Friday, 5 June 2026
NASA

28 มกราคม 2529 รำลึก โศกนาฏกรรม 'ยานชาเลนเจอร์' ระเบิดกลางฟ้า นักบินอวกาศ 7 ชีวิตสูญเสีย

วันนี้เมื่อ 39 ปีก่อน เกิดเหตุการณ์ที่ช็อคโลก เมื่อกระสวยอวกาศ ‘ชาเลนเจอร์’ เกิดระเบิดขึ้นบนท้องฟ้า หลังจากถูกปล่อยขึ้นไปเพียงไม่กี่นาที

ย้อนไปถึงที่มาของ ‘ยานชาเลนเจอร์’ เป็นกระสวยอวกาศขององค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีภารกิจสำคัญในการสำรวจอวกาศ ก่อนเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ยานชาเลนเจอร์เคยบินไปในอวกาศมาแล้ว 9 ครั้ง แต่ในการบินครั้งที่ 10 หลังจากถูกปล่อยออกไป ท่ามกลางผู้ชมหลายล้านคนที่ติดตามชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เพียง 73 วินาทีเท่านั้น ยานก็เกิดระเบิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด

อุบัติเหตุในครั้งนั้นทำให้มีนักบินอวกาศเสียชีวิต 7 คน หนึ่งในนั้นคือ คริสตินา แมคคอลิฟ อดีตครูประถมที่มีความฝันอยากเป็นนักบินอวกาศ แม้เธอจะได้มาเป็นนักบินอวกาศในที่สุด แต่เธอก็ต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหันในเหตุการณ์นี้

การสอบสวนภายหลังพบว่า สาเหตุของอุบัติเหตุเกิดจากชิ้นยางวงแหวนที่ใช้ปิดกั้นแก๊สระหว่างรอยต่อในจรวดไม่สามารถยืดหยุ่นได้ดี เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็น ทำให้เกิดการรั่วไหลของแก๊สที่ไปกระทบกับถังเชื้อเพลิงระหว่างจรวดขับดัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการระเบิดฉีกตัวยานและจรวดออกเป็นชิ้นๆ

โศกนาฏกรรมยานชาเลนเจอร์ถือเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงที่สุดในโครงการขนส่งอวกาศของสหรัฐฯ และส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องหยุดโครงการขนส่งอวกาศไปนานเกือบ 3 ปี แม้เวลาจะผ่านไปแล้วกว่า 35 ปี แต่ความสูญเสียในครั้งนั้นยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของผู้คนเสมอมา

ยานอวกาศรัสเซีย ‘ซายุซ MS-26’ ลงจอดในคาซัคสถาน นำลูกเรือกลับสู่โลกตามกำหนด หลังทำภารกิจบน ISS กว่า 7 เดือน

(21 เม.ย. 68) ยานอวกาศ ซายุซ MS-26 ของรัสเซียประสบความสำเร็จในการพานักบินอวกาศ 3 นายเดินทางกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย หลังจากปฏิบัติภารกิจในวงโคจรนอกโลกนานกว่า 7 เดือน บนสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station: ISS)

ลูกเรือประกอบด้วยนักบินอวกาศชาวรัสเซีย อเล็กซีย์ ออฟชินิน และ อีวาน วากเนอร์ รวมถึงนักบินอวกาศชาวอเมริกันจากนาซา โดนัลด์ เพ็ตติต ซึ่งการเดินทางกลับของเขาในครั้งนี้ตรงกับวันคล้ายวันเกิดปีที่ 70 ของเจ้าตัวอีกด้วย

องค์การนาซาระบุผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X (อดีต Twitter) ว่า “นักบินอวกาศโดนัลด์ เพ็ตติต กลับสู่โลกในวันเกิดของเขาเอง อายุครบ 70 ปี ในวันเดียวกับที่เขาใช้ร่มชูชีพเหินฟ้ากลับบ้าน”

สำหรับภารกิจครั้งนี้เน้นการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในสภาวะไร้น้ำหนักและเทคโนโลยีสำหรับการอยู่อาศัยระยะยาวนอกโลก โดยทั้งสามคนได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้นทันทีที่ลงจอด และอยู่ในสภาพร่างกายแข็งแรงดี

ด้านองค์การอวกาศรัสเซีย (Roscosmos) รายงานว่า ยานซายุซ MS-26 ได้แยกตัวออกจากสถานีอวกาศในช่วงเช้าของวันที่ 19 เมษายน 2568 ก่อนที่จะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก และลงจอดอย่างปลอดภัยในเขตคาซัคสถานตามกำหนดการในวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินที่เข้าดำเนินการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

การเดินทางกลับสู่โลกในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปิดฉากภารกิจสำคัญบนอวกาศ แต่ยังเป็นการตอกย้ำถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แม้ในยามที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ ภารกิจของ ซายุซ MS-26 เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความสามารถทางด้านเทคโนโลยีอวกาศของรัสเซีย ซึ่งยังคงมีบทบาทสำคัญในโครงการสำรวจอวกาศระดับนานาชาติ

NASA เดินเกมใหม่!! เลิกยึดติดสถานีโคจร มุ่งตั้งหลักบนดวงจันทร์อย่างถาวร เน้นสร้างฐานพื้นผิวอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าลงจอดทุก 6 เดือน

องค์การนาซา (NASA) ประกาศเปลี่ยนแผนภารกิจอวกาศด้วยการระงับการพัฒนาสถานีอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์ในรูปแบบเดิม และมุ่งเน้นพัฒนาฐานบนพื้นผิวดวงจันทร์แทน เพื่อเร่งภารกิจส่งมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง

นาซาเผยว่าจะใช้ฮาร์ดแวร์จากภาคพาณิชย์และอุปกรณ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้ภารกิจลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์เกิดขึ้นบ่อยขึ้น มีเป้าหมายลงจอดทุก 6 เดือน พร้อมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการสาธิตนวัตกรรมเทคโนโลยี ทั้งภารกิจหุ่นยนต์และการสนับสนุนมนุษย์ในระยะยาว

พร้อมกันนี้ นาซาวางแผนส่งยานอวกาศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ชื่อ "สเปซ รีแอกเตอร์-1 ฟรีดอม" มุ่งหน้าสู่ดาวอังคารก่อนสิ้นปี 2028 เป็นครั้งแรกของยานระหว่างดาวเคราะห์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ พร้อมโครงการส่งหุ่นยนต์ลงจอดดวงจันทร์ไม่เกิน 30 ภารกิจ เริ่มปี 2027 และภารกิจสำรวจวิทยาศาสตร์อื่น ๆ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของนาซาที่ต้องการสร้างฐานสำรวจอย่างยั่งยืนบนดวงจันทร์ รองรับการปฏิบัติงานมนุษย์ในอนาคต และต่อยอดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของภารกิจอวกาศระยะยาวในระบบสุริยะ

ที่มา : Xinhua

NASA เปิดแผน Moon Base แผนสร้างฐานยั่งยืนขั้วใต้ดวงจันทร์ แบ่ง 3 ระยะสำรวจ-สร้าง-พัฒนา เน้นพลังงาน-วิทยาศาสตร์-พาณิชย์ รองรับภารกิจอวกาศระยะยาว

เมื่อวันอังคาร (26 พ.ค.) องค์การนาซา (NASA) ของสหรัฐฯ เปิดเผยแผนการ "มูน เบส" (Moon Base) 

ซึ่งเป็นแผนการสร้างฐานของมนุษย์ที่ยั่งยืนบริเวณใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ภายใต้โครงการสำรวจอาร์ทิมิส (Artemis) โดยมีการนำเสนอยุทธศาสตร์และแผนงานสำหรับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบนดวงจันทร์ เพื่อสนับสนุนการสำรวจระยะยาวของมนุษย์ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมเชิงพาณิชย์บนดวงจันทร์

นาซาระบุว่าแผนการมูน เบส จะแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะหนึ่งมุ่งสำรวจด้วยหุ่นยนต์และเทคโนโลยีจนถึงปี 2029 ระยะสองมุ่งสร้างระบบอยู่อาศัยเบื้องต้น รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและการสื่อสารในช่วงปี 2029-2032 และระยะสามมุ่งสร้างฐานของมนุษย์ที่ยั่งยืนบนดวงจันทร์และพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรบนดวงจันทร์ตั้งแต่ปี 2032

ขั้วใต้ของดวงจันทร์เป็นภูมิภาคเป้าหมายเพราะมีช่วงเวลาที่ได้รับแสงอาทิตย์ยาวนาน ซึ่งเอื้อต่อการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และมีสภาพความร้อนที่เสถียรมากขึ้นสำหรับปฏิบัติการบนพื้นผิวดวงจันทร์ รวมถึงมีความน่าสนใจทางวิทยาศาสตร์สูงเพราะอยู่ใกล้หนึ่งในพื้นที่ที่เก่าแก่ที่สุดของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแอ่งอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบในระบบสุริยะ

นาซาระบุว่าตัวอย่างจากพื้นที่นี้อาจมอบข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ สำหรับการศึกษาประวัติศาสตร์ยุคแรกเริ่มของดวงจันทร์และระบบโลก-ดวงจันทร์ รวมถึงวิวัฒนาการของระบบสุริยะ

มูน เบส จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ การสาธิตเทคโนโลยี และการสำรวจ ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกในอนาคต และส่งเสริม "เศรษฐกิจดวงจันทร์" ที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ โดยหุ้นส่วนเชิงพาณิชย์และผู้ประสานงานนานาชาติจะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามูน เบส และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top