Sunday, 7 June 2026
Lite

3 มกราคม ค.ศ. 1959 ‘รัฐอะแลสกา’ ถูกยกให้เข้าเป็นรัฐที่ 49 ของสหรัฐอเมริกา ถือเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุด และเป็นหมุดหมายที่หลายคนอยากมา

‘อะแลสกา’ พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียเมื่อในอดีต เป็นดินแดนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ กระทั่งราวปี ค.ศ. 1867 อะแลสกาก็ได้กลายไปเป็นของสหรัฐอเมริกา ในเวลานั้นชาวอเมริกันเอง ต่างพากันแปลกใจที่รัฐบาลใช้เงินซื้อพื้นที่ที่ไกลแสนไกล แถมยังร้างไร้ผู้คน หนำซ้ำยังมีแต่ก้อนน้ำแข็ง

แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป อะแลสกากลายเป็นดินแดนแห่งความหวัง เริ่มมีการค้นพบทองคำ น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติมากมาย พื้นที่แห่งนี้ค่อย ๆ ถูกยกระดับจากทางการสหรัฐฯ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1959 (หรือราวปี พ.ศ. 2502) อะแลสกาก็ถูกยกสถานะให้กลายเป็น ‘รัฐที่ 49’ ของประเทศสหรัฐอเมริกาในที่สุด

เสน่ห์ของรัฐอะแลสกา คือความเป็นอเมริกาที่ไม่ใช่อเมริกา ด้วยพื้นเพของผู้คนดั้งเดิมในพื้นที่นั้นเป็นชาวเอเชียที่มาตั้งรกรากอยู่เมื่อกว่า 10,000 ปีก่อน จึงทำให้ผู้คนที่นี่มีลักษณะที่ต่างจากชาวอเมริกันออกไป มากไปกว่านั้น คือพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล (เป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา) ที่นี่จึงเต็มไปด้วยธรรมชาติอันหลากหลาย เป็นหนึ่งในหมุดหมายของนักเดินทางทั่วโลกที่อยากมาเยือนให้ได้สักครั้ง

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2566

รางวัลที่ 1 : 625544

เลขหน้า 3 ตัว : 600 648 

เลขท้าย 3 ตัว : 882 456 

เลขท้าย 2 ตัว : 89

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 : 625543 / 625545  

รางวัลที่ 2 : 937983 / 986207 / 347586 / 997718 / 022784  

รางวัลที่ 3 : 917331 / 168613 / 347959 / 109948 / 999781 / 202356 / 965361 / 539834 / 096489 / 324753  

รางวัลที่ 4 : 196276 / 952872 / 740199 / 031586 / 862230 / 112716 / 555224 / 213908 / 270324 / 858164 / 333302 / 323314 / 831473 / 308103 / 353244 / 687929 / 929098 / 017093 / 087425 / 307357 / 218826 / 264505 / 544533 / 391016 / 285584 / 062770 / 335395 / 599501 / 689101 / 639890 / 952741 / 322271 / 514153 / 318481 / 834659 / 500526 / 638360 / 291080 / 061387 / 622585 / 973614 / 339754 / 303103 / 653552 / 846933 / 216574 / 781132 / 436978 / 294950 / 487351  

รางวัลที่ 5 : 201844 / 817142 / 949493 / 940187 / 622745 / 048395 / 570402 / 481143 / 178923 / 217586 / 977007 / 454976 / 086608 / 910562 / 939294 / 090084 / 980376 / 455558 / 182147 / 207878 / 718011 / 381221 / 604020 / 463329 / 151247 / 768814 / 887270 / 216238 / 101839 / 963586 / 371548 / 206981 / 321021 / 030189 / 391331 / 208776 / 323109 / 227367 / 508235 / 930152 / 037190 / 548605 / 815537 / 986235 / 051040 / 010160 / 109018 / 527162 / 066303 / 938439 / 900077 / 121142 / 324430 / 315908 / 085953 / 341258 / 946096 / 539471 / 002987 / 150028 / 818211 / 547674 / 020270 / 927622 / 068280 / 248471 / 126498 / 210659 / 023257 / 470513 / 012060 / 587456 / 857282 / 587873 / 680872 / 114828 / 922937 / 129847 / 766184 / 856211 / 910138 / 454119 / 978679 / 381644 / 916807 / 694526 / 270595 / 388050 / 422045 / 428073 / 365009 / 375285 / 572947 / 478440 / 552463 / 006418 / 665273 / 647640 / 793216 / 943945 

‘อังศณา ช้างเศวต’ เจ้าของเพลง ‘คู่กรรม’ เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 67

(3 ธ.ค. 67) ถือเป็นข่าวเศร้าในวงการบันเทิง หลังสูญเสีย ‘อังศณา ช้างเศวต’ หรือ อังศนา ศรีพัฑฒางกุระ อดีตนักร้องยุค 80 เจ้าของเพลงดังประกอบละครเรื่องคู่กรรม เสียชีวิตแล้วอย่างสงบเมื่อวันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา

ขณะที่เฟซบุ๊ก Jaroensook Limbanchongkit Pone ได้โพสต์กำหนดการซึ่งมีการสวดพระอภิธรรม ณ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ในวันที่ 2-6 ม.ค. และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 7 ม.ค. เวลา 12.00 น.

สำหรับ ‘อังศณา ช้างเศวต’ เธอเป็นพยาบาลมาก่อนที่จะผันตัวเองมาเป็นนักร้องหลังจากการประกวด ‘คอนเสิร์ต คอนเทสต์’ ที่จัดโดย JSL โดยแข่งกันเหลือเพียง 3 คนสุดท้ายคือ อังศณา ช้างเศวต, แอนนา โรจน์รุ่งฤกษ์, พิษณุ นาคสาร (เฌอ) แต่ แอนนา เป็นผู้ที่ชนะ ที่ 1 ไป

หลังจากนั้นได้ออกผลงานกับ ค่ายคีตาเรคคอร์ด ชุดแรกชื่อ ‘หนึ่งในหลาย’ ซึ่งในอัลบั้มนี้มีเพลงละครดังเรื่อง ‘คู่กรรม’ ที่แต่งโดย ‘จำรัส เศวตาภรณ์’ ส่วนผู้ทำดนตรีคือ วงบัตเตอร์ฟลาย และเป็นเพลงที่แจ้งเกิดให้เธอมาจนถึงปัจจุบัน

4 มกราคม พ.ศ. 2547 จุดเริ่มต้น ‘ความไม่สงบ-ขัดแย้ง’ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2547 เกิดเหตุการณ์ปล้นปืน จากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘ค่ายปิเหล็ง’ ในตำบลปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง โดยเหตุการณ์ครั้งนี้นับได้ว่าเป็น ‘จุดปะทุของความรุนแรงในสถานการณ์ไฟใต้’ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้มีทหารเสียชีวิต 4 นาย ทางด้านกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า คนร้ายได้อาวุธปืนไปทั้งสิ้น 413 กระบอก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยึดคืนมาได้ 94 กระบอก

ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับคดี ป.วิอาญา ร่วมกันบุกปล้นปืน โดยมีจำนวน 11 คน ถูกจับได้ 2 คน คือ นายมะซูกี เซ้ง และนายซาอีซูน อับดุลรอฮะ พร้อมอาวุธปืนของกองพันพัฒนาที่ 4 ถูกนำไปใช้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ถึงปี พ.ศ. 2555

โดยในระหว่างปี 2547 - 2554 มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่สงบนี้กว่า 4,500 คน และได้รับบาดเจ็บกว่า 9,000 คน นับเป็นความขัดแย้งที่มียอดผู้เสียชีวิตสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2554 สถานการณ์กลายเป็นการคุมเชิงระดับต่ำ ส่วนใหญ่ลักษณะการก่อเหตุเป็นการประกบยิง แต่มีเหตุระเบิดแสวงเครื่อง เฉลี่ย 12 ครั้งต่อเดือน มีเหตุการณ์ความรุนแรงกว่า 11,000 ครั้ง และการวางระเบิดกว่า 2,000 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไม่สงบเหล่านี้ ทางฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบเอง ไม่มีข้อเรียกร้องทางการเมืองออกมาชัดเจน จึงไม่สามารถสาเหตุได้ชัดเจนว่า เหตุใดความไม่สงบจึงปะทุกลับมาอีกครั้ง 

ทั้งนี้ ผู้สังเกตการณ์ วิเคราะห์ว่า การก่อเหตุได้มีการเปลี่ยนจากเป้าหมายด้านเชื้อชาติและชาติพันธุ์และแบ่งแยกดินแดนมาเป็นอิสลามิสต์หัวรุนแรง สถานที่ก่อเหตุย้ายจากป่าเข้ามาในหมู่บ้าน เมืองและนคร ในโครงสร้างแบบเซลล์ โดยใช้กลุ่มผู้ก่อเหตุขนาดเล็กประมาณ 5-10 คน โครงสร้างแบบเซลล์นี้ทำให้ไม่ต้องใช้เงินทุนสนับสนุนมากนัก

ช่วงกลางปี 2549 ตำรวจประเมินว่ามีแนวร่วมก่อเหตุราว 3,000 คน ปฏิบัติการใน 500 เซลล์ จากจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 1,574 แห่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

รายงานของกลุ่มวิกฤตระหว่างประเทศปี 2548 ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน เคร่งศาสนา ติดอาวุธไม่ดีและพร้อมสละชีพเพื่ออุดมการณ์ กลางปี 2548 ยอดผู้เสียชีวิตชาวมุสลิมสูงกว่ายอดผู้เสียชีวิตชาวพุทธ ซึ่งเชื่อว่ามุสลิมที่ตกเป็นเป้านั้นใกล้ชิดกับทางการไทยหรือค้านความคิดอิสลามิสต์

จากข้อมูลของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ พบว่า ความถี่ของการก่อเหตุขึ้น ๆ ลง ๆ แต่สูงสุดในปี 2550 (2,409 เหตุการณ์) และ ปี 2555 (1,851 เหตุการณ์) ซึ่งศูนย์ฯ ตั้งข้อสังเกตว่าความถี่ของเหตุการณ์อาจเพิ่มขึ้นและลดลงเป็นวัฏจักรโดยจะมีความถี่สูงสุดทุก 5 ปี ยอดผู้เสียชีวิตรายปีลดลงทุกปีนับแต่ปี 2556

5 มกราคม พ.ศ. 2537 ห้างสรรพสินค้า ‘บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์’ เปิดให้บริการสาขาแรก บนถนนแจ้งวัฒนะ

วันนี้เมื่อ 30 ปีก่อน หรือ 5 มกราคม พ.ศ. 2537 ‘บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์’ ห้างสรรพสินค้าที่ทุกคนรู้จักและคุ้นเคยกันดี เปิดให้บริการสาขาแรก บนถนนแจ้งวัฒนะ

‘บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์’ (Big C) เป็นศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต, ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อสัญชาติไทย ดำเนินกิจการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และฮ่องกง 

โดย ‘บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์’ ในไทยเกิดขึ้นจากกลุ่มเซ็นทรัล ได้มีแนวคิดในการขยายธุรกิจออกสู่รูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ต ต่อมาได้ร่วมทุนกับกลุ่มอิมพีเรียล ของตระกูลกิจเลิศไพโรจน์ ในนาม ‘บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์’ เมื่อ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 และเปิดให้บริการไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาแรกในนาม ‘บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์’ บนถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อ 5 มกราคม พ.ศ. 2537

นับจากวันแรกที่เปิดให้บริการสาขาแรกที่ถนนแจ้งวัฒนะ จนถึงวันนี้ ‘บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์’ หรือ ‘บิ๊กซี’ ที่คนไทยรู้จักกันดีก็ขยายสาขาออกไปมากถึง 1,810 สาขา โดยแบ่งเป็น ไฮเปอร์มาร์เก็ต 154 สาขา บิ๊กซีมินิ 1,449 สาขา บิ๊กซี ฟู้ดเพรส 1 สาขา และร้านค้าส่ง เอ็มเอ็ม ฟู้ด เซอร์วิส 1 สาขา มีร้านค้าขายยาเพรียว 146 สาขา รวมถึงมีรูปแบบที่เป็น ตลาด จำนวน 7 สาขา

ทั้งนี้ ‘บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์’ ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ห้างค้าปลีกของคนไทยที่อยู่ในใจชุมชน
โดยยึดถือลูกค้าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงาน”

‘หนุ่ม กรรชัย’ รับ!! เคยทักหา ‘เบียร์’ ยัน ไม่มีเรื่องชู้สาวแน่นอน พร้อมเปิดภาพแชตสุดปั่น เมื่อโดน ‘ป๋อง กพล’ จี้ถามหลังไมค์!!

(5 ม.ค. 67) กรณีเพจดังออกมาเปิดโปงเรื่องราวของนักร้องสาว ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ หรือ ‘เบียร์-ภัสรนันท์ อัษฎมงคล’ อ้างเป็นข่าวเมาท์ฉ่ำกรณีมีความสัมพันธ์ 3 เส้า กับเชฟหนุ่มที่มีคนรักอยู่แล้ว ถึงขั้นกล่าวหาว่าแอบแซ่บภายในงานปาร์ตี้ของสาวคนดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวานนี้ (4 ม.ค.) เบียร์ เดอะวอยซ์ ออกมาไลฟ์สด ชี้แจงทุกประเด็น โดยยอมรับว่า มีการจุ๊บกันจริง แต่ไม่ได้เกินเลย และขอโทษแล้ว พร้อมกับออกห่างทุกคน

ต่อมาเธอได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่เอาไว้ว่า “ดารา คนดัง พิธีกร ที่มีลูกมีเมีย ยัง DM มาหาเบียร์ มากดหัวใจให้ โลกความจริงเป็นแบบนี้” พร้อมกับเปิดข้อความปริศนา

แม้ล่าสุด ‘หนุ่ม กรรชัย’ ออกมายอมรับว่าเคยดีเอ็มหา เบียร์ จริง แต่สาบานว่าไม่มีเรื่องชู้สาวแน่นอน

ล่าสุด ‘หนุ่ม กรรชัย’ เคลื่อนไหวอีกครั้ง โพสต์ภาพแชตพูดคุยกับพิธีกรชื่อดัง และเพื่อนคนสนิทอย่าง ‘ป้อง กพล’ ที่พูดคุยถึงประเด็นข่าวที่เกิดขึ้นในขณะนี้

พร้อมระบุข้อความว่า ‘เจอตัวแล้ว มึงนี่เอง พิธีกรดังมีลูกเมียกดหัวใจให้สาว #ไม่หลับไม่นอนนะมึง’

6 มกราคม พ.ศ. 2567 ครบรอบ 3 ปีที่ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ใช้เวลา 187 นาที นั่งดูผู้ชุมนุม ‘ก่อจลาจล-โจมตี’ รัฐสภาสหรัฐฯ

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 มกราคม พ.ศ. 2564 หรือ ค.ศ. 2021 ประชาชนนับพันผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้ชิงตำแหน่งสมัยที่ 2 ได้บุกเข้าไปยังอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ขัดขวางการนับคะแนนเพื่อยืนยันชัยชนะอย่างเป็นทางการของ ‘โจ ไบเดน’ ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต

เหตุการณ์ในครั้งนั้นนับเป็นเหตุจู่โจมสภาคองเกรสที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามในปี ค.ศ. 1812 และถูกโหมโดย ‘ทรัมป์’ ซึ่งกล่าวอ้างอย่างผิด ๆ ว่า ความพ่ายแพ้ของเขาในเดือนพฤศจิกายนปี ค.ศ. 2020 นั้นเกิดจาก ‘การโกง’

เหตุการณ์จลาจลดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งนายเสียชีวิตหลังจากปะทะกับผู้ประท้วง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เกี่ยวข้อง 4 นาย เสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการฆ่าตัวตาย อีก 140 นายได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ฝั่งผู้ประท้วงเสียชีวิต 4 ศพ ประชาชนมากกว่า 700 คน ถูกจับกุมด้วยข้อหามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนี้

ทรัมป์ได้โพสต์วิดีโอเมื่อ 6 มกราคม ค.ศ. 2021 โดยเขาใช้เวลา 40 วินาทีให้ความเห็นอกเห็นใจผู้ประท้วง “ผมรับรู้ถึงความเจ็บปวด ผมรู้ว่าพวกคุณเจ็บปวด แต่ตอนนี้ผมอยากให้พวกคุณกลับบ้าน เราต้องมีสันติ เราต้องรักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย เราต้องเคารพกฎหมายและความสงบเรียบร้อยของประชาชน”

นอกจากนี้ยังโพสต์ข้อความเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับม็อบ ระบุว่า…“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชัยชนะของการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายอันศักดิ์สิทธิ์ถูกพรากไปจากผู้รักชาติที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ยุติธรรมมาเป็นเวลานาน” 

เขาโพสต์ต่อว่า “กลับบ้านด้วยความรักและความสงบสุข จดจำวันนี้ไว้ตลอดไป!”

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้ทรัมป์ถูกเสนอชื่อเข้าสู่กระบวนการถอดถอนจากตำแหน่งเป็นครั้งที่สอง และเข้ารับการสอบสวน โดยคณะกรรมการสภาสอบสวนเหตุการณ์ 6 มกราคม (Select Committee to Investigate the January 6th Attack on the United States Capitol) ที่จัดตั้งขึ้น เมื่อ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2021

โดยเบนนี ธอมป์สัน (Bennie Thompson) ประธานคณะกรรมการ และผู้แทนจากมิสซิสซิปปี กล่าวว่าคณะกรรมการทั้ง 9 คน ต้องการทราบว่าทรัมป์ทำอะไรบ้างระหว่าง ‘187 นาที ของการไม่ทำอะไรเลย’ ขณะที่เขานั่งดูผู้ประท้วงในโทรทัศน์จากห้องรับประทานอาหารในทำเนียบขาว

ทางด้านลิซ เชนีย์ รองประธานคณะกรรมการ และผู้แทนจากไวโอมิง หนึ่งในผู้วิพากษ์ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์รายการ ‘This Week’ ทางสถานี ABC ว่า “ทรัมป์ควรบอก (ผู้ประท้วง) ให้หยุดได้แล้ว แต่เขากลับไม่ได้ทำ”

7 มกราคม ของทุกปี รำลึก 'พระปิ่นเกล้าฯ' พระคุณูปการต่อศิลปวัฒนธรรมของชาติ เจ้านายไทยยุครัตนโกสินทร์ ผู้ทรงไว้หนวดเป็นพระองค์แรก

7 มกราคมของทุกปี กรมศิลปากร, กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (7 มกราคม) ณ พระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณโรงละครแห่งชาติ พร้อมทั้งให้ข้าราชการกรมศิลปากร เหล่าทัพ หน่วยงานต่าง ๆ และประชาชนเข้าร่วมในพิธีถวายราชสักการะรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 

นอกจากนี้ สำนักการสังคีตได้จัดการบรรเลงปี่พาทย์เสภาที่วังหน้า ณ บริเวณลานหน้าพระบวรราชานุสาวรีย์ เพื่อถวายกตเวทิตาคุณและร่วมน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณ และพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระคุณูปการอย่างอเนกอนันต์ต่อบ้านเมืองและศิลปวัฒนธรรมของชาติ 

สำหรับ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระราชสมภพ ณ พระราชวังเดิม เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2351 ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ร่วมพระอุทรกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 

หลังจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 2394 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระยศบวรราชาภิเษกเป็นสมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือที่ออกพระนามกันว่า ‘วังหน้า’ มีพระเกียรติยศเสมอด้วยพระเจ้าแผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถในศิลปศาสตร์หลายสาขา ทั้งการช่าง การปกครอง การทหาร และศิลปกรรม โดยทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือเป็นพระองค์แรก 

นอกจากนี้ ทรงโปรดทางศิลปะ ทั้งดนตรี กวี และนาฏศิลป์ ทรงริเริ่มประดิษฐ์ระนาดทุ้มเหล็กขึ้น โดยมีการจัดเล่นประกอบกับระนาดแบบเดิม รวมเป็นเครื่องดนตรี 4 ชนิด เรียกว่า ‘ปี่พาทย์เครื่องใหญ่’ เบื้องปลายพระชนม์ชีพ พระองค์ประทับ ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พระราชวังบวรสถานมงคล (ปัจจุบันอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) จนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408 

ทั้งนี้ เท่าที่หลักฐานปรากฏ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ ‘พระปิ่นเกล้า’ ยังเป็นเจ้านายไทยในยุครัตนโกสินทร์ ที่ทรงไว้พระมัสสุ (หนวด) เป็นพระองค์แรก แตกต่างจากเชื้อพระวงศ์ระดับสูงพระองค์อื่น ๆ ที่กว่าจะมาไว้พระมัสสุกันก็ล่วงเข้ารัชกาลที่ 5 อีกด้วย

โดยเรื่องนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีลายพระหัตถ์ทูล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2460 ว่า ผู้ดีเพิ่งจะมาไว้หนวดกันเมื่อในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนหน้านั้นแม้สังเกตดูรูปคนที่ถ่าย จะเป็นเจ้านายก็ตาม ขุนนางก็ตาม ก็โกนหนวดทั้งนั้น ยิ่งราษฎรถ้าใครไว้หนวดก็มักมีฉายาเรียก เช่น นายมากหนวด นายคงเครา เป็นต้น 

ส่วนเหตุผลที่ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงไว้พระมัสสุ อาจเป็นเพราะทรงนิยมศึกษาหาความรู้วิทยาการจากตะวันตก อย่าง การทหาร ช่างจักรกล ฯลฯ ทั้งยังทรงมีสายพระเนตรกว้างไกลด้านการต่างประเทศ ความนิยมในตะวันตกของพระองค์ สะท้อนได้อีกจากการพระราชทานนามแก่พระราชโอรสพระองค์หนึ่งว่า พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ ซึ่งมาจากชื่อ จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

การไว้พระมัสสุ จึงอาจเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งถึงความนิยมชมชอบวัฒนธรรมตะวันตกของพระองค์ก็เป็นได้

‘เมรี’ ลูกสาว ‘ปู พงษ์สิทธิ์’ รับท้อง 3 เดือนแล้ว รู้หลังเลิก ‘แอมมี่’ ลั่น!! ชีวิตต้องไปต่อ ไม่อยากให้ลูกโตในครอบครัวที่มีพ่อทำร้ายแม่

หลังจากหลายเพจดัง โพสต์เปิดประเด็นในทำนองเดียวกันว่ามี ‘นักร้อง ช.’ ท่านหนึ่งทำแฟนสาวท้อง แต่ไม่รับผิดชอบ หนีหาย มีประวัตินอกใจ เจ้าชู้ ปัดความรับผิดชอบ แถมยังบอกว่า “ลูกในท้องใช่ของฉันเหรอ?” งานนี้ชาวเน็ตแห่เดารัวๆ ซึ่งมีชื่อกันในใจเป็นไปในทางเดียวกัน

ซึ่งหากใครที่เป็นแฟนคลับที่ติดตามเฟซบุ๊ก ‘เม เมรี คัมภีร์’ ลูกสาว ‘ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์’ นักร้องเพื่อชีวิตชื่อดัง จะเห็นว่าก่อนหน้านี้เมรีได้แชร์เพลงใหม่ ‘แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์’ หรือ ‘ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์’ ช่วยโปรโมต ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าทั้งคู่อาจจะกลับมารีเทิร์นกันอีกครั้ง แต่แล้วเหมือนโพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกไปหมดแล้ว

ขณะที่ เม ได้โพสต์ข้อความปริศนาแทน อาทิ “อีก 7 เดือน”, “ฉันทำได้ ฉันต้องทำได้” พร้อมเผยว่ามีเรื่องจะเล่า แต่ให้รอก่อน หนักกว่าข่าวล่อแฟนเพื่อน เรื่องดังกล่าวจะเบาไปเลย ข้อความล่าสุด เมรี เผยว่า “ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ไม่คืนนี้ก็พรุ่งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อม มีเรื่องสำคัญที่อยากจะบอกทุกคน ให้รอฟังกันนะ” พร้อมตอบเมนต์หนึ่งว่า “ก่อนจาก เรียกว่าโดนมันต่อยมากกว่า!!”

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 67 เมรี คัมภีร์ ลูกสาวสุดที่รักของนักร้องชื่อดัง ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ได้โพสต์คลิปในไอจีสตอรี่ เป็นคลิปลูบท้องที่ยื่นออกมาขณะเดินทางไปสอบ จากนั้น เม ก็ได้โพสต์คลิปที่อัดไว้ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค. 2567 พร้อมภาพอัลตราซาวด์ ยอมรับว่าตอนนี้ตนท้องได้ 3 เดือนแล้ว

“จริงๆ แล้วก่อนหน้าที่จะเลิกกัน 1-2 เดือน เราคุยกันมาตลอดว่าเมประจำเดือนไม่มา แต่เราไม่ได้คิดที่จะตรวจ เพราะเราไม่คิดว่าเราจะต้องเลิกกัน เราก็อายุ 30 กว่าปีกันแล้ว ถ้าจะมีก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ อยู่ด้วยกัน เลี้ยงด้วยกัน สู้ไปด้วยกัน แต่พอมาถึงวันที่มันเลิกกันจริงๆ เมก็มานึกได้ว่าลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง เมก็เลยไปตรวจ ผลก็ออกมาตามนั้น แต่เมยังไม่ได้ไปอัลตราซาวด์ ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะท้องหรือไม่ท้อง ก็บอกเขาก่อน

แต่เขาในตอนนั้น เมเข้าใจนะ ว่ามันไม่แปลกที่เขาจะไม่เชื่อ เขาคงมองว่าเมจะใช้มุกนี้เหรอ เอาจริงดิ เมเลยได้ ถ้างั้นไปตรวจด้วยกันไหม เขาก็ไม่ไป สุดท้ายเมไปคนเดียว พอได้ผลออกมา เขาก็บล็อกเมหนีหายไปแล้ว”

“เมกำลังจะมีลูก เมท้องค่ะ เมตรวจครรภ์ครั้งล่าสุดวันที่ 2 ม.ค. 67 อายุครรภ์ตอนนี้ 13 สัปดาห์กับอีก 2 วัน กำหนดคลอดวันที่ 7 เดือน 7 เพศยังไม่รู้ ตอนนี้สุขภาพยังแข็งแรง สมบูรณ์ดี เมไม่มองเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องไม่ดี เป็นความซวยอะไรแบบนั้น เมกลับมองว่ามันคือเรื่องราวดีๆ เป็นพรที่ลูกเมได้มาเกิดกับเม

เมเองได้มีการคิดไตร่ตรอง คิดอยู่กับตัวเองมาสักพักแล้วจนเมได้คำตอบว่า มันก็คงเป็นเรื่องราวที่ดีด้วยเช่นกันที่ครอบครัวของเรา เมกับลูกจะดำเนินต่อไปโดยที่ไม่ต้องมีเขา ไม่ต้องมีคนเป็นพ่อ เพราะนั่นอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก็ได้ เมอาจจะยังรักเขา โหยหาเขา อาจจะยังเจ็บที่เห็นเขามีคนใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่เมไม่กลับไป การที่เมไม่ไปอ้อนวอนขอร้องให้เขากลับมา ทั้งหมดมันเพื่อลูก เมไม่อยากให้ลูกเมโตมาในครอบครัวที่พ่อ คิดจะทำร้ายแม่เมื่อไหร่ก็ได้”

“เมจะพยายามเลี้ยงดูลูกเมให้โตมาอย่างมีความสุข มีคุณภาพ ลำบากได้ เป็นคนมีความพอดี ไม่ได้เป็นคนรวย เว่อร์ ไม่ได้ตั้งใจเป็นคนขนาดนั้น เมตั้งใจให้ลูกเมเป็นคนมีเหตุผล เป็นคนที่รู้ถูกรู้ผิด รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ลูกอาจจะดื่ม อาจจะสูบบุหรี่ แล้วแต่ลูกตราบใดที่ไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่ได้ทำร้ายตัวลูกเอง ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร

เมจะดูแลตัวเองให้ดี ลูกเมจะได้โตมาแข็งแรง ถ้าวันข้างหน้ามันมีวันไหนที่เมไม่สามารถทำได้อย่างที่เมพูด เมทำให้ลูกเมเริ่มรู้สึกว่าลูกเมขาด ทำให้ลูกเมรู้สึกแตกต่าง อยู่ในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ เมก็จะขอโทษลูกที่เมทำมันได้ไม่ดี แต่ ณ วันนี้ แต่ละวันเมจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดไม่ร้อง…ฝากเป็นกำลังใจให้เมกันด้วยนะ”

“ในตอนที่เมยังไม่สามารถบอกใครได้ สิ่งที่เมต้องการคือเพื่อนคู่คิด เพื่อนช่วยคิด พาร์ตเนอร์ที่จะช่วยกันตัดสินใจ มันเป็นเรื่องที่ใหม่ ที่ใหญ่มากสำหรับเม เมทำคนเดียวไม่ไหว แต่เมไม่มีใคร ไม่มีเขา เมแค่ขอให้เขาทำหน้าที่พ่อ มาในฐานะพ่อมาตรวจเลือดให้ลูกหน่อย เขา…”

ซึ่ง เมรี คัมภีร์ ยังได้ปล่อยคลิปเต็มประเด็นให้พ่อของลูกมาตรวจเลือดแบบฉบับเต็ม ในติ๊กต๊อกของตน เมื่อวันที่คืน 5 ม.ค. ที่ผ่านมาอีกด้วย

8 มกราคม วันคล้ายวันประสูติ  ‘สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’

วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทยอีกวันหนึ่ง โดยเป็นวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งประสูติเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530 และทรงเจริญพระชนมายุครบ 37 พรรษา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ 2 ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระเชษฐภคินีและพระอนุชา 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร

เมื่อแรกประสูติทรงดำรงพระอิสริยยศ ‘หม่อมเจ้า’ มีพระนามว่า ‘หม่อมเจ้าบุษย์น้ำเพชร มหิดล’ ต่อมาได้รับพระราชทานพระนามใหม่ว่า ‘หม่อมเจ้าจักรกฤษณ์ยาภา มหิดล’ จากนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระราชทานพระนามใหม่ว่า ‘หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล’ ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น ‘พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์’ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นทั้งนักกีฬาขี่ม้าและอดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย ในวันที่ 21 กรกฎาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระยศ ‘พันเอกหญิง’ ในฐานะพระอาจารย์หัวหน้าแผนก โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า (อัตราพันเอก)

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการออกแบบแฟชันและเครื่องประดับ โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ โดยทรงออกแบบเสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ ‘SIRIVANNAVARI’ และ S’Home เสื้อผ้าของสตรีและบุรุษ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างเนืองแน่นในวงการแฟชั่นโลก กับการออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูงที่มีความประณีต ที่เหล่าผู้มีชื่อเสียงนิยม ทั้งยังมีแบรนด์ต่างๆ อย่าง Sirivannavari maison แบรนด์ของแต่งบ้าน รวมไปถึงแบรนด์ชุดแต่งงาน

นอกจากทรงออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชันต่างๆ แล้ว พระองค์ยังทรงสนับสนุนผ้าไทย ด้วยการนำผ้าไหมมาตัดเย็บเป็นชุดต่างๆ ทั้งนี้ยังทรงออกแบบชุดให้กับ เดมี ลีห์ เนล ปีเตอร์ มิสยูนิเวิร์ส 2017 และโศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ได้สวมใส่ในการประกวดรอบไทยไนท์ของเวทีนางงามจักรวาลที่จัดประกวดที่ประเทศไทยอีกด้วย ทำให้กระทรวงวัฒนธรรมถวายรางวัลศิลปาธร ประจำปี 2561 ในสาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชันและเครื่องประดับ) ด้วยความสนพระทัยด้านแฟชัน พระองค์จึงเสด็จไปทอดพระเนตรงานปารีสแฟชันวีกอยู่เสมอ และได้รับเสียงชื่นชมจากสื่อต่างชาติ อาทิ นิตยสาร Grazia ประเทศอังกฤษ จัดอันดับให้พระองค์ทรงอยู่ในลำดับที่ 1 ของเจ้าหญิงที่มีสไตล์ที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามว่าทรงเป็น ‘เจ้าหญิงแฟชัน’

ทั้งนี้ พระองค์ยังทรงเป็นพระอาจารย์สอนนักเรียนปริญญาเอก ศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ อีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top