Friday, 5 June 2026
Liverpool

‘โมฮาเหม็ด ซาลาห์’ ดาวเตะลิเวอร์พูล วอนเหล่าผู้นำโลกเห็นแก่สันติภาพ เร่งช่วยเหลือคนในฉนวนกาซา ลั่น!! ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ควรได้รับการปกป้อง

เมื่อไม่นานนี้ ‘มุฮัมมัด เศาะลาห์ ฮามิด มะห์รูส ฆอลี’ หรือ ‘โมฮาเหม็ด ซาลาห์’ เป็นนักฟุตบอลชาวอียิปต์ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้แก่ลิเวอร์พูลสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และทีมชาติอียิปต์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอออกมาเรียกร้องให้เหล่าผู้นำของโลกส่งความช่วยเหลือไปยังผู้คนในฉนวนกาซาโดยด่วน

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเกิดการสู้รบกันอย่างหนักระหว่าง ‘อิสราเอล’ กับ ‘กลุ่มฮามาส’ ซึ่งเป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ จนทำให้มียอดผู้เสียชีวิตหลายคนจากทั้ง 2 ฝ่าย ขณะที่สิ่งก่อสร้างของทั้ง 2 ฝั่งก็ได้รับความเสียหายอย่างมากเช่นกัน

ทั้งนี้ ไม่นานมานี้มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลอัล-อะห์ลี อัล-อาระบี แบปทิสต์ ในฉนวนกาซาจนทำให้เป็นที่เชื่อกันว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 500 คน ซึ่งฝั่งปาเลสไตน์ อ้างว่าเป็นฝีมือของอิสราเอล ขณะที่อิสราเอล อ้างว่ามันเกิดความผิดพลาดจากฝั่งปาเลสไตน์เอง โดยเรื่องดังกล่าวทำให้สถานการณ์โดยรวมบานปลายขึ้นไปอีก

ซาลาห์ พูดผ่านคลิปที่เขาโพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตัวเองว่า “มันไม่เคยเป็นเรื่องง่ายกับการออกมาพูดในเวลาแบบนี้ แต่ทุกวันนี้มันมีความรุนแรงและความอำมหิตมากเกินไป สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ทนดูไม่ได้ ทุกชีวิตต่างก็มีค่าและควรจะต้องได้รับการปกป้อง”

“มันจำเป็นต้องมีการหยุดการสังหารหมู่ และการทำให้ครอบครัวต้องถูกแยกห่างออกจากกันได้แล้ว สิ่งที่ชัดเจนในตอนนี้ก็คือ มันควรจะต้องอนุญาตให้มีการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยชาติไปยังฉนวนกาซาในทันที ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นกำลังเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้มันเป็นภาพที่น่าสยดสยองอย่างมาก”

“ผู้คนในฉนวนกาซาต้องการอาหาร, น้ำ และอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน ผมขอเรียกร้องให้เหล่าผู้นำของโลกรวมพลังกัน และช่วยกันหยุดยั้งการเข่นฆ่าวิญญาณอันบริสุทธิ์ มนุษยชาติต้องได้รับชัยชนะ”

ชายอังกฤษวัย 53 ขับรถพุ่งใส่แฟนบอลลิเวอร์พูล บาดเจ็บกว่า 45 ราย กลางขบวนแห่ฉลองแชมป์

เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.68) เกิดเหตุการณ์รถยนต์พุ่งชนฝูงชนที่กำลังเฉลิมฉลองการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 20 ของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล บนถนนวอเตอร์สตรีท เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 47 ราย ในจำนวนนี้มีเด็ก 4 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย

เบื้องต้นผู้ขับขี่รถยนต์ดังกล่าว เป็นชายชาวอังกฤษ อายุ 53 ปี ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุ โดยตำรวจเมอร์ซีย์ไซด์ระบุว่า เหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย และเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยลำพัง

หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ฝูงชนกรูเข้าทุบกระจกเพื่อหยุดยั้ง แต่คนขับกลับเร่งเครื่องพุ่งชนต่ออีก ชาวเมืองและแฟนบอลต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่ทำให้วันแห่งความสุขกลายเป็นฝันร้าย

ตำรวจขอความร่วมมือประชาชนงดเผยแพร่ภาพรุนแรงและหลีกเลี่ยงการคาดเดาสาเหตุของเหตุการณ์นี้ โดยระบุชัดเจนว่าผู้ต้องสงสัยเป็นชายผิวขาว เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลผิดพลาดในโซเชียลมีเดียที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยกย่องความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ผู้เข้าช่วยเหลือ พร้อมกล่าวว่า “ทุกคน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ควรได้เฉลิมฉลองฮีโร่ของพวกเขาโดยปลอดภัย” ขณะที่สโมสรลิเวอร์พูลและพรีเมียร์ลีกต่างออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุรุนแรงดังกล่าวเช่นกัน

ดิโอโก้ โชต้า นักฟุตบอลดังลิเวอร์พูล ประสบอุบัติทางรถยนต์เสียชีวิต ที่สเปน

(3 ก.ค. 68) สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก รายงานไปในทางเดียวกันว่า ดิโอโก้ โชต้า (Diogo Jota) นักฟุตบอลของสโมสรลิเวอร์พูล ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต พร้อมกับน้องชายชื่ออังเดร 

สื่อท้องถิ่นประเทศสเปน zamora24horas รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบนถนนสาย A-52 ใกล้เมืองซาโมรา ประเทศสเปน เมื่อเวลาประมาณ 00.40 น. ของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชายหนุ่มสองรายวัย 26 และ 28 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยหนึ่งในนั้นคือ ดิโอโก้ โชต้า ดาวเตะลิเวอร์พูล

จากรายงานของศูนย์ฉุกเฉิน 112 ระบุว่า รถยนต์ที่ทั้งสองโดยสารเกิดเสียหลักออกนอกเส้นทาง ก่อนเกิดไฟลุกไหม้ลามไปยังพืชพรรณข้างทาง ทีมดับเพลิงจากเมือง Rionegro del Puente พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินและกู้ภัยรีบเข้าช่วยเหลือแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้โดยสารไว้ได้

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และได้ร่วมกับหน่วยแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการในพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยทีมแพทย์ยืนยันว่าทั้งสองเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

หน่วยงานท้องถิ่น ได้แก่ สภาจังหวัดซาโมรา และกรมดับเพลิงจังหวัด ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เข้าช่วยเหลือ พร้อมส่งกำลังใจถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลดครั้งนี้

‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ โพสต์ซึ้งอาลัยโชต้า เศร้าต้องสูญเสียเพื่อนร่วมทีมชาติไปตลอดกาล

(3 ก.ค. 68) วงการฟุตบอลทั่วโลกต้องพบกับข่าวเศร้า เมื่อมีการยืนยันว่า ดิโอโก้ โชต้า แนวรุกทีมชาติโปรตุเกสและสโมสรลิเวอร์พูล เสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศสเปน พร้อมกับน้องชายของเขา เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 3 กรกฎาคม ที่จังหวัดซาโมรา

ความสูญเสียครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังแถวหน้าของโลกและเป็นเพื่อนร่วมทีมชาติโชต้า ที่ออกมาโพสต์ข้อความไว้อาลัยผ่านโซเชียลมีเดียด้วยความเศร้าใจ หลังจากที่พวกเขาเพิ่งร่วมกันคว้าแชมป์ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2025 ให้กับโปรตุเกสเมื่อไม่นานมานี้

“ไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเลย เราเพิ่งอยู่ด้วยกันในแคมป์ทีมชาติแท้ๆ นายเพิ่งแต่งงานไปเอง ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว ภรรยา และลูกๆ ของนาย และขอส่งพลังให้พวกเขาก้าวเดินต่อไปในโลกใบนี้”

ทั้งนี้ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ปิดท้ายด้วยข้อความสุดซึ้งว่า “ขอให้พักผ่อนอย่างสงบนะ ดิโอโก้และอังเดร พวกเราทุกคนจะคิดถึงพวกนาย” 

โมฮัมเหม็ด ซาล่า ราชันย์แห่งแอนฟิลด์ เมื่อวันอำลามาถึง

คงไม่เกินจริงหากจะกล่าวว่าเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมาเป็นวันที่โลกฟุตบอลหยุดชะงักชั่วขณะ — เมื่อชายในชุดสีแดงเลือดหมู หมายเลข 11 อันเป็นที่คุ้นเคยของเดอะค็อปทั่วโลกได้ก้าวออกมายืนต่อหน้ากล้อง มองตรงเข้ามาในดวงตาของแฟนบอลหลายล้านคน และกล่าวประโยคที่ไม่มีใครอยากได้ยิน

"น่าเสียดายที่วันนั้นมาถึงแล้ว นี่คือบทแรกของการอำลาของผม ผมจะออกจากลิเวอร์พูลเมื่อสิ้นฤดูกาลนี้"

ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค โมฮัมเหม็ด ซาล่า ปิดฉากเก้าปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหนึ่งในตำนานบทหนึ่งแห่งประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูล FC — และในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

เด็กหนุ่มจากบะซีอุน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ไม่มีใครคาดคิดว่าการเซ็นสัญญามูลค่า 36.9 ล้านปอนด์จากสโมสร AS Roma จะกลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ชายหนุ่มวัย 25 ปีจากหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ บะซีอุน ในบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ เดินทางมาพร้อมกับฝีเท้าซ้ายที่คมกริบ รอยยิ้มที่อ่อนโยน และความฝันที่ยังไม่สมบูรณ์

เส้นทางของซาล่าก่อนมาถึงแอนฟิลด์นั้นไม่ได้ราบรื่น — เขาผ่านการถูกปฏิเสธจาก Chelsea ที่ไม่ให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเอง ผ่านการยืมตัวไป Fiorentina และ Roma ก่อนที่ Roma จะซื้อขาด แล้วในที่สุดก็ถึงมือ Jürgen Klopp — ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันที่มองเห็นในซาล่าสิ่งที่คนอื่นมองข้ามไป

การปฏิวัติสีแดง

ฤดูกาลแรกที่แอนฟิลด์ในปี 2017–18 ไม่ใช่แค่การเปิดตัว — มันคือการปฏิวัติ ซาล่าสร้างสถิติทำประตูในพรีเมียร์ลีกสำหรับนักเตะในฤดูกาลเดียวด้วยจำนวน 32 ประตูจาก 38นัด ในลีกที่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดลีกหนึ่งของเมืองมนุษย์อย่างพรีเมียร์ลีก ตัวเลขที่โลกฟุตบอลต้องก้มหัวคารวะให้ รางวัล PFA Player of the Year และ FWA Footballer of the Year หลั่งไหลมาสู่มือเขาพร้อมกันในฤดูกาลเดียว

แต่ที่น่าตื่นใจกว่านั้น คือการที่เขาสร้างสิ่งที่ไม่สามารถวัดเป็นตัวเลขได้ — เขาทำให้แอนฟิลด์กลับมามีมนต์ขลัง และเดอะค็อปทั่วโลกเชื่อว่าลิเวอร์พูลอันเป็นที่รักมีโอกาสกลับมาผงาดง้ำค้ำโลกอีกครั้ง

พิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งยุโรป

ปี 2019 คือจุดสูงสุดร่วมกันของซาล่าและลิเวอร์พูล เสียงเพลง "You'll Never Walk Alone" ดังก้องอยู่ในทุกมุมของ Wanda Metropolitano กรุงมาดริด เมื่อ Liverpool คว้าแชมป์ UEFA Champions League ได้สำเร็จ — ถ้วยรางวัลที่แฟนบอลรอคอยมานานถึง 14 ปี

และในปี 2020 ความฝันที่ถูกเลื่อนออกไปนานถึง 30 ปีก็เป็นจริง Liverpool คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในยุคสมัยใหม่ พร้อมด้วยสถิติ 99 แต้ม และซาล่าคือหัวใจของทีมทีมนั้น

ตำนานที่ถูกประทับลงด้วยตัวเลขที่โกหกไม่ได้ 

ลงสนาม: 435 นัด (อันดับที่ 23 ในประวัติศาสตร์สโมสร)

ประตู: 255 ลูก (อันดับ 3 ตลอดกาลของ Liverpool รองจาก Ian Rush และ Roger Hunt)

แอสซิสต์: 119 ครั้ง

ประตู + แอสซิสต์ใน พรีเมียร์ลีก 281 ครั้ง ถือเป็นสถิติโลกของพรีเมียร์ลีกสำหรับนักเตะคนเดียวในทีมเดียว

Golden Boot: 4 สมัย (2017-18, 2018-19, 2021-22, 2024-25)

ถ้วยรางวัลใหญ่: 8 ใบ พาลิเวอร์พูลเถลิงบัลลังก์แชมป์ทุกถ้วยและทุกความสำเร็จที่มีให้ไขว่คว้า 

ประกอบไปด้วย แชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ลีกคัพ อย่างละ 2 สมัย, UCL, FA Cup, Club World Cup, UEFA Super Cup อย่างละ 1 สมัย 

ฤดูกาล 2024-25: 29 ประตู 18 แอสซิสต์ — 47 Goal Involvements สูงสุดในประวัติของพรีเมียร์ลีกใน 1 ฤดูกาลหรือ 38 นัด

ผู้ทำประตูสูงสุดชาวแอฟริกันในพรีเมียร์ลีกตลอดกาล

อิทธิพลที่มากกว่าแค่ "ฟุตบอล"

ซาล่าไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรผลิตสกอร์ แต่เขาคือ ศูนย์รวมจิตใจ ความสม่ำเสมอของเขาคือมาตรฐานที่ลิเวอร์พูลขาดไม่ได้ เขามอบความเชื่อมั่นให้เพื่อนร่วมทีม และเป็นแรงบันดาลใจให้คนนับล้านทั่วโลก โดยเฉพาะการลบภาพจำและสร้างสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรมผ่านรอยยิ้มและการก้มกราบ (Sujud) ทุกครั้งที่ทำประตูได้

นอกเหนือจากนี้ คงไม่เกินเลยแต่อย่างใดถ้าจะบอกว่าซาล่าไม่ได้เป็นเพียงนักฟุตบอล เขาคือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ในอียิปต์ ชื่อของเขาถูกสลักไว้บนกำแพง บนเสื้อผ้า บนฝันของเด็กชายที่ไม่มีรองเท้าดีๆใส่ แต่มีลูกบอลไว้เดินตามรอยเท้าของเขา สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลก เขาคือหลักฐานว่าความยิ่งใหญ่ไม่ต้องการแบกความหยิ่งยโส

ในสังคมที่ชื่นชมนักเตะผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความอหังการ ซาล่าเลือกเดินในทิศทางตรงกันข้าม เขาสร้างโรงพยาบาลในหมู่บ้านของเขาที่บ้านเกิด บริจาคเงินเพื่อการศึกษา และยังคงลงทำบุญในรอมฎอนทุกปีอย่างเงียบงัน เขาเป็นราชันย์ที่ไม่ต้องการมงกุฎ เพราะมงกุฎของเขาอยู่ในใจผู้คน

เส้นทางเดินสู่ความขัดแย้ง

ทุกตำนานล้วนมีบทที่เจ็บปวด และบทนั้นของซาล่าเริ่มต้นในเดือนธันวาคม 2025

หลังจากถูกจำกัดบทบาทจากทีมชุดใหญ่โดย Arne Slot ผู้จัดการทีมคนใหม่ ซาล่าซึ่งเพิ่งเซ็นสัญญาต่อในเดือนเมษายนปีเดียวกัน ออกมาพูดตรงๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนว่า เขารู้สึกเหมือนสโมสรกำลัง "โยนเขาไปเป็นแพะรับบาป" ความสัมพันธ์ที่ร้าวลึกนี้เป็นสัญญาณว่ายุคสมัยกำลังเปลี่ยนผ่าน

ในฤดูกาลสุดท้ายนี้ ซาล่าทำได้เพียง 10 ประตูจาก 34 นัด — ตัวเลขที่สูงสำหรับนักเตะทั่วไป แต่ต่ำเกินไปสำหรับราชันย์แห่งแอนฟิลด์ อายุที่เพิ่มขึ้น รูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไป และความสัมพันธ์ที่เปราะบางกับทีมงาน ทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น มันถึงเวลาแล้ว

วันที่โลกของเดอะค็อปหยุดนิ่ง

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2026 ซาล่าโพสต์วิดีโออำลาบน Instagram ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ท่ามกลางภาพถ้วยรางวัลที่เรียงรายอยู่เบื้องหลัง เขากล่าวว่า

"ผมไม่เคยจินตนาการว่าสโมสรแห่งนี้ เมืองนี้ ผู้คนเหล่านี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมอย่างลึกซึ้งขนาดนี้ ลิเวอร์พูลไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอล มันคือความหลงใหล มันคือประวัติศาสตร์ มันคือจิตวิญญาณ"

Ryan Gravenberch ตอบกลับในคอมเมนต์เพียงคำเดียว: "Legend" Virgil van Dijk ซึ่งร่วมเดินทางตลอดยุคทองของลิเวอร์พูลพร้อมกับซาล่า ก็ออกมาแสดงความรู้สึกเช่นกัน สนามแอนฟิลด์ยังไม่ได้กล่าวอำลา แต่ทั้งโลกรับรู้แล้วว่าวันนั้นกำลังจะมา

ราชันย์ไม่เคยจากไป

นัดอำลาอย่างเป็นทางการถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 24 พฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้กับ Brentford ที่แอนฟิลด์ ในวันนั้น ความเงียบสงบจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องของผู้คนหกหมื่นกว่าชีวิต ที่จะร้องเพลงให้กับชายคนนี้เป็นครั้งสุดท้าย

ซาล่ากล่าวว่า "การจากไปไม่เคยง่าย คุณทุกคนมอบช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตผมให้ ผมจะเป็นหนึ่งในพวกคุณเสมอ สโมสรแห่งนี้จะเป็นบ้านของผมตลอดไป ของผมและครอบครัวผม"

ตัวเลขอาจถูกทุบทำลายในอนาคต แต่สิ่งที่ซาล่ามอบให้ไม่ได้อยู่แค่ในสถิติ มันอยู่ในความทรงจำของเด็กชายที่เห็นเขาวิ่งแล้วเชื่อว่าความฝันมีอยู่จริง มันอยู่ในคืนที่แอนฟิลด์สั่นสะเทือนด้วยความปีติยินดี มันอยู่ในทุกครั้งที่มีคนสวมเสื้อหมายเลข 11 สีแดงเพลิงตัวนั้น

"Liverpool จะเป็นบ้านของผมตลอดไป ของผมและครอบครัวผม — โมฮัมเหม็ด ซาล่า, 24 มีนาคม 2026"

ราชันย์อาจลุกออกจากราชบัลลังก์ได้ แต่ตำนานไม่มีวันตาย

You'll Never Walk Alone.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top