Saturday, 6 June 2026
iHAVECPU

เริ่มจากห้องเล็ก 4 หมื่นบาท สู่แบรนด์คอมฯ พันล้าน 'ทางลัดไม่มี แต่ทางชัดมีจริง' สรุป 7 ฉาก ของธุรกิจที่คุณเรียนรู้ได้

เขาไม่ได้เริ่มด้วยทุนหนา ไม่มีดีกรีหรูหราให้โชว์—มีแค่คอมฯ มือสองบนโต๊ะเล็กๆ ความรู้จากการลองผิดลองถูก และหลักคิดง่ายๆ ว่า “พูดความจริงกับลูกค้า แล้วรับผิดชอบให้สุด” จากเว็บบอร์ดสู่หน้ากล้อง จากคำถามในคอมเมนต์สู่ร้านคอมฯ ที่คนไทยเอ่ยถึง—นี่คือเส้นทางของ ‘เปา—พีรดนย์ เหมยากร’ ผู้ก่อตั้ง iHAVECPU ที่พิสูจน์ว่า ‘ทางลัดไม่มี แต่ทางชัดมีจริง’

ฉากที่ 1: จุดเปลี่ยน—จากสนามกีฬา สู่โต๊ะประกอบคอมฯ

วัยรุ่นที่เคยทุ่มให้กับกีฬา ต้องหยุดชะงักเพราะอาการบาดเจ็บ เขาหันกลับมาอยู่กับโต๊ะ และพบว่าโลกของคอมพิวเตอร์คือพื้นที่ที่ควบคุมได้ เริ่มจากการซื้อ–ขายอะไหล่มือสองบนเว็บบอร์ด ฝึกประกอบ–ซ่อมด้วยตัวเอง จนเริ่มมองเห็นว่าความชอบส่วนตัวอาจกลายเป็นอาชีพได้จริง

ฉากที่ 2: ทุนแรก 40,000 บาท—บทเรียนเรื่องวินัยและเครดิต

เงินก้อนเล็กที่ยืมจากครอบครัวถูกเปลี่ยนเป็นสต็อก CPU และอะไหล่ การขายครั้งแรกไม่ได้หวือหวา แต่ทุกออเดอร์ถูกบริหารเหมือนงานใหญ่: ตอบไว แพ็กแน่น ให้ข้อมูลครบ และรับผิดชอบหลังขาย นี่คือฐานของคำว่า ‘เชื่อใจ’ ที่กลายเป็นทุนก้อนโตในอนาคต

ฉากที่ 3: คนจริงบนกล้อง—เจ้าของเป็นครีเอเตอร์

เมื่อยุคไลฟ์มาถึง เขาไม่จ้างพรีเซนเตอร์ แต่ยืนหน้ากล้องเอง—โชว์สเปก แนะนำตามงบ บอกข้อดี–ข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา ทำให้ร้านมี ‘ใบหน้าจริง’ และลดช่องว่างระหว่างผู้ขาย–ผู้ซื้อ ความไว้ใจเติบโตพร้อมยอดขาย

ฉากที่ 4: คูเมืองแบบบ้าน ๆ—ชนะด้วยบริการหลังขาย

กติกาง่ายๆ แต่อิมแพกต์สูง: เงื่อนไขประกันชัดเจน ช่องทางเคลมชัด ขั้นตอนแก้ปัญหาเป็นระบบ จาก “ซื้อแล้วจบ” กลายเป็น “ซื้อแล้วเริ่ม”—ลูกค้ามีที่พึ่งพาได้จริง

ฉากที่ 5: วงจรคอนเทนต์ที่ปิดยอด

ไลฟ์ → ตัดไฮไลต์สั้น → โพสต์ Q&A → รวมรีวิวลูกค้า → กลับมาไลฟ์อีกครั้ง เป็น Flywheel ที่หมุนจาก ‘ความเชื่อใจ’ ไปสู่ ‘การตัดสินใจ’ โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาหนัก

ฉากที่ 6: โตอย่างไม่หลงทาง

เมื่อธุรกิจโตขึ้น เขาขยายสาขา ขยายทีม และทำระบบหลังบ้าน แต่ไม่ทิ้งเสียงเดียวที่พาลูกค้ามาถึงนี่: ความจริงใจตรงไปตรงมา และความเป็น ‘เพื่อนสายคอมฯ’ มากกว่าร้านที่พูดภาษาการตลาด

ฉากที่ 7: 7 กฎเดินดิน—ทางชัดของคนตัวเล็ก

• เริ่มจากของที่ควบคุมได้: สินค้าไม่มากแต่เข้าใจลึก

• พูดอย่างที่ทำได้ ทำอย่างที่พูด—รับผิดชอบให้เห็น

• เจ้าของต้อง ‘ออกหน้า’ สร้างความเชื่อใจด้วยตัวเอง

• บริการหลังขายคือคูเมือง—เขียน เผยแพร่ และทำตาม

• ทำคอนเทนต์สม่ำเสมอแบบมนุษย์ ไม่ใช่โฆษณา

• วัดผลง่ายๆ แต่จริง: อัตราปิดจากไลฟ์, คอมเมนต์ถามสเปก, การบอกต่อ

• ขยายเมื่อระบบพร้อม—โตด้วยความนิ่ง ไม่ใช่ความดังชั่วคราว

FACT BOX / TIMELINE

• จุดเริ่ม 2013: เริ่มจากขายอะไหล่มือสอง—ดัดแปลงห้องเล็กในโรงสีเป็นออฟฟิศ• ยอดขายต่อเดือนระดับร้อยล้าน: ช่วงที่แบรนด์ติดตลาดในหมู่เกมเมอร์/สตรีมเมอร์• 2024: สายข่าวเศรษฐกิจรายงานยอดทั้งปีแตะ ~1,800 ล้านบาท• 2025: เว็บไซต์ทางการชูจุดขาย ‘ประกอบคอมตามงบ + ประกันชัดเจน’ ต่อเนื่อง

SIDEBAR: เช็กลิสต์ซื้อคอมฯ คุ้มแบบ ‘เพื่อนบอกเพื่อน’

• ถามงบ — บอกโจทย์ใช้งานให้ชัด (งาน/เรียน/เกม)

• ให้ความสำคัญกับ SSD และ RAM ก่อนของแต่ง

• เลือกพาวเวอร์ซัพพลายและเคสระบายอากาศดี—เครื่องนิ่งกว่าซ่อม

• อ่านเงื่อนไขประกันและขั้นตอนเคลมก่อนตัดสินใจ

ชวนคุย

งบของคุณเท่าไหร่ และอยากใช้คอมฯ ไปทำอะไร คอมเมนต์ไว้ใต้โพสต์ได้เลย เดี๋ยวทีมงานช่วยไล่ทางเลือกที่ ‘ลื่นวันนี้ โตพรุ่งนี้’ ให้ครับ

ถอดรหัสสูตรสำเร็จ iHAVECPU vs JIB ร้านคอม 2 สไตล์ ที่ลุยตลาดในยุคเดียวกัน เทียบหมัดต่อหมัดทั้ง “กลยุทธ์-แบรนด์-บริการ” กรณีศึกษาที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ นำไปปรับใช้ได้จริง

เมื่อ “แบรนด์คอมมิวิตี้” เจอ “อาณาจักรร้านไอทีหมื่นล้าน” ในตลาดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ไทย ถ้าพูดถึง “ร้านคอม” ชื่อที่คนจะนึกถึงบ่อยช่วงไม่กี่ปีนี้คือ…

- JIB Computer Group เชนร้านไอทีระดับประเทศ ยอดขายระดับหมื่นล้านบาทต่อปี มีสาขาทั่วไทยกว่า 100-150 สาขา  

- iHAVECPU ร้านคอมที่เริ่มจากโรงสีข้าวในนครนายก กลายเป็นแบรนด์ขวัญใจเกมเมอร์-สตรีมเมอร์ ยอดขายวิ่งไปแถวพันกว่าล้านบาทต่อปีแล้วตอนนี้  

แม้ทั้งคู่ขายของ “คล้ายกัน” คือ คอมประกอบ, อุปกรณ์คอม, เกมมิ่งเกียร์, โน้ตบุ๊ก แต่โครงสร้างธุรกิจ, วิธีคิดแบรนด์ และการเล่นเกมตลาด ต่างกันเกือบคนละขั้ว

บทความนี้ TST BIZ ขอพาชวนดูว่า iHAVECPU vs JIB เหมือน-ต่างกันยังไง และ SME-เจ้าของร้านยุคนี้เรียนรู้อะไรได้บ้าง

1. จุดเริ่มต้น: จากห้องเช่า vs จากโรงสีข้าว

JIB - จากห้องเช่าเซียร์ สู่เชนหมื่นล้าน  
เริ่มจากห้องเช่าเล็ก ๆ ในห้างเซียร์ รังสิต ด้วยเงินทุนราว 200,000 บาท เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ก่อตั้งเป็น บริษัท เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด อย่างเป็นทางการในปี 2544 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 350 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจมากกว่า 23 ปีแล้ว  

ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องจนมีมากกว่า 100-150 สาขา ทั้งในห้างและ stand-alone ทั่วประเทศ ยอดขายรวมระดับหมื่นล้านบาทต่อปีตามบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร

JIB จึงเป็น “อาณาจักรค้าปลีก IT” ที่โตด้วยโมเดล เชนสโตร์ + ระบบหน้าร้าน + รุกออนไลน์

iHAVECPU - จากมุมเล็ก ๆ ในโรงสี สู่แบรนด์คอมของเกมเมอร์  
ฝั่ง iHAVECPU ถือว่ามีเส้นทางคนละแบบเลย ก่อตั้งโดย “เปา-พีรดนย์ เหมยากร” เริ่มจากขาย CPU มือสองออนไลน์ในปี 2013 ด้วยทุนประมาณ 40,000 บาท ที่ยืมแม่มา ซื้อของจาก eBay มาขายบนเว็บ Overclockzone โดยใช้ห้องเล็ก ๆ ในโรงสีข้าวของครอบครัวที่นครนายกเป็นออฟฟิศ-โกดัง  

จากนั้นค่อย ๆ กลายเป็นร้านขายอุปกรณ์คอมครบวงจร และเติบโตด้วย 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. ไลฟ์ขายของ + แนะนำสเปกแบบจริงใจ  
2. บริการหลังการขาย 24 ชม. ที่เจ้าตัวลงมาดูเองในช่วงเริ่มต้น

ปัจจุบัน iHAVECPU มียอดขายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท สิ้นปี 2566 มียอดขายราว 1,300 ล้านบาท และปี 2567 ตั้งเป้าถึง 1,800 ล้านบาท ในขณะที่มีสาขาหน้าร้านประมาณ 13-15 สาขาทั่วประเทศ ทั้งนครนายก, กทม., ปริมณฑล และหัวเมือง

เพียงเท่านี้ก็สามารถสรุปภาพรวมคร่าว ๆ ได้แล้วว่า…

- JIB = Corporate Chain ที่โตด้วยระบบและสาขา

- iHAVECPU = Founder Brand ที่โตด้วยตัวตนและคอมมิวนิตี้  

2. เหมือนกันตรงไหน: สินค้า-บริการในสนามเดียวกัน
.
สิ่งที่คล้ายกันชัด ๆ มี 4 อย่างด้วยกันคือ

1) ทั้งคู่ขายของครบวงจร ได้แก่ คอมประกอบ, โน้ตบุ๊ก, อุปกรณ์ต่อพ่วง, เกมมิ่งเกียร์, อุปกรณ์สำนักงาน ฯลฯ ครบทั้งเกมเมอร์-สายงาน-องค์กร

2) ทั้งคู่รับ “จัดสเปกคอม” ตามงบ  

- JIB มีระบบจัดสเปก + ผ่อน 0% ส่งด่วน 4-5 ชม. ในกทม. พร้อมบริการซ่อมฟรีที่สาขากว่า 130 แห่งใน 70 จังหวัด  

- iHAVECPU โฟกัสจัดสเปกตามงาน (เกม-สตรีม-ทำงาน) ในงบที่ลูกค้ากำหนดเองชัด ๆ ทั้งออนไลน์และหน้าร้าน

3) ทั้งคู่มีออนไลน์ + หน้าร้าน  

- JIB: เว็บ + Marketplace + สาขาในห้างเป็นหลัก 

- iHAVECPU: เว็บ + Live + Marketplace + สาขาขนาดกลาง-เล็กกระจายตามชุมชนเมือง  

4) ทั้งคู่แข่งกันในตลาดกลุ่มเดียวกัน คือ “คนไทยที่ต้องการคอมดี ราคาไม่โหดเกินไป” ทั้งสายเกม, ฟรีแลนซ์, ออฟฟิศ, นักศึกษา  

3. ต่างกันยังไง: โครงสร้าง-แบรนด์-ประสบการณ์ลูกค้า

3.1 โครงสร้างธุรกิจ & สเกล
- JIB อายุกว่าร่วม 20+ ปี, ทุนจดทะเบียน 350 ล้านบาท, สาขากว่า 100-150 แห่ง, ยอดขายรวมระดับหมื่นล้านต่อปี มีทีม Buyer, ทีมสาขา, Call Center 24 ชม., ระบบโลจิสติกส์ของตัวเอง

- iHAVECPU อายุธุรกิจราว 10-12 ปี, เริ่มจากร้านออนไลน์มือสอง → ปัจจุบันยอดขายปีละ 1,000-1,800 ล้านบาท, สาขาราว 15 แห่ง ทีมเล็กกว่า เคลื่อนตัวเร็ว เน้นแฟนเบส + บริการลึกมากในกลุ่มเกมเมอร์ / สตรีมเมอร์

มุมมองของ TST BIZ คือ JIB = “ห้างไอที” ในระดับโครงสร้าง ส่วน iHAVECPU = “ร้านคอมของเพื่อนที่เก่งมาก ๆ” แต่ขยายจนกลายเป็นเชน

3.2 Positioning & กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย  
JIB เดินในแนวทาง Mass IT Retail สำหรับทุกคนในห้าง เน้นภาพ “ศูนย์รวมสินค้าไอที” มีทุกอย่าง ตั้งแต่ PC ตั้งโต๊ะ, โน้ตบุ๊ก, Storage, ปริ้นเตอร์, จนถึงอุปกรณ์เสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ  

กลุ่มลูกค้า มีตั้งแต่พนักงานออฟฟิศ, ครอบครัว, นักศึกษา ไปจนถึงลูกค้าองค์กร  
หัวใจคือ “ความสะดวก” อยู่ในห้าง-ศูนย์การค้า, ผ่อน 0%, มีสาขาใกล้บ้าน, เคลมของที่สาขาได้

iHAVECPU วางตัวเป็น Friends of Gamers & Creators โดยสร้าง Branding ชัดจากสโลแกน “ถ้าคุณชอบคอมพิวเตอร์ เราคือเพื่อนกัน” และเนื้อหาในเว็บที่เน้นคน “ไม่มีความรู้เรื่องคอม ก็ให้ร้านช่วยดูแล”

ฐานลูกค้ามาจาก เกมเมอร์ สตรีมเมอร์ คนทำคอนเทนต์ คนที่อยากได้ “คอมครบเซต” ไม่อยากปวดหัวจัดเอง 

โดยเจ้าของแบรนด์ (คุณเปา) เป็น Influencer / Streamer เองด้วย ทำให้แบรนด์มี “หน้าตา” ชัดเจนในโซเชียล

3.3 สไตล์การขาย & การตลาด  
JIB >> ระบบ + โปรโมชั่น + Omni-channel

จุดขายหลักคือ “ความครบ + ความเร็ว + โปรผ่อน” เช่น ส่งด่วน 4–5 ชม. ในกทม., ผ่อน 0% 10 เดือน, เปลี่ยนใหม่ใน 24 ชม.ถ้าสินค้าเสียใน 30 วัน (ช่องทางออนไลน์) เดิมพันหนักกับการอยู่ในห้าง + ป้ายโปร + Online Campaign ระดับประเทศ โฟกัส Data / ระบบหลังบ้าน (มี case company visit เรื่อง Data-Driven Organization)

iHAVECPU >> ไลฟ์ + คอนเทนต์ + “ตัวจริงในสิ่งที่ขาย” ใช้การไลฟ์แนะนำสเปก-รีวิวเครื่อง-คุยเล่น กับลูกค้าแบบกันเอง จนกลายเป็นภาพจำของแบรนด์ โดยเจ้าของลงคลิป-ออกสื่อเอง ทั้งรายการสัมภาษณ์, รายการธุรกิจ, YouTube, Facebook ฯลฯ เน้น storyteller ว่า “จากทุน 4 หมื่น → 1,800 ล้าน” 

นอกจากนี้ยังใช้ community game / streaming / e-sport เป็นจุดเชื่อมลูกค้า ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “โลกของคนเล่นคอม”

3.4 ประสบการณ์ลูกค้า: ห้างใหญ่ vs ร้านเฉพาะทาง  
ถ้าคุณเดินเข้าห้าง โอกาสเจอ JIB สูงมาก เพราะกระจายสาขาในห้างใหญ่แทบทุกจังหวัด มีเคาน์เตอร์, ป้ายราคา, โปรผ่อนชัดเจน การบริการเป็นระบบเหมือน retail chain ทั่วไป  

ถ้าคุณตามเพจ / YouTube สายเกม ชื่อ iHAVECPU จะโผล่ในหน้าฟีด บ่อยในรูปแบบ คลิปประกอบเครื่อง / รีวิวเคสเทพ / ไลฟ์ยาว ๆ คุยกับลูกค้า ทำให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าดู “ใกล้” แบบคอมมิวนิตี้ มากกว่าเคาน์เตอร์ขายของ  

4. ในมุมของ TST BIZ: เจ้าของธุรกิจเรียนรู้อะไรจาก iHAVECPU vs JIB?

1) สนามเดียวกัน แต่ “สูตรสำเร็จ” ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน  
- JIB ชนะด้วยระบบ-สาขา-เงินลงทุน  
- iHAVECPU ชนะด้วยตัวตน-คอมมูนิตี้-บริการลึกในนิชกลุ่ม  
สำหรับ SME ไม่จำเป็นต้องมีทุนระดับ JIB แต่ต้องหาว่า “ข้อได้เปรียบจริง ๆ ของเราอยู่ตรงไหน”

2) จากร้านเล็ก → แบรนด์ชาติ ต้องชัดทั้ง “แบรนด์” และ “หลังบ้าน”  
- iHAVECPU โตได้เพราะทั้ง “หน้า” (คอนเทนต์-ไลฟ์-เพจ) และ “หลังบ้าน” (จัดสเปก, แพ็กของ, บริการหลังการขาย) ถูกเล่าออกสื่อจนคนเชื่อมั่น  
- JIB ใช้เวลาสร้างระบบสาขา, การขยายทุน, การบริหารสต๊อก-ซัพพลายเชน จนกลายเป็นอาณาจักรหมื่นล้าน  

3) ยุคนี้ “คนขาย” คือสินทรัพย์ทางธุรกิจ (Human Brand = Asset)  
- คุณเปา iHAVECPU คือตัวอย่างชัดว่า “หน้าเจ้าของ” ทำให้ร้านต่างจากร้านคอมทั่วไป และสร้างยอดขายระดับพันล้านได้  
- ฝั่ง JIB แม้เป็นองค์กรใหญ่ แต่ก็เริ่มใช้ภาพ “พี่จิ๊บ Somyot” เล่าเรื่องจากเด็กวัดสู่เจ้าของธุรกิจหมื่นล้าน เพื่อสร้าง Human Brand เช่นกัน  

4) Data + Community = ระยะยาว  
- JIB พูดเรื่อง Data-Driven, Omni-channel, Online Store อย่างจริงจัง  
- iHAVECPU ทำ Data ผ่าน community insight รู้จักคนดู, คนเล่นเกม, คนสั่งเครื่อง, สร้างสินค้า-โปรตามพฤติกรรมจริง  

สรุปสั้น ๆ สำหรับผู้อ่าน TST BIZ  
ถ้ามองด้วยตาเปล่า: iHAVECPU vs JIB = ร้านคอม 2 เจ้า 

ถ้ามองแบบธุรกิจ:  
-JIB = โครงสร้างเชนค้าปลีกไอทีระดับประเทศ  
-iHAVECPU = แบรนด์คอมมิวนิตี้ที่ใช้ตัวตนและโซเชียลดันขึ้นมาชนรายใหญ่  

ทั้งสองเคสจึงไม่ใช่แค่ “สงครามร้านคอม” แต่เป็นตัวอย่างชัดว่า…

ในยุคที่คนซื้อของออนไลน์-ออฟไลน์ปนกันไป คุณจะเป็นได้ทั้ง “เชนใหญ่” แบบ JIB หรือ “แบรนด์เฉพาะทาง” แบบ iHAVECPU แต่อย่างน้อย ต้องตอบให้ได้ว่า ลูกค้าเลือกเรา เพราะอะไร ที่ไม่ใช่แค่เรื่องราคา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top