Saturday, 6 June 2026
Lite

28 มิถุนายน พ.ศ. 2502 ‘วันทหารนาวิกโยธิน’ หน่วยรบที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ ดั่งเพลงมาร์ชราชนาวิกโยธิน ชูเกียรติยศและความจงรักภักดี

วันที่ 28 มิถุนายน 2502 เป็นวันที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือได้รับพระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ช “ราชนาวิกโยธิน” จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อทหารนาวิกโยธินทุกนาย และต่อมาได้กำหนดให้วันที่ 28 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันทหารนาวิกโยธิน” เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญนี้

ความเป็นมาของวันทหารนาวิกโยธินเริ่มจาก นาวาเอก สนอง นิสาลักษณ์ อดีตผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ที่ได้มีโอกาสรับใช้ในพระราชวังไกลกังวล หัวหิน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้นาวาเอกสนองร้องเพลงนาวิกโยธิน แต่ยังไม่มีเพลงประจำหน่วย จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเพลงจากพระองค์ท่าน

ต่อมาวันที่ 28 มิถุนายน 2502 พระองค์ได้พระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ช “ราชนาวิกโยธิน” แด่ทหารนาวิกโยธิน และหลังจากนั้นคณะนายทหารนาวิกโยธินได้ร่วมกันประพันธ์คำร้องจนกลายเป็นเพลงประจำหน่วยอย่างสมบูรณ์ นับเป็นสัญลักษณ์ความเข้มแข็งและความภาคภูมิใจของทหารนาวิกโยธิน

ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2502 วงโยธวาทิตของนาวิกโยธินสหรัฐและวงดุริยางค์ราชนาวี ได้บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์นี้เป็นครั้งแรก ณ สนามศุภชลาศัย และตั้งแต่นั้นเพลง มาร์ช “ราชนาวิกโยธิน” ก็กลายเป็นเพลงประจำหน่วยที่มีคุณค่าและความหมายลึกซึ้งสำหรับทหารนาวิกโยธินตลอดมา

29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 วันคล้ายวันประสูติ ‘เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์’ พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระโอรสพระองค์ที่ 33 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี ทรงประสูติเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 ทรงเป็นต้นราชสกุลบริพัตร ทรงศึกษาชั้นต้นที่พระตำหนักสวนกุหลาบ ก่อนจะเสด็จไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษและเยอรมันในด้านวิชาทหาร รวมถึงวิชาดนตรีและการประพันธ์เพลง

เมื่อเสด็จกลับประเทศไทยในปี 2446 ขณะพระชนมายุ 23 พรรษา ทรงเริ่มรับราชการในตำแหน่งเสนาธิการทหารบก และทรงสร้างความเจริญก้าวหน้าในด้านการทหาร การปกครอง การสาธารณสุข และการศึกษา ทรงวางรากฐานสำคัญให้กับกองทัพเรือ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย

ในฐานะเสนาธิการทหารบก ทรงเปลี่ยนชื่อกรมอากาศยานทหารบกเป็นกรมอากาศยาน ทรงจัดหาเครื่องบินไว้ใช้ในราชการมากขึ้น จัดตั้งกองบิน สนามบินในต่างจังหวัด และเปิดสายการบินไปรษณีย์ทางอากาศ พร้อมทั้งส่งเสริมการบินในระดับประเทศและระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังทรงส่งเสริมประชาชนบริจาคซื้อเครื่องบินเพื่อราชการอีกด้วย

นอกจากความโดดเด่นทางด้านทหารแล้ว พระองค์ยังทรงพระปรีชาสามารถทางดนตรี ทรงพระนิพนธ์เพลงไทยและเพลงฝรั่งจำนวนมาก เช่น วอลซ์ปลื้มจิต และเพลงมหาโศก ได้รับพระนามว่า 'พระบิดาแห่งเพลงไทยเดิม' ในปี 2474 พระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2487 ณ เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย สิ้นพระชนมายุ 63 พรรษา

30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ‘พงษ์ศักดิ์เล็ก’ ป้องกันแชมป์โลก WBC รุ่นฟลายเวท สมัยที่ 15!! ทุบสถิตินักชกเม็กซิกัน ที่ยืนยาวเกือบ 3 ทศวรรษ

พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ หรือนายพงศกร วันจงคำ สร้างประวัติศาสตร์วงการมวยโลกในวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ด้วยการป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC (สมัยแรก) เป็นครั้งที่ 15 ได้สำเร็จ กลายเป็นนักชกที่ป้องกันตำแหน่งได้มากที่สุดในรุ่นนี้

การชกครั้งนี้จัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยพงษ์ศักดิ์เล็กเอาชนะน็อค เอเวอราโด โมราเลส (Everardo Morales) ผู้ท้าชิงชาวเม็กซิกัน ไปได้อย่างงดงามในยกที่ 4 ด้วยพลังหมัดที่เด็ดขาดและการชกอย่างชาญฉลาด

ชัยชนะในครั้งนั้นส่งผลให้พงษ์ศักดิ์เล็กทำลายสถิติเก่าของมิเกล คันโต (Miguel Canto) อดีตแชมป์โลกชาวเม็กซิกัน เจ้าของฉายา "El Maestro" ผู้เคยป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC ได้ 14 ครั้งระหว่างปี 1975–1979 โดยสถิติดังกล่าวยืนยาวมานานกว่า 27 ปี ก่อนจะถูกพงษ์ศักดิ์เล็กล้มลงอย่างสมศักดิ์ศรีในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม การป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 18 กับไดซูเกะ ไนโต (Daisuke Naito) นักชกชาวญี่ปุ่น เมื่อวัน 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ที่ญี่ปุ่นกลับไม่เป็นไปตามคาด แม้พงษ์ศักดิ์เล็กเคยเอาชนะมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้เขาประสบปัญหาการลดน้ำหนักหลายรอบก่อนชั่ง ทำให้สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ขณะที่ไนโตเตรียมตัวมาอย่างดี ใช้จังหวะเข้าทำเร็วและโผเข้ากอดบ่อยครั้งจนทำให้พงษ์ศักดิ์เล็กออกอาวุธไม่ถนัด ก่อนจะแพ้คะแนนเอกฉันท์ 115-113, 116-113, 116-113 อย่างพลิกความคาดหมาย

ความพ่ายแพ้นี้ทำให้สถิติการป้องกันแชมป์ต้องหยุดที่ 17 ครั้ง พลาดเป้าหมายป้องกันครบ 20 ครั้งที่ตั้งใจไว้ แต่ยังเพียงพอให้ชื่อของเขาถูกจารึกว่าเป็นนักชกที่ป้องกันแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทได้มากเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย เทียบเท่ากับยู มย็อง-อู อดีตแชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวทของ WBA จากเกาหลีใต้

1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ

ในวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี พสกนิกรชาวไทยต่างร่วมกันรำลึกถึง 'วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ' ซึ่งเป็นวันสำคัญที่แสดงถึงจุดเริ่มต้นของกิจการลูกเสือในประเทศไทย อันเป็นรากฐานสำคัญในการบ่มเพาะและพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีระเบียบวินัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

กิจการลูกเสือในประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นด้วยพระบรมราชโองการของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 (ค.ศ. 1911) ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฝึกอบรมเยาวชนให้มีคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัย ความอดทน และความเสียสละ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ โดยได้ทรงจัดตั้ง 'กองลูกเสือ' ขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (ปัจจุบันคือโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย)

พระองค์ทรงพระราชทานคำขวัญอันเป็นอมตะแก่ลูกเสือว่า "เสียชีพอย่าเสียสัตย์" ซึ่งสะท้อนถึงอุดมการณ์ของลูกเสือที่มุ่งเน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต และทรงถือว่ากิจการลูกเสือเป็น "การเตรียมกำลังสำรองในการป้องกันประเทศ" ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีงาม

‘เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ’ ปลงผมเข้าพิธีบวชสามเณรี ได้รับฉายา “ธัมมกัลยาณี – ผู้หญิงที่มีความงามทางธรรม”

(1 ก.ค. 68) วันนี้ เวลา 04.30น. นางเอกสาว “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ได้ปลงผมตามฤกษ์ดี เพื่อเข้าพิธีบวชเป็นสามเณรี ณ ศรีวรญาลัย จ.สระบุรี โดยสามเณรีเจนี่ได้รับฉายาทางธรรมว่า ธัมมกัลยาณี แปลว่า ผู้หญิงที่มีความงามทางธรรม

“ในวันนี้ ข้าพเจ้าขออนุโมทนาบุญในการอุปสมบท อันเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ในชีวิต และนับเป็นเกียรติสูงสุดที่ได้รับ ผ้าไตรพระราชทานจากทูลหม่อม ซึ่งข้าพเจ้าสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

การบวชในครั้งนี้ มิได้เกิดจากเพียงแรงศรัทธาแต่เป็นความตั้งใจลึกซึ้งของข้าพเจ้าที่ต้องการ 'วางทุกสิ่ง' และหันกลับมาอยู่กับความจริงภายใน ข้าพเจ้าขออุทิศการบวชแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ขอบคุณทุกความรักที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทั้งที่สมหวังและไม่สมหวัง เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้หล่อหลอมให้หัวดวงใจนี้ รู้จักคำว่า 'ให้อภัย' และ 'วางลง' ข้าพเจ้าขอให้แรงบุญแห่งการบวชครั้งนี้ ส่งผลให้ทุกท่านประสบความสุข ความสงบในจิตใจและขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันนี้

ขออนุญาตกราบขอบพระคุณทุกท่านด้วยใจจริง สาธุ ธัมมกัลยาณี”

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

✨ประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2568

🟢รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท
949246

🔴รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
949245  949247

🔴รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
680  169

🔴รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
918  261

🔴รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท
91

🔴รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
501076  468424  750603  283443  402610

🔴รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
429897  891029  541431  974816  963496  
927157  843129  559936  766204  419855  

🔴รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
489252  094992  142971  834574  201955  
833406  427771  586521  628266  781649  
017678  788211  880901  247166  993575  
626701  637020  348585  445214  468973  
628009  045856  333125  653939  482157  
510345  215022  861208  689580  335905  
045467  767575  671882  578534  907629  
377896  930166  635490  922403  326154  
926607  526484  187433  605221  172116  
596175  942371  167002  925177  125675 

2 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ประกอบพิธีเปิด “อนุสรณ์สถานแห่งชาติ”

วันนี้เมื่อ 31 ปีก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอนุสรณ์สถานแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ประกอบพิธีเปิดและพระราชทานนาม “อนุสรณ์สถานแห่งชาติ” เพื่อจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวประวัติศาสตร์ทหารและเป็นสถานที่จารึกรายชื่อวีรชนผู้สละชีวิตในการปกป้องชาติ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ให้เกิดความรักและหวงแหนประเทศชาติและรำลึกถึงความเสียสละของบรรพชนผ่านเทคโนโลยีสื่อผสมแบบ Interactive เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมเกิดความสนใจและสื่อสารข้อมูลประวัติศาสตร์ได้สะดวก รวดเร็ว เข้าใจง่าย

‘พีช ทองเจือ’ กับลุค Daddy สุดปึ๋งปั๋งหลังใช้ MANDO ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์หล่อไม่แผ่วจะ 60 ปียังแซ่บไฟลุก

(2 ก.ค.68) 'พีช ทองเจือ' ครบรอบวันเกิด จะ 60 ปี แต่ “สุขภาพยังดี ปึ่งปั๋งไม่มีตก” หลังกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MANDO เป็นประจำ จนชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด! เป้าตุงโซเชียลลุกเป็นไฟ แฟน ๆ แซว 

เรียกว่าเป็นวันเกิดที่ทำโซเชียลฮือฮาตั้งแต่เช้าสำหรับพระเอกตลอดกาล 'พี่พีช ทองเจือ' ที่ปีนี้ย่างเข้าสู่วัยเลขห้าแบบหล่อไม่มีแผ่ว! แต่สิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตแทบหยุดหายใจกลับไม่ใช่เค้กวันเกิดหรือคำอวยพร… แต่อยู่ที่ 'เป้ากางเกง' ที่แน่นจนหลายคนต้องซูม! หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร MANDO ซึ่งมีสารสกัดรวม 9 ชนิด ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพท่านชาย ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมนำเข้าจากญี่ปุ่น, เห็ดหลินจือ, กระชายดำ, โกจิเบอร์รี่, โสมเกาหลี, ถั่งเช่าจากทิเบต, ซิงค์ เมโธโอนิน, แอลอาร์จินีน โมโนไฮคลอไรด์ และแอลแอสคอร์บิท แอซิด

ซึ่งทำให้ภาพวันเกิดสุดเรียบง่าย แต่ฟีลลิ่งกลับไม่เรียบ เพราะพี่พีชมาในชุดลำลองชิล ๆ แต่ดันชิลไม่ไหว! เป้าตุงแบบไม่ตั้งใจ ทำเอาชาวทวิตเตอร์ ฟีด IG และกรุ๊ป FC ต้องขยี้ตารัว ๆ จนแฮชแท็ก #พีชทองเจือ ติดเทรนด์ช่วงเช้า

ชาวเน็ตแห่แซวกันสนั่น
“หล่อยังไงไม่รู้ แต่สุขภาพดีแน่นอนค่ะคุณพี่”
“หล่ออมตะไม่พอ ปึ่งปั๋งยิ่งกว่าวัยรุ่นอีกกกก”
“สาวเล็กสาวใหญ่ LGBTQ ขอกราบหัวใจและร่างกายพี่พีชค่ะ!”

บ้างก็แซวแบบแฟนคลับตัวจริง
“คนอะไร๊ อายุ 5X แต่ใจสั่นกว่าเด็กวัย 20 อีก!”

เรียกได้ว่า พี่พีช ทองเจือ ยังคงครองใจแฟนคลับทุกเพศทุกวัยได้แบบไม่มีตก ทั้งรูปร่างที่ดูแลอย่างดี ไลฟ์สไตล์แอคทีฟ แถมยังเป็นไอดอลของสายสุขภาพที่แท้ทรู!

สุขสันต์วันเกิดนะคะพี่พีช ขอให้ปึ่งปั๋งแบบนี้ไปอีกหลายสิบปีเลยค่า 🎉💪

'40 ศิลปินไทย' ผนึกกำลังหลอมรวมใจ ร่วมถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ 'เราสู้'

(2 ก.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก 'กองบัญชาการกองทัพไทย Royal Thai Armed Forces Headquarters' ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ศิลปินไทยกว่า 40 ชีวิต ทุกรุ่น ทุกแนวเพลง พร้อมใจกันถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ 'เราสู้' ในโครงการ '๑ ในล้านความดี' เรียบเรียงดนตรีใหม่โดย หนึ่ง จักรวาล เพื่อส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้าและคนไทยทุกคน มาร่วมรับชมและรับฟังบทเพลงแห่งพลังใจนี้พร้อมกัน วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ทางทุกช่องทางออนไลน์ พลังเล็กๆ ของเราทุกคน สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้! รับชมได้จาก https://youtu.be/b7arRoRNFbk

#เราสู้ #หนึ่งในล้านความดี #คนไทยไม่ทิ้งกัน

3 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 ในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ เยือนรัสเซีย จุดเริ่มต้นสถาปนาความพันธ์สู่มิตรแท้ที่ยาวนาน

ย้อนอดีต 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินเยือนรัสเซีย นับเป็นปฐมบทความสัมพันธ์ไทย – รัสเซีย มายาวนานครบ 128 ปี

ไทยและรัสเซียได้ยึดถือการเสด็จประพาสรัสเซียของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (3-11 กรกฎาคม พ.ศ. 2440/ค.ศ.1897) เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน โดยความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์มีความใกล้ชิด 

การเสด็จฯ ในครั้งนั้น นับเป็นการเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งต่อมาได้ถือวันดังกล่าวเป็นวันสถาปนาความสัมพันธ์ไทยและรัสเซีย 

โดยก่อนหน้านั้น พระเจ้าซาร์ นิโคลัสที่ 2 เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยศที่ "มกุฎราชกุมาร" แห่งรัสเซีย ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนราชอาณาจักรสยามอย่างเป็นทางการ ในฐานะพระสหายสนิทในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ระหว่างวันที่ 20 - 24 มีนาคม พุทธศักราช 2434 รวมเวลาทั้งสิ้น 5 วันโดยได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกีรยติเช่นกัน 

ว่ากันว่า ด้วยพระราชไมตรีอันแน่นแฟ้นของพระราชวงศ์ทั้งสองนี้ ก็ได้คานอำนาจของประเทศมหาอำนาจในยุโรปอย่างฝรั่งเศสและอังกฤษ ทำให้สยามดำรงเอกราชเพียงประเทศเดียวในภูมิภาคจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม ไทยกับรัสเซียไม่มีการติดต่อกันทางการทูตนับแต่ปี 2460 (ค.ศ.1917) เมื่อเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในรัสเซียจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบสังคมนิยม ทั้งนี้ ได้มีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยครั้งใหม่ ในปี พ.ศ.2491 (ค.ศ.1948) โดยได้มีการแลกเปลี่ยนคณะทูตชุดแรกระหว่างกันในระดับอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ต่อมา เมื่อสหภาพโซเวียตได้สลายตัวลงในปี 2534 (ค.ศ.1991) สหพันธรัฐรัสเซียได้เป็นผู้สืบสิทธิ์ของสหภาพโซเวียตทั้งหมด จึงถือได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียดำเนินต่อมาโดยไม่หยุดชะงัก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top