Friday, 5 June 2026
Lite

9 พฤศจิกายน 2499 วันเกิดพระพรหมเอราวัณ ประดิษฐาน ณ โรงแรมเอราวัณ พิธีบวงสรวงยิ่งใหญ่ที่ราชประสงค์ ศูนย์รวมศรัทธากลางเมือง

ทุกปีของวันที่ 9 พฤศจิกายน บริเวณสี่แยกราชประสงค์ในกรุงเทพฯ เต็มไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สวมชุดขาว ถือพานพวงมาลัยดาวเรือง เพื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวงและละครรำแก้บนต่อองค์ท้าวมหาพรหมเอราวัณ ความศรัทธานี้มีมาตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 เมื่อศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน เพื่อแก้เคล็ดความล่าช้าในการก่อสร้างโรงแรมเอราวัณ

พิธีบวงสรวงเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้ามืดโดยพราหมณ์ประจำศาลและเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะจนถึงเวลา 22.00 น. ผู้เข้าร่วมงานส่วนใหญ่เตรียมเครื่องสักการะเช่นดอกบัว ธูป เทียน และพวงมาลัยดาวเรือง โดยมีกฎการแต่งกายที่สุภาพและเคารพสถานที่ "ทุกปีในเช้ามืดจะมีพิธีบวงสรวงใหญ่โดยพราหมณ์ประจำศาล" เป็นคำยืนยันถึงความสืบสานประเพณีนี้

ราชประสงค์ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังผสมผสานกับความเชื่อและศรัทธาของผู้คนที่นี่ กลายเป็นแลนด์มาร์กทางศาสนาสำหรับชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากประเทศใกล้เคียง เช่น จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่เดินทางมาขอพรเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ วันเกิดพระพรหมเอราวัณจึงเป็นวันที่ศรัทธาและวิถีชีวิตคนเมืองเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง

คอนเทนต์ใช้ไฟให้เป็นแสง ขับเคลื่อนการค้นหาการพูดถึง บทเรียนจาก 'บอสณวัฒน์' ในเวที Miss Universe 2025

ดราม่าไม่ใช่อุบัติเหตุของคอนเทนต์อีกต่อไป แต่มันคือ “เครื่องยนต์การตลาด” ที่ขับเคลื่อนการค้นหา การพูดถึง และยอดเข้าถึง—ถ้าคุมกรอบเรื่องและจังหวะได้พอ บทความนี้สรุปเพลย์บุ๊กเชิงธุรกิจ + บทเรียนคมๆ จากเคสจริงของ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล บนเวที Miss Universe 2025

เหตุการณ์สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น
ระหว่างอีเวนต์ก่อนประกวดที่กรุงเทพฯ เกิดปากเสียงบนไลฟ์สตรีมระหว่าง “ณวัฒน์” กับ “มิสเม็กซิโก Fátima Bosch” ประเด็นการโปรโมตเจ้าภาพ มีคำพูดที่ถูกตีความว่าเรียกผู้เข้าประกวดว่า “dummy/dumb head” จนนำไปสู่การวอล์กเอาต์ของผู้เข้าประกวดหลายชาติ และแรงสะท้อนบนสื่อสากล–ไทยจำนวนมาก ต่อมาประธาน MU “Raúl Rocha Cantú” ออกคลิปแถลง “จำกัดบทบาท” ของณวัฒน์ในการประกวดครั้งนี้ ขณะที่เจ้าตัวออกคำขอโทษ/ชี้แจงต่อสาธารณะในเวลาต่อมา (และปฏิเสธบางถ้อยคำที่ถูกกล่าวหา) หมายเหตุ: ประเด็นนี้ยังมีคำอธิบายที่สวนทางกันในรายละเอียดบางส่วน จึงควรยึดคำพูดตรงจากคลิป/ถ้อยแถลง และเปิดสิทธิ์ชี้แจงให้ทุกฝ่ายเสมอ

ดราม่า = การตลาดแบบหนึ่ง (Drama-as-Marketing)
ตรรกะของแพลตฟอร์มตอนนี้: อารมณ์แรง → คอมเมนต์/แชร์พุ่ง → อัลกอริทึมขยายการมองเห็น → เกิด Discovery ฟรีในวงกว้าง กฎเหล็ก: ต้องรีบ “แปลง” ความสนใจให้เป็นทราฟฟิกของเราเอง/ชุมชน/ยอดขาย และต้องมีทางลง (Normalize) ที่รักษาแบรนด์

• AIDA × Algorithm (ฉบับดราม่า):
• Attention: จุดติดด้วยประเด็นสาธารณะ ไม่ใช่ปะทะส่วนบุคคล
• Interest: เสิร์ฟ Fact vs. Spin ให้คนตามต่อบนฐานข้อมูล
• Desire: แปลงการถกเถียงเป็นความต้องการ “รู้จริง/แก้ปัญหา” (Q&A/Explainer/Live ชี้แจง)
• Action: ดึงเข้าช่องทางของเรา (สมัครชุมชน/จดหมายข่าว/ลงทะเบียนอีเวนต์/ซื้อคอร์ส)

Playbook 24–72 ชั่วโมง (เวอร์ชันธุรกิจล้วน)
0–6 ชม.: ออก Fact Note 5–7 บรรทัด + คลิปสั้น 60–90 วินาที + เปิดกล่องรับคำชี้แจง

6–24 ชม.: แตกคอนเทนต์ 3 แบบ: Q&A / Fact vs. Spin / จุดยืนแบรนด์ + เปิดเกตแปลงผล (สมัครชุมชน/ดาวน์โหลด)

24–48 ชม.: อินโฟ “ไทม์ไลน์ข้อเท็จจริง” + ไลฟ์สั้นชี้แจง → ตัดเป็น Shorts

48–72 ชม.: สรุปบทเรียน + ปล่อยคอนเทนต์ “คุณค่าแกนหลัก” ดึงอุณหภูมิกลับศูนย์

KPI ที่ต้องเฝ้า (รายชั่วโมง → รายวัน): Reach/ผู้ชมใหม่, Watch time/Completion, การค้นหาแบรนด์/เมนชัน, สัดส่วน Sentiment, Conversion (สมัคร/ยอดขาย), EMV คร่าวๆ, การแจ้งเตือนแพลตฟอร์ม

เคสศึกษา “บอสณวัฒน์”: จุดที่พาไปไว และจุดที่พาไปไกล
1) จุดไฟไว: ไลฟ์สตรีมต่อหน้าผู้เข้าประกวด + ถ้อยคำแรง = Hook & Polarize พุ่งระดับโลกใน 24 ชม. (คลิปถูกตัดซ้ำข้ามแพลตฟอร์ม สื่อสากล–ไทยหยิบต่อ)

2) แรงสะท้อนจากพาร์ตเนอร์: ฝั่ง MU ออกแถลงหนุนสิทธิ์และศักดิ์ศรีผู้เข้าประกวด พร้อมจำกัดบทบาทณวัฒน์ชั่วคราว—นี่คือ “ค่าเสียหายเชิงโอกาส (Opportunity Cost)” ของงานร่วม/ลิขสิทธิ์/สปอนเซอร์ในอนาคต

3) พยายามปิดเกม: การออกคำขอโทษ/ชี้แจงในเวลาต่อมา คือความพยายามดึงแบรนด์กลับศูนย์ แต่ก็ทิ้ง “รอยดราม่า” ในบันทึกออนไลน์ ซึ่งภาคสปอนเซอร์ระดับโลกมักอ่อนไหวต่อประเด็นนี้.

4) บทพิสูจน์ของ Drama-as-Marketing: ดราม่า “ป้อน” Earned Media มหาศาล แต่ถ้าไม่รีบแปลงเป็น First-party Data/Community/สินค้าที่มีคุณค่า ก็จะเหลือแค่ “ดังแล้ววืด”.

5) เส้นแดง: เมื่อแตะคุณค่าพื้นฐาน (ศักดิ์ศรี/ความปลอดภัย/ความเป็นมืออาชีพ) — พาร์ตเนอร์จะเข้ามาคุมความเสี่ยงแทนคุณทันที.

กรอบตัดสิน “คุ้มไหม” (ฉบับผู้บริหาร)
EMV คร่าวๆ = Estimated Reach ÷ 1,000 × CPM เฉลี่ย

Drama ROI ≈ EMV + รายได้ตรง (D2C/ตั๋ว/คอร์ส) – ค่าเสียหายภาพลักษณ์ (ดีลสปอนเซอร์ที่หาย + ส่วนลดราคา + เวลาทีมกฎหมาย)

ตั้งเพดานเสี่ยง: ถ้า Sentiment ลบ > 35–40% หรือถูกแจ้งละเมิดเกินเกณฑ์ ⇒ เข้าสู่โหมด Repair/Normalize ทันที

เช็กลิสต์ “เล่นไฟอย่างโปร”
• โจมตี “ประเด็น/ระบบ” แทน “ตัวบุคคล”
• ทำ Fact vs. Spin ทุกครั้ง—แยกคำพูดตรง/หลักฐาน ออกจากความเห็น
• เปิด Right of Reply อย่างเป็นระบบ (ฟอร์ม/อีเมล/หน้ารวมคำชี้แจง)
• ล็อกกฎหมายไทย: หมิ่นประมาท/พ.ร.บ.คอมฯ/PDPA/ลิขสิทธิ์
• Exit Plan ชัดเจน: ใครถือไมค์ 1 เสียงเดียว, ข้อความปิดเกม, คอนเทนต์แกนคุณค่า

สรุปคมๆ
ดราม่าเป็นตัวเร่ง ไม่ใช่ตัวตนของแบรนด์ มันเร่งการค้นพบและการพูดถึง แต่ความยั่งยืนมาจากคุณค่า-ข้อมูลจริง-ความรับผิดชอบ เคส “บอสณวัฒน์” ชี้ชัดว่า—คุณ “ดังได้” ในชั่วข้ามคืน แต่จะ “น่าเชื่อถือ” ไปอีกยาวๆ หรือไม่ ขึ้นกับวินัยในการคุมกรอบเรื่อง แปลงผลเร็ว และรู้จักลงจากเวทีอย่างมืออาชีพ.

หมายเหตุบรรณาธิการ
เหตุการณ์นี้ยังมีข้อมูลอัปเดตต่อเนื่องและถ้อยคำบางช่วงมีข้อโต้แย้งตามคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง เมื่อดึงคำพูด/ข้อเท็จจริงเฉพาะเจาะจง ควรอ้างอิงคลิป/ถ้อยแถลงต้นทางและเปิดสิทธิ์ชี้แจงให้ครบถ้วน

10 พฤศจิกายน 2531 'ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์' ศิลปกรรมล้ำค่าจากปราสาทหินพนมรุ้ง คืนสู่แผ่นดินไทย หลังการเรียกร้องขอคืนจาก 'สถาบันศิลปะแห่งชิคาโก สหรัฐอเมริกา'

เมื่อ 37 ปี ก่อน 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งถูกลักลอบนำออกไปจากปราสาทหินเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเวลาเกือบ 30 ปี ได้กลับคืนสู่ประเทศไทย หลังการเรียกร้องขอคืนจากสถาบันศิลปะแห่งชิคาโก สหรัฐอเมริกา

โดยทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์นี้ เป็นประติมากรรมศิลาจำหลักบนทับหลังประตูของปรางค์ประธาน ด้านทิศตะวันออกของปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งนายมานิต วัลลิโภดม ภัณฑารักษ์พิเศษ แห่งกรมศิลปากร ได้สำรวจและบันทึกภาพไว้เมื่อ พ.ศ. 2503 ซึ่งทับหลังชิ้นนี้นั้น หักออกเป็นสองท่อน ตกอยู่ที่เชิงประตูปรางค์ประธาน ในกาลต่อมา ทับหลังทั้งสองชิ้นนี้ กลับสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2508 จึงได้พบทับหลัง 1 ชิ้นที่ร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง กรมศิลปากรจึงได้ยึดมาเก็บรักษาไว้ แล้วนำไปประดับไว้ที่เดิม

ต่อมาในปี 2515 ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ได้ไปพบทับหลังส่วนที่เหลือซึ่งเป็นรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่สถาบันศิลปะชิคาโก (The Art Institute of Chicaco) ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยบังเอิญ จึงแจ้งให้ทางกรมศิลปากรทราบ จนเกิดการเรียกร้องขอคืนขึ้น ซึ่งในที่สุดผู้ครอบครองวัตถุล้ำค่าชิ้นนี้จึงยอมคืนทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์สู่มาตุภูมิ ในปี พ.ศ. 2531 ทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี

ดราม่าบอสณวัฒน์!! กลายเป็นระบบการตลาด เป็นเครื่องมือจัดการไลฟ์กระแส ยุทธศาสตร์สื่อสารยุคดิจิทัล ทำให้แบรนด์ และตัวเข้าไปอยู่ในสปอตไลต์ต่อเนื่อง

(7 พ.ย. 68) ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ใช้ไลฟ์สตรีมจุดกระแสดราม่า ผ่านเหตุการณ์สำคัญสองครั้ง ได้แก่ ไลฟ์จากโรงพยาบาลในช่วงโควิด-19 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2564 ที่เล่าว่า "ถูกให้กลับบ้านภายใน 24 ชม." ซึ่งสร้างประเด็นถกเถียงเรื่องการจัดการเตียงผู้ป่วยจนมีหน่วยงานออกมาชี้แจง และไลฟ์พรีอีเวนต์ Miss Universe 2025 เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568 ที่เกิดข้อขัดแย้งระหว่าง ณวัฒน์กับมิสเม็กซิโก โดยเขายืนยัน "ไม่ได้พูดคำว่า dumb head แต่เป็น damage" พร้อมขอโทษในเวที Welcome Night

เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ณวัฒน์ใช้ดราม่าเป็นเครื่องมือจัดการกระแส ทำให้แบรนด์และตัวเขาอยู่ในสปอตไลต์ต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ต้องมีวินัยในการบริหารความเคลื่อนไหว บทเรียนจากเขาคือ ต้องเตรียม Fact Sheet ภายใน 6 ชั่วโมงหลังเกิดดราม่า เพื่อแยกคำพูดตรงและการตีความ พร้อมสร้างเนื้อหาเชิงบวกภายใน 24-72 ชั่วโมง และวางเงื่อนไขทางแบรนด์กับพาร์ตเนอร์อย่างชัดเจน เพื่อให้จัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อถกเถียงและดราม่าที่เกิดขึ้นกับณวัฒน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการนางงาม เช่นเคส Miss Iceland 2016 ที่นางงามลาออกกลางคันอ้างโดนบอกให้ลดน้ำหนัก, Vietnam 2022 ที่มีวิจารณ์เรื่องสัดส่วนของผู้เข้าประกวด หรือกรณี Rachel Gupta ในปี 2025 ที่แฉปัญหาสภาพแวดล้อมองค์กรกลั่นแกล้ง แต่ทั้งหมดยังเน้นให้เห็นว่าดราม่าคือ "ตัวเร่ง" ที่ต้องเปลี่ยนเป็นความเชื่อใจและรายได้อย่างมีระบบ ไม่ใช่แค่การแจ้งเกิดผ่านไฟจากไลฟ์เพียงอย่างเดียว

เชียงใหม่ฮือฮา!! “ลลิษา มโนบาล” โผล่วัดเจดีย์หลวง ถ่ายโปรโมตท่องเที่ยวไทยให้ ททท. ร่วมงานคืนสุดท้าย “ยี่เป็ง” เชียงใหม่ กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล

(7 พ.ย. 68) ลิซ่า แบล็คพิ้งค์ หรือ ลลิษา มโนบาล ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยระดับโลก โผล่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ในคืนสุดท้ายของงานประเพณียี่เป็ง เพื่อถ่ายงานโปรโมตการท่องเที่ยวไทยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

แฟนคลับและชาวเชียงใหม่ต่างตื่นเต้นและถ่ายภาพเหตุการณ์เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสไวรัล แต่ไม่นานหลังจากนั้น เพจต่างๆ ที่แชร์ภาพถูกทีมงานติดต่อให้ลบโพสต์ โดยอ้างถึงปัญหากฎหมายลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันความขัดแย้ง

ประเพณียี่เป็งถือเป็นงานสำคัญของเชียงใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างมาก ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าลิซ่าจะเดินทางมาถ่ายงานโปรโมตกับ ททท.ในช่วงจัดงานจริงตามที่แฟนๆ ตั้งตารอคอย

11 พฤศจิกายน 2536 วันคนโสดแห่งชาติจีน 'กวงกุ้น' ฉลองความโสด จากวันคนไร้คู่ สู่เทศกาลช้อปออนไลน์ครั้งใหญ่ ‘แจ็ค หม่า’ จุดกระแสลดกระหน่ำทั่วแพลตฟอร์ม คนโสดจะไม่เหงาอีกต่อไป!!

11 พฤศจิกายน – วันคนโสดแห่งชาติจีน วันที่คนไม่มีคู่ไม่ต้องเศร้าอีกต่อไป เพราะมีแคมเปญช้อปปิ้งลดกระหน่ำรออยู่ทุกแพลตฟอร์ม!!

วันที่ 11 เดือน 11 หรือวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ถูกกำหนดให้เป็น วันคนโสดแห่งชาติจีน หรือที่มีชื่อเรียกตามภาษาจีนว่า กวงกุ้น (Guanggun) แรกเริ่มเดิมที วันคนโสดนี้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 โดยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยหนานจิงของประเทศจีน สาเหตุที่เป็นวันนี้เนื่องจากเมื่อนำตัวเลขของวันและเดือนมาแยกออกจากกันจะได้เลข 1 เรียงกันโดดเดี่ยวมากถึง 4 ตัว ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบปี โดยในวันนี้บรรดาคนไร้คู่จะได้มีโอกาสออกมาสังสรรค์ฉลองความภูมิใจในความเป็นโสด และซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้กับตัวเอง 

นอกจากนี้ในวันนี้ยังถือว่าเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่ ธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ ๆ ในจีน อาทิ เว็บไซต์อาลีบาบา, ทีมอลล์ และเถาเป่า ต่างออกโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม กันกระหน่ำในโอกาสพิเศษนี้ เพื่อดึงดูดคนโสดรวมไปถึงคนที่ชื่นชอบของราคาถูก ส่งผลให้มีเงินสะพัดเป็นจำนวนมหาศาลในวันนี้

ทั้งนี้ ต้องนับว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งของ 'แจ็ค หม่า' เจ้าของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ได้มองเห็นโอกาสครั้งสำคัญ จุดกระแสวันคนโสดให้เป็นที่แพร่หลายและนิยมมากขึ้นตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยทำให้วันคนโสดกลายเป็นเทศกาลช้อปปิ้งครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดโปรโมชั่นกระหน่ำลดราคาสุดพิเศษ จนเรียกได้ว่าเป็นวันช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งใหญ่ที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว

กระแสการเฉลิมฉลองวันคนโสดนี้แพร่หลายไปอย่างกว้างขวางตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หลาย ๆ คนเฝ้ารอโอกาสพิเศษนี้เพื่อจัดเต็มการช้อปปิ้งครั้งใหญ่ และสำหรับประเทศไทยก็ไม่พลาดเช่นเดียวกัน บรรดาร้านค้าช้อปปิ้งออนไลน์จำนวนไม่น้อยต่างอิงกระแสวันคนโสดนี้ด้วย พากันกระหน่ำจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม สนั่นเลยทีเดียว รับรองว่าคนโสดไม่มีเศร้าอย่างแน่นอน

‘แบงค์ วงแคลช’ รำลึก วันรองแชมป์กรมพละ 2538 ขอบคุณ ‘อ.สกล’ ครูผู้ให้โอกาส จากเด็กตัวสำรอง สู่นักสู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ ส่งแรงใจถึงน้องๆ ฟุตบอล 7 สี วันนี้!!

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 68) 'แบงค์ ปรีติ' โพสต์ย้อนเล่าความทรงจำสุดประทับใจถึง 'อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ' ผู้ปลุกปั้นทีมฟุตบอลโรงเรียนราชวินิตบางแก้วในยุค 90 ระบุว่า..

ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นรูป อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ที่ผมคุ้นชินอยู่เต็มหน้าเพจไปหมด...มาครับผมจะเล่าให้ฟัง

ตอนผมอายุ 12 ปี ผมมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะสอบเข้า รร.ราชวินิตบางแก้วให้ได้ในโควต้านักฟุตบอล ซึ่งผมเข้าร่วมทดสอบทั้งฝีเท้า ร่างกาย และรวมถึงเข้าสอบวิชาการแบบคนอื่นๆ ผมยังจำวันประกาศผลสอบได้ว่าคุณแม่ผมดีใจมากที่สอบวิชาการติด แต่ผมไม่ได้ยินดีอะไรมากนัก เพราะผมสอบโควต้านักฟุตบอล “ไม่ติด”

แต่ผมยังไม่หมดหวัง ตอนมัธยมหนึ่งระหว่างที่เรียนไปในปีนั้นผมพยามคุยกับอาจารย์หลายๆ ท่านเพื่อขอเข้าร่วมทีมเผื่อจะมีโควต้าเหลือ เอาตรงๆ คือขอให้ผมเป็นตัวแถมก็ได้ สรุปผมก็ได้เข้าทีมฟุตบอลของโรงเรียนจนได้

ด้วยอายุ...จริงๆ ผมควรจะต้องอยู่ในทีมรุ่นอายุ 12 ปี แต่ด้วยส่วนสูง 172 cm ของผมในตอนนั้น ทำให้ผมต้องขึ้นไปอยู่ในรุ่นอายุ 14 ปีแทน และนั่นทำให้ผมรู้สึกได้เลยว่าแทบจะไม่มีโอกาสเล่นตัวจริงได้เลย แม้จะดูเก่งอยู่บ้างในฟุตบอลพลาสติกสนามเล็ก แต่มันคนละเรื่องกับฟุตบอลสนามใหญ่ที่มีรุ่นพี่มากประสบการณ์ ร่างกายแข็งแรง กล้ามขากล้ามเนื้อน่องเต่งๆ เป็นมัด รุ่นพี่หลายคนผ่านแชมป์กทม. และเเชมป์กรมพละมาแล้วทั้งสิ้น

ผมยังจำวันที่ได้รองแชมป์กรมพละปี 2538 (ตามภาพ) ที่ทีมราชวินิตบางแก้วพ่ายเทพศิรินทร์ไป 0-2 ภาพจำเต็มไปหมด เราเห็นรถบัสของนักฟุตบอลโรงเรียนต่างๆ เช่นอัสสัมศรีราชาที่เป็นรถโค้ชคันใหญ่ติดแอร์ รถของเทพศิรินทร์ก็สวยงาม เราได้แต่คิดในใจว่า “รร.เหล่านี้รวยจัง เท่ว่ะ”

ตัดภาพมาเรามีรถกระบะ 1 คัน และพวกเราอยู่ในรถตู้ Isuzu Buddy คันเก่าๆที่ถูกดัดแปลงโดยการถอดเบาะทั้งหมดออกและใส่เบาะยาว 2 ข้างเหมือนรถสองแถว ผมนั่งบนพื้นตรงกลางกับกระติกน้ำ ในฐานะตัวสำรองและน้องคนเล็กเลยโดนแกล้งตลอดทางทั้งขาไปและขากลับเป็นเรื่องธรรมดาเฮฮากันไป....ไม่ต้องเดาครับ อาจารย์สกลนี่เเหละที่เป็นคนขับพาเด็กๆ ไปแข่งด้วยตัวเอง

สรุปในวันนั้นผมได้ลงเล่นใน 10 นาทีสุดท้าย ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ(ถ้าผมจำไม่ผิด) คำว่า “แบงค์..มึงไปวอร์ม” ยังติดหูผมอยู่จนถึงวันนี้ เพราะเป็นครั้งแรกในนามจริงและเป็นในรอบชิงถ้วยใหญ่ที่สุดของฟุตบอลนักเรียนอีกต่างหาก ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสครับ 🙏🏼

ผมอยู่ในทีมโรงเรียนจนถึงมัธยมสาม หลังจากนั้น อิทธิพลของดนตรีก็เข้าสิงร่างผมอย่างเต็มตัวเลยต้องขอออกจากทีมไป...ทิ้งไว้ด้วยความทรงจำดีๆ ที่โหด มัน ฮา ในทีมฟุตบอลราชวินิตบางแก้ว ที่บอกว่าผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นอาจารย์สกลตามหน้าเพจมากมายในวันนี้ก็เพราะว่าอาจารย์สกลผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำทีมคว้าถ้วยรางวัลมานักต่อนัก หลายต่อหลายโรงเรียน แม้ผมจะไม่ใช่นักฟุตบอลที่เก่งกาจของอาจารย์ในวันนั้น แต่ผมมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนอาจารย์สกลคือผมไม่ยอมแพ้และไม่หยุดทำในสิ่งที่รัก ล้ม 8 ครั้ง ลุก 9 ครั้งแล้วจะมีวันของเราสักวัน....ขอบคุณอาจารย์สกลครับ 🙏🏼

ขอให้น้องๆ ทั้ง 2 ทีมโชคดีในนัดชิงฟุตบอล 7 สีในวันที่ 8 พ.ย.นี้ครับ
“จารย์ครับ...ผมอยากเห็นอาจารย์คุมสโมสร”

12 พฤศจิกายน 2528 วันเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน มหาดไทย ประกาศให้มี จป. ดูแลความปลอดภัย ในสถานประกอบการทั่วประเทศ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2528 ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง มีผลบังคับใช้วันที่ 12 พฤศจิกายน โดยกำหนดให้ทุกสถานประกอบกิจการมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เพื่อพัฒนางานด้านความปลอดภัยและสร้างวัฒนธรรมการทำงานปลอดภัย จนนำไปสู่การรวมตัวขององค์กรเครือข่าย และชมรม จป. ทั่วประเทศ

ต่อมาในปี 2536 มีการจัดตั้งกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงแรงงานในปี 2545) และในปี 2559 ได้ออกกฎกระทรวง พ.ศ. 2549 กำหนดให้ 14 ประเภทกิจการ ต้องมี 'จป.' ตามระดับและขนาดกิจการ
'จป.วิชาชีพ'

จึงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความปลอดภัยในที่ทำงาน ตรวจสอบ แนะนำ และเสนอแนวทางป้องกันความเสี่ยง เพื่อให้ทุกคนทำงานได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานกฎหมาย
 

บทพิสูจน์ของความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องเร่งรีบ “ใหม่–เต๋อ” เข้าพิธีวิวาห์ในบรรยากาศสุดอบอุ่น หลังรัก 7 ปี จัดงานเรียบง่าย ที่เขาใหญ่พร้อมแหวนเพชร 15 กะรัต

(10 พ.ย. 68) ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ และ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี เข้าพิธีแต่งงานเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ณ เขาใหญ่ บรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีครอบครัวและเพื่อนสนิทร่วมงานในพิธีเรียบหรูและเป็นส่วนตัว

ก่อนวันงาน ทั้งคู่ย้ำถึงทิศทางงานว่า "เล็กและเป็นส่วนตัว" เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเน้นคนใกล้ชิดเป็นหลัก โดยพิธีในวันจริงเน้นความสุภาพ เรียบง่าย และเป็นกันเองอย่างยิ่ง

ไฮไลต์ของงานคือแหวนหมั้นเพชรราว 15 กะรัต ที่เต๋อคุกเข่าขอใหม่แต่งงานกลางปี 2568 และกลายเป็นจุดสนใจของสังคมอีกครั้งในพิธีสมรสครั้งนี้

ความรักของทั้งคู่ที่เริ่มต้นจากการร่วมงานในวงการบันเทิงและคบหาดูใจมาแล้วกว่า 7 ปี ถ่ายทอดผ่านพิธีงานแต่งครั้งนี้ที่สะท้อนถึงความรักที่เติบโตเงียบ ๆ และมั่นคง โดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความเรียบง่ายเหนือสิ่งอื่นใด

“สายป่าน” หวนเล่นหนังโรงครั้งแรกในรอบ 8 ปี ประกบ “ทราย เจริญปุระ” บทดราม่าขนลุก บทใหม่ท้าทายศีลธรรม กับภาพยนตร์จากเคสจริง “กิ่งแก้ว”

(11 พ.ย. 68) นักแสดงสาวสายป่าน–อภิญญา สกุลเจริญสุข กลับมารับบทในภาพยนตร์อีกครั้งหลังห่างหายจากจอหนังนานกว่า 8 ปี กับผลงานเรื่อง "กิ่งแก้ว" ที่มีกำหนดฉายในไทยวันที่ 29 มกราคม 2569

สายป่านเผยผ่านสัมภาษณ์ว่า "เราอยู่ในช่วงที่อยากท้าทายตัวเอง อยากเล่นบทที่คนไม่คาดคิด พอได้อ่านบทนี้ มันคือความรู้สึกว่า... ถึงเวลากลับมาแล้วจริงๆ" ผลงานนี้เป็นหนังแนวสยองขวัญและดราม่าที่ได้แรงบันดาลใจจากคดีฆาตกรรมจริงของนักโทษหญิงกิ่งแก้ว ลอสูงเนิน ที่ถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2522

นอกจากสายป่านแล้ว ยังมีนักแสดงทราย เจริญปุระ รับบทนำบทกิ่งแก้ว ซึ่งสะท้อนความเจ็บปวดและความจริงหลายด้านของความผิดและระบบยุติธรรม ภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งเน้นการนำเสนอในมุมมองมนุษย์และศีลธรรม ไม่ใช่แค่ความโหดร้ายของคดี

กิ่งแก้ว จึงเป็นการคัมแบ็กที่มีนัยสำคัญต่อสายป่าน และชี้ให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของหนังไทยที่หยิบเรื่องจริงมาตีความในเชิงดราม่าละเอียดอ่อน ที่พร้อมสั่นสะเทือนจิตใจผู้ชมไทยและตลาดเอเชียอย่างกว้างขวาง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top