Friday, 3 July 2026
NewsFeed

สมาคมอุทยานแห่งชาติ จัดคอนเสิร์ต การกุศล จ.เจ รักษ์ป่า เพื่อระดมทุนเข้า โครงการ "กองทุนฟื้นฟูป่า ประชาร่วมใจ"

สมาคมอุทยานแห่งชาติ จัดคอนเสิร์ต สร้างความเข้าใจการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อระดมทุนเข้า โครงการ "กองทุนฟื้นฟูป่า ประชาร่วมใจ" เชิญ ศิลปินชื่อดัง เจ เจตริน แสดงคอนเสิร์ต การกุศล จ.เจ รักษ์ป่า เมื่อวันที่ (25 ก.ค. 2565) ณ โรงเบียร์ เยอรมันตะวันแดง เลียบด่วนรามอินทรา โดยได้รับเกียรติจาก นายพสิษฐ์ เอี๋ยวพานิช นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติประธานในพิธี กล่าวต้อนรับพร้อมทั้งกล่าวถึงวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมทำงานบุญในครั้งนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้จากนั้น ได้พบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่พิทักษณ์ป่า สพญ.(สัตวแพทย์หญิง.) ชนันญา กาญจนสาขา สัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) และนายอำนาจ ม่วงปรางค์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้รับมอบเงิน สนับสนุนเวชภัณท์และอุปกรณ์ สำหรับช่วยเหลือสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษณ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) จากท่านประธานในพิธี

ต่อด้วยคณะผู้ใหญ่ใจบุญร่วมสมทบทุนในการทำกิจกรรมในครั้งนี้  ภายในงานยังได้มีการประมูลของจากนายกและอธิบดีเพื่อนำเงินที่ได้ไปช่วยในการดำเนินงานต่าง ๆ และที่พลาดไม่ได้คือการแสดงของศิลปิน เจ เจตริน คอนเสิร์ตการกุศล จ.เจ รักษ์ป่า เพื่อเป็นการระดมทุนสำหรับดำเนินกิจกรรมของสมาคมอุทยานแห่งชาติ ในการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ สร้างความเข้าใจด้านการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สัตว์ป่า ให้กับเยาวชนและภาคส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงระดมทุนเข้าโครงการ "กองทุนฟื้นฟูป่า ประชาร่วมใจ" และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของภาคประชาชนอีกด้วย

'วัดทุ่งสว่าง' ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ขึ้นทะเบียนพระพุทธรูปเก่าแก่ เป็นโบราณวัตถุ

วันอังคารที่ (26 กรกฎาคม 2565) ณ วัดทุ่งสว่าง ต.โพนทอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ พระเดขพระคุณเจ้า "พระราชชัยสิทธิสุนทร" เจ้าคณะจังหวัดชัยภูมิ ให้เกียรติเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ "นายอนุชา เจริญรักษ์" นายอำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ให้เกียรติเป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นางสาวสุริยา สุระเสียง วัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิ นายศานิต กล้าแท้  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโพนทอง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ พ.ต.อ.เชษฐา เชยชุม รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขัยภูมิ นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล ผู้ช่วยเลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ เข้าร่วมเป็นเกียรติ และสักขีพยาน อัญเชิญพระพุทธรูปเก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมือง จัดทำข้อมูลสืบค้นประวัติ สำรวจ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุ

'อุตตม-สนธิรัตน์' ประสานเสียงสร้างอนาคตไทยพร้อมเลือกตั้งทุกกติกา แต่ ขอกติกาเลือกตั้งที่ชัดเจน อย่าทำคนไทยสับสน

เมื่อวันที่ (26 ก.ค. 2565) ที่ โรงแรมบุรีศรีภูฯ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ให้สัมภาษณ์ในระหว่างการเข้าร่วมรับฟังการเสวนาเรื่องอนาคตภาคใต้ ถึงความคืบหน้าการหาผู้สมัครในพื้นที่ภาคใต้ของพรรคสร้างอนาคตไทย โดยนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พรรคทยอยสรรหาคัดเลือกผู้สมัครที่จะร่วมเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนภาคใต้ 

ขณะนี้เราได้ทยอยเปิดตัวผู้สมัครพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจ และการตอบรับที่ดีจากผู้สมัครในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความประสงค์มาร่วมงานกับพรรคเพิ่มขึ้นตลอดเวลา พื้นที่ไหนพร้อมเราก็ให้เริ่มลงพื้นที่ทำงาน ขณะเดียวกัน พรรคได้เดินหน้ารวบรวมปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันนโยบายในการเเก้ปัญหา และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ ต้องยอมรับว่าภาคใต้เป็นภาคที่มีศักยภาพสูงมาก แต่ชะงักมานาน ทางพรรคได้มองเห็นโอกาสในการพัฒนาภาคใต้ วันนี้เรามาร่วมรับฟังคนในพื้นที่พูดถึงปัญหาของตัวเอง เพราะคนที่อยู่ในพื้นที่คือคนที่รู้ปัญหาดีที่สุด เราจะรวบรวมปัญหาต่าง ๆ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวใต้  

ด้านนายอุตตม กล่าวว่า เราได้รับการตอบรับที่ดีจากพื้นที่ภาคใต้ เราได้พบปะทั้งภาคประชาชน สังคม ผู้ประกอบการ เขาต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่  แต่เรื่องหลักคือปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาปากท้องที่คนไทยกำลังเผชิญ จากการสัมมนาวันนี้ ตนมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนภาคใต้ โดยเฉพาะอนาคตลูกหลานในพื้นที่ หากมีการเปลี่ยนแปลงแล้วจะมีอนาคตที่ดีขึ้นหรือไม่  อย่างไรก็ตามทีมงานพรรคเราได้เดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนความคืบหน้าในการหาผู้สมัครพื้นที่ภาคใต้ นายอุตตม กล่าวว่า เราเดินหน้าเตรียมตัวสู่การเลือกตั้ง เรามีทีมงานในพื้นที่ภาคใต้ที่มีคุณภาพ เรากำลังดำเนินการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร มีผู้ที่แสดงความสนใจที่จะทำงานกับพรรคเราพอสมควร เราใช้หลักคัดสรรผู้ที่จะสามารถทำงานให้กับประชาชน และพี่น้องภาคใต้ได้ดีที่สุด หัวใจสำคัญคือต้องเป็นผู้ที่มีความตั้งใจทำงานให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เป็นที่ยอมรับ และต้องพยายามให้ได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.ในนามพรรคสร้างอนาคตไทยที่อาสามาทำงานให้ประชาชน ขณะเดียวกันจิตสำนึกก็สำคัญ 

เมื่อถามว่า มุมมองทางการเมืองของคนใต้เปลี่ยนไปหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า คนใต้ต้องการการเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งครั้งหน้า อยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง อยากเห็นคนที่เข้าไปทำงานให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านที่ดีขึ้นทราบดีว่าภาคใต้คุ้นเคยกับพรรคการเมืองบางพรรค ก็ไม่เป็นไร แต่พรรคเราอาสามาเป็นอีกทางเลือกแก่ประชาชน เรามีแนวทางที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สร้างอนาคตด้วยกัน อนาคตอยู่ในมือคนใต้ 

“พรรคสร้างอนาคตไทย เราพร้อมลงเลือกตั้งทุกกติกา แต่ขอฝากไว้ว่า ขอพยายามอย่าให้เกิดความสับสน เราคนไทยจะใช้กติกาอะไร เราเป็นคนใช้สิทธิย่อมอยากรู้กติกาที่ชัดเจน หากเปลี่ยนบ่อย ๆ จะสร้างความสับสน” นายอุตตม กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่พรรคตั้งเป้าหมายในส่วนของพรรค ส่วนอะไรจะเกิดก็ไม่สามารถไปควบคุมได้ เราทำงานของเราให้ดีที่สุด 

'ทักษิณ' เปิดใจอยากเป็นอมตะ สั่งเสียครอบครัว 'ตายแล้วไม่ต้องเผา'

(26 ก.ค. 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 73 ปี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย คนใกล้ชิด ส.ส. สมาชิกพรรคเพื่อไทย จะร่วมอวยพรวันเกิดนายทักษิณ ผ่านช่องทางต่างๆแล้ว โดยในปีนี้บรรดาลูกชาย ลูกสาว ทั้งนายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา น.ส.แพทองธาร รวมทั้งลูกเขย ลูกสะใภ้ หลาน ๆ ในครอบครัว ต่างร่วมเดินทางบินไปร่วมฉลองวันเกิด ซึ่งบรรดาลูกๆร่วมกันจัดทำคลิปวิดีโอ “Long distance call” ความยาวประมาณ 14.40 น. ให้กับนายทักษิณ ด้วย โดยในคลิปเป็นลักษณะการถาม ชวนคุยให้นายทักษิณ เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต และบอกเล่าถึงอนาคตวันข้างหน้า

ในช่วงต้น ผู้จัดทำคลิปถามว่า วันที่หลาน น้อง ๆ โตขึ้นอีก 10-20 ปี ได้เห็นคลิป ได้อ่านประวัติศาสตร์อันนี้ จะอธิบายอย่างไร และวันนั้นอาจจะไม่ได้อยู่เล่าให้ฟัง แต่เมื่อได้บันทึกไว้แล้วอยากจะบอกอะไร นายทักษิณกล่าวว่า หลานผม ตอนเอมิ นานิ (ลูกแฝด น.ส.พินทองทา) 2 ขวบครึ่ง ไปเจอผมที่ลอนดอน วันที่เขากลับบ้าน

ถามว่า ทำไมคุณตาไม่กลับไปกับพวกเรา แม่เขาก็อธิบายเรื่องราวเป็นอย่างไร แล้วเขาก็ถามว่า ใครแกล้งคุณตา 2 ขวบครึ่ง พวกหลานผม attract พ่อแม่กับตายายแล้วก็จะรู้เรื่อง เด็กสมัยนี้ฉลาด จำได้หมด ผมถือว่า Happiness at home ความสุขอยู่ที่บ้าน เมื่อกลับบ้านไปแล้ว ทำให้กระชุ่มกระชวยมีกำลังใจในการต่อสู้ ในชีวิต ความโง่ มาก่อนความฉลาด

เมื่อถูกถามว่า รู้สึกว่าตัวเองโง่ที่สุด เรื่องอะไร นายทักษิณ กล่าวว่า ผมอาจจะโง่เรื่องคน ประสบการณ์เป็นคนบ้านนอก ชีวิตเราง่าย ๆ อยู่บ้านนอกโตบ้านนอก พอมาอยู่กรุงเทพฯ ชีวิตมันก้าวกระโดด มันผ่านสังคมกรุงเทพฯ น้อยไป สังคมของ Elite น้อยไป เราเลยไม่ได้อยู่ในสังคม Elite แม้ฐานะเราอยู่ใน Elite แต่แทนที่จะไปคบสังคม Elite กลับไปเข้าการเมือง เลยกลายเป็นคนซื่อบื้อคนหนึ่ง

ซึ่งอันนี้ต้อง blame(ตำหนิ) ตัวเองว่า เหมือนกับเรายังไม่รู้วิธีอยู่ในป่า เราไม่เข้าใจ เราถูกปล่อยเข้าไป บางทีเขาบอกว่า say yes อาจจะมี no ซึ่งเราไม่เข้าใจ เราแค่ yes คือ yes และ no คือ no พอเราเป็นเจอ yes but mean no เราตายแล้ว เพราะเราคิดว่าคนทุกคนคงเหมือนเรา เพราะชีวิตเราง่ายมาก แต่ชีวิตของคน elite ยิ่งเป็นนาน ๆ ยิ่ง complicate เร้นลับซับซ้อน อันนี้คือสิ่งที่ผมต้องเรียนรู้ แต่ไม่คิดจะเรียนรู้แล้ว แก่แล้ว เอาความรู้ที่เป็นวิชาการ สอนหนังสือไป อบรมลูกหลาน ไม่ได้ถึงกับ เฮิร์ต แต่เสียดายตัวเอง น่าจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองได้มากกว่านี้

“ผมไม่เคยกลัวตาย ถูกลอบสังหารมา 4 รอบ ผมเฉย ๆ ผมถือว่า ถ้าคนเรา มันจะตายมันก็ตาย มันยังไม่ตายก็คือยังไม่ตาย”

เมื่อถูกถามว่า ทั้ง 4 ครั้ง ให้อภัยหมดหรือไม่ นายทักษิณบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เพราะผมก็ไม่ค่อยเชื่อ ชาติที่แล้ว ชาติหน้า ก็ไม่รู้เป็นกรรมเป็นเวรอะไร ผมก็รู้ ใครเป็นคนทำ เรื่องนี้ ภายในครอบครัวเรารู้หมด เพราะไม่อยากให้เขาไปเจอคนไม่คิดดีกับเรา เมื่อเจอแล้วจะได้ระวังตัว แค่นั้นเอง

นายทักษิณบอกอีกว่า ในภาพอนาคต 20-30 ปี ตัวเองอาจไม่ได้อยู่ทันเห็น แต่ระหว่างที่เราอยู่ ไม่รู้ พระเจ้าจะเอาเราไปเมื่อไหร่ แต่ระหว่างที่อยู่ ก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์กับคนที่เรารักและที่เขารักเรา คนที่ไม่รักเรา ทำให้เขารักเรามันยาก คนที่รักเราอยู่แล้วก็อย่าให้เขาผิดหวัง คนที่อยู่ตรงกลาง รักบ้าง ไม่ได้รัก ไม่ได้เกลียดอะไร ก็ให้เขาเข้าใจ ทุกวันนี้ไม่ได้มีอะไรเลย เป็นบุคคลอยู่เมืองนอก กลับประเทศก็ไม่ได้ แต่ยังมีคนที่รัก เวลาเรารักลูกก็อยากให้เขาไม่ต้องลำบากเหมือนเรา ตอนที่สร้างตัวเองมา เน้นเรื่องงาน เพราะว่าทุกอย่างบีบคั้น โดยเฉพาะการเงิน

แต่ผมก็เป็นคนที่ขอกำลังใจจากการอยู่กับครอบครัวตลอดเหมือนกัน ตั้งแต่ลำบาก ผมเวลาเครียดเก็บไว้กับตัวเอง เมื่อคิดจนตกผลึกแล้วก็มาคุยกับคุณหญิง บางทีคิด คุณหญิงยังดุเลยว่า ทำไมเธอไม่พูดออกมา ก็พยายามคิด เอาเงินตรงไหนอย่างไร พอพูดออกมาปุ๊บ

ผู้บริหารบลูเทค ซิตี้ ร่วมลงนามบันทึกการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ภายใต้ BCG โมเดล

วันนี้ (26 ก.ค.65) เวลา 13.00 น. ที่ห้องโชคอนันต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานและร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลงานวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ภายใต้ BCG โมเดล กับศาตราจารย์(วิจัย) ดร.ชุติมาเอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ นายวิบูลย์พึงประเสริฐ นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย นางสมจิตร์พันธุ์สุวรรณ นายกเทศมนตรี ตำบลท่าข้าม และนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ผู้บริหารโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราบลูเทคซิตี้

ซึ่งความร่วมมือในวันนี้ จะเป็นการบูรณาการร่วมกันส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ตามยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรและชุมชน โดยขับเคลื่อนพื้นที่ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับ BCG โมเคล โดยจะร่วมมือกันในการผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัย และองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการ วัสดุเหลือทิ้ง และการจัดการขยะชุมชนให้เป็น "Zero waste" ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรารวมไปถึงการแปรรูปขยะให้เกิดประโยชน์กับภาคการเกษตร อันจะทำให้เกิดการพัฒนายกระดับให้เกษตรกรและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

มาแล้ว 3 โครงการเพิ่มกำลังซื้อ ที่ครม.อนุมัติล่าสุด

1. โครงการคนละครึ่ง เฟส 5 รับ 800 บาทต่อคน จำนวน 26.5 ล้านสิทธิ

2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 รับ 200 บาทต่อคนต่อเดือน 

3. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ระยะที่ 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน

ประชาธิปัตย์เดินหน้าเต็มสูบ!! 'จุรินทร์-เฉลิมชัย' หารือรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรควางกลยุทธ์ขับเคลื่อนเร่งสร้างผลงานสู่โหมดเลือกตั้งหวังเพิ่มที่นั่งในสภาฯ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยวันนี้ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคและ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคได้จัดประชุมหารือแบบดินเนอร์มิตติ้งก์กับรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคเกี่ยวกับภารกิจของพรรคหลังเสร็จศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์และพัฒนาการทำงานพร้อมกับเร่งสร้างผลงานบนศรัทธาประชาชนของ3กลไกได้แก่ พรรค สภาฯและรัฐมนตรีให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพและประสิทธิภาพสู่โหมดการเลือกตั้งครั้งหน้า

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ประเมินผลงานการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลตลอด 3 ปีที่ผ่านมาว่า ทำได้ไว ทำได้จริงตามนโยบายที่ประกาศไว้ มีความเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้เกษตรกร การปฏิรูปภาคเกษตรและการออกโฉนดให้ประชาชนกว่า 3 แสนราย เป็นต้น ประการสำคัญคือ การแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจจนสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศกว่า 23 ล้านล้านบาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาจากการส่งออกที่เติบโตกว่า 17% ในปี 2564 โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสามารถส่งรายได้กระจายไปถึงครอบครัวเกษตรกร 10 ล้านครัวเรือนซึ่งเป็นฐานรากของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยคาดว่าปี 2565 จะทำเงินเข้าประเทศอีกไม่น้อยกว่า 8 ล้านล้านบาททั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารุ้มเร้านานัปการจากผลกระทบของวิกฤติการณ์โควิด19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก ซึ่งที่ประชุมมั่นใจว่าด้วยการทำงานที่มีเอกภาพและประสิทธิภาพภายใต้แนวทางอุดมการณ์-ทันสมัยพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถเพิ่มที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้มากกว่าเดิม

‘จิราพร’ ห่วง ครม. ดันไทยเข้า CPTPP ทั้งที่ไม่มีความพร้อม ไร้ข้อสรุปกับทุกฝ่าย

นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พรุ่งนี้ (27 ก.ค. 65) คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) เตรียมชงให้คณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ว่า นับแต่วันที่ กนศ. ซึ่งได้รับมอบหมายจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นสัญญากับภาคประชาสังคมว่า จะทำการศึกษาที่ชัดเจนครอบคลุมถึงมาตรการรองรับผลกระทบอย่างรอบครอบ และหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วนเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันก่อนตัดสินใจ จนวันนี้ผ่านมาเกือบ 1 ปี ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เป็นรูปธรรม แต่กลับมีกระแสข่าวว่าเตรียมจะให้ไทยเข้าร่วม CPTPP ทั้งที่ยังขาดความพร้อมในหลายเรื่อง


 
นางสาวจิราพร กล่าวต่อว่า หากจะอ้างว่า เตรียมดันให้ไทยเข้าร่วมความตกลง CPTPP เพื่อขยายการค้าการลงทุน อาจเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะข้อเท็จจริงคือ ไทยมีความตกลงเสรีทางการค้า (FTA) กับสมาชิก CPTPP แล้วเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงเม็กซิโก ส่วนแคนาดา ขณะนี้กำลังจัดทำ FTA อาเซียน-แคนาดา 

ดังนั้น ด้วยเหตุผลนี้การเข้าร่วมความตกลง CPTPP จึงไม่เกิดประโยชน์ต่อการขยายการค้าการลงทุนของไทยอย่างมีนัยะสำคัญแต่อย่างใด ซึ่งมีข้อสังเกตว่า หากไทยต้องการขยายการค้าการลงทุนกับประเทศใหม่ๆจริง ควรเร่งการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งจะทำให้ไทยได้ตลาดเพิ่มอีก 27 ประเทศ และ FTA กับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย ซึ่งจะทำให้ไทยได้ตลาดใหม่เพิ่มขึ้นมา 5 ประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยมีแผนจะทำ FTA ด้วยแต่กลับล่าช้าเป็นอย่างมาก

ตำรวจท่องเที่ยวประสานทั่วแผ่นดินเตรียมรับนักท่องเที่ยวช่วง High Season

(26 ก.ค.2565) พล.ต.ท. สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวแจ้งต่อสื่อมวลชนว่า 

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 2565) เวลา 13:30 น. กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้จัดให้มีการประชุมบริหารทั่วไปของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวขึ้น ซึ่ง พล.ต.ท.สุคุณฯ ได้ให้นโยบายผู้บังคับการและหัวหน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวทั่วประเทศให้เร่งฝึกพัฒนายุทธวิธี เตรียมการทั้งกำลังกายกำลังใจ และให้เป็นจุดประสานงานกลางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมดในพื้นที่รับผิดชอบตามนโยบายของ พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เพื่อรองรับการดูแลนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาประเทศไทยในช่วง High Season และได้กำชับการปฏิบัติของตำรวจท่องเที่ยวทุกคนให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพสร้างความประทับใจและความอบอุ่นให้กับนักท่องเที่ยวในทุกโอกาสที่สามารถจะทำได้โดยให้นึกในใจเสมอว่า ทำอย่างไรจึงจะนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีก 

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้หัวหน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวทั้งหมดทุกพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและผู้ประกอบการทราบถึงการพัฒนาในส่วนของ Supply Side (ฝั่งผู้ประกอบการและผู้ให้บริการ) ให้มีคุณภาพตามนโยบายของท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งรวมไปถึงให้ตำรวจท่องเที่ยวต้องเป็นพี่เลี้ยงและเป็นที่ปรึกษาการท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบด้วย 

ต่อมาในค่ำวันเดียวกัน ผู้กำกับและหัวหน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักได้นำนโยบายของผู้บัญชาการออกปฏิบัติทันทีในพื้นที่ภูเก็ต เกาะสมุย พัทยา และกรุงเทพมหานคร โดยได้ร่วมกันออกเดินประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรื่องการจำหน่ายกัญชาและกัญชงให้เป็นไปตามกฎหมายโดยไม่ควรจำหน่ายกัญชาให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่าอายุ 20 ปี สตรีมีครรภ์ หรือ สตรีให้นมบุตรโดยเด็ดขาด และการกระทำอะไรเกี่ยวกับกัญชาจะต้องไม่สร้างกลิ่นเหม็นและสร้างความรำคาญต่อสาธารณะ เหนือสิ่งอื่นใด ให้คำนึงถึงภาพลักษณ์ของประเทศและชุมชนเป็นสำคัญ ซึ่งประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยวดังกล่าวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง

พล.ต.ต.อภิชาติฯ ได้ถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณในนามกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวทุกคนต่อประชาชนและผู้ประกอบการทุกภาคส่วนในพื้นที่สำหรับความร่วมมืออันอบอุ่นที่มอบให้กับตำรวจท่องเที่ยวในครั้งนี้ และกล่าวว่า นี่คือนวัตกรรมความร่วมมือในการทำงานของตำรวจท่องเที่ยวกับประชาชนอย่างแท้จริง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top