะต้องประกอบด้วยประสบการณ์ทางด้านระบบรถไฟฟ้าครบทั้ง 6 ระบบ ได้แก่ ระบบขบวนรถไฟฟ้า (Heavy Rail) ระบบอาณัติสัญญาณและควบคุมการเดินรถไฟฟ้า ระบบไฟฟ้ากำลัง ระบบสื่อสาร ระบบเก็บค่าโดยสาร และอุปกรณ์ซ่อมบำรุงรักษาภายในและภายนอกศูนย์ซ่อมบำรุงรักษา

1.2 ประสบการณ์ในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษาระบบรถไฟฟ้า

(1) จะต้องมีประสบการณ์ในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Heavy Rail) ภายในระยะเวลา 25 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีระยะเวลาดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย 1 โครงการ ที่เป็นโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Heavy Rail) “ในประเทศไทย” โดยมีหนังสือรับรองจากเจ้าของโครงการเป็นลายลักษณ์อักษร

(2) ในกรณีที่เป็นกลุ่มนิติบุคคล ผู้นำกลุ่มจะต้องมีประสบการณ์ในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Heavy Rail) และซ่อมบำรุงรักษาระบบรถไฟฟ้าของตนเอง

2. การประมูลครั้งที่ 2 คุณสมบัติของผู้เดินรถไฟฟ้าถูกปรับแก้เป็นอย่างไร ?
การประมูลครั้งที่ 2 รฟม. ได้ปรับแก้คุณสมบัติของผู้เดินรถไฟฟ้า โดยได้ตัดประสบการณ์ในการจัดหาหรือผลิตระบบรถไฟฟ้าพร้อมติดตั้งออกไป คงเหลือเฉพาะประสบการณ์ในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษารถไฟฟ้าเท่านั้น ดังนี้

(1) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์ในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Heavy Rail) ภายในระยะเวลา 25 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ และมีระยะเวลาดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ อย่างน้อย 1 โครงการ ที่เป็นโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Heavy Rail)

(2) ผลงานดังกล่าวจะต้องประกอบด้วยประสบการณ์ทางด้านระบบรถไฟฟ้าครบทั้ง 6 ระบบ ได้แก่ ระบบขบวนรถไฟฟ้า (Heavy Rail) ระบบอาณัติสัญญาณและควบคุมการเดินรถไฟฟ้า ระบบไฟฟ้ากำลัง ระบบสื่อสาร ระบบเก็บค่าโดยสาร และอุปกรณ์ซ่อมบำรุงรักษาภายในและภายนอกศูนย์ซ่อมบำรุงรักษา

(3) ในกรณีที่เป็นกลุ่มนิติบุคคล ผู้นำกลุ่มจะต้องมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการก่อสร้างงานโยธา หรือประสบการณ์ในการให้บริการการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (Heavy Rail) ของตนเอง

3. ข้อสังเกตในการปรับแก้คุณสมบัติของผู้เดินรถไฟฟ้าในการประมูลครั้งที่ 2

การปรับแก้คุณสมบัติของผู้เดินรถไฟฟ้าในการประมูลครั้งที่ 2 ผมมีข้อสังเกตที่น่าสนใจดังนี้

(1) รฟม. ตัดประสบการณ์ในการจัดหาหรือผลิตระบบรถไฟฟ้าพร้อมติดตั้งที่แล้วเสร็จ โดยมีมูลค่าสัญญาเดียวหรือรวมกันหลายสัญญาไม่น้อยกว่า 15,000 ล้านบาท ออกไป “จึงชวนให้น่าสงสัยว่า Incheon Transit Corporation (ITC) ผู้เดินรถไฟฟ้าจากเกาหลีที่ร่วมยื่นประมูลกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ในการประมูลครั้งที่ 2 มีคุณสมบัติเหล่านี้หรือไม่ ? ถ้าไม่มี และ รฟม. ไม่ตัดประสบการณ์นี้ออก ITC ก็จะไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้”

(2) รฟม. ตัดประสบการณ์การเดินรถไฟฟ้า “ในประเทศไทย” ออก ถ้าไม่ตัดออก ITC จากเกาหลีก็จะไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้

(3) กรณีที่เป็นกลุ่มนิติบุคคล รฟม. เพิ่มโอกาสให้ผู้รับเหมาเป็นผู้นำกลุ่มได้ด้วย ทำให้ ITD ซึ่งเป็นผู้รับเหมาสามารถเป็นผู้นำกลุ่มยื่นประมูลร่วมกับ ITC ได้ หาก รฟม. ไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาเป็นผู้นำกลุ่ม ผู้เดินรถไฟฟ้าก็จะต้องเป็นผู้นำกลุ่มเช่นเดียวกับการประมูลครั้งที่ 1 แต่ผู้เดินรถไฟฟ้าอย่างเช่น ITC จากเกาหลีคงคิดหนักที่จะรับเป็นผู้นำกลุ่ม เนื่องจากเขาจะต้องถือหุ้นในกลุ่มนิติบุคคลมากที่สุด และไม่น้อยกว่า 35%

ปปส.ภ.6 เดินหน้าสร้างการรับรู้ประมวลกฎหมายยาเสพติดภาคการบำบัดรักษาและการฟื้นฟูสภาพทางสังคมแก่ผู้ติดยาเสพติด

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยสำนักงานปปส. ภาค 6 จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคมตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ณ โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ แกรนด์พิษณุโลก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ให้แก่หน่วยงานที่ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผู้เสพยาเสพติด อาทิเช่น ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานศึกษาธิการ รวมทั้งสิ้นประมาณ 180 คน ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

ตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นอกจากการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปราบยาเสพติดแล้ว ได้มีการปรับแนวคิดเพื่อให้ทันสมัยและเป็นสากล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศรวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติของประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้สอดคล้องกับผลการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก (United Nations General Assembly Special Session on the world drugs Problem-UNGASS 2016) โดยยึดหลัก “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” และใช้กระบวนการทางสาธารณสุขและสุขภาพในการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติด มุ่งลดผลกระทบต่อสุขภาพ ชุมชน และสังคม โดยส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้โอกาสผู้เสพยาเสพติด ให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างยั่งยืน

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ติวเข้มงานการมีส่วนร่วมของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพตามโครงการ RTP Cyber Village เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่

ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จ.นครปฐม พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ให้เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการตามโครงการ RTP Cyber Village โดยมีผู้เข้าร่วมรับการสัมมนา เป็นผู้แทนจาก บช.น. และ ภ.1-9 ผู้แทนจากสถานีตำรวจที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกหมู่บ้านหรือชุมชน ที่ใช้เป็นต้นแบบ (Best Practice) จำนวน 10 แห่ง รวมถึงตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมการสัมมนา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ แสดงความคิดเห็น แบ่งปันประสบการณ์ เพื่อให้ได้รูปแบบการดำเนินงานตามโครงการที่ดีที่สุด (Best Model) นำมาปรับปรุงพัฒนาการดำเนินการตามโครงการ RTP Cyber Village ต่อไป 

ในโอกาสนี้ พล.ต.ท.ประจวบฯ ได้บรรยายในหัวข้อการมีส่วนร่วมของประชาชนในงานตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ ให้แก่ผู้เข้าร่วมการสัมมนา โดยกล่าวถึงนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together) ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน รวมพลังกันเพื่อทำนุบำรุงสถาบันหลักของชาติ ตอบสนองความต้องการและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ ประกอบกับตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านความมั่นคง ที่ได้กำหนดและให้ความสำคัญในการแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นและองค์กร เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบร้อย 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 3 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างยั่งยืน และดำเนินโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together)” โดยมีเป้าหมาย “เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและแก้ไขปัญหา ชุมชน สังคมมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อความผาสุกของประชาชนอย่างยั่งยืน” โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการ

รมว.เฮ้ง สั่ง สปส.เร่งเยียวยาลูกจ้างกรมทางหลวงโดนคานหล่นทับ พร้อมมอบ ‘ที่ปรึกษา’ รุดมอบเงินทดแทน กรณีเสียชีวิตให้แก่ทายาท และกรณีเจ็บป่วยให้แก่ลูกจ้าง โดยทันที

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ลงพื้นที่ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี มอบเงินทดแทนกรณีเสียชีวิตให้แก่ทายาทของนายชาญ ชาวทอง และเยี่ยมให้กำลังใจ แก่นายฉัตรชัย ศิริมาตร์ 2 ลูกจ้างของกรมทางหลวง ที่ประสบเหตุแผ่นปูนสะพานลอยกลับรถหล่นทับคนงานก่อสร้าง เหตุเกิดบริเวณไซต์งานถนนพระราม 2 ช่องทางขาเข้ากรุงเทพฯ กม.34 ตำบลบางกระเจ้า อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ในการนี้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้มอบหมายให้นางอรทัย อิ่มสำราญ นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดปทุมธานี ร่วมลงพื้นที่ โดยมีนายสมบัติ ประภพรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 ให้การต้อนรับ

นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้มีความห่วงใย จากเหตุการณ์แผ่นปูนสะพานลอยกลับรถหล่นทับคนงานก่อสร้าง บริเวณไซต์งานถนนพระราม 2 จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 2 ราย พร้อมกำชับให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม เร่งเยียวยาลูกจ้างกรมทางหลวงที่ประสบเหตุ พร้อมช่วยเหลือลูกจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ในวันนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงได้มอบหมาย ให้ดิฉัน พร้อมท่านโฆษกกระทรวงแรงงาน และคณะ ลงพื้นที่ ณ ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 3 อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี

‘ก.ต่างประเทศรัสเซีย’ ซุ่มเงียบเยือนอาเซียน กระชับมิตรไมตรี คู่ขนานทริป ‘เพโลซี’

(4 สิงหาคม 2565) นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้เดินทางมาถึงกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เพื่อเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ครั้งที่ 55 โดยจะมีตัวแทนรัฐมนตรีจาก 10 ชาติในอาเซียนข้าร่วมประชุมด้วย และจะมีการประชุมระดับทวิภาคี กัมพูชา-รัสเซีย กับ นาย ปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ในช่วงวันที่ 4-5 สิงหาคม

ก่อนหน้านี้ เซอร์เก ลาฟรอฟ ได้ไปเยือนกรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า เพื่อเข้าพบนาย วันนา เมือง รวิน รัฐมนตรีต่างประเทศของฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าโดยเฉพาะ อันเนื่องจากรัฐมนตรีของพม่าไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม รมต. อาเซียนน ในกรุงพนมเปญ ด้วยเหตุสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพม่า 

โดย เซอร์เก ลาฟรอฟ ให้คำมั่นสัญญาว่ารัสเซียจะในการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ และสร้างเสถียรภาพให้กับพม่าที่ตอนนี้แตกยับเพราะปัญหาการเมืองภายในประเทศ

ภูมิภาคอาเซียนเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก ของทริปเดินสายเยือนประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกของรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย หลังจากที่มีการคว่ำบาตรของพันธมิตรชาติตะวันตกต่อรัสเซีย จากกรณีข้อพิพาทในยูเครน โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา เซอร์เก ลาฟรอฟ เดินทางไปแอฟริกา เพื่อเยี่ยมเยือนผู้นำของอียิปต์ คองโก อูกานดา และเอธิโอเปีย มาแล้ว

การมาเยือนอาเซียนของรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียหนนี้ จึงถือเป็นการรักษาระดับสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียน อีกทั้งยังเป็นการเดินทางที่คู่ขนานไปกับกำหนดการเยือนประเทศพันธมิตรในแถบเอเชียของ แนนซี เพโลซี ประธานสภาของสหรัฐอเมริกา 

อย่างไรก็ตาม การมาถึงของ เซอร์เก ลาฟรอฟ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสื่อตะวันตกว่า เป็นเหมือนการสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่าในด้านอาวุธ ที่ถูกนำไปใช้ในการปราบปรามประชาชน อีกทั้ง ทั้งพม่า และ รัสเซีย ก็เป็น 2 ประเทศหลักที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตร

หากย้อนกลับไปในช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 ที่มีการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ ที่จัดขึ้นในทำเนียบขาว โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ได้เคยกล่าวย้ำให้ผู้นำชาติอาเซียนรวมพลังคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีรุกรานยูเครน แต่ทั้งนี้หลายชาติในอาเซียนยังคงวางตัวเป็นกลาง โดยเฉพาะ พม่า, เวียดนาม และ ลาว ซึ่งถือเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับรัสเซียมานาน 

‘พิธา’ ชี้!! ควบรวม ทรู-ดีแทค เอื้อนายทุนผูกขาด ล้วงกระเป๋าคนไทย ในยุคลดค่าครองชีพพุ่ง

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้ กสทช. ไม่ควรอนุญาตให้มีการควบรวม ทรู-ดีแทค เพราะจะทำให้เกิดการผูกขาด

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีการควบรวมTrue-DTAC (ทรู-ดีแทค) โดยระบุว่า…

ในวันพุธที่ 10 สิงหาคม ในสัปดาห์หน้านี้จะมีการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อพิจารณาการควบรวมกิจการของ บริษัท True Corporation จำกัด (มหาชน) และ บริษัท Total Access Communication จำกัด (มหาชน) โดยการควบรวม True-DTAC ครั้งนี้จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดของ True-DTAC เกิน 50% ของส่วนแบ่งตลาด 

ในเรื่องนี้ศาลปกครองได้วินิจฉัยเอาไว้ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแล้วว่า กสทช. มีอำนาจเต็มในการระงับการควบรวมธุรกิจหากการควบรวมธุรกิจส่งผลให้เกิดการผูกขาด

ซึ่งเรื่องนี้เป็นการผูกขาดอย่างแน่นอนจากผลการศึกษาและวิเคราะห์ของอนุกรรมการของ กสทช. เองทั้ง 4 ชุด ก็ไม่ใช่อนุกรรมการชุดไหนเห็นด้วยกับการควบรวม: อนุกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิพลเมือง มีความเห็นว่า กสทช. ไม่ควรอนุญาตให้มีการควบรวม True-DTAC เพราะจะทำให้เกิดการผูกขาด

>> อนุกรรมการด้านเศรษฐศาสตร์ ก็มีความเห็นว่าผูกขาด กสทช. ไม่ควรอนุญาตให้ควบรวม
>> อนุกรรมการด้านเทคโนโลยี ก็บอกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีสามารถทำได้โดยไม่มีความจำเป็นต้องควบรวมกิจการ
>> อนุกรรมการด้านกฎหมาย ถึงไม่ได้ให้ความเห็นเรื่องการผูกขาด แต่ก็บอกว่า กสทช. มีอำนาจเต็มที่จะยับยั้งการควบรวมครั้งนี้ 

สำหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน อนุกรรมการศึกษากรณีการรวม True และ DTAC ด้านเศรษฐศาสตร์เองก็ระบุว่า จากการใช้แบบจำลอง Upward Pricing Pressure Model เพื่อศึกษาการควบรวม True-DTAC พบว่าจะทำให้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 12-40% ในกรณีที่เป็นไปได้มากที่สุด เช่น สมมุติว่าตอนนี้พี่น้องสื่อมวลชนหรือประชาชนทางบ้านเสียค่าโทรศัพท์อยู่เดือนละ 500 บาท ค่าโทรศัพท์อาจจะเพิ่มไปถึง 700 บาทก็เป็นได้ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมความลำบากของพี่น้องประชาชนในยุคที่ ของแพง-ค่าแรงถูก อยู่แล้ว ในช่วงเวลาเช่นนี้รัฐบาลต้องใช้ทุกมาตรการเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ไม่ใช่ปล่อยให้นายทุนผูกขาดมือถือแล้วเอามือล้วงไปในกระเป๋าของพี่น้องประชาชน

'หนองคาย' คึกคัก!! 'ป้ายบิ๊กป้อม' โผล่ทั่วเมือง รับทีม 'พปชร.' ไฮปาร์คผลงานพรรค 6 สิงหา นี้

วันนี้ 4 สิงหาคม 2565 ที่จังหวัดหนองคาย พบป้ายไวนิลขนาดใหญ่ปรากฎภาพของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมระบุข้อความ “ไม่รู้ ไม่รู้ แต่ไม่แล้งแน่” โครงการพัฒนาน้ำบาดาล ไม่ร้อน ไม่แล้ง กักเก็บน้ำ ฟื้นชีวิต พัฒนา ต่อยอดเกษตรกรไทย ด้วยภาษีเกษตรกร พลิกชีวิตเกษตรกรทั่วไทย ให้มีน้ำใช้ตลอดปี งบประมาณจากภาษีประชาชน เพื่อประชาชน ติดอยู่ทั่วบริเวณจังหวัดหนองคาย

ขณะเดียวกันกันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 6 สิงหาคม 2565 พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วยแกนนำพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายเอกภาพ พลซื่อ และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณร่วมคณะไปด้วย เรียกว่างานนี้ “ลุงป้อม” ลุยเต็มพิกัด ไม่มียั้ง

2 อากง & 1อาม่า ผู้ใหญ่ใจดี 'ชีวิตนี้มีแต่ให้'

อย่างที่ทราบกันดีเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราก็เกิดเรื่องราวดี ๆ ให้ได้ชุ่มชื่นหัวใจกันบ้าง เมื่อ บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด โดย คุณจุน-คุณสุนทรี วนวิทย์ และครอบครัว บริจาคเงิน 900 ล้านบาท แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ 

แบ่งเป็นสมทบทุน เพื่อโครงการปรับปรุงอาคารโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี เป็นเงินจำนวน 160,000,000 บาท บริจาคสมทบทุนโครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา เป็นจำนวนเงิน 300,000,000 บาท และบริจาคสมทบทุนโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี เป็นจำนวนเงิน 440,000,000 บาท 

ขณะที่ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2565 ‘อาม่า วารุณี อยู่พูนทรัพย์’ เศรษฐีนีชาวสมุทรสาคาร วัย 72 ปี ได้ถูกพูดกล่าวถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีการรายงานว่า อาม่าวารุณี ได้บริจาคที่ดิน 25 ไร่ พร้อมเงินสดอีก 200 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุระดับชาติ คลองสี่วาพาสวัสดิ์ ต.นาดี ซึ่งจะเปิดให้บริการ เดือนมกราคม 2566 นี้ และแน่นอนถือว่าคนไทยโชคดีโดยเฉพาะชาวสมุทรสาคร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top