Monday, 29 June 2026
NewsFeed

ประธานกรรมการ รถเมล์ไฟฟ้า “ ไทย สมายล์ บัส ”   เข้ารับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมแห่งปี SQC  AWARDS 2022 

นางสาวกุลพรภัสร์  วงศ์มาจารภิญญา ประธานกรรมการ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB  ผู้นำระบบแพลตฟอร์มการให้บริการ รถเมล์พลังงานไฟฟ้า ภายใต้ชื่อ “ไทย สมายล์ บัส ”  เข้ารับรางวัลธุรกิจยอดเยี่ยมแห่งปี SQC AWARDS 2022  ณ ห้องดอนเมืองบอลลูม  โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ตกรุงเทพ 

โดยมีพลตรี หม่อมราชวงศ์ วัยวัฒน์ จักรพันธุ์ และพลเอก พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี ในรัชกาลที่ 9 เป็นประธานมอบรางวัลให้ผู้บริหารในหลายสาขา และผู้ที่ทำความดี ทำคุณประโยชน์ให้สังคม หลายร้อยท่าน อาทิ ผู้บริหารดีเด่น และผู้นำชุมชนที่ทำคุณประโยชน์ให้สังคมมากมาย โดยมี นางสาวอนัญญา กรีธาพล ผู้บริหาร บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด(มหาชน) ได้รับรางวัลในครั้งนี้อีกด้วย 

'มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์' สนับสนุนชุดตรวจโควิดให้แก่โครงการบริจาคโลหิตเลือดชมพู (CU Blood B0157)

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ โดย คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยคณะทำงาน ร่วมสนับสนุนชุดตรวจโควิด (GICA) ชนิดตรวจทางจมูกและน้ำลาย จำนวน 350 ชุด ให้กับสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรมหาวิทยาลัย ในพระราชูปถัมถ์ โดยมี- คุณดวงพร  เที่ยงวัฒนธรรม (เลขาธิการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ) คุณมกร พงษ์ธนพฤกษ์ (ที่ปรึกษาโครงการ CU Blood) และคุณสิรภพ  สาระสิทธิ์ (ประธานโครงการ CU Blood) เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้ในการตรวจ ATK ระหว่างระยะเวลาการจัดรณรงค์บริจาคโลหิต ภายใต้โครงการบริจาคโลหิตเลือดชมพู (CU Blood B0157) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม - 1 เมษายน 2565 นี้

“บิ๊กตู่” ชื่นชมการจัดแข่งขันกีฬา “HATYAI EXTREME FESTIVAL 2022” สอดรับนโยบายการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) หวังต่อยอดพัฒนาศักยภาพสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ และเป็นโอกาสกระตุ้น และฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย  

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบแผนการจัดการแข่งขันกีฬาเอ็กซ์ตรีมรายการ “HATYAI EXTREME FESTIVAL 2022” ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาทุกชนิด รวมทั้งส่งเสริมเยาวชนไทยนักกีฬารุ่นใหม่ ให้มีโอกาสแสดงศักยภาพ รวมทั้งเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคโลกาภิวัตน์ในทุกมิติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการการทำงานเพื่อพัฒนาให้ประเทศให้โดดเด่นในกีฬาเอ็กซ์ตรีมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ไทยมีภูมิประเทศที่สวยงาม หลากหลาย ทั้งมีป่า ภูเขา แม่น้ำ และทะเล ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบกีฬาที่เน้นความท้าทาย ผาดโผน และผจญภัย ซึ่งเชื่อว่าหากทุกส่วนงานได้ร่วมงานกันอย่างเต็มที่จะสามารถส่งผลให้กีฬาเอ็กซ์ตรีมเป็นอีกกิจกรรมที่ต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกอย่างแน่นอน 

นายธนกร กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดการแข่งขัน “HATYAI EXTREME FESTIVAL 2022” ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2565 ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยกำหนดให้มีการแข่งขันทั้งหมดสามชนิดกีฬา ได้แก่ SKATEBOARD, INLINE SPEED SKATE และ SURF SKATE ชิงรางวัลมูลค่ากว่า 500,000 บาท 

“นายกฯ” ยัน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานสตรี เร่ง แก้กฎหมายลาคลอด จ่ายค่าจ้างให้ครบ 98 วัน

ที่ทำเนียบรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายสตรี มีข้อเรียกร้องถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในวันสตรีสากล 8 มี.ค.ที่ผ่านมา  เกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้าง เรื่องวันลาคลอดบุตร ที่ปัจจุบันให้ลาได้ 98 วัน แต่จ่ายค่าจ้างเพียง 90 วัน เนื่องจากข้อกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างลา แต่ไม่เกิน 45 วัน โดยค่าจ้างอีกครึ่งหนึ่ง (45วัน) ลูกจ้างรับจากสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน โดยวันลา 8 วัน ที่เพิ่มขึ้น ลูกจ้างยังไม่ได้รับความคุ้มครองในเรื่องค่าจ้าง

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯรับข้อเรียกร้อง และติดตามการปรับปรุงข้อกฎหมาย เพื่อให้นายจ้าง และสปส. ร่วมกันจ่ายค่าจ้างให้ครอบคลุมวันลาทั้งหมด ขณะนี้กระทรวงแรงงาน อยู่ระหว่างดำเนินการให้สปส.เสนอปรับแก้ไขกฎหมาย เพิ่มสิทธิให้กับลูกจ้าง โดยจะปรับเพิ่มประโยชน์ทดแทนให้ผู้ประกันตน จากร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน เป็นร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 98 วัน จะมีผลให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างในวันลาเพิ่มขึ้นจากสิทธิเดิม อีก 4 วัน ในส่วนของค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตร อีก 4 วัน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานประเมินผลสัมฤทธิ์กฎหมาย เพื่อปรับแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพิ่มสิทธิให้กับลูกจ้างต่อไป

‘บิ๊กตู่’ ยัน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานสตรี เร่ง แก้กม.ลาคลอด จ่ายค่าจ้างให้ครบ 98 วัน

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่เครือข่ายสตรี มีข้อเรียกร้องถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในวันสตรีสากล 8 มี.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับสิทธิของลูกจ้าง เรื่องวันลาคลอดบุตร ที่ปัจจุบันให้ลาได้ 98 วัน แต่จ่ายค่าจ้างเพียง 90 วัน เนื่องจากข้อกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ กำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ลูกจ้างลา แต่ไม่เกิน 45 วัน โดยค่าจ้างอีกครึ่งหนึ่ง (45 วัน) ลูกจ้างรับจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน โดยวันลา 8 วัน ที่เพิ่มขึ้น ลูกจ้างยังไม่ได้รับความคุ้มครองในเรื่องค่าจ้าง

น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกฯ รับข้อเรียกร้อง และติดตามการปรับปรุงข้อกฎหมาย เพื่อให้นายจ้าง และสปส. ร่วมกันจ่ายค่าจ้างให้ครอบคลุมวันลาทั้งหมด ขณะนี้กระทรวงแรงงาน อยู่ระหว่างดำเนินการให้สปส.เสนอปรับแก้ไขกฎหมาย เพิ่มสิทธิให้กับลูกจ้าง โดยจะปรับเพิ่มประโยชน์ทดแทนให้ผู้ประกันตน จากร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน เป็นร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 98 วัน จะมีผลให้ลูกจ้างได้รับค่าจ้างในวันลาเพิ่มขึ้นจากสิทธิเดิม อีก 4 วัน ในส่วนของค่าจ้างในวันลาเพื่อคลอดบุตร อีก 4 วัน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะทำงานประเมินผลสัมฤทธิ์กฎหมาย เพื่อปรับแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพิ่มสิทธิให้กับลูกจ้างต่อไป

สดุดีตำรวจกล้า!! กองปราบฯ สดุดี ‘ด.ต.อนันต์ มีแสง’ หลังไล่ล่าคนร้ายกลางเมืองลุง ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

ตำรวจสอบสวนกลางโพสต์ข้อความสดุดี ด.ต.อนันต์ มีแสง ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฆ่าผู้อื่น ที่จังหวัดพัทลุงเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.)

วันนี้ (10 มี.ค.) เฟซบุ๊ก "ตำรวจสอบสวนกลาง" ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้โพสต์ข้อความสดุดีตำรวจกล้า จากเหตุยิงปะทะคนร้ายที่แยกไฟแดงเขาชัยสน จ.พัทลุง ระบุว่า จากเหตุปะทะกันระหว่างเข้าปิดล้อมจับกุมคนร้ายที่ ต.โคกม่วง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ในวันที่ 9 มีนาคม 2565 ซึ่งทางคนร้ายได้ขับรถหลบหนี และใช้อาวุธปืนยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลทำให้ ด.ต.อนันต์ มีแสง ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม (ผบ.หมู่ กก.6 บก.ป.) เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ และ ด.ต.ชัชชัย พันธอู ผบ.หมู่ กก.6 บก.ป. ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในส่วนของคนร้าย ทางเจ้าหน้าที่สามารถวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายได้ 1 คน คือ นายวัชระ และในส่วนของคนร้ายที่ยังคงหลบหนีการจับกุมอยู่ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังลงพื้นที่เร่งติดตามจับกุมตัวมาให้ได้โดยเร็ว

ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ตรวจการฝึก ของหมู่เรือฝึกช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ 65

ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการและคณะ ได้เดินทางไปตรวจการฝึก ของหมู่เรือฝึกช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ 65 บนเรือหลวงอ่างทองซึ่งออกเรือฝึก บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง โดยได้รับฟังการบรรยายแผนการฝึก และ ชมการสาธิตการปฏิบัติการทางทหาร ร่วมกับเรือหลวงมกุฎราชกุมาร อากาศยาน และชุดปฏิบัติการพิเศษ เพื่อเตรียมความพร้อมของเรือ กำลังพล ยุทโธปกรณ์ และทีมแพทย์ สำหรับการออกไปช่วยเหลือประชาชนกรณีหากเกิดภัยพิบัติ

'โฆษกรัฐบาล' เผย ไทยเตรียมพร้อมมาตรการรองรับการเปลี่ยนผ่านการระบาดของโรคโควิด-19 สู่โรคประจำถิ่น สอดคล้องกับระดับสถานการณ์และมาตรฐานองค์การอนามัยโลก - นายกฯ เน้น ให้ประชาชนดำรงชีวิตได้เป็นปกติใหม่ภายใต้หลัก Universal Prevention 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง ความพร้อมสำหรับมาตรการรองรับการเปลี่ยนผ่านการระบาดของโรคโควิด - 19 สู่โรคประจำถิ่น เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมสอดคล้องกับระดับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงทั้งสุขภาพของคนไทย รวมทั้งการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ   โดยนายกรัฐมนตรีเน้นบริหารจัดการ เตรียมความพร้อมในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งการเฝ้าระวังสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศ การบริหารจัดการวัคซีน มาตรการป้องกันและควบคุมโรค คู่ขนานไปการรักษาระบบเศรษฐกิจสร้างรายได้เข้าประเทศ เพี่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้เป็นปกติใหม่ภายใต้หลัก Universal Prevention 

สำหรับมาตรการเตรียมความพร้อมเข้าสู่โรคประจำถิ่นมีแผนดำเนินการที่ครอบคลุมทุกมิติ โดยอัตราความรุนแรงของโรคจะต้องสามารถควบคุมได้ มีสถานพยาบาลที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ภายใต้อัตราส่วนของสากล สอดคล้องกับมาตรฐานองค์การอนามัยโลก ทั้งนี้  ประชาชนยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด และการได้รับวัคซีนครบถ้วน รวมทั้งวัคซีนเข็มกระตุ้น เพี่อช่วยลดอัตราความรุนแรงของโรคได้

‘ท่านใหม่’ เตือนไทย อย่าหลงเชื่อพวกคนแดนไกล ทำลาย ‘สัมพันธ์ - ต่อต้าน’ และถึงขั้นรบกับจีน 

ไม่นานมานี้ ‘ท่านใหม่’ หม่อมเจ้า จุลเจิม ยุคล ได้โพสต์เฟซบุ๊กเตือนสติคนไทยและรัฐบาลไทย หลังจากระยะหลัง เริ่มวางบทบาทที่อาจจะไปกระเทือนความสัมพันธ์อันดีกับประเทศจีน ด้วยการหลงเชื่อกลุ่มประเทศจากแดนไกล ว่า... 

ประเทศไทยต้องไม่เป็นยูเครนสอง

อย่าคิดทำลายมิตรภาพที่ดีระหว่างประเทศจีน และประเทศไทย ไปหลงเชื่อพวกคนแดนไกล

ขณะนี้ประเทศไทย เรา รัฐบาลเรา ก็ประพฤติปฏิบัติอย่างเดียวกันกับยูเครน นั่นคือ ได้ไปทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ก่อตั้งพันธมิตรตามยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ในการต่อต้านภัยคุกคามจากจีน โดยจะมีญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์เข้ามาผสมโรงด้วย 

พูดง่ายๆ ก็คือเอาประเทศไทยเข้าเป็นพันธมิตรกับอเมริกา ซึ่งเป็นหัวหน้าใหญ่ของนาโต้ และสมุนบริวารเพื่อตั้งตัวเป็นศัตรูกับจีน ‘ต่อต้านจีน’ กระทั่งอาจเตรียมที่จะทำสงครามกับจีนด้วย (หวังว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น)

ไปตั้งความตกลงนี้กันอย่างปกปิดเงียบเชียบโดยคนไทยทั้งประเทศไม่มีใครรู้เห็น จนกระทั่งสถานทูตสหรัฐฯ นำข้อตกลงนี้ออกมาเผยแพร่ คนไทยจึงเพิ่งรับรู้กันในระยะไม่กี่วันมานี้ จึงมีการกล่าวขานกันอย่างกว้างขวางว่า “นี่คือการกระทำที่ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้านอย่างเดียวกันกับยูเครน”

...ไม่สำเหนียกเลยว่าประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-จีน นั้นมีแต่ความเป็นพี่น้องกัน 
...ไม่มีครั้งไหนที่ไทยเดือดร้อนแล้วจีนจะไม่ให้ความช่วยเหลือ 
...ไม่ว่าจากศึกเหนือเสือใต้หรือจากภัยพิบัติ หรือจากปัญหาเศรษฐกิจ จีนก็เอื้อเฟื้อช่วยเหลือตลอดมา 
...ไม่เคยกระทำการใดๆ ที่เป็นภัยต่อประเทศไทยเลย 

แม้กระนั้นก็มิได้สำนึกในบุญคุณ กลับทรยศต่อมิตรไปคบคิดกับคนแดนไกล (อเมริกา) มาก่อความขัดแย้งใหญ่ขึ้นในภูมิภาค ในพระราชอาณาจักรเรา ที่มีแต่ความสงบสุข มาเป็นเวลากว่า ร้อยๆ ปี

'กบฉ.ไฟเขียว' ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ '3 จ.ใต้' ย้ำ เข้มมาตรการ เฝ้าระวังชายแดน-โควิด-19-งานข่าวในพื้นที่ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 1/2565 มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เข้าร่วม

โดยที่ประชุมเห็นชอบขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3เดือน ทั้งนี้ ตั้งแต่ 20 มี.ค.- 19 มิ.ย.65 โดยเป็นการขยายระยะเวลา ครั้งที่ 67 ยกเว้น อ.ศรีสาคร ,อ.สุไหงโก-ลก ,อ.แว้ง ,อ.สุคิริน จ.นราธิวาส  อ.ไม้แก่น ,อ.แม่ลาน จ.ปัตตานีและ อ.เบตง ,อ.กาบัง จ.ยะลา ตามข้อเสนอของ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า เสนอ เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจเาหน้าที่เกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ สามารถดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ ต่อไป 

นอกจากนั้น รับทราบผลการปฏิบัติงานตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตั้งแต่ 20 ธ.ค.64-10 ก.พ.65 โดยภาพรวมสถานการณ์การก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยดี รวมถึงรับทราบความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามแผนปรับลดพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะปรับลดพื้นที่เพิ่มขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top