Saturday, 6 June 2026
Lite

31 กรกฎาคม พ.ศ. 2466 กำเนิดรถแท็กซี่ (Taxi) ขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย สร้างอาชีพให้ทหารอาสาหลังสงครามโลกครั้งที่ 1

รถแท็กซี่ (Taxi) เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย โดย พลโท พระยาเทพหัสดิน (ผาด เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เพื่อช่วยทหารอาสาในสงครามโลกครั้งที่ 1 ให้มีอาชีพหลังจากปลดจากราชการ โดยนำเอารถเก๋งออสติน (Austin) ขนาดเล็กออกวิ่งรับจ้าง โดยติดป้ายรับจ้างไว้ข้างหน้า-หลังของตัวรถ คิดค่าโดยสารเป็นไมล์ โดยตกไมล์ละ 15 สตางค์ ซึ่งนับว่าแพงมากเมื่อเทียบราคากับค่าโดยสารในขณะนั้น

ในสมัยนั้นจึงนิยมเรียกกันว่า 'รถไมล์' เพราะเก็บค่าโดยสารตามเลขไมล์ระยะทางที่วิ่ง ในสมัยบุกเบิกใหม่ ๆ นั้นมีรถแท็กซี่อยู่เพียง 14 คัน แต่ก็ประสบปัญหาขาดทุนจนต้องเลิกกิจการในที่สุด เนื่องจากค่าโดยสารแพง ผู้ใช้บริการยังไม่คุ้นเคยจึงไม่ยอมนั่ง ประกอบกับเมืองกรุงเทพฯ ยังมีขนาดเล็ก และมีรถรับจ้างอื่นๆ อยู่มากและราคาถูกกว่า 

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2490 ก็มีผู้นำรถยนต์นั่งมาให้บริการในลักษณะรถแท็กซี่อีกครั้ง รถที่นำมาบริการในช่วงนั้นเป็นรถยี่ห้อ เรโนลต์ (Renault) สมัยนั้นจึงเรียกแท็กซี่ว่า 'เรโนลต์' ได้รับความนิยมจากคนทั่วไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากสะดวกรวดเร็วกว่ารถจักรยานสามล้อถีบ ด้วยเหตุนี้ทำให้อาชีพขับรถแท็กซี่เป็นที่ฮือฮา มีผู้นำรถเก๋งไปทำเป็นรถแท็กซี่กันมากขึ้น และขยายไปยังต่างจังหวัดอย่างรวดเร็ว จนต้องมีการควบคุมกำหนดจำนวนรถมาจนถึงทุกวันนี้ 

2 สิงหาคม พ.ศ. 2464 วันสิ้นพระชนม์ ‘สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส’ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 และพระสังฆราชองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2464 ณ วัดบวรนิเวศวิหาร รวมพระชนมายุ 61 พรรษา พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 และทรงอุทิศพระองค์ตลอดชีวิตเพื่อการศึกษาพระศาสนาและการปฏิรูปคณะสงฆ์

พระองค์ทรงริเริ่มวางรากฐานการศึกษาสมัยใหม่ในคณะสงฆ์ โดยทรงจัดตั้งหลักสูตร “นักธรรม” และก่อตั้งมหามกุฎราชวิทยาลัยในปี 2436 เพื่อส่งเสริมให้ภิกษุสามเณรเรียนทั้งพระปริยัติธรรมและวิชาสามัญ นอกจากนี้ยังทรงจัดตั้ง “ธรรมจักษุ” นิตยสารทางพระพุทธศาสนา และผลักดันให้วัดกลายเป็นโรงเรียนโดยให้พระทำหน้าที่เป็นครู

ด้วยพระปรีชาญาณและพระวิริยะ พระองค์ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากรัชกาลที่ 5 จนได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นสมเด็จพระสังฆราชในปี 2453 และทรงเป็นกำลังสำคัญในการปรับปรุงกิจการพระพุทธศาสนาให้มั่นคงและทันสมัยยิ่งขึ้น

สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ทรงเป็นแบบอย่างของนักปราชญ์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและความเพียรในการปฏิบัติธรรม อีกทั้งยังทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการวางรากฐานระบบการศึกษาทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย

3 สิงหาคม พ.ศ. 2500 จุดเริ่มต้นงานประกาศผลรางวัล “ตุ๊กตาทอง” ครั้งที่ 1 เวทีเกียรติยศของวงการภาพยนตร์ไทย ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “พระสุรัสวดี”

รางวัลตุ๊กตาทอง ถือกำเนิดจากบทความของ สงบ สวนสิริ ในนิตยสาร “ตุ๊กตาทอง” เมื่อปี 2496 ซึ่งเสนอแนวคิดการจัดประกวดภาพยนตร์ไทย แม้ปีนั้นจะยังไม่สามารถจัดได้จริง แต่แนวคิดดังกล่าวได้จุดประกายและกลายเป็นจริงในวันที่ 3 สิงหาคม 2500 เมื่อหอการค้ากรุงเทพฯ ให้การสนับสนุนจัดงานขึ้น 

งานประกาศผลครั้งแรกจัดขึ้นที่เวทีลีลาศ สวนลุมพินี รวมหนังเข้าชิงทั้งใหม่และเก่ารวม 52 เรื่อง นักแสดงชายยอดเยี่ยมได้แก่ ลือชัย นฤนาท จาก “เล็บครุฑ” (2500) และนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมคือ วิไลวรรณ วัฒนพานิช จาก “สาวเครือฟ้า” (2496) ขณะที่รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม หรือ “สำเภาทอง” ตกเป็นของ “เศรษฐีอนาถา” (2499)

รางวัลตุ๊กตาทองจัดต่อเนื่องจนถึงปี 2509 ก่อนจะเว้นว่าง 9 ปี และกลับมาอีกครั้งในปี 2517 ภายใต้ชื่อใหม่ “พระสุรัสวดี” โดยสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงฯ แม้ชื่อจะเปลี่ยน แต่คนไทยยังเรียกขานว่า “ตุ๊กตาทอง” เหมือนเดิม 

ทั้งนี้ ครั้งล่าสุดที่มีการจัดงานประกาศรางวัลตุ๊กตาทองคือเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 (ครั้งที่ 31) ภาพยนตร์เรื่อง “ฉลาดเกมส์โกง” คว้าไปทั้งหมด 7 รางวัล อาทิ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ) , ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม (ชานน สันตินธรกุล) , ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุข) และ บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 811852

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 811851, 811853

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท :  525 , 142

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 891 , 512

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 50

4 สิงหาคม พ.ศ. 2539 ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ สร้างประวัติศาสตร์ ‘คนไทยคนแรก’ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ พร้อมวลีเด็ด ‘ไม่ได้โม้!!’

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2539 สมรักษ์ คำสิงห์ นักชกขวัญใจชาวไทย กลายเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิก จากมวยสากลสมัครเล่น รุ่นเฟเธอร์เวต ในศึกโอลิมปิกฤดูร้อน ที่เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ด้วยชัยชนะเหนือ เซราฟิม โทโดรอฟ นักชกบัลแกเรีย 8-5 คะแนน พร้อมประกาศวลีเด็ด “ไม่ได้โม้!” กลายเป็นคำติดปากคนไทยทั่วประเทศ

สมรักษ์ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า 'Somluck Kamsing' เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลในการแข่งขัน ซึ่งก็กลายเป็นชื่อที่ทั่วโลกรู้จักทันทีหลังคว้าชัย กลายเป็น 'ฮีโร่เหรียญทอง' คนแรกของประเทศไทย และได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเดินทางกลับไทย และที่บ้านเกิดจังหวัดขอนแก่น

หลังประสบความสำเร็จ สมรักษ์เข้าสู่วงการบันเทิง มีผลงานทั้งละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง ทำให้เส้นทางมวยเริ่มถูกลดความสำคัญลง โดยเขาตกรอบในการแข่งขันโอลิมปิกที่ซิดนีย์ (2543) และเอเธนส์ (2547) ก่อนประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการ

9 สิงหาคม พ.ศ. 2514 จุดเริ่มต้น ‘ลูกเสือชาวบ้าน’ ต้านภัยคอมมิวนิสต์ ขับเคลื่อนอุดมการณ์รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

‘ลูกเสือชาวบ้าน’ ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2514 ณ บ้านเหล่ากอหก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย โดยฝีมือของ พล.ต.ต.สมควร หริกุล ขณะดำรงตำแหน่งผู้กำกับ ตชด. เขต 4 มีเป้าหมายฝึกอบรมชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนภาคอีสานให้มีวินัย ความสามัคคี และจิตสำนึกจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นแนวร่วมต้านภัยคอมมิวนิสต์

หลังจากที่สมควรเข้ารับการฝึกวิชาลูกเสือขั้นสูง จึงเกิดแนวคิดนำกิจกรรมลูกเสือมาประยุกต์กับชุมชน ใช้หมวด ตชด. เป็นแกนกลางในการจัดตั้งลูกเสือชาวบ้าน กิจกรรมฝึกอบรมประกอบด้วยระเบียบวินัย ความร่วมมือในชุมชน และปลูกฝังอุดมการณ์รักชาติ ซึ่งขยายตัวครอบคลุมหลายจังหวัดในภาคอีสาน

ความสำคัญของลูกเสือชาวบ้านยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงเสด็จทอดพระเนตรกิจกรรมด้วยพระองค์เองที่ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี เมื่อปี 2515 พร้อมพระราชทานงบประมาณ สนับสนุนเครื่องแบบ และรับองค์กรไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ลูกเสือชาวบ้านกลายเป็นเครือข่ายภาคประชาชนภายใต้ร่มพระบารมี

นับแต่นั้น กิจกรรมพระราชทานธงและผ้าพันคอแก่ลูกเสือชาวบ้านกลายเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญที่รัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติอย่างต่อเนื่องระหว่างการเยือนราษฎรในถิ่นทุรกันดาร เป็นหนึ่งในกลไกเสริมสร้างความมั่นคงและความภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ผ่านองค์กรชุมชนที่ได้รับการรวมศูนย์และสนับสนุนอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด 'พัฒนาเพื่อความมั่นคง' ในยุคสงครามเย็น

ศิลปินดารา รวมพลัง จัดคอนเสิร์ตระดมทุน ช่วย ‘จอย ทีสเกิ๊ต’ ป่วยมะเร็ง วันที่ 13 ส.ค. นี้

(11 ส.ค. 68) หลังจากที่ ‘จอย ทีสเกิ๊ต’ ดวงพร สนธิขันธ์ ออกมาเปิดเผยถึงอาการป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะ 4 ที่ทำการรักษามา 1 ปีแล้ว ทำให้ต้องยกเลิกงานละครไปถึง 4 เรื่อง และงานอื่นๆ อีกมากมาย โดยหลังจากที่ข่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีศิลปินดารายุค 90 นำโดย เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ ร่วมกันจัดคอนเสิร์ต เพื่อนกันสำคัญเสมอ เพื่อร่วมเป็นกำลังใจ ให้จอย ในวันที่ 13 ส.ค. นี้ ที่ร้าน BAJIKA กับเพื่อนศิลปินมากมายที่จะมาร่วมร้องเพลงด้วยใจเพื่อส่งกำลังใจให้จอยเช่นกัน

งานนี้ศิลปินดารามาร่วมคอนเสิร์ตอย่างคับคั่ง เท่ห์ อุเทน / มอส ปฏิภาณ /แคทรียา อิงลิช / ลิฟท์ ออย /เจมส์ เรืองศักดิ์ / ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง/ ฝันดี-ฝันเด่น /ยุ้ย ปัทมวรรณ /T-SKIRT /จอย ศิริลักษณ์ /เบนซ์ พรชิตา/ วาเนสซ่า บีเวอร์ / เกศ นารากร / เอ้ ชุติมา/บุ๋ม ตรีรัก / ฮันนี่ ภัสสร/สุรวุฑ ไหมกัน /อ๊อฟ - ต๊อก Dr.kids /โก้ ธีรศักดิ์/ ชรัส /วิยะดา /อ้วน วารุณี /นิตยา /อุ้ย ระวิวรรณ /แหม่ม พัชริดา / ชมพู ฟรุตตี้ /เจมส์ วีนัส /พีท พีระ /ต้าร์ Mr.Team/ ฟอร์ด สบชัย /ไท ธนาวุฒิ /ที Jet-setter/ลูกปัด /ซุปเปอร์เตย /ไวตามินเอ / โทมัส ไจแอนท์ / /แช่ม แช่มรัมย์ /อิน บูโดกัน / QQ Ingan/มิ้นท์ อรรถวดี

ขอเชิญทุกคนมาร่วมให้กำลังจอย วันที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00 น. - 24.00 น. ร้าน BAJIKA บัตรราคา 500 บาท ซื้อบัตรได้ที่หน้างาน /สำรองที่นั่ง 086 - 154 – 2896 หรือหากไม่สะดวกมาร่วมงานได้ แต่อยากจะส่งกำลังใจจอย สามารถร่วมสมทบได้ที่ บัญชี อุเทน พรหมมินทร์ ธ.กสิกรไทย เลขบัญชี 0578627820

18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 รัชกาลที่ ๔ เสด็จทอดพระเนตร 'สุริยุปราคาเต็มดวง' ณ หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้รับเชื้อมาลาเรียเป็นเหตุให้เสด็จสวรรคต

วันนี้ในอดีต 18 สิงหาคม 2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพิสูจน์ความแม่นยำด้านดาราศาสตร์ ด้วยการคำนวณการเกิด 'สุริยุปราคาเต็มดวง' ล่วงหน้าถึง 2 ปี และเกิดขึ้นจริงที่หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พระองค์ยังทรงเชิญเซอร์ แฮรี ออด เจ้าเมืองสิงคโปร์ มาร่วมเป็นพยานในเหตุการณ์สำคัญนี้

แม้โหรราชสำนักในเวลานั้นจะไม่เชื่อว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง แต่เมื่อปรากฏการณ์เกิดขึ้นจริง ก็เป็นหลักฐานชัดเจนถึงพลังของวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การเสด็จทอดพระเนตรครั้งนี้ทำให้พระองค์ติดพระโรคไข้ป่าจากพื้นที่หว้ากอ ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพระอาการประชวร

การเสด็จครั้งนั้น เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (ต่อมาคือรัชกาลที่ 5) ก็ทรงประชวรด้วยพระโรคเดียวกันจนเกือบสิ้นพระชนม์ ขุนนางในราชสำนักถึงกับต้องปิดข่าว ไม่ให้รัชกาลที่ 4 ทรงทราบ เพราะเกรงว่าพระอาการของพระองค์จะทรุดลงยิ่งกว่าเดิม

หลังจากเสด็จกลับจากหว้ากอเพียง 1 เดือน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ก็เสด็จสวรรคตอย่างสงบและมีสติ จนถึงวินาทีสุดท้าย ทรงพลิกพระองค์หันพระพักตร์ไปทางตะวันตก ก่อนตรัสว่า “จะตายเดี๋ยวนี้แล้ว” แล้วเสด็จสวรรคตในท่าเดียวกับพระไสยาสน์วัดบวรนิเวศวิหาร

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 994865
รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 602  247
รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 834  989
รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 63
รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 994864  994866

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท : 614735  125498  186972  214818  470306

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท : 143483  863033  999696  266113  882121  
529861  287931  637633  745255  513832  

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
373039  563319  482573  428105  565227  
014009  162627  056218  061418  855063  
710608  468121  085364  013278  310000  
068914  414365  459608  405963  625936  
601842  238882  144860  480296  996640  
499611  312875  237001  963590  184058  
966871  892195  391483  389053  390112  
321760  269016  671937  297657  633043  
901394  744031  473791  634439  591320  
848933  880096  381344  746746  590879  

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
248778  375112  677505  106155  067602  
297637  901273  440544  926536  603032  
685690  137282  064427  011786  079001  
900034  156478  772390  785675  889693  
654692  186004  838185  445006  459485  
403109  317582  842653  637587  042655  
424177  615286  568807  014431  920575  
389192  758277  351638  156979  469741  
349672  276252  630146  205084  602978  
741573  269624  928960  952539  336799  
334912  723261  255463  499182  125019  
600999  307095  707559  278751  337330  
616672  873126  580474  992585  282595  
821010  273955  802817  264396  617086  
651213  450505  282577  719503  555875  
107168  843202  322164  200642  178897  
902587  207298  957037  937727  302404  
223344  344137  704621  909687  611866  
009012  298608  861656  171850  707162  
357666  778655  250059  224856  512548 

25 สิงหาคม พ.ศ.2475 ก่อตั้ง ‘สมาคมคณะราษฎร’ พรรคการเมืองแรกของไทย ต้นแบบของพรรคการเมืองไทยในปัจจุบัน

ย้อนกลับไปเมื่อ 25 สิงหาคม พ.ศ.2475 หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร ก็ได้เกิด 'สมาคมคณะราษฎร' ขึ้นมา ถือเป็นต้นแบบของพรรคการเมืองในประเทศไทย แม้ขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายรองรับก็ตาม

การก่อตั้งสมาคมคณะราษฎรมี ‘พระยานิติศาสตร์ไพศาล’ เป็นนายกสมาคม เปิดรับสมาชิกทั่วประเทศ และมีรายงานว่าสมาชิกทะลุ 10,000 คน แต่ไม่นานนัก ในสมัยรัฐบาลพระยามโนปกรณนิติธาดา ได้มีคำสั่งห้ามตั้งสมาคมการเมือง ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สโมสรราษฎร์สราญรมย์’ แทน

ต่อมา หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชาธิปไตยเริ่มเปิดกว้าง จึงเกิดพรรคการเมืองจริงภายใต้รัฐธรรมนูญ แม้ยังไม่มีกฎหมายรองรับอย่างเป็นทางการ โดยพรรคแรกที่เกิดขึ้นคือ พรรคก้าวหน้า นำโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ผลักดัน พระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ.2498 ให้มีผลบังคับใช้

พรรคแรกที่จดทะเบียนตามกฎหมายดังกล่าวคือ พรรคเสรีมนังคศิลา ของจอมพล ป. ตามมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์ แต่การเมืองในเวลานั้นเต็มไปด้วยข้อครหาเรื่องการเลือกตั้งไม่โปร่งใส จนกระทั่งปี 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำรัฐประหารและยกเลิกกฎหมายพรรคการเมือง ส่งผลให้พรรคทั้งหมด รวมถึงพรรคเสรีมนังคศิลา สิ้นสุดลงทันที

ปัจจุบัน การกำกับดูแลพรรคการเมืองอยู่ภายใต้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ในฐานะองค์กรอิสระ ทำหน้าที่กำกับให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม ถือเป็นกลไกสำคัญของประชาธิปไตยไทยที่สืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top